Showing posts with label Jennifer Ashley. Show all posts
Showing posts with label Jennifer Ashley. Show all posts

Friday, February 13, 2009

The Mad, Bad Duke // Jennifer Ashley

ตอนนี้กำลังอ่านเรื่อง The Mad, Bad Duke ของ Jennifer Ashley ครึ่งแรกของเรื่องอ่านได้เร็วมาก แต่ตอนนี้เริ่มอืดแล้ว (แม็กซ์หมายถึงความเร็วในการอ่านนะคะ ไม่ใช่อาการอืดเพราะกินอาหารกลางวันเยอะเกินไปหน่อยของตัวเอง)

สิ่งดึงดูดใจที่ทำให้แม็กซ์อยากอ่านเรื่องนี้ก็เพราะอเล็กซานเดอร์ แกรนด์ดยุคแห่งเวนกาเรีย หรือพูดให้ถูก อดีตตัวร้ายจากเรื่อง Penelope and the Prince Charming

สไตล์พระเอกในดวงใจของแม็กซ์ต้องผ่านประสบการณ์เป็นผู้ร้ายมาก่อน เห็นเป็นไม่ได้ ต้องตามซื้อมาไว้ในครอบครอง และอเล็กซานเดอร์ก็ร้ายไม่ใช่ย่อย ถือเป็นตัวร้ายหลักในเรื่องเพเนโลปี้เลยทีเดียว

แต่ตัวร้ายกลับใจของแม็กซ์จะเลวเล้วเลวไม่ได้ ต้องมีเหตุผล และเหตุผลของอเล็กซานเดอร์ก็เท่ห์ซ้า เขาอายุเพียงสิบสามปีตอนที่พ่อเขาโดยพ่อของเดเมี่ยน (พระเอกเรื่องเพเนโลปี้) ฆ่า เขาต้องสวมหน้ากากของแกนด์ดยุคอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างในชีวิตของเขาก็เพื่อเวนกาเรีย แม้ว่าจะหมายถึงการที่เขาต้องถูกเนรเทศมาอยู่ที่อังกฤษ

ในตอนจบเรื่องเพเนโลปี้ อเล็กซานเดอร์ซึ่งยอมรับว่าเดเมี่ยนเป็นผู้น้ำที่เหมาะสมของเวนกาเรีย เขาละทิ้งความพยายามแย่งบังลังค์ (เพราะเขาเห็นแก่ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก) และยอมที่จะให้เดเมี่ยนส่งเขามาเป็นทูตที่อังกฤษ (เพราะเดเมี่ยนไม่ไว้ใจให้เขาอยู่ที่เวนกาเรียต่อ)

ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่การได้เห็นอเล็กซานเดอร์ประพฤติตัวผิดนิสัย โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับมีแกน นางเอกของเรื่อง (แม้ว่าเหตุผลที่ให้ในเรื่องจะไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย)

อเล็กซานเดอร์เป็นตัวละครในใจของแม็กซ์ เขาเป็นหนึ่งในพระเอกไม่กี่คนที่ทำให้แม็กซ์นึกถึงเรื่อง The Prince ของมาเคียเวลลี่คนที่โชคร้ายพอที่จะต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ หรือเคยเรียนเกี่ยวกับมาเคียเวลลี่ก็คงจะรู้ประโยคเด็ดที่ใช้กับทั่วในวงการ นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ที่ว่า "The end justifies the mean" ผลลัพธ์เป็นตัวกำหนดการกระทำ ดังนั้นไม่ว่าจะต้องทำชั่วเพียงใดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นก็เป็นการกระทำที่ยอมรับได้

อเล็กซานเดอร์เป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความเชื่อเช่นนั้น และสำหรับแม็กซ์นั่นเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เขาเซ็กซี่สุดสุด

หนังสือเรื่องนี้ไม่ถึงกับทำให้ผิดหวัง เพราะอเล็กซานเดอร์ยังคงเป็นตัวละครตัวเดิมที่แม็กซ์กรี๊ดและจำได้จากเรื่อง เพเนโลปี้ แต่ครึ่งหลังของเรื่องที่ช้าและยืดยาด ทั้งยังเอาพล็อตพารานอมอลมาผูกทำให้อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกำลังฟังเพลงเม ดเลย์มากไปหน่อย แต่โดยรวมก็ยังโอเคค่ะ

