Showing posts with label Lynsay Sands. Show all posts
Showing posts with label Lynsay Sands. Show all posts

Tuesday, February 10, 2009

Bite me if you can // Lynsay Sands

คำถามแรกก่อนจะเริ่มบลอกอาจจะดูนอกเรื่องไปสักนิด แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหนังสือเล่มที่กำลังจะพูดถึงต่อไป

คุณชอบหนังเรื่อง As Good As It Get รึเปล่า หนังเรื่องที่มีพระเอกหน้าตาน่าเกลียดที่สุดเรื่องนึง แต่เป็นหนังในดวงใจของแม็กซ์ เรื่องนี้พระเอกไม่ได้หวานปานน้ำผึ้ง แต่ประโยคเด็ดในเรื่องตอนที่เขาสารภาพรักกับนางเอกที่บอกเธอว่า "การคบกับเธอทำให้เขาอยากเป็นคนดีที่สุดที่เป็นได้" ซึ่งพฤติกรรมในเรื่องของเขาหลายอย่างมันไม่น่ารักเอาเสียเลย

ที่ถามอย่างนี้เพราะในเรื่อง Bite me if you can ของลินเซย์ แซนด์ พระเอกก็ไม่ค่อยน่ารักนะคะ ถ้าคุณคาดหวังให้พระเอกจ๊ะจ๋า เอาใจนางเอกตั้งแต่แรกพบ บอกได้เลยว่าคุณผิดหวัง เพราะลูเซียนรักษาบุคลิกความเป็นคนเย็นชาที่เขาแสดงออกตั้งแต่เล่มแรกที่เขา ปรากฎตัวไว้อย่างครบถ้วน

สำหรับแม็กซ์แล้วสิ่งสำคัญที่สุดในการอ่านหนังสือต่อเนื่องก็คือ การรักษาตัวละครให้เป็นคนคนเดิมกับที่เขาเคยเป็นในเล่มก่อนหน้า และถ้าเล่มนี้เปิดตัวลุงลูเซียนด้วยการให้เป็นหนุ่มนักรักโรแมนติกที่เอาใจ นางเอกตั้งแต่ต้น ทั้งที่ยังไม่รู้จักกัน แม็กซ์ก็คงไม่ชอบเรื่องนี้เพราะนั่นไม่ใช่ลูเซียนที่แม็กซ์รู้จักเป็นแน่

ดังนั้นพฤติกรรมในตอนต้นเรื่องของลูเซียนที่ดูไม่อินังขังขอบ (ใช้คำถูกไหมเนี่ย?) กับลีย์นางเอกจึงไม่ใช่เรื่องแม็กซ์รู้สึกรำคาญหรือเบื่อหน่าย เพราะแม็กซ์รู้จักลูเซียนดีจากการอ่านเล่มก่อนหน้าว่านิสัยเขาเป็นยังไง

ส่วนที่ดีที่สุดของเรื่องจึงเป็นการดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ ลูเซียน เมื่อเขายอมรับความจริงที่ว่าลีย์เป็นคู่แท้ของเขา ความเย็นชาที่ค่อยละลายลง พฤติกรรมที่ค่อยเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้แม็กซ์เชื่อถึงอาการตกหลุมรักของเขาเป็นของจริงแท้แน่นอน

เรื่องนี้เป็นเล่มที่หกในชุดแวมไพร์ของลินเซย์ แซนด์ ซึ่งแม็กซ์คิดว่าเขายิ่งเขียนดีวันดีคืน ในเล่มนี้ลีย์เจ้าของบาร์ถูกกัดและเปลี่ยนเป็นแวมไพร์โดยแวมไพร์ตัวร้าย ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือของทีมนักล่าแวมไพร์ (ที่เป็นแวมไพร์--- งงไหมเนี่ย)

