Showing posts with label Christine Feehan. Show all posts
Showing posts with label Christine Feehan. Show all posts

Sunday, March 22, 2009

ร้ายนักรักเสียจริง

เมื่อวานได้นั่งคุยกับเพื่อนคอโรแมนซ์เหมือนกันหลายคน และหัวข้อสนทนาของพวกเราก็เป็นประเด็นที่ถูกใจแม็กซ์อย่างยิ่ง เพราะมันก็การพูดถึงลักษณะของตัวละครที่อยู่ในด้านสีเทา คนที่อาจจะไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ มีด้านมืดในจิตวิญญาณ แต่ในขณะเดียวกันก็มีแก่นบางอย่างที่แม้แต่ในยามที่เลวร้ายที่สุด ก็ไม่อาจละเมิดหลักการนั้นได้

สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านโรแมนซ์ มักจะมองว่าโรแมนซ์เป็นหนังสือที่มีมิติเดียว และเล่นกับประเด็นที่มีแต่ความงดงาม หลายคนที่แม็กซ์มีโอกาสคุยด้วย พวกเขามองโรแมนซ์ว่าเป็นนิยายพาฝัน (ซึ่งนี่เป็นชื่อที่ใช้เรียกนิยายโรแมนซ์จริง ๆ) เรื่องราวที่นางเอกที่เป็นสาวน้อยแสนดี ได้พบกับพระเอกผู้พร้อมพรั่ง คนที่จะนำพาเธอไปสู่ชะตาชีวิตอันแสนสุขสม และทุกคนก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป

แม็กซ์ไม่ปฏิเสธนะคะว่า มีนิยายโรแมนซ์แบบนั้น และไม่ปฏิเสธว่า นิยายแนวนั้นยังได้รับความนิยมจากคนอ่าน (หรือกระทั่งแม็กซ์เองในบางครั้งก็ต้องการหนังสือแนวนั้นเช่นกัน) แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่โรแมนซ์นำเสนอต่อคนอ่าน

ใ่ช้แล้วค่ะ โรแมนซ์มีด้านมืด ที่บางครั้งก็มืดเสียจนไม่แน่ใจว่าจะมีแสงสว่างอยู่ปลายอุโมงค์ไหม

โรแมนซ์มีความหลากหลายขนาดนั้น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่นักอ่านชาวไทยรับรู้กันทั่วไป เพราะการกลั่นกรองจากสนพ. ที่ยังคิดว่า นักอ่านโรแมนซ์แสนจะไร้เดียงสาเสียจนไม่อาจอ้าแขนโอบกอดความมืดไว้ได้ (ซึ่งแม็กซ์ก็ไม่โทษสนพ.หรอกนะคะ เขาต้องมุ่งหวังเพื่อกำไรเป็นหลัก คนอ่านโรแมนซ์ในเมืองไทยก็มีมากเสียที่ไหนกันเล่า ดังนั้นเขาก็ต้องผลิตแนวที่ถูกใจตลาดไว้ก่อนเป็นเรื่องธรรมดา)

อันที่จริงแม็กซ์เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Dark Romance เอาไว้แล้วค่ะแต่บลอกวันนี้แม็กซ์อยากจะพูดถึงโรแมนซ์ที่นำเสนอตัวละครที่ บางครั้งดูไม่ค่อยออกด้วยซ้ำว่าเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายเพิ่มเติมสักเล็กน้อย (แต่บางคนก็ซ้ำกับบลอกนั้นล่ะค่ะ เพราะพวกเขาโดดเด่นขนาดนั้น)

วิธีการที่นักเขียนโรแมนซ์ใช้เป็นส่วนใหญ่ในการเขียนให้ตัวละครที่ออกจะร้าย สักหน่อยกลายร่างเป็นพระเอกก็คือ การเขียนเรื่องต่อเนื่อง ตัวละครตัวนึงอาจจะเป็นตัวร้ายในเล่มแรก ก่อนที่จะกลายเป็นพระเอกในเล่มต่อมา นี่ไม่ใช่กลยุทธ์ใหม่เลยค่ะ นักเขียนหลายคนทำเช่นนั้น และได้ผล

นั่นก็เพราะว่า ตัวร้ายมักจะเป็นที่จดจำของคนอ่าน ยิ่งตัวร้ายที่ไม่ได้มีลักษณะของ "เกิดมาเลว" และเป็นคนที่มีเสน่ห์ในตัวเอง ก็ยิ่งเป็นตัวร้ายที่ได้ใจคนอ่าน สำหรับแม็กซ์แล้ว วิธีการนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อ คนแต่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวตนของคนคนนั้น ในท้ายทีสุดพวกเขาอาจจะเป็นตัวเอก อาจจะเป็นคนที่ดีขึ้น แต่ความเป็นเขาจะต้องเหมือนเดิม แม็กซ์ไม่ต้องการตัวเอกแนวผู้เคร่งศาสนาเกิดใหม่หรอกนะคะ เราต้องการด้านมืดที่เคยจับใจเรานั้นอยู่ค่ะ

แม็กซ์จึงขอโอกาสนี้พูดถึงหนังสือที่ตัวละครที่เคยเป็นตัวร้าย กลายร่างเป็นตัวเอกแล้วกันค่ะ

เซบาสเตียน เซ็นต์วินเซ็นต์ จาก Devil in Winter ของลิซ่า เคลย์แพส

บอกตามตรงนะคะ แม็กซ์ไม่ค่อยจะ "เชื่อ" ความเป็นตัวร้ายของเซบาสเตียนใน It happened one autumn เท่าไหรนัก เราคิดเสมอว่า เซบาสเตียนไม่มีเหตุผลอะไรเลยในการลักพาตัวลิเลียนไป นอกจากลิซ่า ต้องการให้เขาดูเป็นตัวละครที่เลวร้าย เพื่อที่เธอจะได้โชว์ให้คนอ่านเห็นว่า เมื่อเขาเป็นพระเอกแล้ว มันจะน่าสนใจขนาดไหน

แต่แม้แม็กซ์จะไม่เชื่อในพฤติกรรมที่เลวร้ายของเขา แต่แม็กซ์เชื่อหมดใจกับเรื่องราวของเขาใน DIW จะมีพระเอกคนไหนที่ได้ใจแม็กซ์ไปเท่ากับเขาอีกแล้ว ชายเสเพลที่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพียงเพราะความรัก ที่สำคัญแม็กซ์เชื่อในการเปลี่ยนแปลงนัก มันสมจริง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ความเจ้าเล่ห์ของเขาเลือนหายไปเลย

