Friday, September 26, 2014

Review: Deadly Fear


Deadly Fear
Deadly Fear by Cynthia Eden

My rating: 3 of 5 stars



หนังสือเล่มแรก (อันที่จริงไม่ถึงกับเป็นเล่มแรกที่เธอเขียนหรอกนะคะ แต่ก่อนหน้านั้นเธอเขียนให้กับสนพ.เล็ก ๆ ไม่ใช่สนพ.ในนิวยอร์ค) ของซินเธีย เอเดนออกขายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2008 ซึ่งนับไปแล้วก็เมื่อสามปีก่อนพอดีค่ะ ซึ่งสำหรับเราแล้ว ซินเธียน่าจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักเขียนหน้าใหม่คนนึง แต่เธอเขียนหนังสืออกมาค่อนข้างเร็ว เพราะหนังสือ (ขนาดยาว) เล่มที่สิบเอ็ดของเธอก็จะออกขายสิ้นเดือนนี้แล้ว

ตอนแรกที่เราอ่านเรื่อง Hotter After Midnight เราไม่ถึงกับตื่นเต้น หรือรู้สึกว่า ได้ค้นพบนักเขียนหน้าใหม่มาแรง คนที่เราพลาดผลงานไม่ได้เลย แต่เรื่องนี้ก็มีความน่าสนใจมากพอที่จะทำให้เราซื้อหนังสือเล่มต่อไปของเธอมาอ่าน และยิ่งได้อ่านงานเขียนของเธอ เราก็ยิ่งชอบ ซินเธีย เอเดนถือเป็นนักเขียนที่ยิ่งเขียนก็ยิ่งดี ยิ่งพัฒนาฝีมือมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

ดังนั้นเมื่อเรารู้ข่าวว่า เธอหันมาเขียนเรื่องแนวโรแมนติคสืบสวน เราจึงสนใจมาก ๆ เพราะแนวโรแมนติคสืบสวนถือเป็นหนังสือโรแมนซ์แนวแรกที่เราอ่าน และคนเราไม่เคยลืมรักครั้งแรกหรอกค่ะ เราอยากรู้ว่า เธอจะเขียนได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่า เรื่องแนวโรแมนติคสืบสวนที่เราอ่านในระยะหลังไม่อาจเทียบกับงานเก่า ๆ ได้เลย

ความลังเลกับความอยากอ่านของเรา ทำให้เราดึงดันและรอคอยจนกระทั่งหนังสือเล่มที่สามในชุดออกขาย จากนั้นก็นั่งมองหนังสืออยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจหยิบมาอ่าน ซึ่งก็เป็นข้อดีมาก ๆ เลยนะคะ ที่เราตัดสินใจรอ เพราะหลังจากอ่านจบเล่มแรกแล้ว เราไม่อาจหยุดตัวเองให้อ่านต่อเล่มสอง และสามในชุดได้

มันสนุก น่าติดตาม เรื่องราวที่พล็อตสืบสวนเข้มข้นน่าอ่าน ในขณะเดียวกันส่วนของโรแมนซ์ก็ร้อนแรงตามแบบที่เราชอบ เราประทับใจการเขียนของนักเขียนคนนี้มาก ๆ จนตอนนี้กำลังรู้สึกเสียดายค่ะ หากเธอไม่ได้เขียนแนวนี้ต่อ เพราะแม้เราจะชอบเรื่องแนวพารานอมอลของเธอมากขนาดไหน (ซึ่งชุด Angel ของเธอดูน่าอ่านมาก) แต่เราก็รู้ว่า คนแต่งที่เขียนเรื่องแนวโรแมนติคสืบสวนได้แบบที่เราชอบ เหลืออยู่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง


หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด แต่เราคิดว่า ไม่ถึงกับจำเป็นต้องอ่านเรียงกันเพื่อให้รู้เรื่อง เพราะแต่ละเล่มจะเล่าเรื่องของเจ้าหน้าที่เอฟบีไอหน่วย SSD ที่รับผิดชอบคดีต่อเนื่องแต่ละคน ซึ่งในเล่มก็จะเล่าเรื่องการตามหาคนร้าย ในขณะเดียวกันเ้จ้าหน้าที่คนนั้นก็จะได้พบกับรักแท้ของพวกเขา

ในวันแรกของการย้ายมาหน่วย SSD เ้จ้าหน้าที่พิเศษลุค ดังเต้ก็มาสาย เขาอาจจะมีเหตุผลที่ดีในการอธิบาย (เขาช่วยจับคนร้ายระหว่างทางที่มาหน่วย) แต่นั่นก็ไม่ใช่การเริ่มต้นที่สวยงามนัก โดยเฉพาะเมื่อลุคใฝ่ฝันมาตลอดที่จะเข้าร่วมงานกับแผนกนี้ เพราะมีเฉพาะคนเก่งเท่านั้นที่ได้รับเลือก และลุคต้องพิสูจน์ตัวเองในแผนกอื่นอยู่หลายปี ก่อนที่จะถูกดึงตัวมา

ในภารกิจแรกที่ได้รับมอบหมาย ลุคถูกสั่งให้ทำงานร่วมกับนักประเมินพฤติกรรมผู้เก่งกาจ และแทบจะเป็นตำนานในเอฟบีไอ ด้วยวัยที่น้อยนิด ที่สำคัญเธอจบจากสถาบันเอฟบีไอพร้อม ๆ กับลุค แต่กระทั่งในเวลานั้น ลุคก็รู้ว่า โมนิกา ดาเวนพอร์ทเก่งกาจชนิดหาใครทาบยาก เธอจบเป็นที่หนึ่งในชั้น และถูกดึงตัวไปทำงานในหน่วยงานพิเศษทันที แต่ทั้งหมดนั่นไม่สำคัญเลย เพราะในช่วงเวลาที่ทั้งคู่เจอกันเมื่อหลายปีก่อน ลุคคือผู้ชายคนแรก และคนเดียวที่เจาะเข้าถึงความเย็นชาอันเป็นที่เลื่องลือของโมนิกาได้

ความสัมพันธ์ที่ลุกไหม้อย่างร้อนแรง และจบลงเมื่อโมนิกาเลือกที่จะเดินจากไป แต่ลุคไม่เคยลืมหญิงสาวคนนี้ และเมื่อมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง ลุคก็ไม่ลังเลที่จะพยายามสานต่อความสัมพันธ์ ไม่สำคัญว่า มันจะผิดกฎ ที่อาจจะทำให้เขาถูกย้ายไปจากแผนกที่เขาทำงานอยู่ เพราะสำหรับลุค โมนิกาคือ "คนที่ใช่" สำหรับเขา

คดีที่ทั้งสองต้องเผชิญก็คือ การตามหาฆาตกรต่อเนื่องซึ่งฆ่าคนด้วยวิธีที่แตกต่างกัน จนเกือบจะไม่ถูกสังเกตว่า เป็นฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่เมื่อตำรวจในเมืองเล็ก ๆ สังเกตพบความผิดปกติ เพราะในเมืองเขาของไม่เคยมีคดีฆาตกรรม เมื่อคนถูกฆ่าติดกันสองคนในเวลาช่วงสั้น ๆ เขาก็เชื่อว่า มีฆาตกรต่อเนื่องอยู่แล้ว

โมนิกาปะติดปะต่อข้อมูลเข้ากันอย่างรวดเร็ว จนค้นพบว่า ฆาตกรรายนี้หลงใหลความกลัว เขาจะทนมานเหยื่อด้วยความกลัวของเหยื่อ ก่อนที่จะฆ่าพวกเธอ แต่ในคดีนี้ มีอะไรมากกว่าที่มองเห็น

เล่มนี้เป็นเล่มเปิดตัวชุดที่น่าอ่าน เราชอบที่คนแต่งไม่ได้ใช้เวลาในการแนะนำตัวละครตัวอื่นในเรื่อง ไม่ได้เอาคาแร็คเตอร์อื่นมาเดินผ่านเพื่อประกาศว่า พวกเขาจะเป็นพระเอกนางเอกในเล่มต่อไป หนังสือเล่มนี้โฟกัสที่คดีฆาตกรรม และการตามจับคนร้าย แต่ในขณะเดียวกันโรแมนซ์ระหว่าลุค และโมนิกาก็ยิ่งทำให้น่าอ่านมากขึ้นไปอีก

เรายอมรับนะคะว่า มีปัญหากับการที่ลุคและโมนิกามีความสัมพันธ์กันในระหว่างที่สืบสวนคดี ตั้งแต่เราอายุเยอะขึ้นนี่ เรามักตำหนิคนที่ไม่ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มร้อย (ในเวลางาน) แล้วสถานการณ์ในเล่มนี้ ซึ่งต้องตามจับคนร้าย ตอนแรก ๆ เรารู้สึกเล็ก ๆ ที่ลุค และโมนิกายังมีเวลามาคิดเรื่องความรักส่วนตัว

แต่มันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เราคิดว่า การที่คนแต่งเขียนให้ลุคและโมนิการู้จัก และมีความสัมพันธ์กันมาก่อนมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ด้วยค่ะ ทำให้เราไม่คิดว่า ความรักที่เกิดขึ้นเร่งรีบเกินไป (เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ไล่จับคนร้าย) ทำให้เราเชื่อในความรู้สึกของคนทั้งคู่ นอกจากนี้แล้วเมื่อเราได้รู้จักโมนิกา ทำให้เรารู้ว่า ต้องเป็นผู้ชายอย่างลุค (ที่รุกเธอจนไม่มีเวลาตั้งตัว) จึงจะเข้าถึงหัวใจของเธอได้ ทั้งหมดนั่นทำให้เรายอมรับพฤติกรรมของตัวละครมากขึ้น

ส่วนเดียวที่เราถือว่าเป็น เรื่องหงุดหงิดสำหรับเรานะคะ (สปอยล์) ก็คือ ตำรวจในเรื่องไม่ได้เรื่องเลยอ่ะ ปล่อยให้คนที่รอดตายจากฆาตกรมาถูกฆ่าตายในโรงพยาบาล แล้วสมาชิกในทีม SSD ที่ถูกเรียกตัวมาช่วยคลี่คลายคดีเพิ่มเติม ก็ถูกคนร้ายจับไปทรมานอีก เราอ่านแล้วรู้สึกว่า ทำไมถึงได้ไร้ประสิทธิภาพขนาดนั้น

ในส่วนของคนร้ายในเรื่อง และพล็อตสืบสวน ก็เขียนได้ดีนะคะ น่าอ่านน่าติดตามตลอด เราอาจจะพอเดาได้ว่า ใครเป็นฆาตกร แต่มันก็ไม่ได้เด่นชัดเจน หรือเป็นการเฉลยชนิดที่ไม่ได้ทิ้งเบาะแสอะไรเอาไว้ สิ่งที่เราไม่เข้าใจก็คือ (สปอยล์) ตอนท้ายเรื่อง ที่โมนิกาดูจะรู้แล้วว่า ใครคือคนร้าย เธอไม่ได้หลงกลคนร้าย แต่เรางงว่า ทำไมเธอจึงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับคนร้ายโดยไม่แจ้งให้คนอื่นในทีม (นอกจากลุค) รู้เรื่อง เธอคิดว่า จะสามารถเอาชนะคนร้ายได้ด้วยตัวเอง (และลุค) นั้นเหรอ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดว่า คนอย่างโมนิกาจะทำเลยค่ะ

โดยรวมถือว่า เป็นเล่มเริ่มต้นชุดที่น่าอ่าน น่าติดตาม และทำให้เรามีความหวังกับหนังสือแนวโรแมนติคสืบสวนมากขึ้น คะแนนที่ 73



View all my reviews

No comments: