Showing posts with label Angela Knight. Show all posts
Showing posts with label Angela Knight. Show all posts

Sunday, February 8, 2009

Master of the Dragon // Angela Knight

ปกติแม็กซ์ไม่ชอบให้นักเขียนที่ตัวเองชอบเปลี่ยนการเขียนของตัวเองหรอกค่ะ ดูอย่างจิลล์ บาร์เน็ตสิ ที่หลังจากสามีตาย ก็เลยเป็นคนเคร่งเครียด เขียนแต่เรื่องแนวชีวิตรันทด น้ำตาตกใน แม็กซ์คิดถึงงานในอดีตของเธอที่สดใสกว่าอย่างมาก

แต่ก็มีเหมือนกันล่ะ ที่ความเหมือนที่มากเกินไป สร้างปัญหา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คงเป็นสเตฟานี ลอว์เรนส์ ที่เขียนหนังสือชุดซินสเตอร์เล่มแรกดังระเบิด และสนุกโคตรเล่มหนึ่ง เธอจึงยึดเอาแนวทางนั้นเป็นหลัก และหลังจากนั้น ไม่ว่าเธอเขียนอะไร ทุกอย่างก็เป็นไปตามสูตรซินสเตอร์ พระเอกที่เป็นอัลฟ่า รู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร เจอนางเอกแล้วก็ติดใจ แต่นางเอกรักอิสระ ไม่อยากผูกมัดด้วยการแต่งงาน พระเอกก็เลยต้อง "เกลี้ยกล่อม" นางเอกด้วยพรสวรรค์บนเตียนอันเลื่องชื่อตามงานเลี้ยงต่าง ๆ (อันที่จริงน่าจะมีเข้าไปจ๊ะเอ๋กันบ้างนะ)

แล้วก็มาถึงเล่มนี้ที่แม็กซ์อ่านจบไป หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานเป็นอาทิตย์ หนังสือของนักเขียนที่แม็กซ์เคยชอบอย่างมาก เพราะถือว่าเธอเป็นคนบุกเบิกตลาดหนังสือแนวอีโรติก โรแมนซ์อย่างแองเจล่า ไนท์

แม็กซ์ชอบความคิดสร้างสรร และแน่นอนฉากเซ็กส์ที่ตรงไปตรงมาถึงใจ นางเอกที่ไม่รอความช่วยเหลือจากพระเอกฝ่ายเดียว พระเอกที่สุดเซ็กซี่และไม่ใช่คนธรรมดา

คนที่อ่านเรื่องของเธอก็คงพอจะจับแนวเรื่องได้ และนี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดที่แม็กซ์เจอในการอ่านเรื่อง "เจ้าแห่งมังกร"

ไม่ใช่ว่าไม่สนุกหรอกนะคะ เพียงแต่มันไม่มีอะไรใหม่ หรือต้องคาดเดาเลย พระเอกที่ถูกมอบหมายหน้าที่จากเทพเจ้ามังกร (ที่ไม่ได้อยู่ในเรื่องดราก้อนบอล) ให้ปกป้องนางเอกซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่สิบ (มั้ง) ซึ่งเป็นเจ้าหญิงตามคำทำนายว่าจะปลดปล่อยเทพเจ้าอีกองค์ พล็อตเรื่องที่ไม่ต่างอะไรกับเจนสวอร์ลอร์ด

การดำเนินเรื่องก็ยังไม่คล้ายคลึงกับหนังสือเรื่องอื่น ๆ ในชุดเมิร์คเวิร์สเล่มอื่นของเธออีก พระเอกที่โดดเด่น ไม่คิดว่าลงเอยกับผู้หญิงคนไหนง่าย ๆ แต่เมื่อเจอนางเอกเขาก็ต้องเปลี่ยนความคิด

ผู้ร้ายที่จ้องทำลายโลก (โดยไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม ไม่เห็นจะให้เหตุผลไว้เลย ต้องการครองโลก หรือต้องการอพยพมาใช้ทรัพยากรของโลก) ผู้ร้ายที่ดูท่าแล้ว แค่ลูกกะจ๊อกก็แสนจะเก่งกว่าพวกพระเอก แค่ลูกน้องคนเดียวที่ส่งแทรกซึมเข้ามายังโลก ก็ทำเอาพวกพระเอกต้องใช้วิธีไปปลุกเทพเจ้าโบราณมาช่วยรบ อยากรู้นะว่าถ้าระดับนายพลตัวจริงมา จะสู้กันได้ยังไงนี่

แล้วก็ฉากเซ็กส์ที่ฮ็อตนะ แต่ไม่มีอารมณ์ร่วมเลยเวลาอ่าน เพราะแม็กซ์รู้สึกว่าทุกอย่างมันฝืนกันเกินไป นางเอกต้องมีเซ็กส์กับพระเอกเพื่อเพิ่มพลังให้กับเทพเจ้าของเธอ (ฟังดูแล้วเหมือนหนังจีนเลย เวลาฝึกพลังจันทราแล้วพระเอกนางเอกต้องกิ๊กกันก่อนน่ะ) ไม่เห็นเลยว่าทำไมแองเจล่าต้องเลือกให้ต้องใช้พล็อตแบบนี้ เธอไม่ใช่นักเขียนไทยนะ ที่จะให้พระเอกนางเอกมีอะไรกันสักที่ต้องหนีฝนตกไปเจอกระท่อมกลางป่า ทำไมต้องเอาเซ็กส์เพื่อบูชาเทพเจ้ามาใช้ก็ไม่รู้ อ่านแล้วนิ่งมาก

อย่างที่บอกเรื่องนี้ไม่ได้แย่ หรือเลวร้าย เพียงแต่มันไม่มีอะไรใหม่ที่คุณไม่เคยได้อ่านมาก่อนในเรื่องแองเจล่า ไนท์

Everything is more of the same

ดังนั้นแม้จะไม่ได้เลยร้ายกว่าเล่มอื่น แต่สอบตกเรื่องความคิดสร้างสรร คะแนนที่ 60 (เทียบกับ Jane's Warlord ที่ 83)

Friday, January 23, 2009

Warrior // Angela Knight

ตอนที่แม็กซ์ได้ข่าวว่า ในที่สุดแองเจล่า ไนท์จะกลับไปเขียนเรื่องที่ต่อจากเรื่อง Jane's Warlord หลังจากไปเสียเวลาเขียนเรื่องในชุด Mageverse เสียหลายปี แม็กซ์ดีใจโคตร เพราะสำหรับแม็กซ์แล้ว เรื่อง JW คือหนังสือที่ดีที่สุดของเธอ

และโครงเรื่องที่เธอสร้างไว้ใน JW มันก็น่าสนใจ มากเสียยิ่งกว่าบรรดาแวมไพร์ผสมกษัตริย์อาเธอร์ในชุด Mageverse ของเธอเยอะมาก

แม็กซ์อาจจะพูดเกินจริงไปที่ว่า เธอเสียเวลากับเรื่องชุด Mageverse เพราะก็มีบางเล่มในเรื่องนะที่สนุกใช้ได้ แต่ปัญหาก็คือ หลังจากเธอเขียนเรื่องในชุดนั้นมาหลายเล่ม ชื่อเรื่องก็ชักจะเหมือนกันอย่างน่ารำคาญ (Master of something ตลอด) แม็กซ์ว่าเธอหมดมุขแล้วล่ะ เพราะอ่านไปก็เดาได้ ไม่มีอะไรใหม่ให้น่าค้นหา และเมื่อคิดว่า แม็กซ์ชอบงานของเธอแค่ไหน เมื่อคิดว่าเธอคือหนึ่งในนักเขียนคนแรก ๆ ที่ก้าวขึ้นมาจากนักเขียนอีบุ๊คกระจอก ๆ จนกลายเป็นนักเขียนใหญ่ เมื่อคิดว่าเธอคือหนึ่งในนักเขียนที่นำเอาอีโรติกมาสู่โรแมนซ์ แม็กซ์ก็แสนเสียดาย

และก็มาถึงเล่มนี้ เล่มที่เธอกลับคืนไปสู่โลกอนาคต เรื่องราวของวอร์ลอร์ดผู้เดินทางข้ามเวลากลับมาเพื่อป้องสาวสายชาวโลก พล็อตเรื่องที่ดูเหมือนกับ JW แต่ก็สร้างความแตกต่างได้

