Monday, December 15, 2014

Review: Before We Fall


Before We Fall
Before We Fall by Courtney Cole

My rating: 3 of 5 stars



เล่มนี้ถือว่าพัฒนาขึ้นมาจากสองเล่มแรกในชุดนะคะ แต่คงต้องบอกว่า ด้วยระดับที่เป็นอยู่ตอนนี้ เราไม่คิดว่า เราจะติดตามอ่านงานของนักเขียนคนนี้ต่อแล้วล่ะค่ะ (ในแง่ที่ว่า ให้เราออกเงินซื้อหนังสือของเธอมาอ่านเอง) เพราะเราให้โอกาสอ่านครบสามครั้งแล้ว และมันก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่เราคิดว่า ดีพอ (หรือลงตัวสำหรับเราเอง) ถ้าใครอ่านงานของนักเขียนคนนี้แล้วมีเรื่องไหนแนะนำก็ช่วยบอกเข้ามาด้วยนะคะ เราเห็นว่า ยังมีงานของเธออีกหลายเล่ม และดูจากชื่อเสียงของเธอ เราคาดหวังมากกว่านี้น่ะค่ะ ดังนั้นจึงอาจจะเป็นได้ว่า เรายังไม่เจอเรื่องที่ "ใช่" ของเธอก็ได้

เรื่องนี้เล่าถึงดอมินิค ดาราหนังฮอลีวู้ดที่มีชื่อเสียง (ถ้าอ่านและจำไม่ผิด พระเอกน่าจะเคยถึงระดับได้รางวัลออสการ์แล้วด้วยนะ) ซึ่งตอนนี้กลับมาพักผ่อนที่บ้านของน้องชาย ซึ่งเป็นนักร้องเพลงร็อคชื่อดัง (คือประมาณว่า บ้านนี้ดังทั้งตระกูล น้องอีกคนก็เป็นนักร้อง) เลยทำให้เขาได้มีโอกาสได้เจอกับเจซีย์ สาวเสิร์ฟในงานที่แต่งกายวับ ๆ แวม ๆ ซึ่งทำให้เขามองว่า เธอก็คงเป็นผู้หญิงง่าย ๆ อีกคน

เรื่องค่อนข้างชัดเจนกับรสนิยมทางเพศที่ชอบ "มอง" ของดอมินิค การชอบมองแบบไม่เข้าไปมีส่วนร่วมของเขาบอกใบ้คนอ่านถึงอดีตอันมีปัญหาของเขา และนี่ก็ถือเป็นส่วนสำคัญของพล็อตเรื่อง เพราะหลังจากที่ดอม และเจซีย์ถูกจับด้วยข้อหามีกัญชาในครอบครอง (คือดอมขับรถไปส่งเจซีย์กลับบ้าน เพราะเพื่อนของเจซีย์ที่เดินทางมาด้วยกันถูกน้องชายของเขาพอไปกก เขาเลยต้องไปส่งเธอกลับบ้าน) กัญชาที่ทั้งเจซีย์ และดอมไม่ยอมรับว่าเป็นของตัวเอง แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะผู้พิพาษาลงโทษพวกเขาทั้งคู่ให้ไปทำงานรับใช้สังคม

แน่ล่ะนั่นทำให้ทั้งคู่มีโอกาสใกล้ชิด และรู้จักกันมากขึ้น

เราไม่ค่อยชอบพระเอกช่วงต้น ๆ เรื่องนะคะ คือเราไม่ชอบตัวละครที่อ้างความทุกข์ของตัวเองในอดีตมาเป็นข้ออ้างในการมองคนอื่นในแง่ร้าย และภาพที่ดอมมองเจซีย์ตอนแรกไม่ดีเอาเสียเลย มันเหมือนเขาเหมาหมดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องคาดหวังอะไรจากเขา (เราว่า หลงตัวเองมากไปไหม) นอกจากนี้การที่เขาทิ้งให้เจซีย์ต้องรับผิดชอบในคดีการมีกัญชาในครอบครองตามลำพัง เราว่า ไม่เป็นพระเอกเอาเลย เพราะเราคิดว่า ยังไงกัญชาก็ต้องเป็นของเขา หรือน้องชายของเขานั่นแหละ จนตอนท้ายมาเฉลยถึงได้รู้ว่า ผียัดมา (เป็นผีจริง ๆ นะคะ ไปอ่านดูกันเองแล้วกัน) ก็เลยถึงได้เข้าใจเขามากขึ้นหน่อย