อิสเมล หรือเคาท์แห่งเอสมอนด์ จาก Captives of the Night ของลอเร็ตต้า เชส

อิสเมลเป็นพระเอกที่กลายร่างจากผู้ร้ายคนแรกที่แม็กซ์อ่าน และรักแรกก็เหมือนกันกับทุกคน มันยากที่จะเลือนหายไปจากใจ ก่อนหน้านั้นเรามักพบเจอแต่กับตัวละครที่มีมิติเดียว พระเอกที่อาจเคยทำผิดพลาดมาในอดีต แต่ความผิดนั้นก็เกิดจากความไม่ตั้งใจ ขาดเจตนา แต่มันไม่ใ่ช่สำหรับอิสเมล ใน The Lion's Daughter เขาคือน้องชายของสุลต่านที่ทำทุกอย่างเพื่อแย่งบัลลังค์ของพี่ชาย ไม่สำคัญว่าใครจะอยู่ในเส้นทางของเขา นั่นเป็นชีวิตที่อิสเมลรู้ัจักเพียงอย่างเดียว การได้มาซึ่งอำนาจคือการอยู่รอดในราชสำนักอันแสนอันตราย อิสเมลอาจจะใช้ข้ออ้างของความเป็นเด็ก (ยังไม่ถึงยี่สิบ) แต่เขาก็คือตัวการที่ทำให้พ่อของเลย์ล่าเสียชีวิต แม้เขาจะไม่ได้ลงมือ แต่ชีวิตของเลย์ล่าก็พินาศเพราะความไม่ยั้งคิดของเขา

ใน Captives of the night อิสเมลเติบโตขึ้น และเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แม็กซ์อาจพูดได้ไม่เต็มปากว่าเขายังรักษาด้านมืดของตัวเองเอาไว้นะคะ เพราะเขากลายเป็นผู้ชายที่ดีขึ้น แต่เส้นทางของการเรียนรู้ในการเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นมันก็น่าเชื่อและสมจริง ไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นคนดีชนิดชั่วข้ามคืน เพียงเพราะคนแต่งจะให้เขาเป็นพระเอกในเล่มต่อไป

นิโคลัส คารุทชี่ จาก Knight Errant ของมาริลีน แพพพาโน่

แม็กซ์ลังเลระหว่างเอธาน จาก Rogue's Reform กับนิคค่ะ เพราะเรามักเปรียบเทียบตัวละครสองตัวนี้เสมอว่าอาจจะเป็นคาแร็คเตอร์ที่ดี ที่สุดที่มาริลีนเคยเขียน ทั้งสองมีความเหมือนกันตรงที่เป็นตัวร้ายในเล่มก่อนหน้า และเหมือนกันตรงที่ทั้งคู่ต้องไถ่บาปกับการกระทำของตัวเอง สุดท้ายแล้วแม็กซ์เลือกนิค แม้ว่าคาแร็คเตอร์ของเอธานจะดูน่าสนใจกว่า เพราะในความร้ายของเขา มันไม่ได้มีแรงผลักดันอย่างที่นิคได้รับ เอธานเป็นผู้ชายที่เลือกทางออกที่ง่าย แม้มันจะหมายถึงการโกหก และหลอกลวง เขาเลือกที่จะขายที่ดินทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิให้กับแม่หม้ายลูกสองที่ฐานะ ไม่ได้ร่ำรวยไปกว่าเขา การกระทำของเอธานเลวร้ายกว่าที่นิค (ที่ทุกอย่างที่เลวร้ายแล้วเขาทำไปก็เพื่อการแก้แค้น)

เหตุผลเดียวที่เลือกนิค เพราะเราชอบเรื่อง Knight Errant มากกว่า ง่าย ๆ แค่นั้นเอง

อิลย่า พลาเคนสกี้ จาก Turbulent Sea ของคริสตีน ฟีแฮน

เช่นกันนะคะ อิลย่าไม่ถึงกับเข้าข่ายเป็นตัวร้ายในเล่มก่อนหน้า เพราะดูเหมือนว่าคนแต่งจะคิดมานานแล้วว่าจะให้เขาเป็นพระเอกในเล่มถัดไป แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้หรอกนะคะว่า พฤติกรรมหลายอย่างของเขาไม่ใช่สิ่งที่มีเกียรติและคาดหวังให้พระเอกกระทำเลย

อิลย่าเป็นตัวละครที่มีด้านมืดที่เด่นชัด มากขนาดที่แม็กซ์รู้สึกว่า ถ้าเขาไม่ได้ปักใจให้กับโจลี่ย์ (นางเอก) เขาก้ออาจจะไม่มีวันเดินออกมาจากความมืดได้แน่

จะสังเกตเห็นว่า ทั้งหมดเป็นพระเอก แม็กซ์คิดว่ามันเป็นความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันระหว่างคนอ่านที่เป็นผู้หญิง มีแนวโน้มที่จะให้อภัยพระเอกที่เคยร้ายมาก่อนได้มากกว่า นางเอกที่เคยร้าย อาจเพราะเรามีความอดทนต่อข้อเสียของคนเพศเดียวกันได้น้อยกว่า ทำให้การกลายสภาพของอดีตนางร้ายเป็นนางเอกจึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ น้อยมาก (โดยเฉพาะในโลกโรแมนซ์)

นอกจากนี้แล้วยังมีตัวเอกอีกประเภทที่ดูพฤติกรรมในเรื่องแล้ว ไม่สมจะเป็นพระเอกนางเอก (ในโรแมนซ์ เราคิดว่าเรื่องแนวอื่นมีความทนทานต่อคาแร็คเตอร์ที่ข้ามเส้นเหล่านี้ได้ อย่างไม่มีปัญหา) เอาเสียเลย แต่พวกเขาก็เป็น และสำหรับแม็กซ์ ตัวละครเหล่านี้แหละที่ทำให้ประสบการณ์การอ่านโรแมนซ์มีค่า เพราะขนาดคนที่ไม่ใช่คนดีที่สุด พวกเขาก็ยังได้พบกับความสมหวัง (และมันให้กำลังใจอย่างยิ่งสำหรับคนที่ "ร้าย" อย่างแม็กซ์ว่า สักวันเราก็คงจะเจอกะเขาบ้างนะ)

วิเวียน สวิฟ จาก Heart of Deception ของไทเลอร์ เชส

ไทเลอร์ เชสเป็นนักเขียนที่มีพรสวรรค์ และกล้าหาญเกินกว่าจะอยู่รอดในโลกของโรแมนซ์ ซึ่งหมายความว่า ปัจจุับันเธอเลิกเขียนนิยายไปแล้วค่ะ เรื่องราวของเธอมีด้านมืดที่อาจจะมากเกินกว่าที่นักอ่านโรแมนซ์ส่วนใหญ่จะ ยอมรับได้ และกระทั่งกับตัวเราเองที่คิดว่ามีความทนทานไม่น้อยแล้วนะคะ เรายังรับไม่ได้กับบางเรื่องของเธอ แต่ไม่ใช่สำหรับเล่มนี้ ซึ่งถ้าพูดตามตรง มันเป็นเรื่องที่เป็นสูตรสำเร็จที่สุดแล้วค่ะ