ลูเซียนตกกระไดพลอยโจนกลายเป็นผู้คุ้มครองดูแลแวมไพร์สาวหน้าใหม่ ความสัมพันธ์ที่ลูเซียนไม่ต้องการและแสดงออกอย่างชัดเจน (ซึ่งอาจทำให้แฟนหนังสือรักโรแมนติกหวานซึ้งรับไม่ได้) แม็กซ์ว่ามันตลกดีค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ความจริงว่าลีย์เป็นคู่แท้ของตน ความเย็นชาที่ค่อยละลายลง ทำให้เรื่องสนุกและตลกตามสไตล์ลินเซย์

สุดท้ายคงต้องบอกว่า แม็กซ์ชอบเรื่องนี้ค่ะ และไม่เห็นความผิดปกติในความเย็นชาที่ไม่ใส่ใจนางเอกในตอนแรกของเรื่อง แต่ถ้าคนอ่อนไหวอยากอ่านเรื่องที่พระเอกตกหลุมรักนางเอกตั้งแต่ต้น และพยายามเอาใจเธอสารพัดอาจจะไม่ชอบเรื่องนี้นะคะ แม็กซ์ชอบความรักแบบค่อยเกิดค่ะ

Saturday, February 7, 2009

The Accidental Vampire // Lynsay Sands

หนังสือตอนต่อของตระกูลแวมไพร์สุดฮา ที่แม็กซ์ยกให้เป็นอันดับหนึ่งในหนังสือแนวนี้ มาถึงเรื่องราวของวิคเตอร์ ผู้เป็นพ่อของวินเซ็นต์จากเรื่อง A Bite to Remember

วิคเตอร์เป็นตัวละครที่ไม่เคยปรากฎตัวในเรื่องมาก่อน และจากชื่อเสียงของเขา เราไม่คาดว่าจะได้อ่านเรื่องราวของเขาเป็นเป็นอย่างนี้ เราคิดว่าเรื่องของเขาน่าจะมืดสักหน่อย เครียดสักนิด แต่มันไม่ใช่เลย

เรื่องราวที่ดูไร้สาระ ไม่มีผู้ร้ายเป็นตัวเป็นตนจริงจัง

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องไม่สนุกหรอกนะ

วิคเตอร์และเพื่อนดีเจ (เพื่อนชื่อดีเจ ไม่ใช่เป็นดีเจหรอกนะ) เดินทางมายังเมืองเล็ก ๆ ในแคนาดาเพื่อสืบสวนคดีประหลาด ในฐานะที่เป็นเหมือนตำรวจผู้ควบคุมพฤติกรรมของเหล่าแวมไพร์นอกเหล่า การลงประกาศหาคู่ในหนังสือพิมพ์ที่เฉพาะเจาะจงชายหนุ่มที่เป็นแวมไพร์เป็น เรื่องยิ่งกว่าแปลก แต่ถึงกระนั้นวิคเตอร์ก็ยังคาดว่า มันน่าจะเป็นเรื่องล้อกันเล่น

แต่แล้วเขาก็ได้เจอกับเอลวี่ แบล็ค แวมไพร์ประจำเมือง ซึ่งทำผิดเกือบทุกกฎข้อห้ามของแวมไพร์ เธอไม่เก็บความลับเรื่องตัวเองเป็นแวมไพร์เอาไว้ เธอดื่มเลือดโดยตรงจากมนุษย์ และอื่นอื่นอีกมากมาย (ที่ไม่ใช่เพลงของเฉลียง) นั่นก็มากพอจะทำให้เธอโดนโทษประหารชีวิตได้แล้ว

ปัญหาก็คือ วิคเตอร์ที่ควรจะเป็นตำรวจตรวจสอบพฤติกรรมของเอลวี่ กลับตกหลุมเสน่ห์เธออย่างจังน่ะสิ