Warrior ของแองเจล่า ไนท์

เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วหลังจากจบเหตุการณ์ในเรื่อง Jane's warlord ที่หลังจากพระเอกพานางเอกย้ายมาอยู่ในโลกอนาคต การเดินทางข้ามเวลาก็ไม่ใช่สิ่งต้องห้ามอีกต่อไป มีอุตสาหกรรมที่เกิดจากการท่องเที่ยวข้ามเวลาขึ้น และแน่ละจะต้องมีตำรวจกาลเวลาเพื่อตรวจสอบอาชญากรรมที่เกิดสืบเนื่องจากการ ข้ามเวลาด้วย

กาลาร์ อาร์วิด เป็นหนึ่งในตำรวจเหล่านั้น และเขาสืบค้นจากข้อมูล และสงสัยว่าการหายตัวไปของเจสสิก้า เคลลี่ในปี 2008 ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นจากอาชญากรในปี 2008 นั่นเพราะเธอเป็นจิตรกรชื่อดังในโลกแห่งอนาคต กาลาร์และทีมของเขาจึงย้อนเวลากลับมายังปี 2008 เพื่อติดตามว่า ข้อสันนิษฐานของเขาเป็นจริงไหม

และก็เป็นดังคาด เจสสิก้าเป็นเหยื่อของฆาตรแห่งอนาคต และนั่นทำให้กาลาร์สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยชีวิตเธอได้ (ถ้าเธอตายเพราะฆาตกรในยุคเดียวกับเธอ เขาไม่มีทางเข้าไปแก้ไขประวัติศาสตร์ได้) และพาเธอมายังโลกอนาคต (นั่นเพราะการหายตัวไปของเจสสิก้าในโลกปัจจุบัน แปลว่าเธอมีโชคชะตาในอนาคต -- ฟังอาจจะงง แต่ถ้าอ่านเรื่อง JW น่าจะเข้าใจคอนเซ็ปต์นี้นะ)

ปัญหาก็คือ ฆาตกรที่ตามฆ่าเจสสิก้าไม่ใช่โจรศิลปะกระจอก เขาเป็นถึงผู้พันในกองทัพซีราน ซึ่งไม่น่าจะมาสนใจเป้าหมายเล็ก ๆ อย่างเจสสิก้าเลย แต่เพราะว่าเจสสิก้าไม่ใช่เป้าหมายหลักของเขา เป็นชาร์ล็อตต์เพื่อนร่วมห้องของเธอต่างหากที่คือ จุดมุ่งหมายการไล่ล่าของนักฆ่าชาวซีราน เจสสิก้าเป็นเพียงหมากตัวนึงที่โดนดึงเข้าไปเล่นเกมส์ที่แม้แต่เธอเองยังไม่ รู้ว่ามันคืออะไร

แม็กซ์ขอชมแองเจล่านะ ที่เธอเขียนโดยไม่บั่นทอนความน่าสนใจของตัวเองให้ลดลงไปเลย แม้ว่าเพราะพล็อตเรื่องจะไม่ได้โฟกัสที่ทั้งพระเอกและนางเอก ปริศนาในเรื่องอยู่ที่ตัวชาร์ล็อตต์ที่ความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ ธรรมดาในปี 2008 อันที่จริงเธอไม่ใช่ทั้งมนุษย์ และไม่ได้มาจากปี 2008 ด้วยซ้ำ ความน่าสนใจของความลับที่ชาร์ล็อตต์เก็บงำไว้ ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจในความสัมพันธ์ระหว่างกาลาร์และเจสสิก้าลดลงไปสักนิด

และที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดก็เป็นฉากที่ พระเอกของเราซึ่งเคยมีอดีตที่ถูกทรยศโดยคนรัก เลือกที่จะเชื่อใจเจสสิก้าโดยไม่มีข้อแม้ ถึงหลักฐานจะดูเหมือนว่าเธอเป็นคนทรยศ แม็กซ์ชอบมากจริง ๆ

แม็กซ์ชอบพล็อตเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตามมาก และเนื่องจากมันเป็นเล่มแรกในชุดที่ชื่อ The Time Hunter ก็ขอบอกว่าปริศนาทั้งหมดยังไม่ได้รับการคลี่คลาย คงต้องตามอ่านกันต่อในเล่มถัด ๆ ไป

