Showing posts with label Linda Winstead Jones. Show all posts
Showing posts with label Linda Winstead Jones. Show all posts

Wednesday, March 4, 2009

Bride by Command // Linda Winstead Jones

อันที่จริงแม็กซ์มีหนังสือหลายเล่มที่อยากอ่านมาก ๆ เข้าคิวรออ่านอยู่นะคะ แต่เพราะอะไรบางอย่างที่ยากจะอธิบายทำให้เราหยิบเอาเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน และผลก็ผิดคาดไปมาก ๆ เลยค่ะ เพราะมันสนุกกว่าที่คิด

บางทีอาจเ็ป็นเพราะความที่แม็กซ์ไม่คาดหวังอะไรเลยก็เป็นได้


Bride by Command ของลินดา วินสเต็ด โจนส์

สำหรับหนังสือเล่มที่สาม และเป็นเล่มสุดท้ายในชุด The Emporor's Bride (แต่เป็นเล่มที่เก้าของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอาณาจักรโคลัมไบแนน) เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อจักรพรรดิ์ยาห์นแห่งโคลัมไบแนนออกคำสั่งให้นำ ตัวหญิงสาวหกคนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วอาณาจักรของเขามายังพระราชวังเพื่อ ที่เขาจะได้ทำการเลือกเจ้าสาว และแต่งตั้งให้เธอเป็นราชินีเพื่อมีรัชทายาทสืบทอดบัลลังค์

แม็กซ์ไม่อ่านหนังสือเรื่องนี้เรียงลำดับตั้งแต่เล่มแรกหรอกนะคะ เราเริ่มต้นอ่านที่เล่มที่สองในชุด (เรื่อง 22 nights ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายเลย) ดังนั้นจึงคงไม่แปลกอะไรถ้าแม็กซ์จะไม่คาดหวังมากมายนักกับเล่มนี้ แม้ว่ายาห์นจะเป็นลูกชายของตัวละครที่อยู่ในความคิดคำนึงของแม็กซ์มานานหลาย ปี

สำหรับคนที่อ่านหนังสือชุด Sisters of the sun ซึ่งเป็นหนังสือชุดสามเล่มแรกของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอาณาจักรโคลัมไบแนน (ลินดาเขียนหนังสือที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในอาณาจักรแห่งนี้ทั้งหมดสามชุด ค่ะ ชุดละสามเล่ม) ก็คงจะพอจำเซบาสเตียนซึ่งเป็นจักรพรรดิ์ผู้ชั่วร้าย และเป็นตัวร้ายของหนังสือชุดนั้นได้ แม็กซ์ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดกันยังไงนะคะ แต่เซบาสเตียนเป็นตัวละครที่น่าจดจำ เป็นคนที่เลวอย่างแท้จริง แต่ภายใต้ความเลวนั้น เซบาสเตียนมีความลึกซ่อนเอาไว้ เขาไม่ได้เลวเพราะเกิดมาพร้อมดีเอ็นเอที่กำหนดให้เขาเลว แต่เขาเป็นผลิตผลจากการเลี้ยงดู เขาเป็นจักรพรรดิ์ที่ได้ทุกอย่างตามใจ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้เขาเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งความชั่ว

ยาห์นเป็นลูกชายของเซบาสเตียน แต่เขาไม่ควรจะได้เป็นจักรพรรดิ์ด้วยซ้ำ บัลลังค์ที่เป็นของพ่อเขาถูกแย่งชิงไป แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังสือชุดที่สอง (เล่มที่สี่ - หกในชุดนี้) ทำให้สุดท้ายแล้วยาห์นก็ไม่อาจหนีพรหมลิขิตชีวิตของเขาได้ ในที่สุดเขาก็เป็นจักรพรรดิ์ และถ้าเขาไม่เข้าข้างตัวเองมากนัก เขาก็เป็นจักรพรรดิ์ที่ดี เขาปกครองบ้านเมืองให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย หน้าที่เพียงอย่างเดียวที่เขายังไม่ได้ทำ ก็คือการให้กำเนิดรัชทายาท

ถึงกระนั้นยาห์นก็ยังถวิลหาชีวิตที่เขายังเป็นคนเีพียงคนธรรมดาสามัญ ชายที่สามารถแต่งงานเพราะความรักได้ ไม่ใช่ความเหมาะสมเหมือนอย่างที่จักรพรรดิ์ทำ ดังนั้นเมื่อมีโอกาส หญิงสาวคนนึงที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของจักรพรรดิ์อาศัยอยู่ไม่ ห่างจะเขตพระราชวังนัก ยาห์นจึงปลอมตัวเป็นทหารราชองค์รักษ์ของตัวเองเดินทางไปเพื่อรับเธอเข้าวัง

แต่เมื่อไปถึงเขาก็พบว่า เลดี้มอร์แกนน่าไม่ต้องการเป็นจักรพรรดินี เธอไม่ต้องการแต่งงานเลยด้วยซ้ำ นั่นเพราะมอร์แกนน่ามีพลังอันน่ากลัว ในยามใดก็ตามที่เธอไม่อาจควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ มอร์แกนน่าจะปลดปล่อยพลังอันแสนเยือกเย็นที่มากพอจะเปลี่ยนมนุษย์จนกลายเป็น ผลึกคริสตัลที่พร้อมจะแตกสลายไปตลอดกาล

ดังนั้นเมื่อได้รับคำเชิญจากจักรพรรดิ์ มอร์แกนน่าปฏิเสธ และนั่นนำไปสู่การโต้เถียงกันระหว่างเธอและพ่อเลี้ยง และนั่นก็เปิดโอกาสที่ยาห์นไม่อาจห้ามตัวเองได้ เมื่อพ่อเลี้ยงของเธอพูดว่าจะยกให้เธอกับชายคนแรกที่เดินผ่านหน้าประตูห้อง ที่พวกเขาอยู่ และยาห์นก็คือชายคนนั้น

จากจุดเริ่มต้นเพียงเพราะต้องการสั่งสอนมอร์แกนน่า หญิงสาวที่ยาห์นคิดว่าถูกเลี้ยงตามใจจนเสียคน (เขาไม่รู้ว่าเธอไม่ต้องการแต่งงานเพราะอะไร) แต่ระหว่างที่ทั้งสองร่วมทางกันเพื่อไปยังเมืองหลวง ยาห์นซึ่งไม่เคยคิดว่า จะเลือกเธอ ก็พบว่าตัวเองไม่อาจตัดใจไปจากหญิงสาวคนนี้ได้

และเช่นเดียวกัน แม้จะมีความตั้งใจจะไม่แต่งงาน แต่การที่เธอได้ใกล้ชิดกับทหารราชองครักษ์ผู้ต้อยต่ำ มอร์แกนน่ากลับค้นพบชีวิตที่เธอใฝ่ฝัน มันอาจจะไม่ใช่ปราสาทราชวังหรูหรา เป็นเพียงห้องเช่าเหนือโรงเตี้ยม (ที่ซึ่งยาห์นพอเธอมาอยู่หลังจากมาถึงเมืองหลวง) มอร์แกนน่ากลับค้นพบสิ่งที่หัวใจของเธอต้องการอย่างแท้จริง

แต่คำหลอกลวงยังคงอยู่ และยาห์นรู้ว่า ถ้ามันเปิดเผย เขาอาจจะสูญเสียหญิงสาวคนเดียวที่เขารักไปตลอดกาล

อย่างที่บอกนะคะ แม็กซ์ไม่คิดว่าตัวเองจะชอบเรื่องนี้มากขนาดนี้ มันไม่ได้ถึงกับเริ่มต้นพร้อมกับเสียงรัวกลองนะคะ แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งหลงเข้าไปกับเนื้อเรื่อง กับความรักที่ค่อยก่อตัวขึ้น ถึงความถวิลหาที่ทั้งยาห์นและมอร์แกนน่ามีต่อกัน ยิ่งซึมซับและเชื่อมั่นว่า เพราะความรักทำให้มอร์แกนน่าเลือกที่จะอยู่กับทหารจน ๆ แทนที่จะเป็นปราสาทราชวัง เชื่อว่ายาห์นที่แม้หลอกลวง แต่ก็เขาก็พอใจตัวตนที่เขาเป็นกับมอร์แกนน่ามากกว่าต่อหน้าขุนนาง

ฉากหนึ่งที่มอร์แกนน่ากล่าวหาว่าเขาหลอกลวงเธอมาตลอด ว่าเขาไม่เคยบอกเธอเลยว่า ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นใคร ดังนั้นความรักที่เกิดขึ้นจึงมีพื้นฐานมาจากคำโกหก และยาห์นตอบเธอว่า ตัวตนของเขาที่อยู่กับเธอคือความเป็นจริง ในขณะที่จักรพรรดิ์ต่างหากคือความหลอกลวง

นั่นมันอธิบายได้ทุกอย่าง

ส่วนน่าขัดใจเดียวที่แม็กซ์รู้สึกในเรื่องนี้คือ ประเด็นเรื่องเอริค น้องชายฝาแฝดของยาห์น (ซึ่งเป็นพระเอกเล่มแรกในชุดเรื่อง Untouchable ซึ่งแม็กซ์ยังไม่ได้อ่าน) แม็กซ์อาจจะคาดหวังตอนจบที่ซุปเปอร์แฮ็ปปี้เอ็นดิ้งค์มากเกินไปมั้งคะ เราเลยรู้สึกว่า อยากเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเอริค และยาห์นคลี่คลายไปมากกว่านี้ เรารู้สึกเหมือนมันยังขาดส่วนนี้ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดไป (เพราะยาห์นและเอริคไม่ใช่พี่น้องธรรมดา แต่เป็นฝาแฝดนะคะ)

แต่โดยรวมถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจ และสนุกถูกใจมากค่ะ

คะแนนที่ 80

Friday, February 13, 2009

Sisters of the sun // Linda Winstead Jones

อันที่จริงมีหนังสือหลายเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังค่ะ แต่พอดีไปอ่านเจอข้อความในบอร์ดแห่งหนึ่งแล้วโดนใจมาก ก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องนี้