วิเวียน สวิฟเป็นเ้จ้าของโลกใต้ดินแห่งลอนดอน เธอและพี่ชายเป็นเจ้าพ่อและเจ้าแม่อาชญากรรมผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคอลิซา เบ็ธที่หนึ่ง กิจการผิดกฎหมายทั้งปวงอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของสองพี่น้อง และทางเดียวที่จะเข้าถึงอาณาจักรใต้ดินอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ก็คือ การปลอมตัวเข้าไปเป็นคนรักของวิเวียน และนั่นเป็นหน้าที่ของเรฟ สายลับเบอร์หนึ่งแห่งราชสำนัก เรื่องราวแห่งการหลอกลวง และความรักในเวลาที่ไม่มีใครคาดคิด เรื่องราวที่นำด้านมืดที่สุดของตัวละครมาให้คนอ่านค้นพบ และยังรู้สึกว่าคุณเข้าใจพวกเขา

วิเวียนเป็นคาแร็คเตอร์ชนิดที่แทบจะหาไม่ได้ในโรแมนซ์ เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ไม่ไร้เดียงสา และเป็นคนเลือกเรฟเป็นชู้ัรัก แทนที่จะให้พระเอกเป็นฝ่ายเลือกเหมือนสูตรสำเ็ร็จของโรแมนซ์ทั่วไป เป็นอาชญากรผู้เหี้ยมโหดได้ถ้าจำเป็น ในขณะเดียวกันก็มีอดีตอันปวดร้าวซึ่งเป็นแรงผลักดันความเป็นไปในปัจจุบัน

ตอนจบของหนังสือเรื่องนี้เป็นสูตรไปสักนิดค่ะ ซึ่งผิดคาดมากสำหรับแม็กซ์ที่เคยอ่านงานเล่มอื่นของไทเลอร์มาก่อน แต่อาจเพราะตอนจบที่แสนจะแฮ็ปปี้เกินเหตุแบบนี้ก็ได้มั้งคะ ที่ทำให้เรารักเรื่องนี้มาก

เอเดียน จาก Uncommon Vows ของแมรี่ โจ พุธเน่ย์

สำหรับลูกชายคนเล็กผู้ซึ่งใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตในวัด เพื่อเตรียมตัวบวชเป็นพระ ข่าวการตายของคนทั้งครอบครัวย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดว่าจะได้รับในคืนวัน คริสต์มาส แต่ที่มากกว่านั้น เอเดียนพบว่าเขาคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่รอดชีวิต และอัศวินทุกคนที่มีชีวิตรอดจากการเข่นฆ่าคาดหวังให้เขาเป็นผู้นำ

จากชีวิตที่เรียบง่ายและถูกต้องดีงาม เอเดียนต้องเลือกชีวิตแห่งการต่อสู้และเอาชีวิต และในที่สุดมันก็กัดกินไปถึงดวงวิญญาณของเขา เมื่อเขาได้พบกับมิวเรียล หญิงสาวที่เขาบอกกับตัวเองว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาครอบครอง และมันไม่สำคัญเลยว่าเธอจะยินยอมหรือไม่

อันที่จริงพฤติกรรมของเอเดียนไม่ได้ต่างจากพระเอกโรแมนซ์ยุคอัศวินส่วนใหญ่ เลย พวกนี้เห็นนางเอกก็ต้องการนางเอก จากนั้นก็บังคับหรือข่มขู่ให้ได้นางเอกมา สิ่งที่เอเดียนแตกต่างออกไปก็คือ เขามีการสำนึกผิด และไถ่โทษ และนั่นทำให้หนังสือเรื่องนี้โดดเด่นในความทรงจำของเรา เพราะโรแมนซ์ที่เราคุ้นเคยกัน พระเอกไม่เคยสำนึกผิด เพราะพวกเขาไม่เคยคิดว่าการกระทำของพวกเขาเป็นความผิด และเช่นเดียวกันเหล่านางเอกไร้กระดูกสันหลังก็เห็นตามว่า การที่พระเอกลักพาตัวพวกเธอมา เป็นเพราะความรัก ทั้งที่ความรักไม่เกี่ยวอะไรกันเลย

สุดท้ายแม็กซ์อยากจะบอกว่า โรแมนซ์ในด้านมืด ที่ซึ่งอาจจะแยกพระเอกกับผู้ร้ายไม่ออก เป็นความน่าสนใจชนิดที่แม็กซ์ปฏิเสธไม่ออก ก็เลยอยากทิ้งคำถามเพื่อน ๆ กันว่า มีตัวร้ายที่รักกันบ้างไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นตัวร้ายรีไซเคิลที่กลายเป็นพระเอกไปแล้ว หรือว่าตัวร้ายที่ร้ายจริงร้ายจัง

Saturday, January 31, 2009

Safe Harbor // Christine Feehan

หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่ค้างข้ามปี เพราะว่าออกขายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเมื่อปีก่อน แต่เล่มนี้มีเหตุผลเป็นพิเศษที่ต้องดองเค็มค้างปีค่ะ

และไม่ได้เป็นเพราะว่าอาการเบื่อเจ๊คริสตีน ฟีแฮนหรอกนะคะ โอเคแม็กซ์ยอมรับนะว่าเบื่ออาเจ้เต็มทนกะชุดคาร์พาเธียนที่ดูจะไม่ไปถึงไหน (แม็กซ์อ่านค้างไว้ตั้งแต่ Dark Secret ที่พออ่านจบอยากจะเอาขวานไปจามหัวพระเอก ก็เลยคิดว่าหยุดกันไว้ก่อนดีกว่า ก่อนที่ความรุนแรงมันจะทวีมากไปกว่านี้ ล่าสุดก็ค้างมาสามสี่เล่มแล้วล่ะ) แต่หนังสือชุดพี่น้องตระกูลเดรคนี่ถือว่าเป็นชุดที่ยังอ่านได้ (และน่าอ่าน) สำหรับแม็กซ์อยู่

แม็กซ์ชอบเรื่อง Ocean of Fire (เล่มสามในชุด) มาก หลายคนคงพอเคยได้ยินแม็กซ์พูดถึง แม้จะผิดหวัง (มาก) จากเล่มสี่เรื่อง Dangerous Tides แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สาเหตุที่แม็กซ์ไม่ยอมอ่านเล่มห้า หรือเรื่อง Safe Harbor เล่มนี้

เหตุผลสำคัญมาจากเพื่อนที่รู้ใจแม็กซ์มากส่งคำเตือนมาตั้งแต่ปีก่อนช่วงหนังสือออกใหม่ ๆ บอกแม็กซ์ว่า "เธออย่าเพิ่งอ่านเล่มนี้นะ"

แม็กซ์ก็ถามกลับว่า "ไม่หนุกเหรอ"

เธอก็ตอบกลับมา "เปล่า แต่คิดว่าถ้านู๋แม็กซ์อ่าน จะต้องเกิดอาการเหมือนที่พี่เป็นกับจอห์น เมดิน่า ตอนที่ได้อ่าน Kill and Tell"

นั่นเป็นคำเตือนที่ชะงัก ได้ผลเด็ดขาด ทำให้แม็กซ์วางแล้วเอาเล่มนี้ไปซ่อนให้พ้นหูพ้นตาไปเลย สำหรับคนที่ไม่เข้าใจความหมาย (ซึ่งไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะมันก็เป็นกึ่งโค้ดลับระหว่างเราสองคนอยู่แล้ว) แม็กซ์ก็ขออธิบายนิดนึง นะคะ