ขอแถมท้ายนิดนึง สำหรับคนที่ติดใจงานของแองเจล่าเพราะฉากเซ็กส์ที่ลือกันว่าเด็ดนั้น แม็กซ์ว่าเล่มนี้เธอทอนลงนะคะ ไม่ได้เลวร้าย แม็กซ์คิดว่ามันกำลังพอดีด้วยซ้ำ (และแม็กซ์ขอบอกว่า แม็กซ์อ่านฉากเซ็กส์ในหนังสือของแองเจล่า ไนท์รู้เรื่อง กล้าที่จะบอกค่ะ ไม่อายถึงขั้นต้องกลบเกลื่อนว่า เราอ่านข้ามไป ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหรหรอก -- ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้ว่าจะอ่านทำไม)

คะแนนที่ 77

Thursday, January 22, 2009

Shifter // An Anthology

หายหน้าไปหลายวันเพราะชีวิตยุ่งเหยิงค่ะ เนื่องจากเพิ่งเช็คเจอว่าใบอนุญาตทำงาน (ในสาขาวิชาชีพของตัวเอง ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวนะคะ แม็กซ์เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะมีหนุ่มหลายคนชวนไปเป็นสะใภ้ต่างชาติก็ตามที) หมดอายุลง ก็เลยทำให้ต้องวิ่งวุ่นเข้าฝึกอบรมเพื่อให้ครบเกณฑ์การขอต่อใบอนุญาต

นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่เราใช้เป็นข้ออ้างในการไม่อัพบลอกเสียหลายวันค่ะ คราวนี้กลับมาก็เลยขอรีวิวหนังสือรวมเรื่องสั้นที่เราได้อ่านในระยะหลังมา นี้แล้วกันค่ะ

คงต้องเริ่มพูดก่อนเลยว่า แม็กซ์ไม่ชอบเรื่องสั้น เพราะมันสั้น (เหตุผลง่าย แต่คิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจ) ยังไม่ทันที่เราจะเข้าถึงเนื้อเรื่องเลย มันก็จบลงซะงั้น แต่ก็ขอบอกว่าข้อดีของหนังสือรวมเรื่องสั้นก็คือ มันจะแนะนำให้คุณรู้จักนักเขียนดีดีที่ถ้าคุณไม่เคยลองอ่านเรื่องสั้นของเธอ มาก่อน คุณก็อาจจะไม่มีวันซื้อหนังสือของเธอมาอ่านเลยก็ได้

แม็กซ์ได้รู้จักนักเขียนอย่างลินดา โฮเวิร์ด จากการได้อ่านเรื่องสั้นเรื่อง Everlasting Love ซึ่งแม็กซ์ซื้อเพราะว่ามันมีเรื่องของเจนย์ แอนด์ เครซอยู่ในเล่มนั้น แม็กซ์ไม่รู้จักลินดามาก่อน เคยเห็นหนังสือของเธอบนชั้นหนังสือ (เรื่อง Dream man) แต่ไม่คิดจะอ่าน จนกระทั่งได้อ่านเรื่องสั้น และชอบในฝีมือ ก็เลยซื้อดรีมแมนมาอ่าน แล้วก็สติแตกบ้างานของเธอไปเลย

ดังนั้นสำหรับคนที่ตัดสินใจไม่ค่อยถูกว่าจะซื้องานของนักเขียนคนนั้นดี ไหม ก็ขอแนะนำให้ซื้อเรื่องสั้นมาลองอ่านดูก่อน ถ้าคุณชอบเรื่องสั้น ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะชอบเรื่องยาวของเธอด้วย

Shifter ของแองเจล่า ไนท์, โลร่า ลีย์, อลิสา เดย์, และเวอจิเนีย แคนทรา

แม็กซ์เคยรีวิวเรื่องของเวอจิเนีย แคนทราเรื่อง Sea Crossing ในเล่มนี้ไปแล้วนะคะ ติดตามอ่านกันได้ที่ลิงค์นี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ขอบอกว่า ยกเว้นเรื่อง Sea Crossing แล้ว แม็กซ์ชอบเกือบทุกเรื่องค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของโลร่า ลีย์ที่ขอบอกตามตรงว่า ตอนนี้แม็กซ์เป็นขาขึ้นกะงานของเธอมาก

Mad Dog Love ของแองเจล่า ไนท์

เมื่อแรนซ์ เจ้าของฉายาแมดด็อคถูกจับขายเป็นทาส หญิงสาวที่ซื้อตัวเขาเพื่อไปเป็นบอดี้การ์ดไม่ใช่คนธรรมดา แต่เธอเป็นถึงราชินีซาริฟา ลอเรนโซ ผู้อื้อฉาว และเธอต้องการความช่วยเหลือจากเขาเพื่อเอาชีวิตรอด

