Showing posts with label Christine Warren. Show all posts
Showing posts with label Christine Warren. Show all posts

Friday, February 13, 2009

She's No Fairie Princess // Christine Warren

ถึงชื่อเรื่องจะบอกอย่างนั้น แต่ฟีออน่าก็เป็นเจ้าหญิงแห่งภูติ ที่ร้ายไปกว่านั้นเธอหลานคนโปรดของราชินีแม็บแห่งอาณาจักรภูติ เป็นคนที่ได้รับคาดหมายว่าจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดบัลลังค์แห่งซี ลี่ คอร์ท (เสริมความรู้นิดนึง อาณาจักรภูติหรือที่เรียกกันว่าแฟรี่นี่แบ่งเป็นสองอาณาจักรใหญ่คือ ซีลี่ และอันซีลี่ โดยที่ซี่ลี่เป็นดินแดนแห่งแสงสว่าง ภูติที่อยู่ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเรื่องรักศิลปะ บทกวี การแสดง ในขณะที่อันซีลี่เป็นดินแดงแห่งความมืด เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ แต่การจะบอกว่าอาณาจักรใดดีหรือเลวนี่ขึ้นอยู่กับคนแต่งว่าจะกำหนดบทบาทให้ แต่ละคอร์ทเล่นกันยังไง อย่างในชุดเมอรี่ เจนทรี้ของลอเรล เค แฮมิลตันนี่อันซี่ลี่เป็นฝ่ายที่ดีกว่า เพราะซื่อสัตย์ต่อความบทพร่องของตัวเอง ในขณะที่ซีลี่จะซ่อนความเหี้ยมไว้ในฉากหน้าที่สวยงาม)

ฟีออน่าเบื่อเต็มทีกับชีวิตเจ้าหญิง และถึงเวลาที่เธอจะหนีเที่ยว ที่ใดจะดีไปกว่าดินแดนที่ป้าของเธอห้าม โลกมนุษย์

หนังสือเรื่องนี้เป็นหนึ่งในชุด The Novel of Other ซึ่งหมายถึงสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์ ถ้านับจำนวนเล่มที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์เซ็นต์มาร์ติน เล่มนี้เล่มสองในชุด แต่ความจริงแล้วเรื่องราวก่อนหน้าถูกตีพิมพ์เป็นอีบุ๊คกับสำนักพิมพ์อีลอร่า สเคฟ ตัวละครหลายตัวที่โผล่มาแบบมีเจ้าของก็คิดไว้ได้ว่ามีเรื่องราวของเขาแล้วใน เล่มก่อนหน้า (ไปหาอ่านกันเอง แต่เราเตือนว่าไม่ค่อยหนุกค่ะ)

เล่มนี้เป็นงานชิ้นแรกในจำนวนหลายชิ้นของคริสตีน วอร์เรนที่เราอ่านแล้วลงความเห็นว่าสนุก เล่มก่อนหน้านี้ของเธอ "หมาป่าอยู่ที่ประตู" ถือเป็นหนังสือที่อ่านแล้วลืมเลือนไปได้อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เพิ่งอ่านไปเมื่อราวเดือนมีนาคม แต่เรากลับจำอะไรไม่ได้เลย มันน่าเบื่อขนาดนั้น

แต่สำหรับ She's no fairie princess เล่มนี้กลับแตกต่างออกไปจนเหลือเชื่อ

เราชอบฟีออน่าที่ทำตัวฉลาดสมกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุ 250 ปี (ภูติมีชีวิตเป็นนิรันดร์จำได้ไหม) สิ่งสุดท้ายที่เราจะทนได้สำหรับนางเอกก็คือระดับไอคิว (ซึ่งไม่ได้วัดกันด้วยใบปริญญาที่นางเอกมี แต่เป็นพฤติกรรมของเธอที่แสดงออกในเรื่อง) เราชอบที่เธอมีชีวิตมายาวขนาดนั้นแล้วยังไม่เบื่อหน่ายโลก ไม่ทำพฤติกรรมซ้ำซากที่นางเอกหลายเรื่องชอบจะทำกัน