คงต้องเกริ่นนำถึงหนังสือชุดนึงที่สำนักพิมพ์ที่ชอบเปลี่ยนชื่อตัวละครเอามา แปล (ชื่อเรื่องก็บรรดาแม่มดแห่งอะไรทั้งหลายนั่นแหละ) หนังสือเรื่องนี้เริ่มต้นมีสามเล่ม (ที่ใช้คำว่าเริ่มต้น เพราะล่าสุดปีนี้ก็จะมีตามมาอีกสามเล่ม เป็นเรื่องลูกของตัวเอกในสามเล่มแรก) ซึ่งแต่ละเล่มจะเป็นเรื่องของพี่น้องสามสาวที่ต้องคำสาปประจำตระกูล หนังสือชุดนี้เขียนโดยลินดา วินสเตท โจนท์

น่าแปลกตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในชุดนี้ไม่ใช่บรรดาพระเอกนางเอกหรอกนะ แต่เป็นตัวร้าย และผู้หญิงของเขา เซบาสเตียนและลีแอนเป็นตัวละครที่น่าทึ่งและมหัศจรรย์ที่สุดที่ได้รับการ เขียนขึ้น ตัวละครที่มีความซับซ้อนหลายชั้น ตัวละครที่คุณคิดว่าเข้าใจพวกเขาแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องแปลกใจให้ค้นหาต่อไปอีก

เซบาสเตียนเป็นจักรพรรดิ์ที่ปกครองอาณาจักรด้วยความโหดเหี้ยม เขาเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ที่สุดที่แม็กซ์ได้มีโอกาสเห็นในหน้าหนังสือ เมื่อเขาตายในเล่มสาม ความฝันของแม็กซ์ที่จะเห็นเรื่องราวของเขาในรูปแบบที่เป็นพระเอกก็ดับลง บางทีลินดาอาจเขียนให้เซบาสเตียนไปไกลเกินไป ร้ายกาจเกินไป จนรู้สึกว่าเขาไม่มีวันกลับตัว

แต่ประเด็นก็คือ เราไม่ได้ต้องการเซบาสเตียนที่กลับเนื้อกลับตัว เราต้องการเขาที่เหมือนเดิม บางทีเราอาจหวังมากไปกับหนังสือโรแมนซ์ เพราะถ้าชุดนี้ไม่ใช่โรแมนซ์ เรามีความรู้สึกว่าเซบาสเตียนจะเป็นตัวละครที่กลายเป็นตัวเอกในเล่มต่อไป เป็นแน่ (เหมือนที่แอน บิชอบเขียนชุดดาร์คจีเวลของเธอที่กล้าให้ซาตานเป็นพ่อบุญธรรมของนางเอก)

มีหนังสือไม่กี่เล่มนักที่จะเจอตัวละครที่น่าสนใจ แต่ชุดนี้เรากลับได้เจอตัวละครที่น่าสนใจถึงสองตัว เพราะนอกจากเซบาสเตียนแล้ว เรายังได้พบกับลีแอน นางบำเรอ มือสังหาร ที่กลายเป็นราชินีของเซบาสเตียน ความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งเกลียดที่ลีแอนรู้สึกต่อเซบาสเตียนทำให้เรื่องยิ่ง น่าสนใจไปอีก

แม็กซ์ไม่ได้นึกถึงเซบาสเตียนเท่าไหรหรอกค่ะ เพราะมันเจ็บปวดเกินไป เราเสียดายตัวละครตัวนี้มาก เมื่อลินดาตัดสินใจชะตากรรมของเขาด้วยความตาย จนกระทั่งเราเข้าไปอ่านข้อเขียนในบอร์ดแห่งหนึ่งที่ชื่นชมความเป็นเซบา สเตียนมากพอกับเรา ทำให้เรานึกถึงเขาขึ้นมา และความเศร้าก็มาเยือนอีก เขาเป็นตัวละครที่เราไม่เคยทำใจกับความตายของเขาได้ และถ้าจะบอกว่าความตายของเซบาสเตียนทำให้เราลดทอนคะแนนที่เราให้กับหนังสือ ชุดนี้ก็อาจจะถูกต้องก็เป็นได้

วันนี้ก็เลยขอระบายหน่อยนะคะ หนังสือที่มีพระเอกดีดี (ในความหมายที่ไม่ใช่คนดี แต่เป็นพระเอกที่ได้รับการวางบุคลิกออกมาให้น่าสนใจ) หาง่ายค่ะ สิ่งที่หาได้ยากกว่าก็คือนางเอกที่ดี (ชนิดที่ไม่โง่ ซื่อจนเกือบปัญญาอ่อน หรือหูเบาจนเท้าไม่ติดดิน) และที่หาได้ยากยิ่งกว่านั้น และเป็นสิ่งที่แม็กซ์ชื่นชมเสมอก็คือผู้ร้ายที่ดี (ที่ไม่ใช่คนดี แต่เป็นผู้ร้ายที่มีมิติ เพราะแม็กซ์ไม่เชื่อว่าจะมีเพียวอีวิ่วมากนักหรอก คงมีคนไม่กี่คนที่เกิดมาพร้อมกับบอกตัวเองว่า "ข้าจะเป็นผู้ร้าย ฉะนั้นไม่มีเหตุผลโว้ย")