เราว่าช่วงกลางเรื่อง เมื่อดอม และเจซีย์ได้รู้จักกันเป็นส่วนที่เรื่องไหลลื่นและอ่านสนุกขึ้น ถือว่าเป็นช่วงที่เราชอบเรื่องนี้ที่สุดนะคะ จนไปถึงตอนท้ายเรื่อง เมื่อมีการเปิดเผยถึงอดีตอันทุกข์ทนของดอม เราก็ออกอาการแบบว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาการชอบมองคนอื่นมีเซ็กส์ของเขาวะ เราโยงไม่เข้าน่ะค่ะ คือบอกตามตรงว่า คิดว่า ว่าคนแต่งอยากจะช็อคคนอ่าน ก็เลยเขียนให้ดอมมีอาการแบบนี้ แต่มันไม่ได้มีคำอธิบายมากพอ เราว่า บอกว่า เป็นรสนิยมทางเพศไปเลยจะดีกว่าไหม

โดยรวมเราว่า เล่มนี้โอเคนะคะ เป็นแนว New Adult ที่อ่านได้ แม้จะต้องทำใจกับเรื่องไม่ค่อยสมจริงบางอย่าง (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสถานะความเป็นดาราของดอม ที่อ่านยังไงก็ดูไม่น่าจะเป็นดาราดัง คือดาราดังไม่น่าจะใช้ชีวิตแบบดอมได้) แต่เพราะเป็นเล่มที่สามแล้วของนักเขียนคนนี้ที่เราอ่าน สำหรับเราก็เลยหมดเวลาให้กับนักเขียนคนนี้ไปแล้วน่ะค่ะ (ยกเว้นจะมีใครมาแนะนำเรื่องอื่น ๆ สนุก ๆ ของเธอให้เรานะคะ)



View all my reviews

Review: Midnight Vengeance


Midnight Vengeance
Midnight Vengeance by Lisa Marie Rice

My rating: 3 of 5 stars



เป็นหนังสือเล่มที่สี่ในชุด Midnight ของลิซา มารี ไรซ์ และสำหรับแฟนของหนังสือชุดนี้ก็ไม่น่าผิดหวังนะคะ เพราะเรื่องเป็นไปตามสูตรของชุดเลยก็ว่าได้ ลอเรน แดร์ ซึ่งใช้ชีวิตตลอดเวลาสองปีหลบซ่อนอยู่ในเงามืด หลบหนีการตามล่าของศัตรู แต่เพราะความเผลอในคืนวันนึง ในงานแสดงศิลปะที่ลอเรนเป็นผู้สร้างสรร (แต่ไม่อาจเปิดเผยได้ เพราะกลัวจะเป็นที่สนใจเกินไป จึงออกแสดงในชื่อของคนอื่นแทน) เธอพลาดทำให้ตัวเองกลายเป็นจุดสนใจ และเธอก็รู้ว่า ถึงเวลาที่จะต้องหนีอีกครั้ง

แต่ก่อนที่จะหนี ลอเรนตัดสินใช้เวลาในค่ำคืนนั้นกับยาคโค หนึ่งในคนที่ทำงานให้กับบริษัท ASI ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องการรักษาความปลอดภัย (ที่เจ้าของบริษัทเป็นสามีของเพื่อนคนนึงของลอเรน) เธอคิดว่า จะหนีไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ภายใต้ตัวตนใหม่ในวันรุ่งขึ้น แต่ยาคโคไม่ยอมให้เธอจากไปโดยง่าย เขาอ่านแผนการของเธอออก และสามารถทำให้ลอเรนยอมเปิดปากเล่าเรื่องราวในอดีต ถึงชีวิตก่อนที่จะต้องหลบหนีได้ และแน่นอนว่า ตามสูตรของลิซา มารี ไรซ์ เขาเสนอตัวเองเป็นผู้คุ้มครองเธอ

หนังสือเรื่องนี้เป็นไปตามสูตรสำเร็จของนักเขียนคนนี้เลยนะคะ ในแง่หนึ่งก็ถือว่า อ่านง่ายสนุกพอควร คือถ้าไม่คาดหวังอะไรมาก ตัวละครประพฤติตามคาแร็คเตอร์ที่ถูกวางมา นางเอกอ่อนหวาน มีปัญหาถูกคุกคาม ต้องการคนช่วยเหลือ พระเอกร่างใหญ่ ใจดี และรักจริง พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อนางเอก ในแง่นี้ทั้งลอเรนและยาคโคก็ทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ระหว่างที่อ่านเราบอกตามตรงว่า เรารู้สึกอยากได้มากกว่านี้ค่ะ เรานึกอยากให้ตัวละครมีจุดโดดเด่นเป็นของตัวเอง (คือต้องบอกว่า หลังจากอ่านเล่มห้าในชุด Midnight Promise เราเข้าใจตัวเองเลยว่า ต้องการอะไรที่มากกว่านี้ คือเราอยากได้ตัวละครที่น่าจดจำ มีจุดเด่น และแม้จะพล็อตเหมือนกัน คาแร็คเตอร์ของนางเอกในเรื่อง MP ทำให้เราชอบเล่มนั้นมากกว่าเล่มนี้เยอะเลย)

ดังนั้นเล่มนี้จึงเหมือนหนังสืออ่านฆ่าเวลา คือสนุกระหว่างที่อ่านนะคะ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับของงานแบบที่ลิซา มารี ไรซ์สามารถเขียนได้ คือเราคาดหวังมากกว่านี้จากงานของเธอน่ะค่ะ



View all my reviews

Review: Midnight Promises


Midnight Promises
Midnight Promises by Lisa Marie Rice

My rating: 4 of 5 stars



ARC has been graciously provided by the author, which I thank her very much since I am a big fan.

I love the Midnight series. I think Midnight Man (the 1st book in the series) is the reason I totally buy into the ebook crown. I may not be an early ebook adopted if not for the greatness of Midnight Man. That book convinces me that ebook is the same (or much better than) as printed book.

Midnight Promises is the fifth (single title) book in the series. Both Metal and Felicity are the characters in the previous book (Midnight Vengeance) but the readers do not need to read that book except that if your read Midnight Vengeance, you would feel that you HAVE TO read this book.

The theme in this story still is in line with the whole series, the heroine in jeopardy and the hero to the rescue. Felicity Ward is a genius computer nerd who lived alone for all her life. With no relative, and no friend, it is very obvious that she is very lonely. She arrived at Portland Airport with a hope to connect with Lauren, a virtual friend whom she helps to get a new life but never meet before in person. But someone is waiting for her at the airport and try to abduct her. She escape but is hurt in the process. Lauren is the only one she can trust but when Felicity finds Lauren, she also find Metal aka Sean O'Brien and with him she finds her protector.

As mentioned the plot is nothing new but what make me really love this book is the characters especially Felicity. I totally believe in what Ms. Rice describe her to be. An intelligent woman with of-the-chart IQ who may not quite sophisticate about the world. A lot of books fail to convince me to believe the intelligent of a characters but not this one. The trick Felicity used to escape the bad guy at the airport are totally believable and very into her already built-in character that the author described. I may not know much about computer but I think I know enough (to survive) and I believe the story. And I love Felicity as a person. I like the combination of naive and cleverness.

As for the romance, it is Lisa Marie Rice signature. InstantLove. And since I expect it to happen, I am OK with it. Of course I already fall in love with (the character of) Felicity so I do not disappoint that Metal also fall for her. She is the type of person people can feel the love for.

The only "let down" thing I have with this book is the reason why the bad guy hunted Felicity. It may be the fault of the movie "The Peacemaker". I find that portable nuclear is the old concept. It is not exciting at all. And I am kind of think that it is already manufacturing by someone else already. So I do not find that it should be the big secret of the decade.

All in all, I love this story. It has everything I expected in a Lisa Marie Rice's story.



View all my reviews

Friday, December 12, 2014

Review: The Game and the Governess


The Game and the Governess
The Game and the Governess by Kate Noble

My rating: 3 of 5 stars



เป็นงานของเคท โนเบิ้ลเล่มแรกที่เราอ่าน และจะไม่ใช่เล่มสุดท้ายแน่นอน เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ถึงกับโดนใจ ทำให้เราชอบมาก แต่การเขียนน่าสนใจ การเล่าเรื่องมีมิติ ตัวละครที่เป็นมากกว่าที่ตาเห็น เราชอบในสิ่งที่ได้อ่านไปค่ะ

เนด แอชบี้เชื่อมันในโชคของตัวเองเป็นอย่างมาก เขารู้ว่าตัวเองเป็นคนโชคดี จะมีสักกี่คนที่เป็นทายาทอันดับท้าย ๆ ของบรรดาศักดิ์ท่านเอิร์ล แต่ทุกคนตายหมด จนกระทั่งถึงเขา นั่นทำให้เขาถูกพาตัวออกจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ไร้ความเจริญ ไปสู่ความมั่งคั่งของบรรดาศักดิ์ ได้รับการเลี้ยงดู การศึกษาเป็นอย่างดี กระทั่งไปรบในสงครามที่หลายคนเสียชีวิต เนดก็รอดตายอย่างปาฎิหารย์ เขาเชื่อมั่นในโชคของตัวเองมากพอที่จะรับการท้าพนันของจอห์น อดีตเพื่อนสนิท อดีตผู้บังคับบัญชาสมัยที่ออกรบ แต่ตอนนี้ทำงานเป็นเลขานุการส่วนตัว

การท้าที่พนันว่า ถ้าเนดสลับตัวตนกันกับจอห์น ไม่บอกให้ใครรู้ว่า เนดคือท่านเอิร์ล และจอห์นเป็นแค่เลขานุการ เนดจะทำให้หญิงสาวในชนบทอันห่างไกลตกหลุมรักเนดผู้เป็นแค่เลขาได้

พล็อตนี้ไม่ได้ถูกใช้เป็นครั้งแรก ไม่ได้มีอะไรใหม่ เราคิดว่า เคยดูในหนังไทยสมัยก่อนหลายครั้งนะคะ นั่นเป็นเหตุให้เราไม่ได้หยิบเล่มนี้มาอ่านสักที จนกระทั่งเราได้อ่านบทแรก ซึ่งเล่าถึงนางเอกของเรื่อง และมันทำให้เราติดพันอ่านต่อ

จุดเด่นของเรื่องนี้ก็คือ ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่ตาเห็น

จากพล็อตเราคิดว่า จะเป็นเรื่องแนวโรแมนติกคอเมดี้ ซึ่งมันก็เป็น แต่มีอะไรซ่อนอยู่มากมาย ในคาแร็คเตอร์เนด มันลึกซึ้ง หลายจุดทำให้เรานึกถึงอินส์วูดจากเรื่อง The Last Hellion แต่เราคิดว่า เนดมีความลึกมากกว่านั้น (ลึกขนาดตัวเนดเองก็ยังไม่รู้ว่า ตัวเองมี) เรื่องนี้ถ่ายทอดความโดดเดี่ยว การแสวงหาความรัก และการกลบเกลื่อนความรู้สึกทั้งปวงภายใต้เสียงหัวเราะ และการมองชีวิตด้านบวกที่มากเกินไป

ในแง่นึงเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของเนด แต่ฟีบี้นางเอกของเรื่องก็มีความน่าสนใจ (แต่ปฏิเสธไม่ได้นะคะว่า เรารู้สึกว่า เธอเป็นตัวประกอบอยู่ไม่น้อย) ชีวิตของเธอตกต่ำจากลูกสาวของผู้ดีมีอันจะกิน กลายมาทำงานเป็นครูพี่เลี้ยง ส่วนหนึ่งก็เพราะการกระทำที่ไม่เอาใจใส่ของเนด ซึ่งเธอไม่รู้ว่า เขาคือชายคนนั้น (เนื่องจากการสลับตัวกัน) เธอเป็นหญิงสาวที่สมอง และเป็นเหตุเป็นผล เธอรู้ว่า ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเนด เพราะแค่การที่เขาเป็นเลขาของชายที่ทำลายชีวิตเธอก็มากพอแล้ว ที่เธอจะหลีกเลี่ยงเขา แต่ก็ยากที่จะทำได้ในเมื่อเขาก็ตื้อเธอเหลือเกิน

เรื่องนี้น่ารัก พร้อมกับมีความลึกในแง่ของคาแร็คเตอร์ ชอบค่ะ



View all my reviews

Review: The Officer and the Secret


The Officer and the Secret
The Officer and the Secret by Jeanette Murray

My rating: 1 of 5 stars



หนังสือบางเล่มได้หนึ่งดาว แต่เราสามารถเขียนรีวิวได้ยาวเป็นหน้า ๆ เพราะมีความเกลียดมากมายซ่อนอยู่ในหนึ่งดาวนั้น แต่สำหรับเล่มนี้เป็นหนึ่งดาว เพราะหลังจากอ่านจบไปสองสามเดือน เรากลับพบว่า แทบจะจำรายละเอียดของเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว และเราคิดว่า ถ้ามันไม่น่าสนใจขนาดเราจบรายละเอียดแทบจะไม่ได้ มันก็ไม่สมควรได้ดาวมากไปกว่านี้หรอกค่ะ

ปัญหาก็คือ เราไม่รู้ว่า จะเขียนรีวิวมันยังไงน่ะค่ะ

ดเวนย์ โรเบิร์ตสันเพิ่งกลับมายังอเมริกาหลังจากถูกส่งไปออกรบในตะวันออกกลางหลายเดือน เขากลับมาพร้อมกับความจริงที่ตัวเองรู้ดี แต่ไม่ยอมรับที่ว่า เขามีอาการ PTSD (อาการจิตหลอนของทหารผ่านศึก) และการไม่ยอมรับความจริงในส่วนนี้นั่นเอง คือปมของเรื่องเป็นส่วนใหญ่ และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการสานความสัมพันธ์ระหว่างเขา และเวโรนิก้า กิ๊บสัน

เรื่องนี้อ่านง่าย ๆ สบาย ๆ (และจบแล้วก็จบกัน คือลืมไปอย่างรวดเร็ว) เรื่องเล่าถึงคนสองคนที่มีชีวิตเป็นของตัวเอง และกำลังมาถึงทางแยกของชีวิต ดเวนย์กับความพยายามที่จะเอาชนะ PTSD และการไปสู่การยอมรับความจริงว่า การไปพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่า เขาเป็นคนอ่อนแอ และเวโรนิก้าที่พยายามปรับตัวกับชีวิตแบบที่ไม่คุ้นเคย หลังจากที่ใช้เวลาเกือบตลอดชีวิตติดตามบิดามารดาผู้ทุ่มเทรับใช้พระเจ้า (ด้วยการออกเดินทางไปยังที่ห่างไกลเพื่อช่วยเหลือคนอื่น แต่ละเลยและทอดทิ้งลูกแท้ ๆ ของตัวเอง)

เราอ่านสองเล่มแรกในชุดไปนะคะ และคิดว่า สนุกและน่าสนใจกว่าเล่มนี้



View all my reviews

Review: The Longest Night


The Longest Night
The Longest Night by Kara Braden

My rating: 2 of 5 stars



พล็อตเรื่องน่าสนใจ และแปลก เรื่องราวของคนสองคนที่มีชีวิตที่แตกต่างกัน

คนนึงเป็นทนายในนิวยอร์ค ชีวิตในสังคมเจริญทางวัตถุ แต่กำลังมาถึงจุดที่ทุกอย่างพังทลายลง อาการเจ็บป่วยที่เกิดทำให้ติดยาแก้ปวดจนเกือบจะทำลายชีวิต ทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่ และพี่ชายก็ได้แนะนำให้เดินทางไปจากสิ่งที่คุ้นเคย ออกจากนิวยอร์คไปอยู่ที่อื่นสักระยะ เพื่อพักฟื้นคืนแรง จะได้กลับมาเป็นคนเดิม

ส่วนอีกคนใช้ชีวิตตามลำพังในชนบทอันห่างไกลในอลาสก้า สถานที่ที่ไม่อาจเข้าถึงได้ หลังจากอาชีพทหารที่จบลงเมื่อถูกกองกำลังต่างชาติจับไปเป็นตัวประกัน และทรมานเป็นเวลาหลายเดือน เมื่อถูกช่วยเหลือออกมาได้ ไม่มีอะไรเหมือนเดิม ไม่อาจกลับคืนสู่สังคมปกติได้ ชีวิตจึงอยู่อย่างเงียบเหงา และแห้งแล้ง จนกระทั่งคนที่ช่วยเหลือเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือบ้าง ด้วยการส่งคนมาพักฟื้นเพื่อให้ดูแล