แม็กซ์ว่าเรื่องนี้พล็อตเรื่องเยอะเกินกว่าที่จะเป็นแค่เรื่องสั้นค่ะ มันเขียนเป็นหนังสือหนึ่งเล่มได้เต็ม ๆ ทีเดียว เรื่องราวที่มีครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบัลลังค์ระหว่างพี่ชายลูกนอกสมรส และนางเอกผู้ถูกใส่ความ และตามล่าโดยผู้สำเร็จราชการใจเหี้ยม พระเอกที่เป็นมนุษย์หมาป่าที่ถูกทรยศและโดนจับขายเป็นทาส คนที่ต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้มีอิสรภาพ แม้จะเป็นการทรยศนางเอกของเราก็ตาม

แองเจล่า ไนท์เป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่ดีที่สุดคนนึง และเล่มนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ถ้าไม่คิดว่าพล็อตเรื่องมันเยอะ ทำให้ทุกอย่างดูรวบรัด แม็กซ์ชอบเล่มนี้ค่ะ

Jaguar's Kiss ของโลร่า ลีย์

เรื่องสั้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดบรีดที่โด่งดังของโลร่า และก็เหมือนกับทุกเล่มในชุด ธีมของเรื่องก็ยังคงเหมือนเดิม นาตาลีนางเอกเป็นครูคนแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าไปสอนในโรงเรียนที่อยู่ภาย ใต้เขตการปกครองของกลุ่มบรีด (ซึ่งเป็นมนุษย์ที่ถูกตัดต่อพันธุกรรม เรื่องในชุดนี้เกิดขึ้นในอนาคตซึ่งเหล่าบรีดออกมาประกาศตัวในสังคมแล้วว่า พวกเขามีตัวตน และได้รับการยอมรับให้จัดการปกครองตัวเองกันได้) แต่การได้รับเลือกก็ทำให้นาตาลีอาจตกอยู่ในอันตรายได้ เพราะมีกลุ่มที่ไม่ต้องการบรีดในสังคม ดังนั้นซาแบนจึงถูกส่งมาเป็นบอดี้การ์คคุ้มครองเธอ อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ธีมเดิม นั่นก็คือนาตาลีเป็นคู่ที่ถูกโชคชะตาเลือกแล้วให้กับซาแบน เธอเป็นผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อเขา สิ่งที่แตกต่างออกไปบ้าง ก็คือ ซาแบนไม่ได้ออกอาการฮอร์โมนพุ่งฉีดไล่นางเอกไปจนถึงห้องนอน เขาพยายามจีบเธอตามหนังสือคู่มือแนวคอสโมฯ แต่ก็เพราะเล่มนี้เป็นเรื่องสั้น ไม่นานทุกอย่างก็เข้าสูตรเดิม

แม็กซ์คงบอกว่า ถ้าคุณชอบหนังสือชุดบรีดของโลร่า (อย่างที่แม็กซ์ชอบ) คุณก็คงจะชอบเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณไม่เคยอ่านชุดบรีด เล่มนี้ก็ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทดลองว่าคุณจะชอบชุดบรีดไหม

Shifter's Lady ของอลิสา เดย์

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในชุด Warriors of Poseidon ในฐานะของคนที่ยังอ่านชุดนี้ไม่ครบทุกเล่ม เราก็ตัดสินว่า คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเพื่อที่จะเข้าใจเล่มนี้หรอกนะคะ แต่เตือนนิดนึงว่า สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องสั้นเรื่อง Wild Hearts in Atlantis ที่อยู่ในหนังสือเรื่อง Wild things มันจะมีสปอยล์นิดหน่อยของเรื่องนั้นเฉลยในเรื่องนี้