จอห์น เมดิน่าเป็นตัวละครของลินดา โฮเวิร์ดที่ออกมามีบทบาทครั้งแรกในฐานะตัวละครรองในเรื่อง Kill and tell แต่ใน K&T ที่เขาออก ก็ออกมาชนิดขโมยซีน ชนิดทำเอาคนอ่านเกิดอาการอยากรู้เรื่องของเขา อยากอ่านเรื่องของเขาอย่างรุนแรง และลินดาก็ไม่ยอมเขียนเรื่องของเขาทันทีจนกระทั่งอีกหลายปีต่อมา ระหว่างนั้นเพื่อนคนนี้ของแม็กซ์น่าสงสารมาก เกิดอาการทุรนทุรายอยากอ่าน ซึ่งแม็กซ์ก็โชคดีไม่ได้เป็นด้วยหรอกนะคะ เพราะตอนที่ K&T ออกขาย แม็กซ์ยังไม่ได้อ่านโรแมนซ์ กว่าจะมาอ่าน K&T เรื่องของจอห์น เมดิน่าก็ออกขายแล้ว (และด้วยความเห็นส่วนตัว สนุกสู้ K&T ไม่ได้ด้วยซ้ำ) ก็เลยไม่เกิดอาการ แต่เข้าใจเลยล่ะว่า อาการคลั่งตัวละครรองเป็นยังไง

ดังนั้นจึงต้องขอขอบคุณเพื่อนรักคนนี้มาก ๆ ค่ะ เพราะถ้าไม่ห้าม อาการที่แม็กซ์เป็นอยู่ตอนนี้คงจะเกิดตั้งแต่เมื่อปีก่อน และเวลาหนึ่งปีที่รอคอยด้วยความอยากอ่านคงจะทุกข์ทรมานไม่น้อย

แต่ก็เหมือนรู้ว่าได้เวลา เพราะเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา แทนที่จะตื่นนอนด้วยความงุนงง ความคิดแรกของแม็กซ์ก็คือ Safe harbor มันได้เวลาที่ต้องอ่านแล้วล่ะ เพราะเล่มต่อไปในชุด (หรือเล่มหก) ก็จะเป็นเรื่องราวของตัวละครรองคนนี้ คนที่แม็กซ์รอคอยและอยากอ่าน

ดังนั้นบลอกวันนี้แม้จะเป็นการรีวิวเรื่อง Safe Harbor แต่โปรดทำใจว่า โฟกัสของแม็กซ์ไม่ได้อยู่ที่พระเอกหรือนางเอก แต่อยู่ที่อิลย่า พราเคนสกี้ ตัวละครรองที่ทำเอาแม็กซ์ตอนนี้ใจคอไม่อยู่กะเนื้อกะตัว

คนที่อ่านหนังสือชุดพี่น้องตระกูลเดรคมาก็คงพอจะรู้ว่า พระเอกและนางเอกของเล่มนี้เป็นคู่ที่ปรากฎชัดตั้งแต่เล่มแรกที่พวกเขาออกมา มีบทบาทกัน (ใน Magic in the wind ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุด) โจนาส แฮริ่งตันหลงรักฮันนาห์ เดรคตั้งแต่เจอเธอครั้งแรกในสนามเด็กเล่น จุดเริ่มต้นไม่ใช่ความรักอย่างหนุ่มสาว แต่เขาห่วงใยเธอ ดูแลเธอเหมือนพี่ชายคนโต เมื่อเขาโตขึ้น โจนาสก็รู้ว่า ชีวิตของเขามีแต่ฮันนาห์เพียงคนเดียวเท่านั้น

ส่วนฮันนาห์ เธอก็รักโจนาสมานาน เรื่องมันคงไม่มีพล็อตอะไรถ้าสองคนนี้พูดกันให้มากขึ้น ทั้งคู่ก็คงแต่งงานกันไปก่อนเล่มหนึ่งด้วยซ้ำ แต่แนะล่ะ เพื่อเพิ่มเนื้อหาให้หนังสือ ทั้งโจนาสและฮันนาห์ก็ดูจะไม่ถูกกันนัก เถียงกันตลอด ด้วยนิสัยที่ออกอัลฟ่าชอบออกคำสั่งของโจนาสที่กะเกณฑ์ให้ฮันนาห์ทำตามความ ต้องการของเขา และหนึ่งในนั้นคือการห้ามไม่ให้ฮันนาห์ทำอาชีพนางแบบอีกต่อไป เขาไม่ชอบให้เธอโชว์เนื้อหนังให้ชายอื่นชื่นชม ไม่ชอบให้เธออยู่ท่ามกลางฝูงชน เพราะเขารู้ว่าเธอไม่สบายใจที่จะทำอย่างนั้น (แต่เธอก็ทำเพื่ออาชีพ)

แม็กซ์ยอมรับนะคะว่า เล่มนี้ทำให้ตัวเองเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับโจนาสได้ เพราะตลอดสี่เล่มในชุด แม็กซ์ไม่ชอบวิธีการที่เขาปฏิบัติต่อฮันนาห์มากนัก เขาออกคำสั่ง และคาดหวังให้เธอทำตาม แต่ในเล่มนี้เมื่อเรื่องของทั้งสองคนกลายเป็นตัวเอก แม็กซ์ก็เข้าใจเขา และเห็นด้วยว่า ฮันนาห์จำเป็นต้องมีคนออกคำสั่ง

ฮันนาห์เป็นนางแบบดังระดับโลก และแม็กซ์ขอบอกว่านางแบบเป็นอาชีพที่ไร้สมองที่สุดที่แม็กซ์คิดออก โปรดอ่านให้ชัดเจนว่า แม็กซ์ไม่ได้พูดว่า นางแบบเป็นคนไร้สมองนะคะ นางแบบฉลาดมีตัวอย่างให้เห็นเยอะ เพียงแต่แม็กซ์ไม่รู้สึกว่า อาชีพนางแบบจำเป็นต้องใช้สมองเท่าไหรนัก ไม่ต้องท่องบทหรือเล่นละครอย่างนักแสดง ไม่ต้องเสียงดีเหมือนนักร้อง

และในกรณีของฮันนาห์ เธอก็ไปไกลกว่านั้นอีก เธอเป็นหนึ่งในนางเอกที่แม็กซ์จัดประเภทให้อยู่ในจำพวก "โง่เกินกว่าจะควรมีชีวิตอยู่" เพราะด้วยความเป็นคนดัง เธอถูกพวกโรคจิตและอยากดังตามตื้อตลอด โจนาสเตือนเธอถึงอันตรายของคนพวกนั้น ฮันนาห์ผู้ชาญฉลาด (ประชดคร้าบ) ทำไงรู้ไหมคะ

มีชายโรคจิตคลั่งไคล้ตัวเธออย่างหนัก ถึงขั้นเขียนจม.ขู่ ฮันนาห์ตอบสนองหลังจากโจนาสเตือนให้อยู่ห่างชายคนนั้น ด้วยการไปพบเขาทุกครั้งที่มีงานเดินแบบ ให้รูปของเธอพร้อมลายเซ็นต์ทุกครั้ง