คนคิดจะอ่านเอาสาระไปสอบเอ็นทรานซ์ก็คงไม่ได้อะไรมากหรอกนะ เพราะเรื่องมันไร้สาระ แต่ดันเป็นไร้สาระแบบที่แม็กซ์ชอบมากน่ะสิ ไม่ว่าจะเป็นมุขที่ว่าเอลวี่ซึ่งเป็นแวมไพร์โดยอุบัติเหตุ (และมันก็เป็นอุบัติเหตุจริง ๆ) ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเป็นแวมไพร์เลยน่ะสิ เธอไม่รู้ว่าแวมไพร์กินอาหารได้ ทำให้อดข้าวอยู่กว่าห้าปี พอรู้ความจริงก็เกิดอาการสติแตก วิ่งไปซื้อขนมและอาหารในซุปเปอร์มาร์เก็ตกลางดึก หรือเมื่อเธอรู้ความจริงว่าแวมไพร์ไม่จำเป็นต้องนอนในโลง แต่นอนบนเตียงได้

บางคนอาจจะมองว่า นางเอกมันไร้... (แล้วแต่จะเติมคำในช่องว่างนะว่า สมอง หรือเดียงสา) แต่แม็กซ์มองว่ามันเป็นเสน่ห์ของหนังสือที่เขียนให้อ่านแบบฮา ๆ กัน ก็เลยไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ หรือยึดว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ (for the record แม็กซ์ไม่เคยเห็นว่าหนังสือในชุดนี้เล่มไหนที่นางเอกน่ารำคาญ พวกเธออาจจะทำตัวประหลาด หรือแปลก แต่แม็กซ์ก็ให้อภัยถือว่า พวกเธอทำตัวฮาให้ขำกันสนุก)

สรุปว่า ถ้าอยากอ่านเอาเสียงหัวเราะก็แนะนำให้อ่านกันค่ะ ไม่ถึงกับดีเลิศประเสริฐศรี เพราะมีหลายประเด็นที่ไม่ยอมเขียนให้กระจ่าง ไม่ว่าจะเป็นการคืนดีระหว่างพ่อลูกตระกูลวิ (วินเซ็นต์ กะวิคเตอร์) หรือเรื่องราวในอดีตอีกหลายเรื่อง

คะแนนที่ 80

Friday, February 6, 2009

Vampires are Forever // Lynsay Sands

มาถึงเล่มเก้าแห่งชุดอาร์ซาโน เรื่องราวของโธมัส แวมไพร์แสนดีที่โคตรจะสมบูรณ์แบบ แต่ใครที่รู้จักแม็กซ์ดีจะรู้ว่า คำว่า "สมบูรณ์แบบ" นี่เป็นข้อเสียมากกว่าข้อดีนะคะ เพราะแม็กซ์ไม่เชื่อว่าจะมีอะไรในโลกที่มันสมบูรณ์แบบ

ว่าด้วยเรื่องแวมไพร์ตระกูลอาร์ซาโนกันก่อน แม็กซ์ขอบอกว่า หนังสือชุดนี้เป็นหนึ่งในชุดที่แข็งแกร่งที่สุด หลังจากเก้าเล่มก็ยังไม่ทำให้แม็กซ์เบื่อ หรือคลายความน่าสนใจไปเลย ทั้งที่เรื่องราวก็ไม่ได้ร้อยเรียงกันเป็นชุดเหมือนอย่างที่ดาร์คฮันเตอร์ หรือแบล็คเด็กเกอร์เป็น หนังสือแต่ละเล่มในชุดอ่านขาดจากกันได้ เป็นอิสระซึ่งกันและกันอย่างชัดเจน

สิ่งที่แม็กซ์ชอบชุดนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้อ่านเล่มแรกในชุด (แต่เป็นเล่มสามตามลำดับระยะเวลาในเรื่อง) เรื่อง Single white vampire นั่นคือ ทัศนคติที่มองต่อความเป็นแวมไพร์ ที่ไม่จำเป็นต้องทนทุกข์ ดำมืด ลินด์เซย์ แซนด์คนแต่งมองแวมไพร์ในอีกมุมหนึ่ง ที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ของเรา เพียงแต่อายุยืนกว่าชาวบ้านสักหน่อยเท่านั้นเอง