ผู้ร้ายดีดีจึงเป็นที่จดจำเสมอในความทรงจำของแม็กซ์ ดังนั้นจึงขออุทิศบลอกแรกแห่งปี 2007 ให้กับผู้ร้ายที่ครองใจแม็กซ์คนนี้แล้วกันค่ะ

Sunday, February 8, 2009

Raintree: The Trilogy

ถ้าเบื่อคนรวยที่เอาแต่ใจ และชอบใช้อำนาจและเงินในการแก้ปัญหาอย่างคุณพ่อของน้องเบคอนที่โด่งดังอยู่ ในขณะนี้ แม็กซ์ก็แนะนำให้หันหน้าเข้าสู่โลกของโรแมนซ์ เพราะแม้จะดูไม่สมจริงเท่าไหรนักแต่ในโลกสีชมพูหวานแห่งนี้ คนรวยส่วนใหญ่มักเป็นคนดี และชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพระเอก เรื่องเสียสติชั่ววูบ (ถ้าเชื่อมันนะ) แล้วเหยียบคันเร่งไล่ชนชาวบ้านนี่ไม่ต้องพูดถึง พระเอกของเราไม่ทำกันหรอกนะ

กลับเข้าเรื่องของเราก่อนแม็กซ์จะของ ขึ้นดีกว่า พูดเรื่องไอ้ชั่วนี่ทีไหรแล้ว สัตว์ประหลาดหลุดมาจากปากทุกที ไม่อยากใช้คำหยาบในการเขียนบลอกค่ะ

แม็กซ์สนใจหนังสือยี่ห้อน็อคเทอร์ของ ฮาร์ลิควินตั้งแต่เริ่มมีข่าวว่าจะออกขายเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้อ่านเท่าไหร นอกจากเรื่อง Blood Secrets ของ วีวี่ อันนา ที่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหรนัก (แต่คาดว่าไม่เกี่ยวกับตัวหนังสือหรอกนะ แต่เป็นเพราะคนแต่งแกดันออกมาบอกว่า แกได้แรงบัลดาลใจในการเขียนพระเอกมาจากกิล กริสซั่ม ก็เลยทำเอาแม็กซ์หมดมู้ดไปเลย เพราะแม็กซ์มันชอบเด็กเอ๊าะ ๆ อ่ะ เห็นหน้าป๋ากิลแล้วมันแมนซ์ไม่ออกเท่าไหรน่ะ ก็เลยไม่คิดว่าเป็นความผิดของหนังสือเขาหรอกนะ)

แต่ก็มีโอกาสได้อ่านหนังสือยี่ห้อนี้ติดกันสามเล่ม จากสามนักเขียนที่แม็กซ์ชอบมาก กับหนังสือชุด เรนทรี

สำนักพิมพ์ฉลาดมากที่เริ่มต้นด้วยนักเขียนที่ดังที่สุดในสามคน กับเรื่องไฟนรค Inferno ของ ลินดา โฮเวิร์ด แต่เรื่องนี้แหละกลับเป็นปัญหากะแม็กซ์มากที่สุด เกือบทำให้แม็กซ์เลิกอ่านชุดนี้ไปแล้วเชียวนะ เพราะมันไม่น่าสนใจเอาเสียเลย

แม็กซ์ไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำไหนมา อธิบายได้ดีไปกว่านี้นะ ไม่ใช่ว่ามีข้อเสียอะไรที่เห็นได้ชัดเจนหรอก เพียงแต่แม็กซ์คาดหวังงานที่ดีกว่านี้จากหนึ่งในนักเขียนคนโปรดของแม็กซ์ อาจเป็นแม็กซ์เองที่ผิดที่ตั้งความหวังไว้สูง แต่ทำไงได้ล่ะ

เล่มแรกเหตุการณ์เกิดขึ้นในรีโน ในคาสิโนที่ชื่ออินเฟอร์โน ซึ่งมีเจ้าของคือดังเต้ พี่ชายคนโตของตระกูลเรนทรี อย่างที่บอก เรนทรีไม่ใช่ตระกูลของคนมีเงินธรรมดา แต่เรนทรีเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ ความสามารถของดังเต้ที่เด่นชัดก็คือ การควบคุมไฟ แต่ในช่วงเวลาที่ใกล้กับเทศกาลฉลองฤดูร้อน อำนาจของเขาแข็งแกร่งขึ้น จนยากที่จะควบคุม และก็ยิ่งยากขึ้นเมื่อเขาได้พบกับลอว์น่า หญิงสาวที่เขาสงสัยว่าเข้ามาโกงเงินในคาสิโนของเขา เมื่อเขาและเธอเผชิญหน้ากัน เขาก็พบว่าลอว์น่าไม่ใช่คนธรรมดา เธอมีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งไม่น้อย ซึ่งนั่นนำมาซึ่งอีกคำถามนึง เธอเป็นคนของอันซาราหรือไม่

อะไรคืออันซาร่า

ทั้งอันซาร่าและเรนทรีมีที่มาจาก บรรพบุรุษเดียวกัน แต่อันซาร่าเลือกที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อมนุษย์ และเมื่อสองร้อยปีก่อน เรนทรีและอันซาราก็ทำสงครามกัน สงครามที่ทำลายอันซาราย่อยยับ มีเพียงคนเพียงหยิบมือที่เรนทรีปล่อยให้มีชีวิตรอด

ไม่มีใครคิดว่าอันซาราจะสร้างความเข้ม แข็งและกลับมาท้าทายเรนทรีอีกครั้งได้ แต่พวกเขาก็คิดผิด เพราะไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในอินเฟอร์โนไม่ใช่อุบัติเหตุ หากแต่เป็นเวทมนตร์ที่อันซาราสร้างขึ้น แผนการเพื่อกำจัดเรนทรีคนที่แข็งแกร่งที่สุด เรนทรีที่เป็นเชื้อพระวงค์

แน่ล่ะไม่มีใครอยู่ในฐานะที่สูงเกิน กว่าดังเต้ เขาเปรียบเสมือนราชาแห่งเผ่าเรนทรี คนที่ทรงอำนาจสูงสุด ปัญหาก็คือ เวลาอ่านแม็กซ์ไม่คิดว่าดังเต้จะเก่งสมราคาคุยเลย

นอกจากนี้แล้วปฏิกริยาทางเคมีอันเป็น สัญลักษณ์หลักของลินดาก็หายไป แม็กซ์ไม่รู้สึกถึงความคู่กันของดังเต้และลอว์น่าเลยสักนิด และนี่คงเป็นสาเหตุสำคัญที่เรื่องนี้ได้แค่ 50 คะแนนจากแม็กซ์

เพราะความผิดหวังในเล่มแรกแม็กซ์เกือบจะไม่หยิบเล่มสองมาอ่านแล้วนะ ถ้าไม่เป็นเพราะเอ็มม่า

ใครคือเอ็มม่า

เธอเป็นตัวละคร (อาจเรียกอย่างนั้นก็ได้) ที่ไม่เคยออกมาโผล่ให้คนอ่านเห็น เพราะเธอเป็นเพียงดวงจิตที่พระเอกในเล่มสองเรื่อง Haunted ที่เขียนโดยลินดา วินสเต็ท โจนท์ ติดต่อได้

ฉากแรกที่แม็กซ์ได้เห็นเอ็มม่า แม็กซ์ก็รู้ว่า ไม่อ่านต่อไม่ได้แล้ว กิเดียน เรนทรีเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งบังลังค์ของเรนทรี ตำแหน่งที่เขาไม่ต้องการ ทำให้เขาส่งขอขวัญเป็นเครื่องลางที่ส่งเสริมการมีลูกเร็ว ๆ ให้กับพี่ชายเป็นประจำ แน่ล่ะเขาต้องช็อคเมื่อเขาเริ่มฝันถึงเด็กหญิงตัวน้อยที่ชื่อเอ็มม่า ที่เรียกเขาว่าแด๊ดดี้ตลอดเวลา ไม่อยากอธิบายมากค่ะ ต้องอ่านเอง แล้วก็จะรู้ว่าทำไม แม็กซ์ถึงชอบเอ็มม่าขนาดนี้

ก่อนหน้าไม่ค่อยสนใจงานของลินดานัมเบอร์ทูคนนี้เท่าไหร แต่หลังจากอ่านเรื่องนี้จบไป พูดตามตรงค่ะว่า ชนะลินดาเบอร์หนึ่งขาดลอย

มาเล่าเรื่องย่อ ๆ กันดีกว่า กิเดียนลูกชายคนที่สองแห่งเรนทรี มองเห็นผี เหมือนคำพูดอมตะในเรื่อง The Sixth Senses (แต่ก็ไม่ได้เอามาใช้ในเรื่องนี้หรอกนะ) I see dead people กิ เดียนรักษาสติให้กับตัวเองด้วยการเป็นตำรวจ และช่วยไขคดี และช่วยเหล่าวิญญาณที่เขาพบให้หลุดพ้นไปจากโลก เขาเป็นตำรวจที่มีอัตราการไขคดีที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ ก็เขาพูดกับวิญญาณได้ ทำให้เขารู้ตั้งแต่ต้นว่าใครเป็นฆาตกร ทำให้นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การเป็นคนที่แตกต่าง ก็ทำให้เขายากที่จะทำงานด้วย ดังนั้นเมื่อตำรวจหน้าใหม่โผล่เข้ามาในเมืองอย่างโฮป เธอจะถูกเลือกให้เป็นคู่หูของเขา เพราะไม่มีใครอยากทำงานร่วมกับเขานัก

คู่หูที่แตกต่างกัน แต่โฮปไม่เคยทำตัวน่าเบื่อหรือน่ารำคาญ (อย่างน้อยการสำหรับแม็กซ์นะ ที่ภูมิต้านทานความน่ารำคาญของนางเอกสูงสักหน่อย) เธออาจสงสัยในคำพูดของกิเดียน แต่เธอก็ฉลาดพอจะดูออก และได้ข้อสรุปที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด ความจริงที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่เมื่อไม่มีข้อสรุปอื่น เธอก็มีสติพอจะยอมรับมัน

