Showing posts with label Shannon K. Butcher. Show all posts
Showing posts with label Shannon K. Butcher. Show all posts

Sunday, February 8, 2009

สิบนักเขียนหน้าใหม่มาแรง

สิบนักเขียนหน้าใหม่ที่ถูกจัดว่าจะมาแรงนี่ไม่ใช่ความคิดของแม็กซ์หรอกนะ แต่เป็นความเห็นของคอลัมนิสต์แห่งนิตยสารพับลิชชิ่ง วีคลี่ ดังนั้นแม็กซ์ไม่ขอรับประกันความสนุกหรืออะไรหรอกนะ เพียงแต่เห็นว่าน่าสนใจก็เลยเอามาเล่าให้ฟังกัน

นักเขียนทั้งสิบคนนี้มีผลงานเล่มแรกวางขายในปี 2007 (ยกเว้นบางคน) แต่ละชื่อไม่ได้เรียงลำดับอะไรทั้งสิ้นค่ะ

1. แจ๊คเกอลิน แฟรงค์ กับเรื่อง Jacob สำนักพิมพ์เคนซิงตัน

เขียนแนว พารานอมอล พระเอกเป็นเดม่อนอายุ 700 ปี ที่พบว่าตัวเองดึงดูดเข้าหาผู้หญิงที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งต้องห้ามในสังคมของพวกเดม่อน

ยอดพิมพ์ครั้งแรก 250,000 เล่ม ปกอ่อน

คนแต่งเคยทำอาชีพเป็นล่ามภาษามือให้กับคนหูหนวก

ถูกนำไปเปรียบเทียบกับไดอาน่า กาบอลดอน

2. แชนน่อน แม็คเคลเดน เรื่อง Venus envy สำนักพิมพ์ทอร์

เขียนแนว พารานอมอล เมื่อเทพีวีนัสรับบทเป็นคิวปิดในหนังสือที่อยู่ระหว่างตำนานเทพกรีกโบราณ กับนิยายแนวชิคลิกสมัยใหม่

ยอดพิมพ์ 20,000 ไซด์เทรด

ถูกเปรียบเทียบกับ เมลิสซ่า ซีเนท

คนแต่งอาชีพเดิม เป็นผู้ถอดความข้อมูลทางการแพทย์

3. เมลจีน บรู๊ค เรื่อง Demon Angel สำนักพิมพ์เบิร์คเลย์

เขียนแนวพารานอมอล เมื่อปีศาจลิลิธ และนักรบจากสวรรค์เซอร์ ฮิวจ์ คาสเซิลฟอร์ดจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อปราบความชั่วร้ายในซานฟรานซิสโกยุค ปัจจุบัน

ยอดพิมพ์ 40,000 เล่ม ปกอ่อน (น้อยมาก ใครที่อยากซื้อ ควรรีบวิ่งไปซื้อโดยด่วน ไม่อย่างนั้นอาจต้องเสียใจตลอดชีวิตก็ได้)

ถูกเปรียบเทียบกับ มาร์เจอรี่ เอ็ม หลิว

อาชีพเดิมคนแต่ง เป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านวรรณคดีภาษาอังกฤษ และทำบัญชีให้กับบริษัทก่อสร้าง

4. คอลีน กลียสัน เรื่อง The Rest Falls Away สำนักพิมพ์ซิกเน็ต

แนวพารานอมอล นักล่าแวมไพร์ที่ชื่อวิคทอเรียน การ์เดลล่า แกรนท์เวิร์ธกำลังสับสนที่จะเลือกระหว่างมาร์ควิส แห่ง ร็อคเลย์ ผู้เป็นหนุ่มโสดสุดฮ็อตในสังคมลอนดอน และพันธมัตรคนสำคัญของเธออย่าง เซบาสเตียน ไวโอเก็ต (คำเตือน ทำใจดีดีก่อนจะอ่าน อาจจะช็อคกับตอนจบได้ง่าย ๆ)

ยอดพิมพ์ 100,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ ลอเรล เค. แฮมิลตัน

อาชีพเดิม เคยทำงานอยู่ในวงการมาร์เก็ตติ้ง หรือด้านการตลาด

5. เจอรี่ รัสเซล เรื่อง The Warrior Trainer สำนักพิมพ์ดอร์เชสเตอร์

แนว ย้อนยุค สกอเทียซึ่งเป็นนักรบสาวถูกฝึกมาเพื่อปกป้อง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องปกป้องหัวใจของเธอจากเพื่อนร่วมรบที่ถูกส่งมา เรียนวิชาการต่อสู้จากเธอ (มีคนคอมเม้นท์เรื่องนางเอกไม่อาบน้ำทั้งเรื่องมาให้แม็กซ์ฟัง ทำให้จนบัดนี้แม็กซ์ยังทำใจอ่านเรื่องนี้ไม่ได้เลย)

ยอดพิมพ์ ไม่รู้ (ข้อมูลไม่บอกคร้าบ) ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ จูลี่ การ์วู้ด

อาชีพเดิม เคยเป็นนักข่าวในวงการโทรทัศน์ นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

6. ลินดา คาร์ดิโล เรื่อง Dancing on Sunday Afternoons สำนักพิมพ์ฮาร์ลิควิน (หัว Everlasting)

แนว ปัจจุบัน เป็นการเล่าเรื่องราวของจูเลียซึ่งเป็นคนอพยพชาวอิตาเลียน ได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้กับคาราหลานสาวของเธอฟังผ่านทางจดหมาย และบันทึกส่วนตัว

ยอดพิมพ์ 44,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ ลอร่า เอสคิวเวล

อาชีพเดิม จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ

7. แชนน่อน เค. บุชเช่อร์ เรื่อง No Regret สำนักพิมพ์วอร์เนอร์

แนว โรแมนติกสืบสวน นักถอดรหัสโนเอล แบลชตกหลุมเสน่ห์ของคนแปลกหน้าที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องเธอในภารกิจอันแสนอันตราย

ยอดพิมพ์ 55,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ มารายห์ สจ๊วต

อาชีพเดิม วิศวกรอุตสาหกรรม (และภรรยาของนักเขียนดังมากอย่างจิม บุชเชอร์)

8. เชอริล นอร์แมน เรื่อง Restore my heart สำนักพิมพ์แมเดลเลียน

แนว โรแมนติกสอบสวน ที่โจ เดอซัลโวร่วมมือกับนักบูรณะรถเก่าอย่าง "มัสแตง" แซลลี่ เคย์ในความพยายามที่จะสืบสวนเหตุการตายของบิดาของเขา และประสบกับการตกหลุมรัก

ยอดพิมพ์ ไม่บอก ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ เจเน็ต อีวาโนวิช (ที่แม็กซ์ไม่อ่าน ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าแม็กซ์ก็คงไม่อ่านเจ๊เชอริลนี่เหมือนกัน)

อาชีพเดิม เป็นผู้ชำนาญงานกว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

9. แอนนา แคมเบล เรื่อง Claiming the courtesan สำนักพิมพ์ เอว่อน

แนว ย้อนยุค เมื่อดยุคแห่งไคล์มอร์ลลักพาตัววาไรตี้ แอชตันเมียเก็บของเขาเอง และจับตัวเธอไว้ จนกว่าทั้งสองจะเข้าใจกันได้อีกครั้ง (คนชอบ Rape Romance คงถูกใจกับเรื่องนี้นะคะ พระเอกโหดได้ใจแฟนหนังสือมาก)

ยอดพิมพ์ 150,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ สเตฟานี ลอร์เรนส์ (ยังไงวะ)

อาชีพเดิม ขายของในห้าง ประชาสัมพันธ์ การตลาด และทำงานในร้านของศิลปะ

10. โมนิก้า แม็คคาร์ทีย์ เรื่อง Highlander Untamed สำนักพิมพ์ บัลเลนไทน์

แนว ย้อนยุค อิซาเบล แม็คโดนัลแต่งงานเป็นการชั่วคราวกับศัตรูคนสำคัญของเผ่าของเธอ แต่เธอไม่อาจปฏิเสธแรงดึงดูดที่มีต่อกับกับผู้ชายที่เธอสาบานว่าจะทรยศได้

ยอดพิมพ์ 250,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ คิลลีย์ แม็คเกรเกอร์

อาชีพเดิม ทนายความ

อันนี้เป็นข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบสำหรับคนที่อยากรู้ "ปกติการพิมพ์หนังสือสักครั้งนึงของสำนักพิมพ์จะพิจารณาจากชื่อเสียง และยอดขายในอดีตของนักเขียนผู้นั้น ถ้าเป็นนักเขียนที่อยู่ในระดับ Mid list คือระดับกลาง ยอดพิมพ์จะอยู่ที่ประมาณครั้งละ 100,000 - 250,000 เล่ม ถ้าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ยอดพิมพ์มักจะไม่เกิน 100,000 เล่ม แต่ถ้าโด่งดังระดับ Nora Roberts ยอดพิมพ์อาจมากกว่า 1,000,000 เล่ม" ข้อมูลข้างต้นได้มาจากเพื่อนผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือค่ะ (แต่เขาไม่ประสงค์ออกนามก็เลยบอกไม่ได้ว่า ได้มาจากใคร หรือบอกไปก็อาจไม่มีใครรู้ก็ได้ แต่ขอให้บอกว่าไม่ได้มาจากแม็กซ์เองแล้วกันนะ)

ในสิบคนนี่ แม็กซ์อ่านจบไปแล้วแค่คนเดียวค่ะ และชอบมาก นั่นคือเมลจีน ส่วนแจ็คเกอลินนี่ อ่านไปร้อยหน้า แล้วก็วางอยู่ คาดว่าแฟนหนังสือที่ชอบชุดคาร์พาเธียนคงจะกรี๊ดกับเรื่องชุดนี้สลบไปหลายวัน แน่

Wednesday, January 21, 2009

No Regret & No Control // Shannon K. Butcher

ช่่วงนี้อารมณ์วิ่งมาทางแนวโรแมนติคสืบสวนค่ะ แต่ปัญหานึงของหนังสือแนวนี้ก็คือ มันไม่มีพล็อตมากนักที่คุณจะเอามาเล่นได้ เรื่องส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องราวของนางเอกที่ตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง ถูกตามเอาชีวิตจากคนร้าย และพระเอกของเราก็มีหน้าที่เข้ามาปกป้องเธอทุกวิถีทาง ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน

พล็อตของเรื่องแนวนี้มันก็มีแค่นี้ล่ะ ดังนั้นถ้าหวังจะหาแนวเรื่องใหม่ ๆ กับการอ่านเรื่องแนวนี้มันก็ยากนะคะ สิ่งเดียวที่ทำให้นักเขียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันก็คือ ตัวละคร และการดำเนินเรื่อง

แชนน่อน เค. บุทเชอร์เป็นนักเขียนใหม่ หนังสือชุดเดลต้า ฟอร์ซ (ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่คล้ายคลึงกับหน่วยซีล แต่สังกัดกองทัพบก) เป็นหนังสือชุดแรกของเธอ แรกเริ่มคิดว่าเธอคงจะได้สัญญาเขียนสามเล่มกับสนพ.แกรนด์ เซ็นทรัล (หรือวอร์เนอร์เดิม) แต่คาดว่าคงดังพอควร เพราะตอนนี้รู้ว่าเธอเขียนเรื่องของคนในหน่วยนี้ต่ออีกแล้ว

แม็กซ์กล้าบอกเลยว่า เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน ไม่ใช่เพราะหนังสือของเธอดูน่าสนใจ หรือมีใครแนะนำหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะคนแต่งในชีวิตจริงเป็นภรรยาของนักเขียนที่แม็กซ์ชอบมาก ๆ

สามีของเธอคือจิม บุทเชอร์ นักเขียนเรื่องแนวแฟนตาซีที่เก่งมากคนนึง (สำหรับคนที่ชอบดูซีรี่ย์ของอเมริกา อาจรู้จัก หนังซีรี่ย์เรื่อง The Dresden Files ซึ่งนั่นก็เป็นจินตนาการของจิมนั่นเอง แต่ซีรี่ย์ไม่เหมือนกับหนังสือหรอกนะคะ)

มันอาจเป็นเหตุผลที่ไม่ได้เรื่องนะคะ แต่พอแม็กซ์สิ่งที่เธอเขียนในเว็บไซด์เกี่ยวกับแรงบันดาลใจของเธอที่หันมา จับปากกาเขียนหนังสือกะเค้าบ้าง เลยทำให้เรารู้สึกสนใจงานของเธอขึ้นมาทันที

แชนน่อนบอกว่า เธอไม่ได้ฝันจะเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็ก เธออยากเป็นวิศวกร และเธอก็กลายเป็นวิศวกรอย่างที่หวัง ทำงานในขณะที่สามีของเธอไล่ตามความฝันที่อยากเป็นนักเขียนของเขา เธอเริ่มต้นช่วยเขาในการเขียนหนังสือ ช่วยอ่าน และตรวจทานต้นฉบับ จนวันนึงเธอรู้สึกว่าอยากเขียนเองบ้าง เธอตั้งใจจะเขียนเรื่องแนวแฟนตาซีอย่างที่จิมเขียน แต่แล้วเธอก็ได้อ่านโรแมนซ์ และตกหลุมรักกับหนังสือแนวนี้

แม็กซ์ชอบคนที่ยอมรับว่าตัวเองชอบอ่านโรแมนซ์ค่ะ

No Regret ของแชนน่อน เค. บุทเชอร์

หากคิดว่านี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่แชนน่อนเขียน แม็กซ์ให้เธอสอบผ่านค่ะ แม้ว่าตัวหนังสือเล่มนี้เองจะสอบตก

ทุกอย่างในเรื่องนี้เป็นไปตามสูตรสำเร็จของหนังสือแนวโรแมนติคสอบสวน เริ่มตั้งแต่นางเอกที่ตกอยู่ในอันตราย โดยโนเอล แบลนช์ ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้เป็นอัจฉริยะตกเป็นเป้าหมายการตามล่า เพราะความสามารถในการถอดรหัสของเธอเป็นที่ต้องการของผู้ก่อการร้าย พระเอกของเรานามเดวิด วูลฟ์ซึ่งเป็นอดีตนายทหารหน่วยเดลต้า ที่ลาออกจากราชการไปเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัย ถูกเรียกตัวกลับมาทำงานเพื่อปกป้องเธออีกครั้ง เพราะศัตรูที่ตามล่าโนเอล ก็คือคนกลุ่มเดียวกับที่ลงมือสังหารภรรยาของเดวิดในอดีต

เดวิดไม่มีทางเลือกนอกจากพาโนเอลหนี และนำเธอไปซ่อนไว้ในบ้านพักที่ห่างไกลผู้คน แต่อันตรายก็ไม่ได้หลีกหนีกันได้ง่าย ๆ ในขณะเดียวกันสองหนุ่มสาวก็เริ่มปิ๊งกันแล้วล่ะสิ แม้โนเอลจะไม่เชื่อในเรื่องการใช้ความรุนแรง และเดวิดก็ไม่ต้องการที่รักใครเพื่อที่จะสูญเสียเธอไปอีก

ทุกอย่างในเล่มนี้เป็นไปตามความคาดหมายของหนังสือพล็อตแนวโรแมนติกสืบสวน พระเอกที่เก่งเหนือเก่ง ปกป้องนางเอกทุกวิถีทาง ไฟความปิ๊งที่สป๊าคซ์แฟ่บ ๆ

ปัญหาของแม็กซ์จึงเป็นการที่ทุกอย่างคาดเดาได้หมด พล็อตเรื่องที่จำเจ แม้กระทั่งตัวละครก็ดูไม่ต่างอะไรจากตัวละครอีกเป็นร้อยที่เราเคยอ่านใน เรื่องแนวเดียวกัน ทั้งโนเอล และเดวิดไม่มีความโดดเด่นเป็นของตัวเอง ไม่มีความน่าจดจำ ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะคะ แต่ไม่น่าสนใจเท่านั้นเอง

อย่างที่บอกค่ะ สำหรับผลงานเล่มแรก เราให้แชนน่อนสอบผ่าน และติดตามอ่านงานเล่มต่อไปของเธอเกือบจะในทันที เพราะเราอยากรู้ว่า เธอจะมีพัฒนาการขึ้นมาอีกไหม

คะแนนที่ 57

No Control ของแชนน่อน เค. บุทเชอร์

สำหรับเล่มที่สองในชุด แม็กซ์ถือว่าแชนน่อนมีพัฒนาการที่เด่นชัดเจนขึ้นมากค่ะ ตัวละครมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง (แม้จะไม่ใช่เอกลักษณ์ที่เราอยากให้มีนัก) และการดำเนินเรื่องก็น่าสนใจตลอดทั้งเรื่อง แต่คราวนี้เราก็มีปัญหาอีกจนได้ กับตัวละครของเธอ โดยเฉพาะนางเอก

เมื่อสิบแปดเดือนก่อน คาเล็บซึ่งปลอมตัวเป็นหนึ่งในขบวนการผู้ก่อการร้าย ต้องยืนอยู่เฉย ๆ ขณะที่พวกนั้นฆ่าตัวประกันทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงลาน่าเป็นคนสุดท้าย เธอเป็นคนเดียวที่รอดตาย แต่ชีวิตก็เหมือนพังทลาย เธอฝันร้าย และความหวาดกลัวที่ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ทำให้เธอฝันร้ายตลอดมา

สำหรับคาเล็บแล้ว การอยู่เฉยแล้วปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ตายเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจให้อภัยตัวเอง ได้ แม้เขาจะรู้ว่าในเวลานั้นเขาไม่มีทางเลือก เขาไม่อาจทำลายตัวตนที่เขาปลอมมาเพื่อช่วยชีวิตตัวประกันได้ เขาจำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการนั้น เพื่อสืบความลับ และสำหรับลาน่า มันยิ่งกว่านั้น เขารู้ว่า ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่น ในสถานการณ์ที่ต่างไป ลาน่าจะเป็นผู้หญิงที่เขาไม่ลังเลเลยในการจีบ แต่โชคชะตาของทั้งสองมันถูกกำหนดโดยอำนาจที่เหนือกว่า เขารู้ว่าตัวเองคืออดีตที่ลาน่าอยากลืม เป็นคนสุดท้ายที่เธอคาดหวังว่าจะได้เจออีกครั้ง

แต่คาเล็บก็กลับเข้ามาในชีวิตของลาน่าจนได้ เขาได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาดูแล พร้อมทั้งสืบความจริงที่ลาน่าอาจจะเก็บซ่อนเอาไว้ แน่นอนว่าการกลับมาของเขาไม่ได้รับการตอบรับจากลาน่า เธอไม่ต้องการให้เขาเข้ามาในชีวิต และเธอเชื่อว่าตัวเองมีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว

และแล้วคนร้ายก็กลับมา คราวนี้เขาพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้น ลาน่าเป็นคนเดียวที่รอด และครั้งนี้เธอไม่ควรจะรอด

เรื่องนี้ดีกว่าเล่มแรก ในฐานะของความน่าสนใจของเนื้อเรื่อง แม้ว่าพล็อตก็จะยังแนวเดิม (นางเอกอยู่ในอันตราย พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย) แต่ตัวละครและการดำเนินเรื่องก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองมากพอจะทำให้น่าสนใจ ได้ ปัญหาก็คือ แม็กซ์ไม่ชอบลาน่า ไม่ชอบขนาดอยากจะจับมาตบสักสามรอบ แล้วกระทืบอีกสองรอบ เราเข้าใจนะคะว่าเธอมีประสบการณ์อันเลวร้าย เธอตกอยู่ในความหวาดกลัวตลอดเวลา แต่ก็ไม่ยอมพูดความจริง ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างเธอตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นไปอีก เหตุผลที่เธอบอกคนอ่านก็ไร้สาระ และงี่เง่า (สปอยล์) ถ้าเธอเงียบ ผู้ก่อการร้ายจะเลิกลาไปเอง ขอร้อง ปัญญาอ่อนรึเปล่า

คาเล็บเป็นพระเอกที่ดี โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าเขาต้องทนกับลาน่า เขายิ่งเป็นพระเอกที่ดีมาก

คะแนนที่ 67

Tuesday, January 20, 2009

Deadly Gift // Heather Graham & No Control // Shannon K. Butcher

ไม่ได้กำลังจะพูดหัวข้อที่ซีเรียส หรือเคร่งเครียดอะไรหรอกนะคะ พอดีว่าได้อ่านหนังสือสองเล่มนี้ที่ดูภายนอกก็ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกันสัก เท่าไหร

แต่หลังจากการวิเคราะห์ด้วยตรรกะที่แม็กซ์อาจจะเข้าใจเพียงคนเดียว เราก็เริ่มมองเห็นความเหมือนกันของหนังสือสองเล่มนี้

สิ่งที่เหมือนกันก็คือ มันเป็นหนังสือเล่มที่สามในชุด ที่อยู่ในแนวโรแมนติกสืบสวน ที่บังเอิญว่าแม็กซ์หยิบสองเล่มนี้อ่านในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

เล่มนึงเขียนโดยนักเขียนที่แม็กซ์เคยชอบมากในอดีต อีกเล่มเขียนโดยนักเขียนที่ค่อนข้างหน้าใหม่ในวงการ และผลสรุปก็คือ คำพูดที่ว่า คลื่นลูกหลังไล่คลื่นข้างหน้าก็ยังเป็นจริงเสมอ


Deadly Gift ของเฮทเธอร์ แกรมห์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สาม (และเล่มสุดท้าย) ในชุดพี่น้องตระกูลฟรินน์ คนที่สนใจสองเล่มแรก ก็ตามไปอ่านรีวิวกันได้นะคะ ที่ลิงค์นี้ แต่เราคงต้องเตือนกันก่อนเลยว่า มันไม่ได้มีอะไรที่น่่าสนใจนักหรอกนะ

ทั้งในส่วนโรแมนซ์ และสืบสวน

ยังยืนยันเหมือนที่เขียนในบลอกก่อนว่า เราเคยชอบงานของเฮทเธอร์มาก แต่เดี๋ยวนี้เธอไม่ใช่นักเขียนคนเดิม ซึ่งมันอาจจะเวิร์คสำหรับอาชีพของเธอนะคะ (เพราะหนังสือชุดนี้ติดอันดับขายดีเชียวล่ะ) แต่มันไม่เวิร์คสำหรับแม็กซ์เลย

และหลังจากอ่านเล่มนี้จบไป แม็กซ์ก็คิดว่า ได้เวลาที่แม็กซ์และเฮทเธอร์จะต้องแยกทางกันเดินแบบตัวใครตัวมันเสียที

แซคคารี่ ฟรินน์เป็นน้องชายคนสุดท้ายในบรรดาหนุ่มตระกูลฟรินน์ ที่ทั้งสามร่วมกันเปิดสำนักงานนักสืบเอกชน นอกจากงานสืบสวนแล้ว แซคยังเป็นเจ้าของสตูดิโอเพลงขนาดเล็ก แต่มีชื่อเสียงที่ดีอีกต่างหาก ในระหว่างลาพักผ่อน แซคได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวของเพื่อนพ่อ ผู้ซึ่งเขาเป็นคนส่งเสริมจนกลายเป็นนักร้อง แคทบอกว่า ฌอน พ่อของเธอป่วยหนักอยู่ในไอร์แลนด์ เธอคิดว่า แม่เลี้ยงอ่อนเยาว์ของเธออาจจะเป็นต้นเหตุ แคทไม่ไว้ใจคิดว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องทำร้ายพ่อของเธอเป็นแน่

แซครับปากและเดินทางไปไอร์แลนด์เพื่อรับตัวผู้เป็นเพื่อนของพ่อกลับมา อเมริกา แต่ที่นั่นเขาก็ได้พบกับพยาบาลสาวสวยนามเคลีย ที่ติดตามคณะของพวกเขากลับมาอเมริกาด้วย มีบางอย่างที่ลึกลับในตัวของเคลีย แต่แซคไม่เชื่อว่า เธอจะปองร้ายฌอน

เรื่องเริ่มยุ่งยากขึ้น เมื่อปรากฎเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า หุ้นส่วนของฌอนผู้หายตัวไป (ก่อนหน้าที่ฌอนจะเดินทางไปไอร์แลนด์) น่าจะเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนตามปองร้ายฌอนและครอบครัวอยู่

ปัญหาของแม็กซ์กับพล็อตของหนังสือเล่มนี้ก็คือ ส่วนที่เป็นการสืบสวนนั้น ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับทั้งพระเอกและนางเอกเลยสักนิดเดียว เข้าใจนะว่าแซคเป็นห่วงฌอนเพราะเขาเป็นเพื่อนพ่อ แต่มันก็แค่นั้น เรื่องไม่ให้ความรู้สึกการมีส่วนร่วมของตัวเอกสักนิดเดียว ยิ่งคาแร็คเตอร์ของเคลียยิ่งแล้วใหญ่ ไม่อยากบอกนะคะว่าเธอมีจุดประสงค์อะไรในการติดตามฌอนมายังอเมริกา แต่มันปัญญาอ่อน และงี่เง่า และไร้เหตุผล และไม่น่าเชื่อ ความพยายามเอาเรื่องนี้โยงเข้าไปเป็นแนวพารานอมอลยิ่งทำให้ห่วยลงไปอีกต่าง หาก

สปอยล์นะคะ คิด ได้ไงให้เคลียเป็นแบนซี (สัตว์ในเทพนิยาย) ที่เดินทางมาอเมริกาเพื่อส่งวิญญาณป้าของฌอนไปสู่ปรภพ แล้วตามมาคอยปกป้องฌอนจากศัตรู ทั้งเรื่องก็ไม่ได้อธิบายว่า ทำไมต้องปกป้องฌอนด้วย เขาพิเศษหรือสำคัญยังไง เข้าใจว่าเคลียต้องเป็นคนดีนะ แต่เธอก็น่าจะมีภาระในชีวิตมากกว่านี้ นี่ยังไม่นับว่าภาระการเป็นแบนซีมันล่องลอยขนาดไหน (ทำหน้าที่ส่งวิญญาณ) แถมไม่มีพลังพิเศษประเภทโผล่มาอีกนะ ต้องนั่งเครื่องบินมาอเมริกาเพื่อส่งวิญญาณนี่นะ

ว่าไปแล้ว เล่มนี้มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรมากหรอกนะคะ เพียงแต่มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับแม็กซ์กับงานของเฮทเธอร์แล้วก็ว่าได้ ค่ะ เราให้โอกาส และติดตามซื้องานของเธอมาหลายปี ทั้งที่คุณภาพของมันไม่เหมือนกับงานในอดีต เธอไม่เหมือนเดิม แต่แม็กซ์ก็ยังเคยชินที่จะซื้อ และอ่านงานของเธออยู่เรื่อย แต่หลังจากอ่านเล่มนี้ (หรือชุดพี่น้องตระกูลฟรินน์) จบลง แม็กซ์คิดว่า ได้เวลาที่เราจะบอกลางานใหม่ของเธอแล้วล่ะ

เราชอบงานเก่าของเธอมากกว่า

สำหรับเล่มนี้คะแนนที่ 47

และมาถึงงานของนักเขียนอีกคน ที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเฮทเธอร์หรอกนะ เพียงแต่แม็กซ์โยงเอาพวกเธอมาเกี่ยวกันเอง

No Escape ของแชนน่อน เค. บุทเชอร์

เช่นเดียวกับเล่มที่เพิ่งรีวิวไป เล่มนี้เป็นเล่มทีสามในชุดที่เล่าเรื่องราวของพระเอกที่เป็นอดีตทหารหน่วยเด ลต้า ฟอร์ซ แต่เท่าที่ติดตามข่าว คิดว่านี่คงไ่ม่ใช่เล่มสุดท้ายในชุดหรอกนะคะ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่แม็กซ์ยินดีมาก (ตอนแรกได้ข่าวว่าคนแต่งหันไปเขียนเรื่องแนวพารานอมอล ก็นึกว่าเธอจะเลิกเขียนโรแมนติกสืบสวนซะแล้ว แต่เพิ่งรู้มาว่างานแนวนี้เล่มต่อไปของเธอจะออกขายเดือนตุลาคมปีนี้แหละ)

สำหรับคนที่สนใจชุดนี้ อ่านรีวิวที่เราเคยเขียนไปแล้วได้ที่นี่ค่ะ

เหตุผลใหญ่ที่ทำให้แม็กซ์เอาแชนน่อนไปเปรียบเทียบกับเฮทเธอร์ก็คือทิศทาง การเขียนหนังสือ เราอ่านเล่มแรกที่แชนน่อนเขียนแล้วไม่ประทับใจอะไรเลยนะคะ ตอนหยิบเล่มสองมาก็คิดว่ามันดีขึ้น แต่ไม่ถึงกับสนุกสุดยอด และเมื่อมาถึงเล่มนี้ มันอาจจะยังไม่ใช่หนังสือแนวโรแมนติกที่ดีมาก แต่มันเป็นการบ่งบอกว่า ฝีมือของแชนน่อนเริ่มเข้าฝัก และทำให้แม็กซ์อยากอ่านงานเล่มต่อไปของเธอขึ้นมาทันที เพราะเรารู้ว่า เธอยังจะพัฒนาไปได้อีกเยอะ

แกรนต์ เค้นท์ที่เพิ่งจะลาออกจากหน่วยเดลต้า ฟอร์ซ ตัดสินใจเดินทางกลับไปเมืองที่เขาเคยอาศัยอยู่สมัยเด็ก เพื่อเยี่ยมเยียนอิซาเบลเพื่อนเก่า ซึ่งเพิ่งทิ้งข้อความประหลาด ๆ ในโทรศัพท์ของเขา อิซาเอลเตือนเขาถึงเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น แม้เธอจะไม่ได้บอกว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย แกรนต์ก็รับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

และมันก็จริง เพราะ อิซาเบลค้นพบว่า บรรดาเด็ก ๆ ที่เคยอาศัยอยู่กับเธอสมัยที่ยังเป็นเด็กกำพร้าด้วยกัน ตายลงทีละคน ปัญหาก็คือ การตายของทุกคนถูกระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย จริงอยู่ชีวิตในบ้านที่เหล่าเด็กกำพร้าต้องอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านของชายผู้ โหดร้าย ไม่ใช่สิ่งที่น่าจดจำ แต่อิซาเบลก็ไม่คิดว่า ทั้งหมดจะพร้อมใจกันทำร้ายตัวเองเช่นนั้น