พล็อตเรื่องของชุดไม่ได้มีอะไรใหม่ แวมไพร์จะรู้ตัวว่าได้พบกับ "คู่แท้" ของตัวเองก็ต่อเมื่อเขาเจอคนที่เขาไม่อาจอ่านใจ หรือควบคุมได้ คนคนนั้นจะเป็นคู่แท้ และความรักก็จะตามมา ในมุมหนึ่งมันคล้ายกับบรรดาเหล่ามนุษย์ถ่ำคาร์พาเธียนนะ เพียงแต่แวมไพร์ของลินเซย์เป็นชายหนุ่มยุคใหม่ ที่ไม่ได้คว้าตัวผู้หญิงที่เขาต้องการไปกกในรังตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้า เธอ

ชายเหล่านี้จีบสาว หรืออย่างน้อยก็พยายามจีบเหมือนพระเอกในโรแมนซ์ทั่วไป และนั่นเป็นเสน่ห์อีกอย่างของเรื่อง

ในเรื่องนี้โธมัสเดินทางมาจากแคนาดาเพื่อตามหามาร์เกอริตผู้เป็นป้าในลอนดอน หลังจากเธอขาดการติดต่อไปราวสามวัน โธมัสเป็นคนเดียวในตระกูลอาร์ซาโนที่ว่างพอ ในสายตาของ "ผู้สูงอายุ" หรือแวมไพร์ที่อายุเกินกว่าสี่ร้อยปี โธมัสเป็นชายหนุ่มที่ไม่เอาไหน หยิบโหย่ง ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตัวตนของเขาในเล่มก่อนหน้าก็เป็นเช่นนั้น

แต่คนอ่านคงรู้ดีว่า พระเอกของเราเป็นคนเช่นนั้นไม่ได้จริงไหมคะ และโธมัสก็มีอาชีพลับ ๆ ซ่อนอยู่ เขาเป็นนักแต่งเพลงชื่อดัง ฝีมือเยี่ยม นอกจากนี้แล้วเขายังเป็นชายที่แสนจะโรแมนติกที่สุด

ใจนึงของแม็กซ์รักโธมัสมากกกกกกกก เขาเป็นพระเอกโรแมนซ์ที่สมบูรณ์แบบ เมื่อเขารู้ตัวว่าผิด เขาขอโทษนางเอก และไม่ใช่ด้วยคำขอโทษธรรมดา เขาเตรียมน้ำอุ่นให้เธออาบ สั่งอาหารให้เธอทาน เตรียมเตียงให้เธอนอน นี่เป็นสิ่งที่เขาเธอให้อินเนส ทั้งที่เพิ่งพบกันวันแรก

เขาคิดถึงความรู้สึกของอินเนสตลอดเวลา เขาไม่รบเร้าเธอเรื่องการเป็นคู่แท้ ไม่ใช้ความมาโชสไตล์แวมไพร์กับเธอ เขาอดทนและรอให้เธอเดินเข้ามาหาเขาเอง

เขาเป็นชายที่สมบูรณ์แบบ

แต่ในเวลาเดียวกัน ความสมบูรณ์แบบก็น่าเบื่อค่ะ แม็กซ์ชอบทั้งพระเอกและนางเอก แต่เรื่องมันไม่มีโฟกัส การตามหามาร์เกอริตดูไม่มีน้ำหนักและน่าสนใจเพียงพอ และเนื่องจากมาร์เกอริตกำลังจะเป็นนางเอกในเล่มสิบ ปริศนาเกี่ยวกับการหายตัวไปของเธอก็ไม่ได้รับการแก้ หรือเฉลย

หนึ่งในสามส่วนแรกของเธอน่าสนใจ เพราะแม็กซ์ชอบโธมัสและอินเนส ก็เลยอยากรู้เรื่องราวของพวกเขา หนึ่งในสามส่วนสุดท้ายของเธอก็น่าสนใจ เพราะเริ่มมีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นเกิดขึ้น ปัญหาคือช่วงกลางเรื่องที่ดูไร้จุดหมายไปสักนิด