แต่แม็กซ์ก็ยังอดคิดไม่ได้ ถ้าโจ เบฟเวอร์ลี่เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ล่ะ อเล็กซานเดอร์จะเท่ห์ขนาดไหนเนี่ย

Thursday, January 22, 2009

Immortals: The Calling // Jennifer Ashley

มีคนขอให้รีวิวหนังสือชุดนี้ค่ะ เพราะว่าแม็กซ์พูดถึงไปแล้วตอนที่สัมภาษณ์จอย แนช ก็เลยอยากรู้ว่าเรื่องในชุดนี้เป็นยังไงกันบ้าง

เราก็เลยขอแบ่งออกเป็นสองบลอกแล้วกันนะคะ และก่อนจะเริ่มรีวิวก็ขอพูดถึงแบ็คกราวด์ของชุดก่อนแล้วกัน จะได้ไม่งง

อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมานักหรอกค่ะ หนังสือชุดอมตะนี่ก็ตามชือ คือในโลกยุคที่เพิ่งมีมนุษย์เกิดขึ้น ยังมีปีศาจอยู่มาก และปีศาจพวกนี้ก็ตามราวีมนุษย์ซึ่งไม่มีทางปกป้องตัวเองได้ ดังนั้นเทพเจ้าจึงสร้างผู้เป็นอมตะขึ้นมาห้าคน เรียกว่า Immortal โดยนักรบอมตะทั้งห้าคนนี้เป็นลูกครึ่งของเทพ (ผู้หญิง) และมนุษย์ธรรมดา เหล่าอิมมอร์ทอลทำหน้าที่ดูแลมนุษย์ และต่อสู้กับปีศาจมายาวนานตามประวัติศาสตร์ของโลก แต่เมื่อสังคมมนุษย์เจริญขึ้น ความต้องการอิมมอร์ทอลก็ลดน้อยลง จนกระทั่งเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน มนุษย์ก็หยุดเรียกให้อิมมอร์ทอลมาช่วย และพวกเขาก็ถูกลืมเลือนไปในประวัติศาสตร์

จนกระทั่ง...

Immortals: The Calling ของเจนนิเฟอร์ แอชลีย์

เจนนิเฟอร์ แอชลีย์เป็นผู้เขียนหนังสือเล่มแรกของชุด และเธอก็ยังเป็นคนที่คิดคอนเซ็ปต์ของหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอีกด้วย ปัญหาก็คือ สำหรับแม็กซ์แล้ว หนังสือเล่มนี้สอบตกอย่างสิ้นเชิงในฐานะหนังสือเล่มแรกในชุด เพราะมันไม่น่าติดตาม หรือทำให้เรามีความรู้สึกอยากอ่านเล่มอื่นในชุดเลย

จากแบ็คกราวด์ของชุดที่เล่าไป ในเล่มนี้นักรบคนแรกก็ถูก "เรียกตัว" โดยแม่มดสาวที่ชื่อว่า แอมเบอร์ ซิลเวอร์ตัน เธอเรียกอิมมอร์ทอลมาเพื่อให้เขาช่วยสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของซูซาน พี่สาวของเธอ แต่แทนที่เธอจะเรียกนักรบได้ครบทั้งห้า มีเพียงคนเดียวที่ปรากฎตัว เขาคือเอเดียน เมื่อเจ็ดร้อยปีก่อนเขาล้มเหลวในการช่วยชีวิตเทน น้องชายคนเล็กซึ่งเป็นหนึ่งในอิมมอร์ทอล เทนถูกศัตรูทำร้ายและจับตัวไป นับจากนั้นเอเดียนก็ไม่เคยเจอตัวเขาอีกเลย

การเรียกตัวของเขาจากแอมเบอร์ดึงเอเดียนกลับเข้ามาในโลก มนุษย์อีกครั้ง และในฐานะนักรบเอเดียนก็เต็มใจที่จะช่วยแอมเบอร์สืบหาความจริงเกี่ยวกับการ ตายของพี่สาว และเพียงไม่นานทั้งคู่ก็โยงการตายของซูซานเข้ากับคนร้ายที่จับตัวเทนไปได้

สิ่งที่ทั้งสองไม่รู้ก็คือ เทนไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดเป็นนักโทษ เวลาเจ็ดร้อยปีที่อยู่กับการทรมานเปลี่ยนเทนไป เขาไม่ต้องการเป็นอมตะอีกต่อไป แต่เขาไม่อาจตายได้ เพราะพวกเขาทั้งห้าถูกสร้างมาเพื่อให้มีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องมนุษย์ ดังนั้นทางเดียวที่เทนคิดออกก็คือ เขาต้องทำลายล้างโลกทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีเหตุผลในการมีอยู่ของเขา จากนั้นเขาก็จะได้ตายสมใจ

ในส่วนของพล็อตเรื่องแม็กซ์ถือว่าโอเคนะคะ แต่แม็กซ์ไม่ชอบเอเดียน เขาดูราบเรียบ แน่ละเขามีปมในใจเรื่องที่ไม่สามารถปกป้องเทนได้ แต่มันก็มาเป็นพัก ๆ และแม็กซ์ก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเอเดียนและแอมเบอร์มันไม่น่าสนใจเอา เสียเลย ทั้งคู่ปิ๊งกัน และมีเซ็กส์กันอย่างรวดเร็ว แม็กซ์ไม่รู้สึกว่าแอมเบอร์มีความพิเศษอะไรถึงขนาดทำให้คนอย่างเอเดียนที่มี ชีวิตอยู่มาตั้งแต่สร้างโลกเห็นว่าเธอสำคัญและเหนือกว่าผู้หญิงคนอื่นที่เขา เคยเจอ (แม็กซ์รู้สึกเหมือนเธอเป็นนางเอก เพราะเจนนิเฟอร์คนแต่งเขียนให้เป็นอย่างนั้น -- ซึ่งมันก็จริงนะ แต่แม็กซ์อ่านโรแมนซ์ ก็เลยอยากอ่านเรื่องการตกหลุมรัก หรืออย่างน้อยก็เข้าใจว่าทำไมถึงรัก ไม่ใช่การถูก "บอก" โดยคนแต่ง)

เราเลยถือว่านี่เป็นเล่มแรกที่ไม่ดีเลยในการเปิดชุด ซึ่งมันทำให้เราลังเลมากในการอ่านเล่มสองต่อจากเล่มนี้ ยังดีค่ะที่เล่มสองไม่ได้เขียนโดยเจนนิเฟอร์

สำหรับเล่มนี้ คะแนนที่ 43 (ระยะนี้แม็กซ์ออกแนวโหดนะคะ ให้คะแนนหนังสือน้อยมากตลอดเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน)

Wednesday, January 21, 2009

Immortals: The Gathering // Jennifer Ashley

แม้จะไม่ใช่หนังสือเล่มสุดท้ายในชุดนะคะ แต่เล่มนี้ก็เป็นบทสรุปของโครงเรื่องที่เปิดมาตั้งแต่เล่มแรก The Calling

Immortals: The Gathering ของเจนนิเฟอร์ แอชลี่ย์

ขอบอกว่าแม็กซ์ผิดหวังพอสมควรกับงานของเจนนิเฟอร์ในหนังสือชุดนี้ก่อนเลย แล้วกันค่ะ แม็กซ์ชอบคอนเซ็ปต์ของเรื่อง (ซึ่งเป็นความคิดของเจนนิเฟอร์) มาก เรื่องราวของนักรบอมตะห้าคนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพิทักษ์โลก แต่เรื่องที่เจนนิเฟอร์เขียน (The Calling และเล่มนี้) กลับเป็นเล่มที่อ่อนที่สุดในชุด