แต่เหนืออื่นใดเราชอบโทเบียส วอร์คเกอร์ (มันเอาอีกแล้ว คร่ำครวญถึงพระเอก) เราชอบที่เขาห้ามใจตัวเอง เพราะรู้ว่าการเข้าไปยุ่งกับเจ้าหญิงแห่งภูติเป็นการก่อปัญหาใหญ่ให้กับฝูง ของเขา (พระเอกเป็นหมาป่า บอกไปแล้วรึยังเนี่ย) แต่เมื่อถึงจุดนึงที่เขาไม่อาจปฏิเสธตัวเองได้อีก วอร์คเกอร์ก็ทุ่มตัวเองลงในความสัมพันธ์ด้วยทุกสิ่งที่เขามีอยู่

ความเป็นเจ้าหญิงของเธอไม่สำคัญ เมื่อชะตาเลือกเธอให้มาเป็นคู่ของเขา

ความมีชีวิตนิรันดร์ของเธอไม่สำคัญ แม้ว่าเขาเป็นเพียงหมาป่าธรรมดาที่ชีวิตจำกัด นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่ฟีออน่าจะตัดขาดจากความสัมพันธ์

เขาอาจจะเป็นเบต้าในฝูง (เบต้าเป็นเหมือนรองหัวหน้า เรื่องของหัวหน้านี่เขียนไปตั้งนานแล้ว) แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าเกินกว่าที่จะเป็นเจ้าชายให้กับเจ้าหญิง แห่งภูติเขารู้จักตัวเองดีพอจะรู้ค่าของตัวเอง ไม่มีคำว่าไม่เหมาะสมเพราะความแตกต่างกันทางสถานะ เมื่อฟีออน่าเป็นของเขา เธอก็เป็นของเขา ไม่สำคัญว่าเธอจะเป็นอะไร

โอเค จบการพร่ำรำพันถึงตัวละครในเรื่อง หันมาพูดกันด้านเนื้อเรื่องบ้าง ถ้าคุณชอบพล็อตเรื่องแปลกแหวกแนว หาที่ไหนไม่ได้ในโลก ก็ไปหาเล่มอื่นมาอ่านแล้วกันนะคะ เพราะพล็อตเรื่องก็ธรรมดาไม่ได้สร้างสรรอะไร

เปิดเรื่องหลังจากฟีออน่าหนีมาเที่ยวในโลกมนุษย์ ยังไม่ทันที่เธอจะทำอะไรก็เผชิญหน้ากับเดม่อนปีศาจจากอีกโลกนึง และทำให้เธอได้เจอกับวอร์คเกอร์ซึ่งตรวจตราพื้นที่แถวนั้นอยู่ หลังจากนั้น นอกจากการไล่ล่าเดม่อนที่ขึ้นมาบนโลกและออกฆ่ามนุษย์ก็เกิดขึ้นไปพร้อมกับ ความรักระหว่างฟีออน่าและวอร์คเกอร์ (พล็อตเดิม แม็กซ์บอกแล้วใช่ไหม)

ไม่ได้มีปริศนาอะไรที่ต้องขบคิด อ่านสนุกเพลิดเพลิน

อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้เรามีกำลังใจในการตามอ่านงานเล่มอื่นของคริสตีน วอร์เรนมากขึ้นค่ะ

Sunday, February 8, 2009

The Demon You Know // Christine Warren

แม็กซ์หายหน้าไปหลายวัน ไม่ได้ไปไหนหรอกนะคะ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามอย่างรุนแรงในการอ่านเรื่อง "ปีศาจที่ฉันรู้จัก" ให้จบไปเสียที

เป็นความพยายามที่กินแรงมาก เพราะอ่านยังไงก็ไม่ไป จะให้วาง ก็รู้ดีแน่ว่า ลองวางแล้ว ชาตินี้ อาจจะไม่ได้หยิบขึ้นมาอ่านอีกแน่ ก็เลยทน ทน แล้วก็ทนอ่าน

แต่เพื่อความเป็นธรรม The Demon You Know ของคริสทีน (ไม่อยากเป็นตีนน่ะ) วอร์เรน ก็ไม่ได้เลวร้ายตาแป๊ะบอดหรอกนะ เพียงแต่มันไม่น่าสนใจ ราบเรียบเสียจนนึกว่าเพิ่งไปส่งซักแห้งมาก

เป็นความผิดหวัง หลังจากที่แม็กซ์ได้อ่านเรื่อง She's no faerie princess ซึ่งเป็นเล่มก่อนหน้านี้ของคริสทีน แม็กซ์ชอบเรื่องนั้นมากค่ะ แต่เล่มนี้

เฮ้อ

ขอถอนหายใจแรงหนึ่งรอบ

มันไม่ได้แย่หรอกนะ แต่มันไม่สนุกอ่ะ

เรื่องนี้เป็นเล่มสามในชุด "คนอื่น" ซึ่งเป็นเรื่องของของบรรดาสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติทั้งหลายที่แฝงตัวอยู่ ร่วมกับมนุษย์ เล่มนี้อาจเป็นเล่มสามที่ออกขายกับสำนักพิมพ์เซ็นต์มาร์ตินก็จริง แต่ยังมีอีก 6 เล่มที่ออกขายกับอีลอร่าส เคฟ ดังนั้นนับกันจริงก็เล่ม 9 แล้วล่ะ แต่คนที่ยังไม่ได้อ่านเล่มก่อนหน้าก็ไม่ต้องกลัว อ่านได้ค่ะ แต่จะสนุกไหมเนี่ย แล้วแต่คนนะ

ในเล่มนี้รูลซึ่งเป็นปีศาจที่มาจาก "ข้างล่าง" ข้ามมายังโลกมนุษย์เพื่อตามล่าปีศาจเลว เล่าเรื่องยาวให้สั้น ปีศาจมีสองชนิด แบบดีที่เรียกกันว่าเดม่อน และปีศาจเลวรูลเป็นเดม่อน ปีศาจที่เขาตามหาเป็นสายของเขาในการแทรกซึมกองกำลังปีศาจเลว โชคชะตาและความบังเอิญแบบซวยสุดทำให้แอ็บบี้นางเอกโดยปีศาจตัวนั้นเข้าสิง ทำให้เธอต้องตกกะไดมาพัวพันกับเหล่า "คนอื่น"

ปัญหาที่ทำให้เรื่องนี้ไม่เวิร์คสำหรับแม็กซ์มีเยอะ เริ่มตั้งแต่ นางเอกถูกสิง เธอถูกสิงโดยปีศาจผู้ชาย และจะถูกสิงไปจนเกือบจบเรื่อง อ่านเซ็กส์ซีนยังไงมันก็... ทำใจไม่ได้นะ ลองคิดดูดิ...

แล้วก็ยังตัวนางเอกอีกที่ไม่เห็นว่าจะทำอะไรได้ โอเคเธอเป็นมนุษย์ธรรมดา ท่ามกลางคนอื่นที่มีความสามารถพิเศษ มนุษย์หมาป่า แม่มด หรือมนุษย์แมว แต่ก็ไม่จำเป็นที่การเป็นคนธรรมดาจะเทียบเท่ากับความไร้ความสามารถนี่ วัน ๆ เธอเอาแต่นั่งบ่นว่า เบื่อที่จะต้องอยู่ในเซฟเฮ้าท์ที่เธอถูกกักตัวไว้เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง จากนั้นก็คิดแผนการหนี ที่ทำให้คนเกือบตายกันหมด ยังดีนะ ที่มีตัวละครมาด่านางเอกว่า "โง่" ทำให้ความโง่อันนี้พอให้อภัยได้ เพราะอย่างน้อยคนแต่งก็รู้แล้วว่า ตัวละครของเธอกำลังทำตัว โง่