นางเอกของเรื่องนี้คือมารี น้องสาวของพระเอกในเรื่องสั้นเรื่อง Wild Hearts in Atlantis ส่วนพระเอกก็คือหัวหน้าเผ่าเสือดาวซึ่งเป็นเผ่าของนางเอกในเรื่อง Wild Hearts in Atlantis นั่นแหละ (แม็กซ์ถึงบอกว่าสองเรื่องนี้มันสปอยล์กันเอง) มารีเดินทางมาเยี่ยมพี่ชายซึ่งตอนนี้เศร้าจัดเพราะ (สปอยล์เรื่อง Atlantis Awakening) เพื่อนรักอย่างจัสติสถูกจับตัวไป แต่พอเธอมาถึง พี่ชายก็ได้รับการเรียกตัวให้ออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเพื่อนที่หายไป ทันที ทำให้มารีถูกฝากฝังไว้ให้เอธานซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าเสือดาวที่เขาพักอยู่ด้วย ดูแล แต่เธอก็มาผิดจังหวะเวลาอีกนั่นแหละ เพราะในเวลานั้นสมาชิกในเผ่าของเอธานถูกฆ่าโดยไร้สาเหตุ และการมาก็ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายไปอีกคน

แม็กซ์มีความหวังกับงานของอลิสาไว้เยอะนะคะ แม้จะบอกตามตรงว่า เท่าที่อ่านงานของเธอมา ยังไม่ถือว่าสอบผ่าน แต่ก็ไม่ได้ตกอย่างน่าเกลียดถึงขนาดจะเลิกอ่าน เรื่องสั้นเล่มนี้ก็อยู่ในระดับทีอ่านได้ (แต่เทียบกับงานของแองเจล่า และโลร่าไม่ได้นะคะ) เช่นเดียวกัน ถ้าคุณคิดว่าจะลองอ่านงานของอลิสา ก็ลองอ่านเล่มนี้ดูก่อนก็ได้ ดูว่าคุณยอมรับฝีมือการเล่าเรื่องของเธอได้ไหม

คะแนนรวมทั้งเรื่องสั้น 70

Wednesday, January 21, 2009

Beyond the Dark // An Anthology

สุดสัปดา์ห์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นช่วงวันว่างที่แม็กซ์อ่านหนังสือได้น้อยเล่ม ที่สุดก็ว่าได้ค่ะ ไม่ใช่เพราะความเบื่อ แต่เป็นเพราะต้องใช้เวลาทุ่มเทสมาธิอย่างสูงให้กับหนังสือของเมลจีน บรู๊ค (อย่างที่เขียนในบลอกที่รีวิวเรื่องของเธอแหละค่ะว่า ต้องตั้งใจมาก ๆ ในการอ่าน เพื่อให้ได้ความสนุกเต็มคราบ)

วันนี้รีวิวจึงเป็นการเอาของเก่ามาขาย เราอ่านเล่มนี้จบไปสักตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วล่ะค่ะ เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะเคลียร์หนังสือรวมเรื่องสั้นออกไปให้ได้มากที่ สุดของเรา

หนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง Beyond the dark

หนังสือเล่มนี้ออกตามแนวของหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ประสบความสำเร็จหลาย เรื่องของเบิร์คเลย์ ที่เอานักเขียนแนวพารานอมอลดัง ๆ หลายคนมาชนกัน และจำว่าไป เล่มนี้ถือว่าเอานักเขียนในระดับ "ดังแล้ว" หลายคนมาเจอกันเลยทีเดียว (เมื่อเทียบกับเล่มอื่นที่ส่วนใหญ่มักมีนักเขียนระดับดังสักสองคน ส่วนอีกสองคนเป็นนักเขียนหน้าใหม่)

Dragon Dance ของแองเจล่า ไนท์

เรื่องสั้นเรื่องนี้ไม่ได้ต่อเนื่องกับหนังสือชุดใดของแองเจล่านะคะ แต่เป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่า น่าจะเขียนเป็นชุดให้เป็นเรื่องเป็นราวมาก เพราะคอนเซ็ปต์ของเรื่องน่าสนใจมาก แนวเอ็กซ์เมน (ที่ฮิวจ์ แจ๊คแมนเล่นนะคะ ไม่ใช่รายการเกาหลีตีหัวที่ฉายที่ยูบีซี) ยังไงยังงั้นเลย

ในโลกของเรื่องสั้นเรื่องนี้ จู่ ๆ มนุษย์โลกเริ่มแสดงความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ออกมา ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เมื่อมันเกิดขึ้น มนุษย์คนนั้นมักจะสูญเสียความควบคุมตัวเอง ออกอาการคลั่งและทำร้ายผู้คน หนึ่งในนั้นจับครอบครัวของตัวเองไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของเอเรียลในการช่วยเหลือ แต่ในระหว่างความพยายามเข้าจับกุมคนร้าย เอเรียลโดนลูกหลงจากการปล่อยพลัง (ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษของคนร้าย) และนั่นกลายเ็ป็นการกระตุ้นความสามารถพิเศษในตัวเธอเช่นกัน

