Showing posts with label Sarah McCarty. Show all posts
Showing posts with label Sarah McCarty. Show all posts

Friday, January 23, 2009

Sam's Creed // Sarah McCarty

ซาร่าห์ แม็คคาตี้เป็นอดีตนักเขียนของสนพ.อีลอร่าส เคฟอีกคนที่แม็กซ์ติดงานของเธอหนุบหนับ (ตอนนี้เธอแยกทางกะอีลอร่าไปแล้วนะคะ) เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนอีลอร่าไม่กี่คนที่ใส่ความเป็นโรแมนซ์เข้าไป ในงานอีโรติคของเธอได้ดีมาก หนังสือของเธอจะหนา (มาก) แต่เขียนเรื่องได้น่าตื่นเต้น และเต็มไปด้วยอารมณ์ นี่ยังไม่นับฉากเอ็กซ์ที่อ่านแล้วหวาดเสียวหัวใจดี

Sam's Creed ของซาร่าห์ แม็คคาตี้

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุด Hell's Eight เรื่องราวของชายหนุ่มแปดคนที่รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเมือง แล้วมาจับกลุ่มและเติบโตด้วยกัน พวกเขามีความฝันร่วมกัน แต่ละคนมีชื่อเสียงว่าเป็นมือกฎหมายชั้นยอด แต่ละเล่มเป็นเรื่องของแต่ละคนที่ได้พบคู่ชีวิตของตัวเอง

แม็กซ์ไม่คิดว่า จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกถึงจะอ่านเรื่องนี้รู้เรื่องหรอกนะคะ และสำหรับคนที่ไม่เคยชินกับสไตล์ของซาร่าห์ แม็กซ์ก็แนะนำให้อ่านเล่มนี้ก่อนก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าอ่านเล่มแรกก่อน (Caine's Reckoning) อาจจะเกิดอาการขวัญกระเจิงไปด้วยชะตากรรมอันแสนเลวร้ายของนางเอกไป จนไม่กล้าอ่านเล่มสองอีกก็ได้

เล่มนี้ถือว่าเป็นเรื่องนี้ชีวิตนางเอกไม่รันทดบัดซบเท่าไหรนัก

แซม แม็คเกรเกอร์ เจ้าของฉายาไวด์คาร์ดบังเอิญมาพบกับการโจมตีขบวนคาราวาน แต่ท่ามกลางศพที่นอนตายเกลื่อน เขาก็ได้พบกับอิซาเบลล่า มอนโตย่า สาวน้อยแสนสวยรอดตายอยู่คนเดียว ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาเธอเดินทางไปด้วย

เบลล่าซึ่งกำลังหนีการตามล่าของเจ้าพ่อที่หวังแอ้มเธอ รู้ว่าแซมเป็นความหวังเดียวของเธอในการเอาชีวิตรอด และเธอก็ฉลาดพอจะรู้ว่า เขาเป็นคนดีที่เหมาะสมกับเธอมาก ๆ เป็นชายในฝันที่จะคุ้มครองไร่อันเป็นมรดกที่บิดาของเธอมอบไว้ให้ได้

เล่มนี้นางเอกยั่วพระเอกค่ะ ยั่วมาก ๆ ยั่วจนขนาดว่าแม็กซ์ต้องชมแซมนะว่าทนได้ยังไงตั้งหลายวัน กว่าจะยอมแพ้ใจตัวเองเคลมเจ้าหล่อนไป

และเนื่องจากเล่มนี้ออกกะอิมพรินต์สไปซ์ ซึ่งเป็นหัวที่ร้อนแรงที่สุดของสนพ.ฮาร์ลิควินเค้า ก็บอกได้ค่ะว่าเอ็กซ์ถึงใจเสือป่าแน่นอน แต่ก็นั่นแหละ แม็กซ์ยังไม่จัดให้เล่มนี้เป็นอีโรติค โรแมนซ์นะคะ เนื้อหามันมีเยอะกว่าเซ็กส์

ปกติเราไม่ชอบอ่านเรื่องแนวเวสเทิร์นเท่าไหร นอกจากงานของซาร่าห์แล้ว แม็กซ์ก็บอกได้เลยว่าแทบจะไม่ได้อ่านโรแมนซ์แนวตะวันตกด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งเพราะไม่ค่อยชอบ อีกส่วนเพราะไม่ค่อยมีใครเขียนกันแล้ว การที่ซาร่าห์ยังเขียนเรื่องในช่วงเวลานี้อยู่ และเขียนได้ดีเป็นที่นิยม เป็นเครื่องบอกในตัวอยู่แล้วถึงเพาเวอร์ที่เธอมี