ไม่ได้เลวร้าย แต่น่าเสียดายว่าเรื่องนี้น่าจะ "สมบูรณ์แบบ" ได้มากกว่านี้

คะแนนที่ 77

Saturday, January 31, 2009

Vampire, Interrupted // Lynsay Sands

ไม่ได้คาดหวังอะไรกะเรื่องนี้มากนะคะ เพราะบอกตามตรงว่าไม่ค่อยจะรู้สึกลุ้นไปกะชีวิตรักของมาร์เกอริตเท่าไหรนัก (แม้ว่าเธอจะเป็นที่รอคอยของใครหลายคน) แต่สุดท้ายแล้ว ก็ขอบอกว่า ในบรรดาสามเล่มหลังสุดที่ออกขายติดกันเนี่ย เล่มนี้ดีกว่าเพื่อน

และยังทำให้เราเปลี่ยนใจจากที่ว่าลินเซย์ แซนด์เก่งแค่เขียนหนังสือแนวตลกบริโภค (ไม่ได้ว่าหรอกนะ เขียนให้มันขำเนี่ยยากนะ เพียงแต่เราคิดว่าเธอเขียนได้แนวอย่างนี้อย่างเดียว) เพราะในเล่มนี้เธอสร้างพล็อตที่ซับซ้อนพอควรเลยล่ะ และถ้าคาดไม่ผิด เธอบอกใบ้คนอ่านตั้งแต่ในเล่ม A Bite to remember โน่นแล้วล่ะ

และเพื่อเป็นการเตือนคนสมองไว ขอบอกว่าอย่า อย่า อย่าเด็ดขาดไปอ่านตารางครอบครัวตระกูลอาร์ซาโน เพราะมันมีสปอยล์ตัวเบ้อเร่ออยู่ในนั้น แม็กซ์เผลอไปอ่านเข้า ก็เลยทำให้เดาพล็อตของเรื่องนี้ออกทั้งหมด และมันทำให้เซอร์ไพส์หายไปเลย

เหตุการณ์ในเรื่องนี้เกิดขึ้นเกือบจะคู่ขนานกับเหตุการณ์ในเรื่อง Vampires are forever เพียงแต่เป็นมุมมองคนละด้าน ระหว่างโธมัสผู้ตามหาการหายตัวไปอย่างลึกลับของมาร์เกอริต (ใน VAF) และเหตุผลที่ทำไมมาร์เกอริตจึงหายตัวไปในเล่มนี้

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มาร์เกอริตทำงานเป็นเรื่องเป็นราว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเป็นแม่บ้าน เป็นแม่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มต้นอาชีพกับงานนักสืบเอกชน ที่มาร์เกอริตยอมรับกับตัวเองอย่างรวดเร็วว่า เธอไม่เหมาะกะมันเลย แต่ในเมื่อรับปากกับคริสเตียนลูกค้าไปแล้วว่าจะตามหาแม่ของเขา เธอก็จะสานงานนั้นต่อให้เสร็จ

เพียงแต่งานนี้มันยากเกินและอันตรายเกินคาด เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับปลายดาบที่กำลังจะหั่นลงมาบนศีรษะ ชั่วแว่บเดียวเท่านั้นชีวิตอมตะของเธอก็จะไม่เป็นอมตะอีกต่อไป แต่มาร์เกอริตก็ขยับตัวได้ทัน

การถูกตามปองร้ายได้รับการอธิบายโดยจูเลียส น็อตติผู้เป็นพ่อของคริสเตียนว่า เป็นความพยายามจากครอบครัวของผู้เป็นแม่ของคริสเตียน ไม่มีใครอยากให้ตัวตนของผู้เป็นแม่ของคริสเตียนเปิดเผยออกมา และถ้าหากเป็นการเอาชีวิตมาร์เกอริต มันก็เป็นความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้

ในขณะเดียวกัน การได้พบกัน ก็ทำให้จูเลียสและมาร์เกอริตพบว่าทั้งคู่เป็นคู่แท้ของกันและกัน (คู่แท้ในหนังสือชุดนี้หมายถึงคนที่ไม่อาจอ่านความรู้สึกของอีกฝ่ายออก) แต่ด้วยความที่ประสบการณ์ด้านชีวิตคู่ของมาร์เกอริตไม่ค่อยดีนัก เพราะสามีคนแรกของเธอไม่ใช่คู่แท้ และสามารถควบคุมการกระทำของเธอได้ จูเลียสจึงเลือกที่จะไม่เปิดเผยความจริงที่ว่าเขาอ่านความคิดเธอไม่ออก