จริง ๆ พล็อตไม่แปลกอะไรเลยนะคะ ลองอ่านเผิน ๆ ก็จะคิดว่า ทนายในนิวยอร์คคือนางเอกที่ต้องการพักฟื้นทางร่างกาย มาเจอกับพระเอกที่อยู่ในที่ห่างไกล แต่เรื่องนี้ทนายจากนิวยอร์คคือพระเอกค่ะ และนายทหารผู้ถูกจับเป็นเชลยศึกจนบาดเจ็บทางจิตใจคือนางเอก

เราชอบประเด็นนะคะ และคิดว่า คนแต่งเขียนคาแร็คเตอร์สลับกันได้ดี เรื่องราวน่าเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่าง ซิซิลี และเอียนน่าสนใจ ปัญหาคือ เรื่องราวระหว่างพวกเขาเมื่อมันเริ่มต้นแล้วกลับเอื่อยเฉื่อยเกินไป ทำให้เป็นความน่าเบื่ออยู่ไม่น้อย นอกจากนี้เรื่องราวยังเป็นแนว contemporary แบบเพียว ๆ คือไม่มีเรื่องอื่นมาปน ทุกอย่างจริงเป็นการการเล่าความสัมพันธ์ และในอลาสกาก็มีแค่เอียนและซิซิลี น่าเสียดายว่า ทั้งคู่ไม่มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากพอสำหรับหนังสือทั้งเล่ม

แต่นี่เป็นงานเขียนเล่มแรกนะคะ ถ้าเราโชคดีพอจะได้เล่มอื่น ๆ ของนักเขียนคนนี้มา (อย่างไม่ต้องเสียเงิน) เราคิดว่า จะให้โอกาสอ่านงานของเธออีกครั้งค่ะ เพราะเราว่า เธอวางพล็อตได้น่าสนใจดี



View all my reviews

Review: Insidious


Insidious
Insidious by Aleatha Romig

My rating: 1 of 5 stars



คือถ้าเราให้คะแนนต่ำกว่าหนึ่งดาวได้ก็จะให้นะคะ ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ไม่สนุก แต่นี่เป็นหนังสือไม่กี่เล่มในชีวิตที่เราอ่านจบแล้ว เราอยากจะกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เรา "ยังไม่ได้อ่าน" เล่มนี้ มันเป็นหนังสือที่รบกวนใจ และไร้สาระ และเราอยากจะใช้คำว่า น่ารังเกียจ (แรงไปไหม)

เราอ่านเล่มนี้เพราะเคยอ่านงานเขียนของนักเขียนคนนี้แล้วชอบ เรารู้นะคะว่า ไม่ได้กำลังอ่านเรื่องแนวโรแมนซ์ เราชอบการเขียนเรื่องมืด ๆ หักมุมของพล็อต ตัวละครที่มีสีเทาไปจนถึงดำ เรื่องราวที่รบกวนใจ คือเราเตรียมใจก่อนจะอ่านแล้วนะคะ แต่พอเราอ่านเรื่องนี้ เราพบว่า เราไม่เข้มแข็งพอ

ถ้าเทียบเรื่องนี้กับชุด Consequence เราคิดว่า ชุดนั้นมืดกว่ามาก แต่การเล่าเรื่อง รวมไปถึงตัวละครของชุดนั้นทำให้เรื่องมีความน่าสนใจ ที่สำคัญคือ น่าติดตามอ่าน แต่เวลาที่เราอ่านเรื่องนี้ ความรู้สึกตรงกันข้ามมาก ขอบอกว่า เราเดาเรื่องได้มากกว่าครึ่งของจุดที่คนแต่งวางหลุมพรางเอาไว้ และไม่ใช่เพราะเราเก่งนะคะที่เดาได้ คือมันดูออกง่ายขนาดนั้น เราทนอ่านต่อ แม้เราจะรู้สึกว่า พล็อตเรื่องไม่น่าเชื่อ ไม่สมจริง เพราะเราอยากรู้ว่า "ทำไม" เราทนอ่านจนจบเลยนะคะ แต่พอได้คำตอบ เรากลับผงะ คือแบบ แค่เนี้ยนะ ช่างไร้สาระ ไร้เหตุผล แถมเรื่องยังมีบทสรุปที่แย่ที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้