พล็อตเรื่องนี้ง่าย ๆ ค่ะ พระเอกที่เป็นเท็กซัส แรงเจอร์มาพบนางเอกที่เป็นสาวน้อย เขาช่วยเธอ คุ้มครองเธอ และกำจัดผู้ร้ายที่หมายปองตัวเธอ เรื่องมันแค่นี้จริง ๆ แต่ก็ถือว่าเขียนได้สนุกดี

ข้อเสีย (มันต้องมีอยู่แล้วค่ะ) แม็กซ์ว่า ซาร่าห์ลืมพูดถึงเหล่า Hell's Eight เพราะในเล่มนี้แทบไม่มีข้อมูลเรื่องของพวกเขาเลย นอกจากคำที่แซมประกาศต่อชาวบ้านชาวเมืองว่า เบลล่าอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของเฮลส เอ็คท์ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่า เฮลส เอ็คท์เก่งยังไง ใหญ่แค่ไหน น่าจะเหล่าภูมิหลังของพวกเขาสักนิดก็จะดีมาก

โดยรวมเป็นงานของซาร่าห์ที่ไม่น่าผิดหวัง อาจจะไม่ถูกใจขาดดิ้น (เพราะยังไงแม็กซ์ก็ไม่ค่อยชอบเวสเทิร์นนัก) แต่ก็ไม่เสียเวลาที่ใช้อ่าน

คะแนนที่ 70

Wednesday, January 21, 2009

Promise Reveal // Sarah McCarty

แม็กซ์เป็นคนที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่กับการอ่านหนังสือแนวใดแนวหนึ่ง ดังนั้นน้อยครั้งมากนะคะที่จะได้ยินแม็กซ์บอกว่า อ๋อ เราไม่อ่านหรอกค่ะแนวนี้ เราชอบแต่แนวพารานอมอล เพราะเราเป็นคนเบื่อง่าย ถ้าอ่านอยู่แค่แนวเดียวคงมีหวังเซ็งตาย

แต่ก็มีโรแมนซ์อยู่แนวนึงที่เราแทบจะไ่ม่หยิบหามาอ่าน หรือถ้าเป็นนักเขียนใหม่ ก็บอกได้เลยว่า ไม่มีทางซื้อมาลองอ่านแน่ ไม่ว่าราคาจะลดไปถูกขนาดนั้น นั่นก็คือแนวย้อนยุคคาวบอยตะวันตก อันที่จริงความไม่ชอบอ่านแนวประวัติศาสตร์ที่เกิดในอเมริกานี่ ตอนนี้ขยายไปจนถึงเรื่องแนวย้อนยุคที่เกิดในทวีปอเมริกาทั้งหมดแล้วมั้งคะ เพราะมาดูหนังสือที่ซื้อและอ่านในช่วงสองสามปีหลังนี่ เราแทบจะไม่ได้อ่านเลย จะยกเว้นก็คงเป็นเรื่องที่มีบางฉากเกิดขึ้นในอเมริกา ก่อนที่จะย้ายกันไปที่อื่น หรือกลับกัน

ไม่มีเหตุผลอธิบายอาการนี้ของตัวเอง ที่คิดมาได้สองสามอย่างก็ล้วนแต่โทษชาวบ้านทั้งนั้น เช่น เพื่อนคนที่เป็นกูรูตัวจริงเสียงจริงในใจแม็กซ์ (ซึ่งมีเพียงคนเดียว) ไม่ชอบแนวคาวบอยตะวันตกยิ่งไปกว่าแม็กซ์เสียอีก และเพื่อให้ดูหรู และเท่ห์อย่างเขา แม็กซ์ก็เลยเอามั่ง ทำเป็นไม่อ่าน

แต่ถึงจะพูดว่าไม่อ่านยังไง ทุกอย่างก็ย่อมมีข้อยกเว้น แม็กซ์ยอมอ่านงานของนักเขียนคนนึงที่ยังคงยืนหยัดเขียนเรื่องแนวคาวบอยตะวัน ตกนี่อยู่ เธอคนนั้นมีชื่อว่าซาร่าห์ แม็คคาร์ธี

บอกตามตรงว่าเราไม่คิดจะติดตามอ่านงานของเธอหรอกนะคะ แม้เธอจะถือเป็นนักเขียนระดับแนวหน้าของสนพ.อีลอร่าส เคฟ และเพื่อนหลายคนแนะนำ นั่นก็เพราะว่าเธอเขียนแนวเวสเทิร์น ซึ่งไม่ถูกโรคกะเรานัก จนกระทั่งเพื่อนคนนึงใช้วิธีบังคับฝืนใจ ด้วยการส่งหนังสือเรื่อง Promise Linger มาให้

ก็นะคะ เพื่อนอุตส่าห์ซื้อให้มาแล้ว เราก็สนองความใจดีด้วยการนั่งอ่านเสียหน่อย และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นระหว่างความรักของเรากับซาร่าห์ แม็คคาร์ธี

สำหรับคนที่สนใจอยากรู้ หนังสือเรื่อง Promise Linger เป็นเล่มแรกในชุด Promise ที่เล่าเรื่องคาวบอยในตะวันตก และผู้หญิงที่รักพวกเขา หนังสือชุดนี้ออกขายกับสนพ.อีลอร่าอีกสองเล่ม รวมเป็นทั้งหมดสามเล่ม แต่แล้วก็เหมือนความสัมพันธ์ทุกอย่างที่ต้องมีการสิ้นสุด ซาร่าห์เดินออกจากอีลอร่า เข้าสู่อ้อมกอดของสนพ.เบิร์คเลย์ หลายสิ่งที่เธอนำติดตัวไปสนพ.ใหม่ ก็คือหนังสือชุดนี้

และเล่มนี้คือเล่มที่สี่ในชุด

Promise Reveal ของซาร่าห์ แม็คคาร์ธี

แม้จะเป็นเล่มสี่ในชุด แม็กซ์ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านชุดนี้มาก่อนในการทำ ความเข้าใจนะคะ เพราะว่าพล็อตเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน และประเด็นที่แม็กซ์คิดว่าคนแต่งกล่าวถึงน้อยเกินไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในสามเล่มก่อนหน้าด้วย ดังนั้นจะอ่านเล่มก่อนหน้าหรือไม่อ่านก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา

หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวของตัวละครชนิดที่แม็กซ์ชอบ นั่นก็เพราะแม้ว่าแบรด สวอนสันจะเป็นนักเทศน์ผู้ได้รับการนับถือจากชาวเมือง เขาก็ไม่ได้เริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นนักเทศน์ แบรดเป็นที่รู้จักกันในนามชาร์โดว์ โจรนอกกฎหมายชื่อดัง ผู้หลบหนีการจับกุมมาได้ตลอด จนกระทั่งวันที่เขาได้เผชิญหน้ากับสองพี่น้องตระกูลแม็คคินเนลี่ย์ (พระเอกเล่มสองและสามในชุด) ผู้ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเขา แบรดกลายมาเป็นนักเทศน์เพราะความจำเป็น ดังนั้นเขาจึงไม่เหมือนนักเทศน์ที่เราคุ้นเคยหรือคาดหวัง เขาไม่ยอมถอยหรือแอบไปอยู่ข้างหลังชาวเมืองยามเกิดเรื่อง ในขณะเดียวการมาของเขาก็ทำให้เมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกแห่งนี้มีความครบถ้วนมากขึ้น

เรื่อง เปิดขึ้นเมื่อแบรดถูกบังคับให้แต่งงานกับสาวน้อยเอวี่ วอร์ชิงตัน เพราะรูปวาดเปลือยของชายหนุ่มที่ไม่เห็นหน้า แต่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นแบรด กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวประจำเมือง ทุกคนต่างเข้าใจผิด (หรือพยายามเข้าใจผิด เพราะคิดว่าแบรดเหมาะกับนิสัยเอาแต่ใจของเอวี่) การแต่งงานที่ไม่เต็มใจจึงเกิดขึ้น แต่แม้แบรดจะไม่เคยคิดถึงชีวิตแต่งงาน หรืออะไรที่ไกลเกินไปนัก เพราะเขาคิดเสมอว่า ชีวิตที่หลอกลวงนี้จะต้องจบลงไม่วันใดก็วันนึง เขา็ก็อยากทำให้ดีที่สุด และเขาไม่ต้องการปล่อยเอวี่ไป เมื่อเธอถูกส่งมาในมือเขา แบรดก็ตัดสินใจที่จะเก็บเธอไว้

แต่แล้วอดีตก็ไม่ยอมที่จะอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป เมื่อคนจากอดีตของแบรดกลับมา และคุกคามชีวิตในปัจจุบันของเขา

เราชอบตัวเอกในเล่มนี้มากค่ะ ทั้งพระเอกและนางเอก เราพบว่าทั้งสองเหมาะสมกัน แม้แรกเริ่มทุกคนจะคิดว่าทั้งคู่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน และแบรดซึ่งเป็นนักเทศน์ผู้น่านับถือจะหักปีกแห่งความอิสระของเอวี่ ซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นจิตรกร แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น แบรดเข้าใจเอวี่ เข้าใจความต้องการอิสระของเธอ ปล่อยให้เธอเป็นคนที่เธอเป็น ในขณะเดียวกันเขาก็เข้มแข็งพอที่จะปกป้องเธอจากอันตรายทั้งหมดได้ ซาร่าห์จับคู่ตัวละครคู่นี้ได้เหมาะค่ะ และแม็กซ์ชอบฉากการดวลกันครั้งสุดท้ายระหว่างแบรดและผู้ร้าย ที่ (สปอยล์) คนทั้งเมืองออกมาช่วยนักเทศน์ของพวกเขา จนแบรดไม่ได้ยิงปืนเลยสักนัด มันเป็นการบอกว่า เขาได้รับการยอมรับมากเพียงใดจากชาวเมือง

คำชมไปแล้วนะคะ มาถึงส่วนที่แม็กซ์มีปัญหาบ้าง อย่างที่บอกไปแล้วนะคะว่า การอ่านสามเล่มก่อนหน้าก็ไม่ได้ช่วยให้เรารู้จักอดีตของแบรดดีขึ้น ทั้งที่มันมีส่วนสำคัญในเรื่องอย่างมาก อดีตหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่เขาเป็น และคนที่เขาเป็นในปัจจุบันก็น่าสนใจมาก นักเทศน์ที่มีความขัดแย้งในตัวเอง เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองดีพอที่จะได้รับความสุขในชีวิต ไม่ใช่คนที่เหมาะจะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณในเมืองที่อาศัยอยู่ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็คือคนที่เหมาะที่สุดในการทำเช่นนั้นกับเมืองที่อยู่ ห่างไกลความเจริญ และเต็มไปด้วยเหล่าร้าย

ความสัมพันธ์ก่อนหน้าระหว่างแบรดและเอวี่ก็เป็นอีกประเด็นนึงที่ไม่มีการ พูดถึง เพราะเมื่อเปิดเรื่องแบรดและเอวี่ก็อยู่ในพิธีแต่งงานกันแล้ว เราอยากรู้ว่าทั้งสองซึ่งรู้จักกันก่อนหน้าเรื่องเปิดมีความรู้สึกต่อกัน อย่างไรบ้าง เพราะมันสำคัญต่อเรื่อง และอาจให้คำอธิบายถึงความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่โดนบังคับให้แต่งงานกัน แต่กลับพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อ

เราเปรียบเทียบการอ่านหนังสือเล่มนี้กับการเข้าไปดูหนังในโรงหนังช้าไป ครึ่งชั่วโมงค่ะ เรายังดูหนังเรื่องนั้นรู้เรื่อง และสนุกไปกับมัน แต่ก็มีบางอย่างที่ขาดหายไป บางอย่างที่เราคิดว่าจะต้องพูดเล่าในครึ่งชั่วโมงแรกที่เราพลาดเข้าไปดูไม่ ทัน แต่ความจริงก็คือ หนังสือเล่มนี้ไม่มีต้องต้นที่ขาดหายไป ไม่อาจหาพบได้แม้จะกลับไปอ่านสามเล่มแรก มันก็เลยทำให้ความสนุกกับเล่มนี้ลดน้อยลงไปบ้าง ซึ่งทำให้น่าเสียดายค่ะ เพราะเล่มนี้มีศักยภาพที่จะสนุกได้มากกว่าที่เป็นอยู่มากเลย

ในแง่ของความร้อนแรง ก็คงต้องบอกว่าถือว่าฮ็อตสำหรับหนังสือโรแมนซ์ทั่วไปนะคะ แต่เทียบกับสามเล่มแรกในชุดไม่ได้เลย ซึ่งแม็กซ์กลับคิดต่างจากคนอื่นนะคะว่าเป็นเรื่องดี เรารู้สึกว่าดีกรีมันเหมาะกับเนื้อเรื่องแล้วล่ะ

คะแนนที่ 70