คณะทั้งหมด (มาร์เกอริต, จูเลียส, คริสเตียน, และเหล่าญาติทั้งหลาย) ออกเดินทางเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวตนของแม่ของคริสเตียน ในขณะเดียวกันศัตรูก็ตามปองร้าย

เล่ามากกว่านี้ก็สปอยล์แล้วล่ะค่ะ เอาเป็นว่าแม็กซ์สรุปว่า เล่มนี้อาจจะเป็นเล่มที่พล็อตเรื่องหนักที่สุดในชุดแล้ว แต่ด้วยสไตล์การเขียนของลินเซย์ ก็ยังทำให้เรื่องที่ว่าหนัก กลายเป็นเบา และสนุกได้

โดยรวมทั้งชุด แม็กซ์อยากให้หามาอ่านกันนะคะ สนุกน่ารักดี เป็นพารานอมอลแบบไม่เครียด ไม่ฮาจนไร้สาระ สนุกทุกเล่มค่ะ เพียงแต่เล่มไหนมากน้อยเท่านั้นเอง

คะแนนที่ 83

ข่าวบอกว่าเล่มหน้าจะเป็นเรื่องของมอร์ติเมอร์ซึ่งเป็นแวมไพร์นักล่า ที่เคยออกมามีบทบาทใน Bite me if you can เห็นว่าจะออกราวเดือนตุลาคม ชื่อเรื่องว่า The Rogue Hunter และนี่จะเป็นเล่มแรกที่ไม่ใช่เรื่องของแวมไพร์ในตระกูลอาร์ซาโน

Wednesday, January 21, 2009

The Rogue Hunter // Lynsay Sands

ขอชื่นชมลินเซย์ แซนด์เลยนะคะว่าเป็นนักเขียนบ้าพลังมาก ก็แหมปีนี้มีผลงานของเธอออกขายถึงสี่เล่ม ซึ่งถ้าไม่นับนอร่า โรเบิร์ต และซูซาน มัลลอรี แล้ว แม็กซ์ว่าเธอเป็นนักเขียนที่มีงานออกขายเยอะมากที่สุดคนนึงของปี

แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือของเธอทั้งสี่เล่มที่อยู่ในชุดอาร์ซาโน ก้ออยู่ในระดับที่ไม่ด้อยคุณภาพไปกว่ากันเลยสักเล่ม เรียกว่าแม็กซ์อ่านแล้วชอบทุกเล่มค่ะ

The Rogue Hunter ของลินเซย์ แซนด์

แต่แม้จะใช้ชื่อชุดว่าอาร์ซาโน แต่สำหรับหนังสือเล่มที่สิบในชุดอย่างเล่มนี้ ทั้งพระเอกและนางเอกก็ล้วนไม่ใช่คนในตระกูลนี้หรอกค่ะ ก็เหมือนกับหนังสือชุดทั่วไปแหละที่พอดังแล้ว คนแต่งก็ไม่ค่อยอยากจะจบลงง่าย ๆ ก็ต้องหาตัวละครเขียนต่อไปเรื่อย แต่ครั้งนี้แม็กซ์เห็นด้วยนะคะที่ลินเซย์เขียนชุดนี้ต่อ เพราะว่าหนังสือในชุดนี้ไม่ใช่หนังสือชุดชนิดที่ต้องอ่านต่อเนื่องกันไป หรือว่ามีพล็อตเกี่ยวข้องกันไปทุกเล่ม (ไม่ใช่สไตล์ดาร์คฮันเตอร์ หรือ BDB) ดังนั้นการจับเอาตัวละครอื่นนอกตระกูลมาเขียนก็ไม่ได้เสียหายอะไร

