Wednesday, March 4, 2009

Exit Strategy // Kelley Armstrong

วันนี้เป็นอีกวันนึงค่ะที่เราเขียนบลอกช้ากว่าปกติสักหน่อย งานก็ยุ่งนะคะ แต่มันไม่ใช่เหตุผลหลักหรอกค่ะ แม็กซ์กำลังทำโปรเจ็กค์บางอย่างอยู่ และอีกไม่กี่วันก็น่าจะเอามาเล่าให้ฟังกันได้ ว่าเราไปซุ่มทำอะไรอยู่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอกนะคะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น มันเป็นเพียงสิ่งที่แม็กซ์คิดว่า ตัวเองควรจะทำตั้งนานแล้ว

คิดอยู่นาน และในที่สุดเราก็ตัดสินใจตกเสียที ยังไงรอให้พร้อมกว่านี้ แล้วจะมาเปิดตัวให้อ่านกันค่ะ

กลับมาที่รีวิวประจำวัน วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศหวาน ๆ ในเรื่องโรแมนซ์ มารีวิวหนังสือที่ไม่ใช่โรแมนซ์กันสักเล่มแล้วกัน

Exit Strategy ของแคลลี่ย์ อาร์มสตรองค์

นอกจากหนังสือเรื่องนี้จะไม่ใช่โรแมนซ์แล้ว แม็กซ์ก็ขอเตือนพลพรรคโรแมนซ์แต่ต้นเลยแล้วกันว่าไม่มีอะไรให้รู้สึกหวานได้ เลยในเรื่อง มันเป็นหนังสือที่ีไม่มีพระเอกคู่กับนางเอกนะคะ มีตัวละครอยู่สองตัวที่ดูมีความหวังเป็นพระเอก แต่ก็ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการร่วมงานกันตามธรรมดา

จากภาพภายนอก นาเดีย สแตฟฟอร์ดเป็นอดีตตำรวจที่ผันตัวเองไปเป็นเจ้าของโรงแรมขนาดเล็กในแคนาดา แต่ใครล่ะจะรู้ว่า รายได้เสริมที่นาเดียใช้ในการจุนเจือกิจการโรงแรมที่แทบจะไม่ทำเิงินของเธอ มาจากแก๊งค์มาเฟีย นาเดียมีอาชีพเสริมเป็นนักฆ่าให้กับตระกูลโทแมสินิสซึ่งเป็นตระกูลมาเฟียใน นิวยอร์ค

นาเดียดูเหมือนจะพอใจกับชีวิตที่เป็น ปีนึงเธอเดินทางออกจากแคนาดาเพื่อทำงานไม่กี่ครั้ง เพื่อแลกกับค่าตอบแทน และตอบสนองแรงกระตุ้นด้านมืดของตัวเอง แต่แล้วในวงการนักฆ่ามืออาชีพก็เริ่มเกิดเรื่องขึ้น เมื่อฆาตกรต่อเนื่องออกล่าเหยื่อและฆ่าอย่างไม่เลือก ปัญหาก็คือ ฆาตกรคนนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำอาชีพนักฆ่ามืออาชีพ

ซึ่งนั่นไม่ดีต่อธุรกิจนักฆ่าเลย

แจ๊คซึ่งเป็นนักฆ่าเพียงคนเดียวที่รู้จักกับนาเดีย เดินทางไปชักชวนเธอถึงแคนาดา เพื่อให้เธอร่วมงานกับกลุ่มนักฆ่าอีกหลายคนในการออกตามล่าตัวฆาตกรต่อเนื่อง คนนั้น เพราะมันไม่ดีต่อธุรกิจ ตำรวจไล่จับนักฆ่าหลายต่อหลายคน และมันทำให้อาชีพของพวกเขาดูจะไม่มั่นคงอีกต่อไป

การไล่ล่าของนักฆ่า และนักฆ่าจึงเกิดขึ้น

โดยปกติแม็กซ์ไม่ค่อยอ่านหนังสือพล็อตแนวนี้หรอกนะคะ เราซื้อหนังสือเล่มนี้ก็เพราะชื่อของแคลลี่ย์ อาร์มสตรองค์เพียงคนเดียว เราติดใจ (และคลั่งไคล้) งานแนวพารานอมอลของเธออย่างมาก จะเรียกว่าบ้าก็ไม่ผิดหรอกนะคะ เราชอบวิธีการเล่าเรื่องของเธอ โดยเฉพาะเรื่องราวของแคลลี่ย์มักจะเป็นการเล่าผ่านสรรพนามบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ได้เล่าเรื่องผ่านมุมมองของนาเดีย