และเอเรียลก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของแทร็คเกอร์ หนึ่งในมนุษย์ผู้ที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อห้าปีก่อน เมื่อเขาถูกกระตุ้นด้วยพลังบางอย่าง จนความสามารถพิเศษปรากฎ จากครูในโรงเรียนมัธยม เขากลายเป็นยอดมนุษย์ที่คอยปกป้องมนุษย์ด้วยกัน

เราชอบพล็อตเรื่องนี้นะคะ และชอบโลกที่แองเจล่าสร้างขึ้นมามาก ปัญหาก็คือ เรื่องมันสั้นเกินกว่าจะบอกเล่าความซับซ้อนของโลกนี้ได้ชัดเจน เราอยากให้เธอเขียนเรื่องนี้ออกมาเป็นชุดเต็ม ๆ มากกว่า ว่าไปแล้ว เราคิดว่าน่าสนใจกว่าชุด Mageverse ของเธอด้วยซ้ำ (เพราะเราเบื่อชุดนั้นแล้วด้วยค่ะ)

คะแนนที่ 67

Caught by the tides ของไดแอนน์ ไวท์ไซด์

เช่นเดียวกันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับชุดที่ไดแอนน์เขียนอยู่หรอกนะคะ เป็นเรื่องในยุครีเจนซี่ที่ไม่เหมือนกับที่เรารู้จักกันในประวัติศาสตร์

เพราะในเรื่องนี้ การมีอยู่ของพ่อมดและแม่มดได้รับการยอมรับ เวทมนตร์เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง และในสมัยสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส ความสามารถของพ่อมดกลายเป็นสิ่งสำคัญ โอเว่นผู้เป็นพ่อมดแห่งราชสำนักได้รับมอบหมายให้นำข่าวสารสำคัญเดินทางข้าม ช่องแคบระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสมาส่งให้กับฐานปฏิบัติการในลอนดอน แต่ระหว่างเดินทาง เรือของเขาถูกโจมตีโดยพ่อมดที่เป็นสายลับของฝรั่งเศสจนเรือแตก เขาได้รับการช่วยเหลือจากหญิงม้ายที่ดูเผิน ๆ เป็นคนที่ไม่มีเวทมนตร์ แต่ความจริงแล้วเธอมีพลังที่เป็นที่ต้องการของพ่อมดทุกคน

เช่นเดียวกันนะคะ เราชอบโลกที่ไดแอนน์สร้างขึ้นในเรื่อง คิดว่าน่าสนใจไม่น้อย แต่ก็ติดปัญหาเดิมล่ะค่ะ ตรงที่เป็นเรื่องสั้น ทำให้ไม่สามารถสำรวจรายละเอียดทั้งหมดได้ การดำเนินเรื่องโดยเฉพาะในส่วนของพระนางก็ดูรวบรัดไปมาก ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นความผิดของคนแต่งด้วยแหละ เพราะวางภูมิหลังของโอเว่นไว้เยอะ แม้จะทำให้เขาดูน่าสนใจ แต่เรื่องมันก็สั้นเกินกว่าจะทำให้ดูได้ข้อสรุปที่สมเหตุผลได้

อ้อ อ่านเล่มนี้แล้วทำให้นึกย้อนไปสมัยดูหนังจีนตอนเด็ก ๆ น่ะค่ะ ที่เวลาพระเอกนางเอกจะมีฉากเข้าพระเข้านางกันเนี่ย ต้องมีพิธีเปิดลมปราณ (ที่นางเอกต้องเสียความบริสุทธิ์) เป็นข้ออ้างในการให้พระนางเข้าหอ ไม่นึกน่ะค่ะว่าฝรั่งก็ใช้พล็อตนี้เหมือนกัน (อันที่จริงแม็กซ์ก็เคยอ่านเจอในเล่มอื่นเหมือนกันแหละ เพียงแต่ไม่ใช่ในช่วงสี่ห้าปีนี้เท่านั้นเอง)