สำหรับพระเอกเล่มนี้ ถ้าเคยอ่านเรื่อง Bite me if you can ก็จะเคยเจอกับเขามาก่อน การ์เร็ตต์ มอร์ติเมอร์เป็นนักล่าแวมไพร์นอกลู่ ครั้งนี้เขาได้รับภารกิจให้ออกล่าแวมไพร์ที่ไปเที่ยวไล่กัดผู้หญิงในเมือง ชนบทแห่งหนึ่งในแคนาดา ทั้งนี้เพราะกฎของแวมไพร์แห่งทวีปอเมริกาเหนือก็คือการห้ามกัด ยกเว้นจะมีเหตุอันจำเป็นจริง ๆ การได้ข่าวว่าพบรอยกัดบนลำคอของหญิงสาวอาจเป็นชนวนทำให้เกิดการล่าแวมไพร์ อีกครั้งนึงก็ได้ ดังนั้นหน้าที่ของมอร์ติเมอร์และเพื่อนคู่หูอย่างบริคเกอร์ต้องทำก็คือ หาตัวแวมไพร์คนนั้นให้เจอ แล้วส่งให้สภาลงโทษ

ขอความกรุณาอย่าคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะมีอะไรที่ซีเรียส พล็อตการตามหาตัวแวมไพร์นอกรีตก็แทบจะไม่ได้มีน้ำหนักอะไรเลยนะคะ (แถมผู้ร้ายก็แสนที่จะ... จะบอกว่าฮาก็ฮา จะบอกว่างี่เง่าก็งี่เง่า) เนื้อที่ส่วนใหญ่เทให้กับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมอร์ติเมอร์และซาแมนธา เพื่อนบ้าน (ที่พวกเขามาพักอยู่เพื่อตามหาแวมไพร์นอกรีต) ซึ่งมอร์ติเมอร์พบว่าหลังจากแปดร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว เขาก้อได้พบกับคู่ชีวิตของตนเอง (ซึ่งต้องเป็นคนที่เขาไม่อาจอ่านความคิด หรือควบคุมการกระทำของเธอได้)

แรกทีเดียวมอร์ติเมอร์ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหรนักที่ได้แซมเป็นคู่ชีวิต เพราะเธอแตกต่างจากนางในฝันของเขาหลายขุม เขานึกว่าตัวเองได้จะสาวสไตล์เจสสิก้า แรบบิท แต่ดันได้แม่สาวโอลีฟมาแทน เพราะแซมไม่อึ๋ม แต่ออกแนวสูงโปร่งมากกว่า

แต่ก็แป๊บเดียวล่ะค่ะ มอร์ติเมอร์ก็เปลี่ยนใจอันมาหลงเสน่ห์แซมเข้าอย่างจัง

พล็อตเรื่องนี้ง่าย ๆ สบาย ๆ ค่ะ เรียกว่าไร้สาระเต็มที่ก็ว่าได้ แต่อ่านไปก็เพลินดี่ ประเด็นที่ติดใจเราหน่อยนึง (และหน่อยเดียวจริง ๆ) ก็คือ การที่คู่แท้ของแวมไพร์จะต้องไม่สามารถอ่านใจกันได้ออกนั้นดูจะเป็นพล็อตที่ บังคับความรักไปหน่อยน่ะ อย่างเคสของมอร์ติเมอร์เนี่ยเห็นได้ชัดเลย เพราะตอนแรกก็ดูไม่ชอบแซมนัก แต่พอแน่ใจว่าเธอเป็นคนที่ฟ้าส่งมาให้ ความรักก็ดูเกิดขึ้นง่ายไปหน่อยน่ะ

ตามไปอ่านในเว็บของนักเขียนได้ข่าวมาว่า เล่มถัดไปในชุดนี้เรื่อง The Immortal Hunter ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กเกอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักล่าแวมไพร์ที่มีบทบาทในเล่มนี้ด้วย จะมีด้านที่มืดกว่าเล่มนี้มาก และจะเผยความลับของตระกูลอาร์ซาโนอีกต่างหาก ก็เลยทำให้เกิดอาการอยากอ่านเข้าให้แล้วน่ะสิ

สำหรับเล่มนี้คะแนนที่ 70