มีบาทหลวงคลั่งลัทธิคิดจะให้ฮันนาห์เป็นตัวอย่างในการประจานถึงความโสมม ของวงการนางแบบ ฮันนาห์คนเก่ง (หลังจากได้รับคำเตือนของโจนาส) เดินทางไปพบเขาเป็นการส่วนตัวเพื่อพูดคุยกันด้วยเหตุผล

แต่ฮันนาห์มีข้อดีนะคะ (อันนี้ไม่ได้ประชด) และมันเป็นข้อดีมากพอที่แม็กซ์ให้อภัยกับ "ความโง่" ของหล่อนได้ นั่นก็คือ เธอรู้ตัวว่าตัวเองโง่ และยอมรับออกมากับพระเอก เมื่อเหตุการณ์มันรุนแรงเลยเถิดจนตัวเองถูกทำร้าย นางเอกชนิดนี้หาได้ยากมาก และควรเก็บรักษาไว้ให้เป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ และนั่นทำให้แม็กซ์ชอบเธอ

นอกจากนี้แล้วคริสตีนก็ยังอธิบายนิสัยชอบออกคำสั่งของโจนาสได้ดี เขาสั่งให้ฮันนาห์เลิกเป็นนางแบบ ไม่ใช่เพราะเพื่อตัวเขาเอง (ซึ่งไม่ชอบอาชีพของเธอ) แต่เพราะเขารู้จักฮันนาห์ดีที่สุด เขารู้ว่าเธอไม่สบายใจในการอยู่ท่ามกลางฝูงชน และทำอาชีพนางแบบเพราะแรงกดดันของพี่น้องซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่ประสบความ สำเร็จในชีวิต (น้องสาวคนนึงของฮันนาห์เป็นนักร้องเพลงร็อคชื่อดัง พี่สาวคนนึงเป็นนักเขียน อีกคนเป็นหมอ) ทำให้เธอต้องพยายามประสบความสำเร็จบ้าง และเนื่องจากทุกคนบอกฮันนาห์ว่าเธอสวยมากเพียงใด เธอจึงยึดเอาอาชีพนางแบบเป็นหนทาง แม้ใจจริงแล้วเธอจะไม่ชอบมันเลย และเธอจะมีความสุขมากกว่าหากจะได้ทำหน้าที่แม่บ้าน

นางเอกไม่จำเป็นต้องมีแรงทะเยอทะยานเสมอไปหรอกนะคะ แม็กซ์ชอบฮันนาห์แม้จะไม่ชอบนิสัยของเธอ เธอดูถูกตัวเอง คิดว่าตัวเองไร้ค่า คิดว่าไม่สวยทั้งที่ทุกคนในเรื่องก็บอกว่าสวย แต่แม็กซ์ยังชอบเธอเพราะฮันนาห์รู้ว่าตัวเองคิดผิด แต่ไม่อาจห้ามความคิดตัวเองได้ การรู้จักตัวเองเป็นคุณสมบัติที่น่าชื่นชม

เรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยความเข้าใจว่าโจนาสและฮันนาห์รักกันอย่างมาก แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ลงเอยกันสักที เพราะอาชีพของฮันนาห์ที่โจนาสไม่ชอบ และความเข้าใจผิดของฮันนาห์ที่คิดว่าโจนาสไม่รักเธอ แต่แล้วการปฏิบัติงานลับของโจนาส (ซึ่งปัจจุบันเป็นนายอำเภอในเมืองทีสาวตระกูลเดรคอาศัยอยู่) ที่เจ้านายเก่าเรียกไปทำ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ฮันนาห์ซึ่งอยู่ไกลหลายร้อยไมล์ใช้พลังจิตของเธอในการช่วยชีวิตเขา (แม็กซ์บอกรึยังว่าพี่น้องตระกูลเดรคล้วนมีพลังจิตพิเศษ) แต่เมื่อเขาพักรักษาตัวอยู่ ฮันนาห์ก็ต้องเดินทางไปเดินแบบที่นิวยอร์คตามลำพัง ซึ่งงานนี้จะเป็นงานสุดท้ายของเธอ (เธอตัดสินใจออกจากวงการ) แต่ในขณะที่เธออยู่ในงานเดินแบบที่ถ่ายทอดสด คนร้ายก็บุกเข้าไปทำร้ายเธอจนปางตาย

โจนาสซึ่งเห็นเหตุการณ์ผ่านหน้าจอทีวีรีบรุดไปที่เกิดเหตุ และพาตัวฮันนาห์กลับมาพันฟื้นที่บ้านเกิด และพยายามสืบหาคนร้าย พล็อตเรื่องนี้มีแค่นี้ล่ะค่ะ ส่วนใหญ่เป็นการทำความเข้าใจฮันนาห์และโจนาส (และแม็กซ์คิดว่าคริสตีนทำได้ดี เพราะแม็กซ์ไม่ชอบสองคนนี้ตั้งแต่ต้น แต่ในเล่มนี้ก็เข้าใจว่าทำไมพวกเขาจึงเป็นคนอย่างที่พวกเขาเป็น)

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องตระกูลเดรคก็น่าสนใจในอีกรูปแบบนึง พี่น้องผู้หญิงเจ็ดคนที่มีพลังเหนือธรรมชาติ เมื่ออยู่รวมกันพวกเธอทำได้ทุกอย่าง เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันอย่างมาก แต่กระนั้นแม็กซ์ก็ยังรู้สึกว่ามันมากเกินไปสักหน่อยในฉากที่บรรดาพี่น้อง ของฮันนาห์เขียนจม.ถึงเธอ มันเรียกน้ำตาเกินไป แต่ก็นั่นแหละนะคะ แม็กซ์ (ซึ่งไม่มีพี่น้อง) ชอบความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องแนวนอร่า โรเบิร์ตเขียนในชุดดรีมมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าพี่น้องตระกูลเดรคจะเลวร้ายอะไรนะคะ

โดยรวมเล่มนี้สนุกใช้ได้ค่ะ อันที่จริงดีเหนือความคาดคิดไว้เยอะค่ะ คะแนนที่ 70 (ไม่นับความคลั่งตัวละครรอง ที่ขโมยทุกซีนที่เขาออก)

โอเคค่ะส่วนรีวิวจบไปแล้วนะคะ แม็กซ์ต้องใช้ความพยายามมากที่จะไม่นอกเรื่องพูดถึงอิลย่า แต่ถ้าจะไม่พูด ไอ้ความคลั่งส่วนตัวมันก็ไม่ได้ระบายออกมา ดังนั้นขอเตือน (อีกแล้ว) ว่าต่อไปจะเป็นการพูดของคนที่อยู่ในอารมณ์กรี๊ดสลบ อยากอ่านเรื่องของเขามาก ๆ

มันไม่ได้มีสาระอะไรหรอกนะคะ แค่เป็นการบอกเหตุผลที่ทำไมแม็กซ์ถึงหันมากรี๊ดตัวละครตัวนี้มากอย่างนี้