ในเล่มนี้ศัตรูร้ายกาจอย่างอันซาราก็ ยังตามจ้องฆ่าสมาชิกในราชวงค์ของเรนทรีอีกเช่นกัน โดยกิเดียนและญาติของเขาที่ชื่อเอคโค่เป็นเป้าหมาย นั่นเพราะกิเดียนเป็นทายาทของดังเต้ และเอคโค่มีความสามารถในการมองเห็นอนาคตได้ แผนการบุกโจมตีถิ่นกำเนิดของเหล่าเรนทรีกำลังจะเริ่มในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้าง หน้า อันซาราไม่อาจปล่อยให้งานนี้พลาดไปได้

แม็กซ์ลืมบอกไปว่า หนังสือทั้งเล่มเล่มนี่ ทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น คาสิโนของดังเต้ก็ถูกเผา ฆาตกรโรคจิตออกอาลวาดฆ่าเพื่อนร่วมห้องของเอคโค่ ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนของกิเดียนและโฮป และในเวลาเดียวกันที่ถิ่นกำเนิดของเรนทรีก็เกิดเรื่อง

แม็กซ์ชอบเล่มนี้ที่สุดค่ะ ได้ 73

เล่มสุดท้ายปิดท้ายด้วยเรื่องของเมอร์ซี่ น้องสาวคนสุดท้องแห่งเรนทรี เธอเป็นผู้รักษาถิ่นกำเนิดของเผ่า ในเรื่อง Sanctuary ของเบฟเวอรี่ บาร์ตัน เมอร์ซี่ต้องเผชิญหน้ากับอดีต และความลับดำมืดที่เธอเก็บมานานเจ็ดปี

เพราะเมื่อเจ็ดปีก่อน เธอมีความสัมพันธ์กับ Judah (ออกเสียงไม่ถูกเท่าไหร แต่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนชาวยิวว่าควรจะอ่าน Yehudah นะ) โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เขาเป็นคนของเผ่าอันซารา จนกระทั่งเมื่อเธอตั้งท้องจึงได้รู้ว่า ตนเองหลงติดกับดักล่อลวงของอันซาราเข้าให้แล้ว เธอหนีจากเขาไป แล้วเก็บเรื่องราวของอีฟลูกสาวเป็นความลับ เมอร์ซี่อาจจะรู้ว่าจูดาห์ (อ่านอย่างไทยนะคะ) เป็นอันซารา แต่เธอยังไม่รู้ว่าเขาไม่ใช่อันซาราทั่วไป เขาดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับดังเต้ ถือเป็นกษัตริย์แห่งอันซารา ผู้มีอำนาจเวทมนตร์สูงสุด

จูดาห์เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของแม็กซ์ ไม่ใช่ว่าแม็กซ์ไม่ชอบเขานะ แต่บางครั้งความคิดของเขาก็ทำให้แม็กซ์กลัว เพราะดูเขาจะจริงจังในความพยายามฆ่าเมอร์ซี่ และเผ่าเรนทรีอย่างมาก ซึ่งก็ดีหรอกนะในการทำให้สมจริงถึงความขัดแย้งของสองเผ่าพันธุ์นี้ แต่ในขณะเดียวกัน หนังสือโรแมนซ์มันก็ดูโหดชอบกลนะที่พระเอกประกาศในบทนำว่า เขาเป็นคนเดียวที่มีสิทธิในการฆ่าเมอร์ซี่ ซึ่งเป็นนางเอก และตามมาด้วยการบรรยายความรู้สึกให้คนอ่านรู้ว่า คำประกาศนั่นไม่ใช่แค่คำพูดเลื่อนลอย แต่เขาตั้งใจจะทำเช่นนั้นจริง ๆ

แต่แม้จูดาห์ยังคงมุ่งมั่นในการทำลาย ล้างเรนทรี เขาก็รู้ดีว่าเวลายังมาไม่ถึง อันซารายังไม่เข้มแข็งพอ ดังนั้นแผนการของพี่ชายต่างมารดาที่จ้องทำลายล้างเรนทรีจึงเปรียบเสมือนการ คิดกบฎ และยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้น เมื่อผู้หยั่งรู้แห่งอันซารา ประกาศว่า อันซาราจะย่อยยับดับสูญ และมีเพียงผู้เดียวที่จะช่วยรักษาเผ่าเอาไว้ได้ ซึ่งก็คืออีฟ ลูกสาวที่เขาไม่เคยรู้จัก

นอกจากจูดาห์แล้ว เมอร์ซี่ก็มีปัญหาไม่แพ้กัน เพราะแม็กซ์ถูกบอกตลอดทั้งเรื่องว่าเมอร์ซี่เป็นเรนทรีที่ทรงอำนาจ แต่ตลอดทั้งเรื่องแม็กซ์ต้องเห็นเมอร์ซี่ถูกช่วยเหลือโดยจูดาห์ โอเคเธอใช้พลังหมดไปในการช่วยรักษาชาวบ้าน แต่มันก็น่ารำคาญไม่น้อยที่ต้องอ่านครั้งแล้วครั้งเล่าที่นางเอกใช้พลังจน หมดตัว จนโดนคนร้ายลอบทำร้ายเอา ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีชีวิตอยู่มาได้นานขนาดนี้นะคะ