ข่าวดีก็คือ เล่มนี้สนุกกว่า The Calling เยอะค่ะ แต่มันก็ยังไม่ใกล้เคียงฝีมือของเจนนิเฟอร์ แอชลี่ย์ที่แม็กซ์เคยอ่านจากเล่มอื่น ๆ (แนะนำงานของเธอเรื่อง The Mad, Bad Duke) มันอาจเกิดจากแม็กซ์คาดหวังกับคาแร็คเตอร์ของฮันเตอร์ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องไว้เยอะเกินไปก็ได้ค่ะ

แต่แหม เธอดันแต่งให้ฮันเตอร์เป็นลูกของมนุษย์และเทพเจ้านามกาลีนี่คะ กาลีเป็นเทพตามตำนานของอินเดีย เป็นเทพแห่งการทำลายล้าง และดันปล่อยข้อมูลในเล่มก่อนหน้ามาอีกต่างหากว่า ฮันเตอร์ออกแนวบ้าหน่อย ๆ ตามนิสัยของแม่ด้วย มันก็เลยยิ่งทำให้แม็ก์อยากอ่านเรื่องของเขา

สรุปว่าที่ผิดหวังก็เพราะฮันเตอร์ไม่ได้บ้าดั่งใจ เขาก็เป็นพระเอกคนนึงที่พบเห็นได้ทั่วไปในหนังสือโรแมนซ์นั่นแหละ ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ไม่มีอะไรน่าหมั่นไส้

ด้วยมนต์ที่เรียกตัวอิมมอลทอล ทำให้ฮันเตอร์ถูกเรียกไปยังเกาะโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งใกล้อ่าวเม็กซิโก ที่นั่นเขาได้พบกับลีด้า แม่มดสาวซึ่งเพิ่งทำข้อตกลงกับปีศาจ เธอยอมแลกตัวเองกับปีศาจเพื่อให้ปีศาจช่วยชีวิตสามีของเธอจากความตาย เพียงเพื่อจะพบว่าสามีของเธอทิ้งเธอไปเมื่อเขาหายดีแล้ว (แต่อย่าตื่นเต้นค่ะ ลีด้ายังไม่ได้ยอมพลีกายให้ปีศาจหรอกนะคะ เพราะปีศาจนัดเวลาเอาไว้ตอนสิ้นเดือน แต่ฮันเตอร์โผล่มาช่วยเธอไว้ได้ก่อน)

ทั้งสองเจอกัน และก็เช่นเดียวกับ The Calling ที่ถูกอกติดใจ และเริ่มมีความสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันจะมีเวลาสวีทหวานชื่น ซาแมนธาเพื่อนสาวของลีดาก็โผล่มาที่เกาะ และขอให้ลีด้าช่วยเหลือตามหาแม่ของเธอ

ซาแมนธา (ซึ่งจะเป็นนางเอกในเล่มห้า The Redeeming) เป็นลูกครึ่งปีศาจ เธอสงสัยว่าพ่อของตัวเองซึ่งเป็นปีศาจจะจับมารดาของตนไป แต่เมื่อทั้งสามกลับไปเพื่อเผชิญหน้า พวกเขาก็รู้ว่า ปัญหามันใหญ่หลวงยิ่งกว่านั้น

ด้วยความที่เล่มนี้เป็นเล่มจบของชุด (ที่ไม่ได้จบจริง ๆ หรอกนะคะ แต่จบพล็อตที่เปิดมาในสามเล่มก่อนหน้า) เล่มนี้จึงเป็นการเอาชนะศัตรูตัวสำคัญ ซึ่งเป็นปีศาจเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยังไม่มีการสร้างนักรบอมตะทั้งห้าขึ้นมา แถมปีศาจตัวร้ายตัวนี้ยังครองงำเทน นักรบอมตะคนสุดท้องไว้เสียอีก นั่นทำให้การเอาชนะจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

การดำเนินเรื่องในเล่มนี้ไปค่อนข้างเร็วดีค่ะ อ่านไหลไปเรื่อยไม่น่าเบื่อ แต่ไม่รู้ว่าพล็อตเน้นไปที่การค้นหาวิธีการในการปราบปีศาจมากเกินไปไหม ก็เลยทำให้แม็กซ์รู้สึกว่าส่วนที่เป็นโรแมนซ์มันนิ่งไปชอบกล ไม่ใช่ว่าพล็อตละเลยความสัมพันธ์ระหว่างลีด้าและฮันเตอร์หรอกนะคะ เพียงแต่มันดูไม่น่าสนใจเท่าไหรเลย และนี่ถือเป็นความผิดที่ให้อภัยไม่ได้ในการอ่านนิยายโรแมนซ์ (ถ้าเล่มนี้เป็นนิยายแฟนตาซี แม็กซ์คงไม่ว่าอะไรมาหรอกนะคะ)

บทสรุปจบเรื่องง่ายไปหน่อยค่ะ ดูแล้วไม่ค่อยสมกับความร้ายกาจของปีศาจที่หนีรอดจากพระเอกในสามเล่มแรกมาได้เลย แต่ก็ถือว่าโอเคน่ะ

เล่มต่อไปเป็นเรื่องของเทน นักรบอมตะที่ถูกครอบงำโดยปีศาจ จนกลายเป็นคนเลว แม็กซ์นึกอยากจะอ่านเล่มนี้อยู่นะคะ แต่อาจเพราะเขาเลวเนื่องจากหลงผิด ไม่ได้เลวด้วยตัวเอง ความน่าสนใจมันก็เลยลดน้อยลงไปหน่อยค่ะ แต่ความอยากอ่านเล่มของแม็คก็ยังเหมือนเดิม

คะแนนที่ 57

Immortals: The Redeeming // Jennifer Ashley

ไม่รู้เป็นเพราะบรรยากาศมันพาไปรึเปล่านะคะ (แม็กซ์อ่านหนังสือเล่มนี้ท่ามกลางเสียงปืนที่ยิงแก๊สน้ำตาของตำรวจ แถวลานพระบรมรูปทรงม้า) เลยทำให้เราคิดว่าเล่มนี้เป็นงานของเจนนิเฟอร์ แอชลี่ย์ในชุดอิมมอร์ทอลที่ดีมากที่สุดในบรรดาสามเล่มที่เธอเขียน

Immortals: The Redeeming ของเจนนิเฟอร์ แอชลี่ย์

หลังจากผิดหวังกับฝีมือของเธอในชุดนี้สองเล่ม (The Calling และ The Gathering)ทำให้แม็กซ์ลังเลอยู่พอสมควรก่อนที่จะตัดสินใจหยิบเล่มนี้มาอ่าน แต่สุดท้ายก็สนุกขนาดที่วางไม่ลง แม้จะต้องไปวิ่งหนีตำรวจที่ยิงปืนเข้าใส่ประชาชนก็ตาม

ก่อนอื่นเราขอบอกว่า ไม่ค่อยแน่ใจนักสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านชุดนี้มาก่อนว่าจะอินไปกับตัวพระเอก ได้เท่ากับแม็กซ์ไหมนะคะ แม้ในส่วนของพล็อตจะไม่เกี่ยวข้องกับสี่เล่มแรกเลยก็ตาม แต่ถ้าคุณต้องการจะเข้าใจเทน แม็กซ์คิดว่าสี่เล่มแรกเป็นสิ่งที่คุณควรต้องอ่านมาก่อน มิฉะนั้นคุณจะไม่ชื่นชมเทนมากอย่างที่เขาสมควรได้รับ

ตามสูตรหนังสือโปรดของแม็กซ์ค่ะ เทนเป็นตัวร้ายในสี่เล่มแรก เขาโดนปีศาจจับตัวไปทรมานนานเจ็ดร้อยปี จนสติสตังไม่ค่อยจะสมบูรณ์ ถึงขนาดอยากทำลายโลกให้พินาศเพื่อตัวเองจะได้ตายเสียที ในฐานะของนักรบอมตะที่เป็นลูกครึ่งมนุษย์และเทพเจ้า เทนไม่อาจตายได้ เขามีหน้าที่คุ้มครองมนุษย์ แต่ในยามที่เขาร้องเรียกความช่วยเหลือ ทุกคนหันหลังและทิ้งเขาไว้กับความทรมาน ความพยายามของพี่ชายทั้งสี่ ช่วยเทนออกจากความบ้าคลั่ง จนกลับคืนมีสติได้ แต่ความมืดที่อยู่ในใจของเขาไม่มีวันเลือนหาย