อิลย่า พราเคนสกี้เป็นตัวละครที่ออกมาครั้งแรกในชุดพี่น้องตระกูลเดรคในเรื่อง Ocean of Fire (หนังสือในชุดที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดตอนนี้) เขาเป็นความลึกลับ เป็นนักฆ่ามือหนึ่ง เป็นคนที่ทำงานที่ไม่มีใครอยากทำ ที่ปัจจุบันทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับมาเฟียใหญ่ชาวรัสเซีย แต่การกระทำหลายอย่างของเขาบ่งบอกว่ามันต้องมีมากกว่านั้น

ในเรื่อง OOF เขาเกือบจะขโมยซีนไปจากซาช่าพระเอก โชคดีของซาช่าที่อิลย่าออกมามีบทไม่มากนัก (ไม่อย่างนั้นคงสำเร็จไปแล้วล่ะ) เขาปรากฏกายในฐานะอดีตสายลับ ปัจจุบันนักฆ่าที่อยู่ภายใต้คำสั่งฆ่าของรัฐบาลรัสเซีย และแม้แต่ซาช่าคนที่โตมากับเขา ก็ยังไม่รู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นใครกันแน่ และที่ช็อคคนอ่านใน OOF ก็คือ อิลย่าเป็นหนึ่งในคนที่มีพลังจิต (ซึ่งในเรื่องไม่ใช่จะมีกันทุกคน) และที่สำคัญพลังของเขามีมากพอกับเหล่าพี่น้องตระกูลเดรคเลยทีเดียว

เป็นที่รู้กันอย่างชัดเจนสำหรับคนที่อ่าน OOF ว่า อิลย่าน่าจะเป็นพระเอกในเล่มหก เพราะเขาสนใจ และปิ๊งกันอย่างรุนแรงกับโจลีย์ เดรคน้องสาวคนที่หก เขาอาจจะเป็นคนเดียวที่ควบคุมความระห่ำของโจลีย์ได้อยู่ ในตอนจบเล่ม OOF อิลย่าช่วยชีวิตซาช่าเอาไว้ เพื่อแลกกับความสัญญาของพี่น้องตระกูลเดรคว่าจะต้องติดหนี้บุญคุณเขา ซึ่งเขาก็ได้ใช้คำสัญญานั้นใน Safe Harbor โดยแลกกับการที่ให้บอกชื่อของผู้ชายที่โจลีย์มีภาพวามหวามอยู่ด้วยกัน เพื่อที่เขาจะได้ตามฆ่าผู้ชายได้ถูกคน

แม็กซ์อาจจะโรคจิตนะ แต่ฉากนั้นทำเอาหัวใจอ่อนระทวยไปเลย นี่มันสเป็คพระเอกของแม็กซ์ชัด ๆ

และใน SH อิลย่าก็ขโมยทุกซีนที่เขาออกมามีบทบาท และเล่มนี้เขาออกเยอะด้วย (ซึ่งต้องขอบคุณเพื่อนที่รักที่รู้จักแม็กซ์ดีว่า จะกรี๊ดสลบขนาดไหนกะผู้ชายคนนี้) แถมตอนท้ายเรื่องก็แสดงอาการเหมือนที่ซุปเปอร์แมนทำใน Crazy Sweet (สำหรับคนที่จำไม่ได้ เล่มนั้นคริสเตียนที่ไม่ใช่พระเอก กลับเป็นคนที่ออกตามล่าและฆ่าผู้ร้ายตายหมดคนเดียว)

ตอนนี้แม็กซ์เลยมีอาการอิลย่าฟีเวอร์อยู่นะคะ ข่าวดีก็คือ คงจะเป็นไม่นาน เพราะเรื่องของเขากำลังจะออกขายเดือนหน้านี้แล้วล่ะ

Friday, January 23, 2009

Turbulent Sea // Christine Feehan

คนที่ติดตามอ่านบลอกของแม็กซ์มาสักระยะนึงก็คงพอรู้ถึงความ "อยากอ่าน" จนเข้าขั้นคลั่งของแม็กซ์ที่มีต่อหนังสือเรื่องนี้

แต่แม็กซ์ว่าทุกคนก็คงจะเข้าใจดีถึงความเป็นดาบสองคมของความคาดหวัง ถ้าคุณตั้งความหวังไว้มาก คุณก็จะยิ่งผิดหวังมากตามตัวไปเท่านั้น และสำหรับเรื่องนี้ แม็กซ์ก็ขอบอกเลยว่า หวังมากจริง ๆ

แต่คราวนี้ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่หนังสือมันดีเกินกว่าความคาดหวังเสียอีก

Turbulent Sea ของคริสตีน ฟีแฮน

หนังสือเล่มที่หกในชุดพี่น้องตระกูลเดรค เรื่องราวของน้องสาวคนที่หก โจลี่ย์ เดรค นักร้องเพลงร็อคชื่อดังก้อง แต่ไม่ใช่โจลี่ย์หรอกนะคะที่ทำเอาแม็กซ์สติแตกกระเจิง แม็กซ์ไม่เคยสติแตกเพราะนางเอกอยู่แล้ว

เป็นอิลย่า พราเคนสกี้ต่างหากที่ทำให้แม็กซ์เกิดอาการนี้ขึ้นมาได้ อิลย่า หนุ่มรัสเซียนผู้ลึกลับ เขาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับมาเฟียใหญ่ชาวรัสเซียนเช่นกัน แต่คนที่พบเห็นเขา รับรู้ได้ในทันทีว่าเขาเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ลิ่วล้อ

อิลย่าพบกับโจลี่ย์ เดรคในเรื่อง Ocean of Fire (เล่มสามในชุด) และตั้งแต่วินาทีนั้น ทุกคน (ทั้งตัวละครในเรื่อง และคนอ่าน) ก็รู้ว่า ทั้งคู่เกิดมาเพื่อกันและกัน แต่สำหรับโจลี่ย์แล้ว การยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อเธอยังคิดว่าอิลย่าเป็นนักฆ่าที่มือเปื้อนเลือด เป็นหนึ่งใน "คนชั่ว"

แต่ก็แน่ล่ะ สำหรับนิยายโรแมนซ์ พระเอกที่เป็นคนเลวจริง ๆ ก็คงจะไม่อาจเป็นพระเอกได้ และก็เช่นกัน อย่างที่บอกใบ้ก่อนหน้ามาแล้วหลายเล่ม อิลย่าไม่ใช่แค่ "นักฆ่า" เขาเป็นมากกว่านั้น แต่แม็กซ์ขอชมคนแต่งเลยนะคะ เพราะการแปรสภาพอิลย่าจากตัวละครที่ดู "เกือบเลว" มาเป็นพระเอก เธอไม่ได้ทำให้ความเป็นเขาสูญเสียไปเลย

อิลย่ายังเป็นผู้ชายที่เยือกเย็น เหี้ยมโหด และน่ากลัวคนเดิมที่เราอ่านในเล่มก่อนหน้า เขาจำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเพื่อเอาตัวรอดในเกมส์ที่เขากำลังเล่นอยู่ แต่โจลี่ย์ทำให้คนอ่านเห็นเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป และอย่างคำพูดที่เขาพูดกับโจลี่ย์ เขาก็เป็นได้อย่างที่เขาเป็น เพราะอดีตหล่อหล่อมเขามาเช่นนั้น

"I live the way I have to in order to survive every minute of every day. Do I do abhorrent things? Yes. Do they bother me? No, not anymore. The lines blurred a long time ago. You are the only thing real in my life-the only thing for absolute certai. You. If you don't save me, I'm lost..."