แล้วอีฟล่ะ ความรู้สึกของแม็กซ์ยังบอกไม่ถูกค่ะ อีฟเป็นตัวละครเด็กที่โดดเด่น แต่บางครั้งก็รู้สึกว่า มากเกินไปหน่อยนะ อีฟรู้ทุกเรื่อง เธอรู้ว่าใครเป็นพ่อของเธอ รู้ถึงอันตรายก่อนที่มันจะเกิดขึ้น รู้กระทั่งว่าอนาคตจะเป็นยังไง เธออายุหกขวบ แต่รู้ไปหมด ในขณะเดียวกัน อีกด้านเธอก็ยังเป็นเด็กหกขวบที่ต้องการพ่อ นี่เป็นจุดที่แม็กซ์ชอบ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่า เธอไม่ค่อยแคร์แม่ของเธอเลยนะ

โดยรวมเรื่องนี้สนุกนะคะ ในเรื่องของความน่าติดตาม ถือว่าพลาดไม่ได้ แม็กซ์ชอบพระเอกแนวจูดาห์อยู่แล้ว (แม้จะมากไปหน่อยบางครั้ง) คะแนนอยู่ที่ 70 ค่ะ

Tuesday, January 20, 2009

22 Nights // Linda Winstead Jones

แม็กซ์มีงานของลินดา วินสเต็ด โจนส์ค้างอ่านเยอะมาก โดยเฉพาะหนังสือชุดนี้ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในโลกที่ถูกเรียกว่าโคลัมไบแนน สำหรับคนที่เคยอ่านหนังสือเรื่องราวของแม่มดสามคนที่เป็นพี่น้องกันจากสนพ. ฟองน้ำ อาจจะพอรู้สึกว่าคุ้นตากับชุดนี้มาแล้ว นั่นเพราะมามันเป็นชุดเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่คนละรุ่นกันเท่านั้นเอง

22 Nights ของลินดา วินสเต็ด โจนส์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุด The Emperor's Bride แต่เมื่อนับแล้วถือเป็นเล่มที่แปดที่เกิดในโลกแฟนตาซีที่มีชื่อว่าโคลัมไบ แนน แต่ไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะเราบอกไ้ด้เลยว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มไหนก่อนทั้งนั้น ยังไงก็อ่านเรื่องนี้รู้เรื่องค่ะ

ธีมเรื่องของหนังสือชุดนี้ (สามเล่มที่รวมกันเป็น The Emperor's Bride) นั่นก็คือกษัตริย์ยานห์แห่งโคลัมไบแนนถูกกดดันจากบรรดาข้าราชบริพานของเขา ให้แต่งงานเสียที และยานห์ก็มีความคิดที่อยากเอาชนะด้วยการให้ทำการคัดเลือกผู้หญิงขึ้นมาทั้ง หมดหกคน และส่งคนไปแจ้งข่าวให้พวกเธอทราบ เพราะให้ทั้งหมดมารวมตัวกันที่พระราชวัง และเขาจะทำการเลือกเจ้าสาว

หนึ่งในหญิงสาวที่ถูกเลือกก็คือ เลดี้เบล่าวาลารี่ เพราะความร่ำรวยของชนเผ่าที่พ่อของเธอเป็นผู้นำ คนที่อาสาไปตามตัวของเธอมาเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิก็คือนายพลมีริน นั่นเพราะเขาและเบล่าเคยมีอดีตต่อกันอยู่

เมื่อหกปีก่อน สมัยที่มีรินทำศึกเพื่อสู้รบกับศัตรูที่บุกมาโจมตี เขาต่อสู้ร่วมกับพ่อและพี่ชายของเบล่า และในคืนวันนึงซึ่งเขาก็จำเหตุการณ์ได้ไม่แม่นเสียด้วย เขาและเธอก็มีความสัมพันธ์กัน ครั้งนี้เขาเืลือกที่จะเป็นคนไปแจ้งข่าวการถูกเลือกของเบล่าเอง เพราะไม่แน่ใจว่า คนส่งข่าวคนอื่นจะรอดชีวิตจากน้ำมือของพ่อและพี่ชายของเธอหรือไม่

สิ่งที่เขาไม่รู้ และคนอื่นก็ไม่คาดคิดเช่นกัน มีรินไม่ได้แค่มีความสัมพันธ์กับเบล่า เขายังแต่งงานกับเธออีกด้วย ตามพิธีการแปลก ๆ ของชนเผ่าเธอ มีรินและเบล่าถูกผูกพันกันด้วยประเพณีอันเก่าแก ซึ่งหนทางเดียวที่ทั้งคู่จะหย่าขาดจากการได้ ก็คือใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลา 22 วัน โดยมีเชือกเส้นบาง ๆ ผูกทั้งคู่ติดเข้าไว้ด้วยกัน ให้ทั้งสองสามีภรรยาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอีกครั้ง ก่อนที่จะแยกจากกันไปตลอดกาล