แม็กซ์ได้รู้จักตัวละครที่มีความขัดแย้งในตัวเองมากที่สุดคนนึง นาเดียเติบโตมาในครอบครัวของตำรวจ ตัวเธอเองก็เป็นตำรวจ ปัญหาก็คือ เธอมีด้านมืดที่ตัวเองก็ไม่อาจควบคุมได้ เธอได้เห็นคนเลวเดินจากไปโดยที่กฎหมายไม่อาจแตะต้องพวกเขาได้ และเมื่อมันสะสมเข้า นาเดียก็มาถึงจุดแตกหัก และนั่นทำให้เธอสูญเสียอาชีพตำรวจไป การเป็นนักฆ่า (ที่เลือกเหยื่อที่เป็นคนเลว) ดูจะเป็นการตอบสนองความต้องการด้านมืดของเธอได้

ในส่วนของตัวละคร แม็กซ์ค่อนข้างคิดว่ามีความน่าสนใจดี ไม่ว่าจะเป็นนาเดียเอง แจ๊คซึ่งเป็นนักฆ่าวัยกลางคนที่มีอดีตอันลึกลับ หรือกระทั่งควินน์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่มีอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า พวกเขาน่าสนใจในตัวเอง แต่ปัญหาใหญ่ที่เราพบก็คือ เมื่ออยู่รวมกัน แม็กซ์กลับพบว่าตัวละครเหล่านั้นไม่สป๊าร์ค ไม่ใช่แม็กซ์คาดหวังให้มันเป็นโรแมนซ์นะคะ แต่เราต้องการให้ตัวละครมีปฏิสัมพันธ์กัน มีความสอดรับส่งกัน ซึ่งสิ่งนี้ขาดหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่แคลลี่ย์เป็นนักเขียนที่เก่งมากในการรวบรวมตัวละครที่มีความน่าสนใจ มากที่สุด

ส่วนสำคัญที่หายไปจากเรื่องก็คือ ตัวละครฝ่ายชาย แม้ว่าแคลลี่ย์จะเขียนเรื่องที่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเล่าเรื่องผ่านมุมมอง ของตัวละครผู้หญิง แต่ผู้ชายในหนังสือของเธอโดดเด่นเหลือเกิน (ไม่ว่าจะเป็นเคลย์, เจรามี่, หรือกระทั่งลูคัส) แต่ในหนังสือเล่มนี้ ทั้งแจ๊ค ที่ดูจะเป็นตัวเอกที่สุดแล้ว กลับดูไร้ชีวิต ไม่เคยที่จะเปล่าประกายความน่าสนใจให้แม็กซ์รู้สึกว่าเขาน่าสนใจ ทั้งที่ในเรื่องก็บอกใบ้ถึงความหลังอันเป็นความลับของเขามากมาย แต่เชื่อไหมว่า แม็กซ์ไม่สนใจสักนิดเดียว

นั่นคือปัญหาของเรื่อง และมันเป็นปัญหาที่แม็กซ์มองข้ามไม่ได้ค่ะ มันทำลายความสนุกของเรื่องไปเลยแหละ

อีกส่วนหนึ่งที่ยิ่งทำให้หนังสือเรื่องนี้กลายเป็นความผิดหวัง (นอกเหนือจากตัวละครที่ไม่อ่าจดึงความสนใจของเราเอาไว้ได้) ก็คือ พล็อตในส่วนของการสืบสวน และการไล่ล่าที่ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย แม็กซ์ไม่ได้คาดหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นแนวสืบสวนเข้มข้น ค้นหาว่าใครคือคนร้าย แต่เราคาดหวังอะไรมากกว่าที่มันเป็นมากนัก เราพบว่าคนร้ายไม่มีความน่าสนใจสักนิดเดียว ปริศนาในเรื่องไม่น่าสนใจเพียงพอ และฉากไล่ล่าก็ดูไม่น่าอ่านเอาเสียเลย

ผิดหวังมาก ๆ ค่ะ แต่ข่าวดีที่คนบอกมาก็คือ หนังสือเล่มสองในชุดนี้ สนุกกว่าเล่มนี้ แต่สำหรับตอนนี้แม็กซ์อยากให้แคลลี่ย์ใช้เวลาไปกับการเขียนในชุด Otherworld มากกว่า

คะแนนที่ 37

No comments: