Showing posts with label Dara Joy. Show all posts
Showing posts with label Dara Joy. Show all posts

Friday, February 6, 2009

Update: Dara Joy

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนมีซิกซ์เซ้นส์นะ เพราะเพิ่งเขียนถึงดาร่า จอยไปเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้ก็มาได้ข่าวคราว (ที่ไม่คาว) ล่าสุดของเธอเกี่ยวกับคดีความที่มีกับสนพ.ดอร์เชสเตอร์ สำหรับคนที่สนใจอยากรู้ว่าเรื่องเป็นมายังไง ก็อ่านบลอกเก่าแล้วกันค่ะ

ข่าวล่าสุดที่แม้ว่าแม็กซ์จะปากแข็งเคยพูดว่า ไม่สนใจแล้ว ไม่สนใจแล้ว ยังไง ก็ยังอดทำให้หัวใจเต้นตึงตังขึ้นมาได้ นั่นเพราะเธอบอกว่า ในที่สุดข้อขัดแย้งทางกม.ระหว่างเธอและสนพ.ดอร์เชสเตอร์ตกลงกันนอกศาลได้ สำเร็จ และเธอกำลังจะมีงานชิ้นใหม่ออกมาในที่สุด

และคราวนี้งานชิ้นใหม่ของเธอจะออกขายกับ Traditional Publishing Channels ซึ่งแม็กซ์ไม่ขอแปลนะว่าจะออกในรูปแบบไหน เพราะข่าวล่าสุดที่ได้ก็คือ หลายสนพ.ที่มีชื่อเสียงประกาศไม่ยอมแตะงานของเธอ เพราะชื่อเสียงในการไม่ทำตามสัญญาของเธอติดตัวมา แต่มีคนคาดนะคะว่าอาจจะเป็นเคนซิงตัน เพราะสนพ.นี้เป็นสนพ.ในระดับกลางที่บริหารโดยครอบครัว (เป็นสนพ.สัญชาติอเมริกันแท้ ๆ เจ้าสุดท้ายในประเทศแล้ว)

ส่วนคนที่ไม่อยากรอว่าเล่มใหม่ที่จะออกกะ TPC ก็สามารถซื้อหางานล่าสุดของเธอมาอ่านได้ เพราะเธอออกเรื่องสั้นเล่มใหม่รับวันวาเลนไทน์กับเรื่อง Death by Ploot Ploot (หนังสือที่ชื่อประหลาด และแหยะที่สุดที่เคยเจอ)

หลังจากเข้าไปดูในเว็บไซด์ของเธอ ก็พบข้อมูลว่า DBPP ราคาเล่มละ 4.50 เหรียญ และคงออกขายในรูปอีบุ๊ค (คงพอรู้ว่าให้จ่ายเงินก่อน แล้วรอหนังสือให้ส่งมาที่บ้าน คนคงไม่เชื่อใจเธออีกแล้ว) ใครที่ใจกล้า ก็ลองหาสั่งกันได้ค่ะ

ประเด็นที่ทำให้แม็กซ์สนใจก็คือ การกลับมาของดาร่า จอย (ถ้าเธอกลับมาจริงอย่างที่ประกาศ) จะเป็นยังไงบ้าง ในอดีตเธอคือราชินีแห่งแนวพารานอมอล แต่ในยามนี้มีนักเขียนเป็นร้อยที่เดินตามรอย และแซงหน้าเธอไปแล้ว แม็กซ์อยากรู้ว่าเธอยังอยู่ในจุดไหน จะกลับมาได้ไหม

โอ้ ละครเรื่องนี้ชักจะสนุกแล้วสิ

Exposé: Dara Joy

วันนี้ขอใช้คำเท่ห์หน่อยแล้วกัน แต่ด้วยความที่แม็กซ์ไม่มีนิสัยเอาความรู้ของคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตัวเอง ก็จะขอสารภาพเสียตั้งแต่ต้นแล้วกันว่า ข้อมูลที่ได้มานั้นล้วนแต่เอามาจากคนอื่นทั้งนั้นแหละค่ะ ไม่มีปัญญารู้มาด้วยตัวเองหรอกค่ะ

คำว่า Exposé เป็นคำที่ใช้สำหรับการ รายงานข่าวในเชิงเจาะลึก และที่เอาคำนี้มาใช้กับดาร่า จอยก็เพราะแม็กซ์คิดว่าคงมีหลายคนอยากรู้ความคืบหน้าข่าวคราวของเธออยู่ไม่ น้อย

สำหรับคนที่ไม่รู้จักดาร่า จอย แม็กซ์ก็ขอบอกว่าคุณเชยมากนะคะ เพราะเธอคนนี้แหละคือคนที่บุกเบิกนิยายแนวพารานอมอลที่มีฉากเซ็กส์ฮ็อต ๆ ถึงอกถึงใจคนอ่าน นักเขียนหลายคนก็เดินตามสูตรของเธอไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเชอริลีน เคนย่อน, คริสตีน ฟีแฮน, และอีกหลายคน (ที่บอกว่าเดินตามสูตร แม็กซ์ไม่ได้หมายความว่าลอกหรอกนะ เพราะพล็อตมันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าพารา + เซ็กส์เท่านั้นเอง)

หลายคนอาจรู้จักดาร่า จอยจากหนังสือแปลภาษาไทยของฟองน้ำที่บิดเบือนชื่อของเธอจนกลายเป็นซานดร้า เจมส์

เล่าความหลังกันก่อน

หนังสือเล่มแรกของจอยคือเรื่อง Knight of a trillion stars ออกขายในปี 1995 กับสนพ.ดอร์เชสเตอร์ ซึ่งถือเป็นสนพ.ขนาดอาจจะเล็กที่สุดในแนวโรแมนซ์ สนพ.นี้มักจะแนะนำให้คนอ่านได้รู้จักนักเขียนหน้าใหม่หลายคน ก่อนที่จะโดนตีจาก เพราะนักเขียนเหล่านั้นล้วนแต่อยากจะไปหาสนพ.ที่ใหญ่กว่าอยู่กัน แต่ด้วยความที่ดอร์เชสเตอร์กล้าเสี่ยงในการนำเสนอ นิยายหลายเรื่องที่สนพ.ใหญ่ไม่กล้าพิมพ์ พวกเขาก็พิมพ์ ประสบความสำเร็จบาง ล้มเหลวบ้างแล้วแต่ แต่พวกเขาก็เหมือนถูกล็อตเตอรี่เลยแหละเมื่อพิมพ์งานของจอยออกมา เพราะมันดัง ดัง และโคตรดัง

จากนั้นก็มีหนังสือของจอยตามมาอีกหลายเล่ม ที่ฮิตติดตลาดก็คือชุด Matrix of Destiny ที่เล่าเรื่องราวของโลกอันไกลโพ้น ที่มีประตูสามารถเปิดข้ามมิติกันได้ หนังสือชุดนี้ดูท่าทางแล้วคงจะยาวหลายเล่มกว่าจะปิดฉากจบชุด (คิดดูแล้วกันว่าสมัยนั้น ยังไม่มีนักเขียนโรแมนซ์ที่นิยมเขียนชุดในลักษณ์โอเพ่นเอนด์อย่างนี้เลย จอยเป็นคนแรก ๆ ที่ทำ)

เพื่อระลึกถึงความหลังสำหรับหนังสือที่แม็กซ์ชอบมากหลายเล่มก็ของลิสต์รายชื่อหนังสือทั้งหมดของจอยให้ดูแล้วกัน

Knight of a trillion stars

High Enegy

Rejay

Tonight or Never

Mine to take

High Intensity

Ritual of Proof

ปัญหาทางกฎหมาย

สำหรับ ROP นั้นเป็นเล่มที่จอยเขียนให้กับสนพ.เอว่อน ซึ่งเป็นสนพ.ใหม่ที่เธอย้ายไป

ปัญหาก็คือ จอยยังติดสัญญาอยู่กับดอร์เชสเตอร์อีกถึงสามเล่มน่ะสิ สิ่งที่เธอทำไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะมีนักเขียนหลายคนทำเช่นนั้น นั่นคือเซ็นต์สัญญาเขียนให้กับหลายสนพ. หรือแม้กระทั่งย้ายจากสนพ.ซึ่งเป็นที่เกิด ที่สร้างชื่อให้ ก็ย้ายกัน ของอย่างนี้มีสิทธิทำกันได้

แต่คนอื่น ๆ เขาส่งมอบหนังสือตามสัญญาที่เซ็นต์กับสนพ.ดั้งเดิมของตัวเองหมดแล้วก่อนจะไป น่ะสิ (ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือคริสตีน ฟีแฮนที่เซ็นต์สัญญากับเบิร์คเลย์ทั้งที่ยังติดสัญญากับดอร์เชสเตอร์อยู่ ซึ่งเธอก็ส่งมอบนิยายสองเรื่องตามสัญญาที่เซ็นต์กันให้ดอร์เชสเตอร์ จากนั้นค่อยเริ่มเขียนเรื่องใหม่ให้เบิร์คเลย์) ในขณะที่จอยกลับไม่ทำเช่นนั้น

เธอให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเขียนนิยายแนวพารานอมอลโรแมนซ์ให้ กับดอร์เชสเตอร์สามเล่ม แต่เมื่อเธอเขียนเรื่อง ROP เธอบอกกับดอร์เชสเตอร์ว่าเล่มนี้เป็นแนววิทยาศาสตร์ไซ-ไฟ ดังนั้นเธอจึงมีสิทธิขายมันให้กับเอว่อนได้

ดอร์เชสเตอร์ยินยอม แต่เมื่อ ROP วางขาย ดอร์เชสเตอร์ก็ประจักษ์ว่ามันก็คือนิยายโรแมนซ์อีกเล่มนึงนั่นแหละ (ซึ่งแม็กซ์ก็เห็นด้วยนะคะ) ดังนั้นสนพ.ก็จึงยื่นฟ้องต่อศาลเรียกค่าเสียหาย รวมทั้งขอให้อายัดเงินที่ได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ไว้ก่อนอีกด้วย

ปัจจุบันคดีนี้ก็ยังไม่จบ

ทางด้านจอยเคยออกมาเขียนจม.ถึงแฟนในเว็บไซด์ของเธออธิบาย "ด้านของเธอ" บ้าง เธอให้เหตุผลของการไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่เซ็นต์กับดอร์เชสเตอร์เพราะว่า เธอคิดว่าดอร์เชสเตอร์กำลังโกงเงินค่าขายหนังสือของเธอ โดยปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับยอดจำหน่ายหนังสือ ดังนั้นเธอคิดว่าในเมื่อดอร์เชสเตอร์ไม่ทำตามสัญญาที่เซ็นต์กัน (ด้วยการไม่จ่ายเงินให้เธออย่างถูกต้อง) เธอก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องทำตามสัญญาในการส่งมอบหนังสืออีกสามเล่มให้ดอร์ เชสเตอร์เช่นกัน

ฟังดูมีเหตุผลดีนะคะ แต่จากความรู้เพียงหางอึ่งของแม็กซ์ที่เคยเรียนกม.ในเมกามาบ้าง (ไม่ถึงกับจบได้ดีกรีมาติดฝาบ้าน แต่ก็ท็อปได้ที่หนึ่งในวิชากม.ธุรกิจ) แต่กม.สัญญานั้น ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายไม่ทำตามสัญญาจะหมายความว่าเรามีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญาได้ แถมในกรณีนี้ จอยก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนในการพิสูจน์ว่าดอร์เชสเตอร์โกงเธอ ในขณะที่ทางดอร์เชสเตอร์มีหลักฐานชัดเจนกว่าว่าเธอไม่ทำตามสัญญา

แม้ว่าทางดอร์เชสเตอร์จะมีประวัติในการถูกกล่าวหาโกงเงินนักเขียนมาหลายคนแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่หลักฐานที่ถูกรับฟังในศาล

ทางออกของนักเขียนหลายคนที่รู้สึกว่าตัวเองโดนสนพ.โกงเงิน ก็คือการเขียนเรื่องส่งมอบให้สนพ.ไปให้ครบ ย้านสนพ. จากนั้นฟ้องสนพ.เดิม นักเขียนหลายคนทำแบบนั้น

แต่จอยเลือกอีกทาง และมันคือความผิดพลาด คำฟ้องของดอร์เชสเตอร์สั่งห้ามจอยในการตีพิมพ์นิยายจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะ ตกลงกัน แต่จอยก็ยังมีทางออก เพราะคำสั่งศาลไม่ได้หมายความรวมถึงเรื่องสั้น เธอยังมีสิทธิเขียนเรื่องสั้นและนำออกขายได้

นั่นเป็นข่าวดีของบรรดาแฟน ๆ รวมทั้งแม็กซ์ในเวลานั้น

แต่ไม่มีสนพ.ไหนที่กล้าซื้องานของจอยอีกแล้ว ด้วยปัญหาทางกม.ที่มีอยู่กับดอร์เชสเตอร์ (เพราะกระทั่งเอว่อนเองก็ตกเป็นจำเลยที่สองในฐานะของสนพ.ที่ซื้องานของจอยไป ) ทำให้ทางออกของจอยก็คือการตีพิมพ์เอง และขายเอง

จุดเริ่มต้นของจุดจบ

หนังสือเล่มแรกของจอยที่ตีพิมพ์เองขายเองคือเรื่อง That Familiar Touch ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุด MOD แม็กซ์ไม่ขอพูดถึงเรื่องคุณภาพของหนังสือแล้วกันนะ บอกเพียงแต่ว่า การมีบรรณาธิการในตรวจหนังสือหรือการไม่มี มันมีความแตกต่างกันเยอะมาก หนังสือเล่มนี้แม็กซ์ได้รับความกรุณาจากคุณเอเพิ่ลในการซื้อให้ ซึ่งแม็กซ์ซาบซึ้ง และขอขอบคุณอีกครั้ง

หนังสือเล่มนี้มีความล่าช้าในการจัดส่งพอสมควร ประมาณห้าถึงหกเดือนนับจากวันที่จอยบอกว่าจะออก

ทำไมถึงต้องสนใจวันออกของหนังสือด้วยล่ะ

นั่นก็เพราะว่าจอยเก็บเงินคนที่จะซื้อหนังสือก่อนน่ะสิ ทั้งนี้เธอให้เหตุผลว่า เธอต้องการทราบจำนวนของคนซื้อเพื่อที่จะสั่งพิมพ์หนังสือได้ถูกต้อง

หลังจาก TFT จอยก็โฆษณาถึงหนังสือเล่มถัดไปของเธอ WildCat Arrows ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีไม่แพ้กัน แต่เล่มนี้แม็กซ์โชคดีหน่อยตรงที่ผิดหวังไปกับ TFT มาก จนไม่อยากจะอ่านแล้ว ก็เลยบอกร้านหนังสือขาประจำไว้ว่า ช่วยสั่งให้หน่อยแล้วกัน และร้านหนังสือก็แสนดีนะคะที่สั่งให้ แถมออกเงินให้ก่อน (ไม่ใช่ร้านในเมืองไทย ดังนั้นไม่ต้องคาดเดากันว่าเป็นร้านอะไร)

และแม็กซ์ได้หนังสือเล่มนี้ในเดือนพฤษภาคม 2006 เกือบหนึ่งปีหลังจากเปิดให้จอง (และจ่ายเงินกัน)

และคุณรู้อะไรไหมคะ แม็กซ์ถือเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้หนังสือเล่มนี้

เพราะมีคนอีกเป็นร้อย ๆ ที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้รับของ และเมื่อติดตามทวงถามทางอีเมลล์ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร บางครั้งก็เงียบหายไป บางครั้งก็ได้รับคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย

คนที่จัดการเรื่องการซื้อขายหนังสือไม่ใช่จอย แต่เป็นผู้ชายที่ชื่อว่าคอรี่ ซึ่งบอกว่าตัวเองเป็นเว็บมาสเตอร์ของจอย แต่หลายคน (อันนี้ลือลูกเดียวค่ะ ยืนยันความจริงไม่ได้) บอกว่าคอรี่เป็นผู้ชายในชีวิตของจอย

จนกระทั่งปัจจุบันปี 2008 ก็ยังมีอีกหลายคนมากมายที่ไม่ได้หนังสือเล่มนี้ หลายคนหมดหวังไปหมดแล้วล่ะค่ะ

และอีกหลายคนที่ได้หนังสือ พวกเขาได้ผ่านทางการขู่ที่ว่า "ถ้าไม่ส่งหนังสือให้ พวกเขาจะรวมตัวกันแจ้งอัยการประจำรัฐที่จอยอาศัยอยู่ เพราะมันเป็นความผิดทางอาญาที่รับเงินไปแล้ว แต่ไม่ส่งมอบของ"

คนที่ใช้มาตรการขู่ก็จะได้หนังสือ

หลายคนคาดการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจอย ไม่นับถึงฝีมือในการเขียนเรื่องที่ถดถอยลง การเงียบหายไปของเธอเป็นเรื่องที่น่าฉงน บางคนถึงกับบอกว่าเธอตายไปแล้ว แต่ถูกสวมรอยอ้างโดยคอรี่เพื่อหาประโยชน์จากแฟนหนังสือของเธอ บางคนบอกว่า เธอรับมือกับความโด่งดังไม่ไหว และมีปัญหามากเกินไปจนกู่ไม่กลับ

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร นี่คือตัวอย่างของความสูญเสียอย่างรุนแรงของวงการโรแมนซ์

ดาร่า จอยเป็นนักเขียนที่บุกเบิกโรแมนซ์ เป็นคนที่อาจจะเรียกได้ว่า นำพารานอมอลมาสู่นักอ่าน Tread เป็นตัวละครที่ทุกวันนี้แม็กซ์ก็ยังคิดถึงและอยากอ่าน แต่ถูกจากเรื่องที่เกิด มันคงเป็นหนทางที่ยาวนานมากกว่าจอยจะกลับมา ทั้งปัญหาทางกม. และที่สำคัญการเสื่อมศรัทธาของแฟนหนังสือที่มีต่อการ "โกง" เงินค่าหนังสือ

มันเป็นการฆ่าตัวตายทางอาชีพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น