เรื่องนี้คงจะดีกว่านี้เยอะค่ะ ถ้าเป็นเรื่องยาว คะแนนที่ 57

Queen of all She Surveys ของเอ็มม่า โฮลี่

เรื่องนี้ถือเป็นภาคต้นของชุด Demons ของเอ็มม่า โฮลี่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องในชุดเพื่อทำความเข้าใจเล่มนี้หรอกนะคะ เพราะเรื่องนี้เล่าเรื่องตั้งแต่อาณาจักรยาม่า (ซึ่งเป็นอาณาจักรของกลุ่มชนที่มนุษย์เรียกว่าปีศาจในนิยายเล่มต่อ ๆ มาของเอ็มม่าเขา) ยังไม่ถือกำเนิดขึ้น

ในเวลานั้นบ้านเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ราชินีทู (Tou) กำลังเป็นฝ่ายมีชัยในศึกที่เธอทำกับกษัตริย์เรจน่าผู้โหดร้าย เพื่อเจรจาสงบศึกราชาเรจน่าตัดสินใจส่งลูกชาย เมมน่อน ผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของเขา มาเป็นเครื่องบรรณาการ

เรื่องนี้ได้ใจแม็กซ์แล้วตั้งแต่พล็อตค่ะ แต่ก็คงต้องเตือนกันไว้หน่อยสำหรับแฟนโรแมนซ์ว่า บางฉากในเรื่องอาจจะไม่เหมาะกับแฟนโรแมนซ์ขวัญอ่อนนะคะ นางเอกในเรื่องมีฮาเรมส่วนตัวที่เธอเก็บสะสมบรรดาเจ้าชายต่าง ๆ ที่ถวายตัวเข้ามารับใช้ กว่าพระเอกเราจะฟันฝ่ามาเป็นหนึ่งเดียวของราชินีได้ มันก็มีฉากล่อแหลมพอสมควรล่ะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในเล่มนี้ของเราค่ะ ส่วนหนึ่งเพราะเราชอบพล็อต และมันทำให้เรารู้จักเรื่องราวของชาวยาม่าชัดเจนขึ้นไปอีก โดยเฉพาะสำหรับคนที่อ่านเรื่อง Demon's Fire จะคงพอนึกออกเพราะมีฉากที่นางเอกในเรื่อง DF เข้าไปในหลุมศพของราชินีทู (เรื่องสั้นนี้เขียนก่อนนะคะ)

คะแนนที่ 73

In a Wolf's Embrace ของโลร่า ลีย์

เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในชุดบรีดของโลร่า ลีย์ค่ะ สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านชุดนี้มาก่อนก็อาจงงนิดหน่อยกับพล็อตพื้นฐานของชุดที่ เป็นเรื่องราวของกลุ่มคนที่ถูกสร้างขึ้นโดยการตัดต่อพันธุกรรม และเอาดีเอ็นเอของสัตว์เข้ามาผสม ทำให้พวกเขามีลักษณะพิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา

แต่คนที่อ่านเรื่องในชุดอยู่แล้ว ก็คงอ่านได้ไม่มีปัญหา พล็อตเรื่องก็เป็นไปตามแนวของโลร่าอย่างมาก ไม่ต้องคาดเดาอะไรให้เหนือย เรื่องราวที่แมทเธียสซึ่งเป็นมือสังหารชาวบรีดถูกส่งไปฆ่าศัตรู ซึ่งในการเข้าถึงเป้าหมายเขาจำเป็นต้องหลอกลวงเกรซ หญิงสาวสวยและไร้เดียงสาให้เป็นเครื่องมือ แต่ในขณะที่กำลังลงมือฆ่า เกรซก็ดันเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์เสียก่อน ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายในการตามล่าของฝ่ายศัตรูไปด้วย

เพื่อให้เรื่องสมกับเป็นแนวบรีดทุกเล่ม เกรซและแมทเธียสก็เป็นคู่แท้ซึ่งกันและกัน (และการเป็นคู่แท้ในชุดบรีดหมายถึงเซ็กส์และเซ็กส์)

ในฐานะของคนที่ชอบชุดนี้ แม็กซ์ไม่มีอะไรบ่น แต่ถ้าคุณเริ่มเบื่อชุดนี้ หรืออ่านชุดนี้แล้วไม่เวิร์ค ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจนักหรอกในการอ่านเรื่องนี้

คะแนนที่ 67