แกรนต์ศึกษาข้อมูลของอิซาเบล และเห็นด้วย เขาตัดสินใจเลื่อนกำหนดการออกเดินทางไปทำงานให้กับเพื่อนที่เปิดบริษัทรักษา ความปลอดภัย (พระเอกเล่มหนึ่ง) และอยู่กับอิซาเบลเพื่อช่วยเธอสืบหาความจริง เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งในเด็กกำพร้าเหล่านั้นเช่นกัน

แต่แล้วเมื่ออิซาเบลนัดหมายเพื่อนเด็กกำพร้ามาพบ และเตือนถึงอันตราย เพื่อนคนนึงซึ่งรับปากว่าจะหนีออกนอกเมือง ก็ตายไปอีกคน และคราวนี้แกรนต์กลายเป็นผู้ต้องสงสัย

พล็อตเรื่องของเล่มนี้สอบผ่านค่ะ น่าสนใจมาก เสียอย่างเดียวตรงที่แชนน่อนเฉลยตัวผู้ร้ายเร็วมาก (ตั้งแต่ร้อยหน้าแรก) ซึ่งถ้าเธอเก็บเป็นความลับ แล้วให้คนอ่านคาดเดาเอง มันคงน่าสนใจกว่านี้มาก เพราะเราคิดว่า ตัวตนของผู้ร้ายเดาได้ยากพอควร

แกรนต์ซึ่งเป็นตัวละครที่ออกมามีบทในสองเล่มแรก ก็ยังคงบุคลิกความเป็นตัวเขาเองไว้ครบถ้วน เขาเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่พิชิตใจสาวนับร้อย แต่อิซาเบลเป็นเพื่อนที่เขาไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาคิดไปไกลเกินกว่าแค่คืนเดียว เช่นเดียวกับพระเอกโรแมนซ์ส่วนใหญ่ แกรนต์มีปัญหากับความผูกพัน เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นพ่อและสามีที่ดีได้ เพราะพ่อของเขาเองก็ละทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขายังเด็ก แกรนต์็ไม่ต้องการให้อิซาเบลเอาชีวิตมาผูกกับเขา ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นเสาหลักให้เธอได้นานแค่ไหน ก่อนที่จะออกลายเหมือนที่พ่อของเขาเป็น

ดังนั้นแม้จะรู้แล้วล่ะว่า รักอิซาเบล เขาก็ยินดีที่จะปล่อยเธอไปให้มีความสุขกับผู้ชายที่เหมาะสมกับเธอมากกว่า

พระเอกโรแมนซ์มาก โชคดีนะคะที่แกรนต์ทำตามคำพูดของตัวเองไม่ได้

ส่วนอิซาเบลก็เหมือนนางเอกโรแมนซ์เช่นกัน ที่คิดว่าตัวเองไม่มีอะไรดีพอที่จะดึงดูดใจแกรนต์ไว้กับเธอได้ คนที่เดินเข้ามาในชีวิต ก็ล้วนทิ้งเธอไปทั้งนั้น ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายทิ้งแกรนต์ก่อน

และก็โชคดีเช่นกัน ที่พระเอกคิดได้เร็วว่า ตัวเองต้องการนางเอกแค่ไหน

ในแง่ของตัวละคร แม็กซ์ยังไม่คิดว่ามีอะไรใหม่ พระเอกและนางเอกยังเป็นสูตรสำเร็จตัวละครอยู่ดี แต่เมื่อนำมารวมกันกับพล็อต เราให้คะแนนสอบผ่านค่ะ เพราะเข้าองค์ประกอบกันได้ดีมาก ทำให้เรื่องน่าสนใจ และน่าติดตามตลอดทั้งเล่ม ทั้งที่หนังสือก็หนากว่าสี่ร้อยหน้า

แต่ (สปอยล์) สงสารตัว ละครรองตัวนึงมากเลยล่ะ ถูกผู้ร้ายคนนึงซ้อมปางตาย เข้ารพ.หนักอยู่หลายวัน พอออกมาก็โดยผู้ร้ายอีกคนเอาปืนยิง ไม่เข้าใจว่า คนเราทำไมมันซวยขนาดนี้นะ

คะแนนที่ 73

หนังสือสองเล่มแนวเดียวกัน ที่เขียนโดยนักเขียนสองคน เล่มนึงคงจะเป็นเล่มสุดท้ายของนักเขียนคนนี้ที่เราจะซื้อ ส่วนอีกเล่มเป็นนิมิตหมายอันดีว่าเราได้เจอกับนักเขียนที่น่าจะมีอนาคตไกล เข้าให้แล้วล่ะ