เป็นเวลากว่าสิบห้าเดือนแล้วที่ซาแมนธาได้เจอกับเทน เธอเป็นลูกครึ่งปีศาจ สิ่งมีชีวิตที่เทนเกลียดและกลัวที่สุด แต่เธอกลับเป็นหนึงในคนที่ช่วยเขาจนหลุดรอดมาจากการทรมาน เทนซึ่งหายตัวไปเพื่อค้นหาตัวเอง และตั้งสติเพื่อเริ่มต้นชีวิตอีกครั้ง กลับมาที่ลอส แองเจลิส ที่นั่นเขาได้เผชิญกับปริศนาสำคัญ การหายตัวไปของเหล่าปีศาจสาวหลายคน ปีศาจที่อยู่ในมุมมืดของสังคม ทำให้การหายตัวไปของพวกเธอไม่เป็นที่สนใจ จนกระทั่งเทนสังเกตเห็นความผิดปกติ และเริ่มต้นสืบสวน

เขาขอความช่วยเหลือจากซาแมนธา ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรวจหน่วยพารานอมอลของเมือง ทั้งคู่ร่วมมือกันเพื่อค้นหาความจริง ซึ่งนำพวกเขาไปสู่โลกแห่งปีศาจ ที่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ซาแมนธาผู้ซึ่งพ่อของเธอก็เป็นปีศาจ ปฏิเสธด้านนี้ของตัวเองมาตลอด เธอคิดเสมอว่าตัวเองเป็นมนุษย์ฺ แต่เมื่อสถานการณ์บังคับ เธอก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ชีวิตอีกด้านของตัวเอง และยอมรับมัน

แม็กซ์ชอบเทนมากค่ะ เขาเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมา แต่กลับไม่มีลักษณะของพระเอกเซ็งชีวิต ไม่หมกหมุ่นกับอดีตมากนัก เขาอาจคิดถึงมันในความฝันที่ตามหลอกหลอน ซึ่งทำให้เขาตั้งคำถามถึงโอกาสที่ตัวเองจะมีชีวิตอย่างคนปกติอยู่ แต่เขาไม่ให้มันเข้ามาบดบัง และกะเกณฑ์การใช้ชีวิตของตัวเองเลย

สำหรับซาแมนธา เธอเป็นนางเอกที่เหมาะสมกับเทนดีค่ะ จุดเดียวที่แม็กซ์รู้สึกว่าเธอไม่ได้เรื่องก็คงเป็นวิธีการที่คนแต่งไม่เคย ให้เธอโชว์ความสามารถสักครั้ง เธอเป็นตำรวจ และถูกบอกเล่าโดยตัวละครอื่นในเรื่องหลายครั้งว่าเป็นผู้หญิงเก่ง แต่ในสถานการณ์ที่เธอต้องเผชิญหน้ากับอันตราย ซาแมนธาไม่ได้แก้ปัญหา หรือเอาตัวรอดด้วยความสามารถของตัวเองสักครั้ง เทนจะเป็นคนขี่ม้าขาวเข้าไปช่วย แน่ละมันดีต่อพระเอกที่ได้โชว์ความสามารถ แต่มันก็เ็ป็นลบกับนางเอกด้วยเช่นกัน และมันทำให้แม็กซ์ไม่เชื่อว่า (สปอยล์) ซาแมนธาในตอนท้ายแล้วจะกลายเป็นหัวหน้าเผ่าปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ได้

แต่โดยรวมถือว่าสนุกมากค่ะ ที่สำคัญถือเป็นการไถ่โทษของเจนนิเฟอร์ที่เขียนเรื่องไม่สนุกติด ๆ กันถึงสองเล่ม และทำให้ตอนนี้แม็กซ์เกิดอาการอยากอ่าน The Madness of Lord Ian McKenzie ของเธอซึ่งจะออกขายในเดือนเมษายนปีหน้ามาแล้วล่ะสิ (โดยเฉพาะเมื่อได้อ่านเรื่องย่อด้านหลังปกหนังสือ)

คะแนนที่ 73