อย่างที่บอกค่ะ แม็กซ์คาดหวังกับเรื่องนี้มาก เพราะคาแร็คเตอร์ของอิลย่าที่ออกทำให้แม็กซ์อยากรู้จัก และอ่านเรื่องของเขามากขึ้น และแม้ว่าในเล่มนี้จะไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดถึงวัยเด็ก แต่มันก็แสดงความเป็นเขาออกมาครบถ้วน เป็นครั้งแรกที่คนอ่านได้เข้าไปเห็นความคิดของเขา และสำหรับแม็กซ์แล้ว มันเป็นส่วนที่ดีที่สุดในเรื่อง

เพื่อนของแม็กซ์ล้วนรู้ดีว่า เราไม่ชอบตัวละครที่สมบูรณ์แบบ เราชอบคนที่มีข้อบกพร่อง มีอดีต และเคยทำเรื่องเลวร้าย และเช่นกันแม้คริสตีนจะไม่ได้บรรยายการกระทำของอิลย่าออกมาเป็นภาพชัดเจน เราก็รับรู้ถึงด้านมืดที่เขาต้องเผชิญ และที่สำคัญที่สุด คริสตีนทำให้แม็กซ์เชื่อว่า โจลี่ย์คือคนที่ดึงอิลย่าออกมาจากความเลวร้ายนั้นได้

โจลี่ย์เป็นนางเอกที่คู่ควร แม็กซ์พูดไปแล้วว่าแม็กซ์ไม่เคยกรี๊ดกับนางเอกเล่มไหน แต่รู้อะไรไหมคะ การที่แม็กซ์จะตัดสินว่า หนังสือเล่มไหนมีคุณค่ามากน้อย ปัจจัยที่เป็นตัวตัดสินมาตลอดก็คือนางเอก เพราะถ้าโจลี่ย์ไม่คู่ควรกับอิลย่าแล้ว ไม่ว่าคริสตีนจะเขียนคาแร็คเตอร์ของเขาได้ดีแค่ไหน มันก็จะกลายเป็นความผิดหวัง แต่แม็กซ์ไม่รู้สึกถึงความผิดหวังในเล่มนี้แม้แต่น้อย

รีวิวคราวนี้แม็กซ์พูดถึงตัวละครเป็นหลัก เพราะสำหรับแม็กซ์แล้ว เล่มนี้คือตัวละครที่ทำให้จิตใจของแม็กซ์จดจ้อง พล็อตเรื่องเป็นส่วนรอง แต่แทบไม่มีความสำคัญเลย แม็กซ์อ่านหนังสือเล่มนี้เพราะอยากอ่านเรื่องของอิลย่าและโจลี่ย์ และนั่นก็คือสิ่งที่แม็กซ์ได้

ขอวกกลับมาที่พล็อตหน่อยแล้วกัน เพราะคนที่ไม่เคยอ่านชุดนี้เลย ก็คงคิดว่าแม็กซ์เพี้ยนไปแล้ว พล็อตเรื่องก็ง่าย ๆ ค่ะ แต่ไม่แน่ใจนะคะว่าถ้าคุณไม่เคยอ่านเรื่องในชุดพี่น้องตระกูลเดรคมาก่อนเลย จะงงไหม เพราะมีหลายส่วนในเรื่องที่กล่าวถึงอดีต ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อิลย่าและโจลี่ย์พบกันเป็นครั้งแรก ตัวละครที่ตามติดมาจากเล่มก่อนหน้าที่กลายเป็นตัวละครหลักในเล่มนี้

โจลีย์นักร้องเพลงร็อคชื่อดังที่กำลังออกทัวร์คอนเสิร์ตไปร่วมงานปาร์ตี้ หลังคอนเสิร์ตที่จัดโดยเซอร์ไก นิกิติน ซึ่งเป็นเจ้านายของผู้ชายที่รบกวนการนอนหลับของเธอมาหลายคืน เธอหลอกตัวเองว่ามีเรื่องต้องไปพูดคุยกับสมาชิกในวง จึงต้องไปร่วมงานปาร์ตี้ แม้ความจริงเธอต้องการเพียงได้พบกับอิลย่า พราเคนสกี้ เธอรู้ว่าเขาไม่เหมาะสม เขาเป็นเลวร้ายที่เธอควรจะหนีห่าง แต่นับจากวันที่ได้พบกันครั้งแรกเมื่อปีก่อน เธอก็ไม่อาจสลัดเขาออกไปจากใจได้

แต่การไปงานปาร์ตี้ทำให้โจลี่ย์บังเอิญไปพบเห็นเรื่องสำคัญเข้า เธอพบกับเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าที่มาร่วมงาน ซึ่งต่อมาเด็กคนนั้นหายตัวไป และนั่นกลายเป็นปมสำคัญที่ทำให้เธอถูกตามปองร้าย และแน่ล่ะตามประสาหนังสือโรแมนซ์ก็เป็นหน้าที่ของอิลย่าที่ขี่ม้าขาวมาคอย คุ้มครองนางเอก

พล็อตเรื่องง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก หลายจุดไม่มีเหตุผลด้วยซ้ำ (อย่างอิลย่าเป็นบอดี้การ์ดในนิกิติน แต่อยู่ ๆ ก็ย้ายมาทำงานให้โจลี่ย์โดยให้เหตุผลที่ดูเชื่อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ) แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับแม็กซ์ เพราะไข้อิลย่าทำให้สมองส่วนเหตุผลบกพร่องไปชั่วขณะค่ะ

จุดที่แม็กซ์ชอบเล่มนี้มากที่สุด นั่นเพราะไม่มีสักครั้งเลยที่อิลย่าคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับโจลี่ย์ ไม่ใช่ว่าเขาคิดว่าตัวเองเป็นคนดีเด่นนักหรอกนะคะ แต่เพราะเขารู้ว่า โจลี่ย์เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่เขาจะได้พบกับความสุข และเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าเอาไว้ และเมื่อดูคำพูดทีเขาพูดกับเธอ มันก็บอกถึงความรู้สึกของเขาได้ครบถ้วนทีเดียว

"I can only give you who I am, whatever that is, Joley, but I can promise you'll never regret it. I'll never betray you. I'll always put you and your needs before my own"

หลังจากอ่านหนังสือของคริสตีน ฟีแฮนมามากกว่ายี่สิบเล่ม เบื่อหน่ายไปกับแวมไพร์คาร์พาเธียนจนเลิกอ่านไปเมื่อสี่ห้าเล่มก่อน อดทนกับการอ่านหนังสือชุดพี่น้องตระกูลเดรคมาหลายเล่ม (และมีแค่เล่มเดียวที่แม็กซ์รู้สึกว่ามันดีจริง ๆ) ในที่สุดแม็กซ์ก็เจอกับหนังสือของเธอ ที่อาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับแม็กซ์แล้ว