โอเคมาถึงรีวิว เราขอบอกว่า จะเป็นรีวิวแบบสปอยล์แหลกลาน เพราะเรากำลังเข้าสู่โหมดของการบ่น ซึ่งเราคงบ่นได้ไม่เต็มที่ ถ้าไม่บอกทุกประเด็นที่อัดอันในใจ

เรื่องเล่าถึงวิคทอเรียที่เริ่มต้นจากสาวน้อยวัยสิบแปดปีที่แต่งงานกับสจ๊วต มหาเศรษฐีผู้สูงวัยกว่า หลังจากสิบปีแห่งการแต่งงาน สจ๊วตกำลังป่วยหนักใกล้ตาย และวิคทอเรียหลังจากลงทุนมากมาย ในที่สุดก็จะสมหวังเสียที เราไม่แปลกใจกับตัวละครที่ไม่ใช่คนดีเท่าไหรในเรื่องนะคะ เราไม่ได้มีปัญหากับความคิดของนางเอกที่แคร์สามีที่ป่วยหนัก เพราะเรื่องบ่งบอกชัดเจนถึงการกระทำของสจ๊วตที่ไม่อาจให้อภัยได้ เขามีรสนิยมทางเพศแบบแปลก และชอบเสนอภรรยาสาวอ่อนวัยให้กับ "เพื่อน" สิ่งที่วิคทอเรียไม่ต้องการ แต่ต้องยอมตาม เพราะสัญญาที่เธอลงนามเอาไว้ หากเธอปฏิเสธ หมายถึงเธอจะไม่ได้อะไรเลยกับการลงทุนแต่งงาน

ปัญหาของเราก็คือ เราไม่แน่ใจว่า "สัญญา" ในเรื่องมันถูกกฎหมายรึเปล่า มันเป็นไปได้ที่จะเซ็นต์อะไรแบบนั้น คนเราเขียนสัญญายังไงก็ได้ แต่ความชอบโดยกฎหมายเป็นอีกประเด็นนึง และจากข้อความในสัญญา (จากที่เรื่องอนุมานว่ามันเป็นยังไง) เราไม่เชื่อว่า สัญญานี้จะมีผลบังคับใช้ได้ ยิ่งในเรื่องต่อมามีความพยายามของสจ๊วตที่จะเปลี่ยนเจ้าของสัญญาจากตัวเองไปเป็นทราวิส (คนรับใช้สนิท) ยิ่งไม่น่าเชื่อ ไม่น่าทำได้

แค่ด้วยประเด็นนี้เราอ่านแบบรับไม่ได้แล้ว คือมันผิดตั้งแต่ความเป็นไปได้ และตัวละครทุกคนในเรื่องทำเหมือนมันมีผลบังคับใช้ได้จริง

แล้วยังตัวนางเอกอีก คือเนื้อเรื่องทำให้เราคิดไปเองว่า เธอจะต้องเป็นคนเจ้าเล่ห์ จอมวางแผน แต่พออ่านไป เธอเหมือนเด็กน้อยโง่ ๆ ที่คิดว่า ตัวเองฉลาด และคนแต่งพยายามยัดเยียดให้คนอ่านคิดว่า เธอฉลาดไปด้วย เราคาดหวังว่า การที่เธอแต่งงานกับสจ๊วตจะมีอะไรมากกว่านี้ ว่า เธอรู้อยู่ว่า ตัวเองจะต้องเจอกับอะไร เรื่องมันก็ชัดเจนอยู่นะ แต่เรื่องก็เลือกที่จะสร้างความไร้เดียงสา หรือสร้างภาวะ "นางเอก" ก็ไม่รู้นะคะให้กับวิคทอเรีย ทำให้เธอ "ช็อค" ไปกับสิ่งที่เกิด เขียนแบบนั้นเพื่อให้การกระทำต่อมาของเธอดูดีนั้นเหรอ