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เบล่าคาดคิดเมื่อตอนที่เธอเลือกมีรินให้มาเป็นคนที่ กำจัดพรหมจรรย์ของเธอ เบล่าต้องการใ้ช้ชีวิตอย่างที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนในเผ่าใช้ เธอต้องการต่อสู้ และเป็นหนึ่งลูกชายของพ่อ ความไร้เดียงสาทางเพศเป็นอุปสรรค ดังนั้นเธอจึงเลือกมีรินที่เป็นคนต่างถิ่น เธอคาดว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกไม่นานหรอก เพราะเป็นทหาร เดี๋ยวก็คงมีคนมาฆ่าเขาเอง และเธอจะได้บอกกับทุกคนว่า เธอแต่งงานกับเขาแล้ว และตอนนี้เป็นม่าย เธอไม่คาดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ และจะกลับมาเืพื่อพาเธอเข้าเมืองหลวงไปเป็นราชินี

เวลายี่สิบสองวัน และยี่สิบสองคืนสอนทั้งสองคนให้เรียนรู้ที่จะรู้จักกันอย่างแท้จริงอีกครั้ง โอกาสที่พวกเขาไม่เคยมีเมื่อหกปีก่อน นั่นยังไม่พอ เพราะดูเหมือนจะมีพลังที่เหนือกว่าเข้ามากำหนดโชคชะตาของทั้งคู่อีกด้วย

คู่ของเบล่าและมีรินเป็นเพียงหนึ่งในสองคู่นะคะ อีกคู่เป็นเรื่องราวของเลดี้เลย์ล่า และซา์วิน ซึ่งเป็นคู่รอง เช่นเดียวกับเบล่า เลย์ล่าเป็นหนึ่งในหกหญิงสาวที่ถูกเลือกให้กับจักรพรรดิ แต่เป็นเพราะความสามารถในด้านการเปลี่ยนใจคนของเธอที่ทำให้เธอกลายเป็นตัว เลือกที่น่าสนใจ เลย์ล่าเป็นม้าย และอายุมากกว่าซาวินหลายปี ดังนั้นเธอจึงมองไม่เห็นอนาคตระหว่างกันที่มีเลย แม้เธอจะรักเขายิ่งนัก แต่เธอก็รู้ว่า มันดีเสียกว่าที่เธอจะทำให้เขาลืมเลือนความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกันให้หมด แต่แล้วก็กลับมีคนปองร้ายเลย์ล่า และมีเพียงซาวินเท่านั้นที่ช่วยเธอไว้ได้

เรื่องราวของทั้งสองคู่แยกกันเลยนะคะ อ่านไปเหมือนอ่านหนังสือสองเรื่องในเล่มเดียวกัน แทบจะไม่มีจุดมาต่อเชื่อมกันเลย (ยกเว้นตอนจบที่เมื่อทุกคนมารวมตัวกันที่เมืองหลวง แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ได้ถูกพูดอะไรต่อ เพราะคิดว่าคงเป็นประเด็นในเล่มสุดท้ายในชุด) แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับทำให้แม็กซ์รู้สึกรำคาญอะไรหรอกนะ (ผิดกับบางเล่มที่เขียนในสไตล์เดียวกัน) อาจเพราะทั้งเรื่องมันก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจอยู่แล้ว ถึงจะเปลี่ยนมุมมองของตัวละครจากคู่นึงไปอีกคู่นึงยังไง ก็ไม่มีผลต่อความไม่สนุกที่เรารู้สึกหรอก

จะว่าไปแล้ว แม็กซ์ชอบคู่ของเลยล่ากับซาวิน มากกว่าคู่เอกเีสียอีก แต่ก็ไม่ใช่ชอบมากมายอะไร เพียงแต่เรายังรู้สึกว่าน่าสนใจกว่า ในขณะที่คู่ของเบล่า และมีริน เราอ่านแล้วรู้สึกเหมือนเด็กจีบกัน

อยู่ดี ๆ เบล่าก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่ารักมีริน ทั้งที่เขาก็ไม่ได้แสดงอะไรที่ผิดปกติ หรือทำให้เธอมองเห็นตัวตนข้างในของเขาอะไรเลย แล้วยังการดำเนินเรื่องที่ไม่น่าสนใจ ไม่มีจุดหมาย โอเคนะเราคิดว่าพล็อตเรื่องดาบของเบล่าที่มีจิตวิญญาณและสามารถสื่อสารกับ เธอได้น่าสนใจดี แต่มันก็ไม่มากพอ

น่าเสียดายค่ะ เพราะตอนที่แม็กซ์เปิดหน้าแรกของเรื่องนี้ เรารู้สึกว่าเรื่องน่าอ่านและน่าสนใจมาก แต่ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งเบื่อ จนกลายเป็นหน่ายที่จะอ่าน สุดท้ายก็เลยต้องรีบอ่านให้มันจบ ๆ ไป ยั่งกะเป็นภาระหน้าที่ ไม่ใช่การอ่านเพื่อความสนุก

คะแนนก็เลยอยู่ที่ 50 มันไม่เลวร้ายแต่มันน่าเบื่อ