คะแนนที่ 97

Night Game // Christine Feehan

หลังจากอ่าน Turbulent Sea อย่างมีความสุข แม็กซ์ก็เกิดอาการ (หลงผิด) คิดจะกลับไปอ่านงานเก่า ๆ ที่ดองเค็มไว้ข้ามปีหลายเล่มของคริสตีน ฟีแฮน เพราะนึกว่าจะได้อารมณ์สนุกเดียวกัน

ตอนแรกวางแผนสวยหรูเลยนะคะว่าจะนั่งอ่านชุดโกสต์วอร์คเกอร์ตั้งแต่เล่ม สาม (ซึ่งเป็นเล่มแรกที่เริ่มดอง) ไปจนถึงเล่มหก (ซึ่งเป็นเล่มล่าสุดที่ออกขาย) ติดกันไปเลย

ผลก็คือ จบเล่มสามได้ก็เป็นบุญแล้วล่ะ

Night Game ของคริสตีน ฟีแฮน

เล่มนี้อย่างที่บอกตอนต้นค่ะเป็นเล่มสามในชุดโกสต์วอร์คเกอร์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของนายทหารในกองทัพสหรัฐที่โดนนักวิทยาศาตร์สติเฟื่องหลอก ให้มาเป็นหนูทดลองในโครงการ ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นมนุษย์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ แต่ก็มีผลข้างเคียงก็คือ มีอาการปวดหัว และควบคุมตัวเองไม่ค่อยจะได้ ยกเว้น (คิดกันออกไป) ได้เจอกับนางเอก อาการก็จะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเรียงเล่มกันมา แม็กซ์ก็คิดว่าน่าจะโอเคอ่านเล่มนี้เลยได้นะคะ เพราะแม็กซ์อ่านเล่มแรกกะเล่มสองไป จำเรื่องก็ไม่ค่อยจะได้ มาอ่านเล่มนี้ก็ยังรู้เรื่องเลย

อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายเลยนะคะ สำหรับบางคนอาจจะสนุกมากด้วยซ้ำ แต่คงเป็นเพราะแม็กซ์แฮงค์ออนกับ Turbulent Sea (หรือ อิลย่า) มากเกินไป ก็เลยทำให้เราไปเปรียบเทียบ และมันก็สู้ไม่ได้ เลยทำให้ผิดหวังไปบ้าง (โอเค ผิดหวังเยอะค่ะ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเรื่องนี้ เป็นเพราะแม็กซ์เองต่างหาก)

เกเตอร์ หรือราอูล นามสกุลอ่านไม่ออก (โอเค อ่านออกค่ะ แต่คิดว่ามันต้องไม่ได้อ่านอย่างที่เราอ่านแน่ แล้วก็ไม่ได้แคร์เขามากพอจะไปถามคนที่ออกเสียงได้ด้วยค่ะ ก็เอาเป็นว่าอ่านไม่ออกแล้วกัน) ถูกขอร้องจากย่าไปกลับไปบ้านเกิดเพื่อนตามหาเพื่อนสมัยเด็กที่หายตัวไป ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้รับการขอร้องจากลิลลี่ (นางเอกเล่มแรกในชุด ซึ่งเป็นนักวิทยาศาตร์หญ่ายในเรื่อง) ให้ตามหาตัวไอริส หรือเฟลม ซึ่งเป็นหนึ่งในเด็กกำพร้าหญิงที่ถูกพ่อของลิลลี่ (ซึ่งเป็นนักวิทยาศาตร์หญ่ายกว่า) ซื้อตัวมาเพื่อทำการทดลอง

กลุ่มเด็กหญิงกำพร้าเหล่านั้นเป็นหนูทดลองรุ่นแรก ในขณะที่เกเตอร์และเพื่อนโกสต์วอร์คเกอร์ของเขาเป็นรุ่นต่อมา หัวใจหลักของเรื่องชุดนี้ก็คือการออกตามหาเด็กหญิงเหล่านั้นซึ่งบัดนี้โต เป็นสาวกันหมดแล้ว เพราะแต่ละคนก็คือนางเอกของเหล่าโกสต์วอร์คเกอร์นั่นเอง (คนเขียนไม่ได้เขียนอย่างนี้ในเรื่องหรอกค่ะ แม็กซ์เขียนเอง)

เมื่อไปถึงบ้านเกิด เขาก็ได้เจอกับเฟลมอย่างบังเอิญ และตามติดเธอไป เฟลมถือเป็นหนึ่งในนางเอกของคริสตีนที่แม็กซ์ชอบ (ซึ่งเป็นข้อดีค่ะ) เธอผ่านประสบการณ์อันเลวร้าย โดนทดลองด้วยการทำให้เป็นโรคมะเร็ง ถูกดัดแปลงพันธุกรรม แต่เธอเข้มแข็ง และใช้ชีวิตเหมือนโรบินฮู้ดที่ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน

สำหรับเธอ เกเตอร์คือศัตรู เพราะเธอคิดว่าเขาคือพวกเดียวกับดร.ปีเตอร์ วิทนี่ย์ (ซึ่งเป็นพ่อของลิลลี่ แต่พล็อตในเรื่องนี้บอกว่าปีเตอร์ตายไปแล้ว) ชายที่ซื้อตัวเธอมาตั้งแต่เด็กเพื่อทำการทดลอง เธอคิดว่าเขาถูกส่งมาเพื่อเอาตัวเธอกลับไป และเธอยอมตายดีกว่าจะกลับไปที่แล็ปอีกครั้ง

เกเตอร์เป็นพระเอกที่ใช้ได้ ไม่งี่เง่า ตีหกชกตัวแล้วตะโกน "ของฉัน ของฉัน" เหมือนพระเอกของคริสตีนบางคน เขาเป็นฝ่ายโอนอ่อนก่อนในความสัมพันธ์ เพราะเขาแคร์เฟลมมากพอ

ประเด็นของเรื่องนี้ก็คือการตามหาเด็กสาวที่หายตัวไป และข้อสงสัยของเฟลมที่คิดว่าปีเตอร์ วิทนี่ย์ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าสนใจพอสำหรับแม็กซ์ค่ะ

อย่างที่บอกนะคะ เรื่องนี้น่าจะโอเคมาก ๆ สำหรับหลายคน แต่สำหรับแม็กซ์ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร มันไม่มีประกายไฟน่ะ ไม่ใช่ว่าเซ็กส์ในเรื่องไม่ฮ็อตนะ ชื่อคริสตีนรับประกันได้อยู่แล้ว (แมรี่ เจนิส เดวิสันเคยเล่นมุขนึงที่ฮามาก บอกว่า เธอมีลูกชายคนเล็ก ก็เป็นเพราะความดีของหนังสือเรื่องดาร์ค พรินซ์ของคริสตีน) แต่ตัวละครมันไม่มีชีวิตขึ้นมาเลยสำหรับแม็กซ์ ทุกอย่างมันดูแบนราบ

คะแนนที่ 67