กะอีกแค่เธอกล้าพอที่จะวางยาสจ๊วตจนป่วยหนัก มันไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรเลย เราเดาได้ตั้งแต่เรื่องบอกตอนแรกแล้วว่า เขาเป็นมะเร็ง ฮัลโหล คนอ่านไม่ได้โง่นะ ไม่ช็อคเลยสักนิดเดียว

ที่มากกว่านั้น การที่เธอยอมปล่อยตัวให้โบรดี้เพื่อหวังหลอกใช้เขา คือจะทำให้เราคิดว่า เธอ "ใจกล้า" และลึกลับ พอเอาเข้าจริง เธอก็โง่อีกนั้นแหละ เพราะเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายโดยหลอกใช้

แล้วก็นำมาถึงพล็อตที่เราคิดว่า น่ารังเกียจ

เราคิดว่า เรื่องอาจจะดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าสจ๊วตเอาวิคทอเรียไปเสนอให้ "เพื่อน" มีเซ็กส์ด้วย เพราะเขาชอบแบบนั้น เรายังว่าน่าเชื่อมากกว่านะ แต่นี่ก็ยังพยายามจะสร้างคำอธิบายให้เกิดขึ้น ด้วยการนำพล็อตว่า "เพื่อน" ของสจ๊วตเป็นผู้มีอิทธิพล และคนกลุ่มนี้ (ใครวะ) ต้องการวิคทอเรียมากกกกกกกก คือเราสงสัยว่า อวัยวะเพศของเจ้าหล่อนทำด้วยทองรึยังไง ทำไมเธอจึงเป็นที่ต้องการขนาดนั้น เราไม่เชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่มีค่าขนาดนั้น จะต้องลงทุนกันขนาดนั้น เรื่องเว่อร์มากไปอีก เมื่อตอนที่สจ๊วตตายแล้ว แต่บรรดา "เพื่อน" ก็ยังตามติด รอเข้าคิวจะมีเซ็กส์กับเธอต่อ คือมันทำเหมือนผู้หญิงสวยหายาก เมื่อคิดว่า "เพื่อน" พวกนี้คือคนที่มีอิทธิพล มีเงิน ทำอะไรก็ได้ คือเราเข้าใจนะ ถ้าพวกเขาอยากได้เธอครึ่งนึง แต่อยากได้ต่อ โดยต้องลงทุนยุ่งยากนี่นะ จะทำกันเหรอ หาผู้หญิงอื่นน่าจะง่ายกว่า

แล้วยังพล็อตเรื่องพ่อที่แท้จริงของวิคทอเรีย มีมาทำไม ไร้สาระแบบชั่วร้ายไป

บทสรุปตอนจบ อ่านไปนึกว่าเป็นรวมเรื่องขำขัน คือตั้งต้นมาซะว่ายากเย็น พอเอาเข้าจริงไม่เห็นมีอะไร มันเหมือนคนอ่านโดนบิวท์ว่า นี่จะเป็นสุดยอดคนร้าย จะมีประเด็นใหญ่มาก พอถึงเวลา แค่นางเอกไปคุยด้วย ทุกอย่างจบ ซะงั้น

เรื่องนี้เขียนเหมือนให้ดูว่า นางเอกเก่ง นางเอกกล้า นางเอกฉลาด แต่ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่า สาวเจ้าช่างเป็นเบี้ยในเกมของคนที่ยิ่งใหญ่กว่า เธอไม่มีอะไรเลย ไม่มีค่า ไม่มีราคาสักนิดเดียว ตอนจบที่ลงเอยด้วยการให้เธอแต่งงานกับทราวิส เพื่อ... จะเซอร์ไพร์สคนอ่านตอนประโยคสุดท้าย เพื่อให้ความหมายแบบนัย ๆ ว่า เธอก็วางยาทราวิสอีกคนให้คนอ่านช็อคใช่ไหม

สิ่งที่เราคิดก็คือ เธอช่างโง่จริง ๆ ฆ่าสามีตายไปคนนึงแล้วรอดมาได้ด้วยการวางยา จะฆ่าคนที่สองด้วยยาตัวเดิมอีกเนี่ยนะ คุณว่าโง่หรือฉลาดล่ะ เปลี่ยนวิธีบ้างก็ดีนะ เผื่อตำรวจจะได้ไม่สังเกตเห็น





View all my reviews