พล็อตเรื่องก็ไม่มีอะไร ถึงจะไปพัวพันกับความเป็นตายของโลก แต่ก็ไม่เห็นจะมีใครสนใจ บรรดาเจ้านายของพระเอกก็ไม่เห็นส่งใครมาช่วยทำให้สถานการณ์มันดีขึ้นเลย มีแค่พระเอกและเพื่อนพ้องของเขา (ที่ไม่ได้มีหน้าที่ในการกู้โลกหรอกนะ แต่ช่วยเพราะเคยเป็นพระเอกเล่มก่อนหน้า ก็เลยต้องขอโผล่มาให้เห็นสักหน่อย)

โอ้ยผิดหวัง แม็กซ์ชอบ SNFP มากค่ะ แต่คิดอีกที คริสทีนนี่ก็มีประวัติความไม่คงเส้นคงวาสูง

คะแนนที่ 47 (เทียบกับ 87 ของ She's no faerie princess และ 43 จาก Wolf at the door)

Saturday, February 7, 2009

Howl at the moon // Christine Warren

หนังสือชื่อที่แม็กซ์แปลแบบตรงตัวมาก เพราะเมื่อชาติที่แล้วไม่ได้เกิดเป็นนักแปล (เพราะไม่เก่งพอ) หรือมีความทะเยอทะยานในชีวิตที่จะเป็นนักแปล ก็เลยแปลได้แค่นี้ มาจากเรื่อง Howl at the moon ของคริสตีน วอร์เรน นักเขียนที่แม็กซ์ของตั้งฉายาให้ว่า "ผีอิน ผีเอ้าท์"

นั่นก็เพราะว่าแม็กซ์อ่านหนังสือของเธอมาสี่เล่ม ไม่นับอีบุ๊ค แล้วสรุปผลได้ดังนี้ ชั่วมาก ดีมาก ชั้วชั่ว ดีโคตร ซึ่งเล่มนี้ตรงกับเล่มที่สี่ของเธอที่แม็กซ์อ่านพอดี ด้วยความเป็นเลขคู่ ผลลัพธ์ก็เลยออกมาน่าประทับใจอย่างยิ่ง

แต่ใครล่ะที่จะไม่ชอบหนังสือที่พระเอกที่

"Right now, there were three major truths in his world. The first was that he loved Samantha Cartairs. The second was that he would do whatever it took to make her listen to him, and the third was that he was willing to do whatever it took to make her forgive him, whether that involved groveling, begging, pleding, or public acts of humiliation. He didn't care. No matter what it required, he would win his woman back."

นั่นก็เพราะว่าโนอาห์ เบเกอร์เป็นสายลับของรัฐบาลที่ถูกส่งเข้ามาในเผ่าหมาป่าแห่งซิลเวอร์แบ็ค ในโลกของคริสตีน วอร์เรน กลุ่มเหนือธรรมชาติที่เธอเรียกว่า "Others" เพิ่งประกาศตัวต่อชาวโลกว่า มีสิ่งมีชีวิตที่เหนือธรรมชาติจำพวกหมาป่า แวมไพร์ แม่มด และอื่น ๆ อีกมากมายอยู่ร่วมโลกกับเราด้วย

โนอาห์เป็นพี่ชายของนางเอกเล่มสาม (เล่มที่แม็กซ์เรียกว่า ชั้วชั่ว) ซึ่งเธอเป็นมนุษย์ที่ตกกระไดไปร่วมหัวจมท้ายกับเดม่อน ดังนั้นโนอาห์จึงเป็นมนุษย์ที่มีสายสัมพันธ์เป็นอย่างดีกับพวก "คนอื่น" เขาจึงเป็นสายลับที่ดีในการสืบความลับเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องดีเอ็นเอของ มนุษย์หมาป่า เขาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทุกคนในเผ่าซิลเวอร์แบ็ค และฉากหน้าของเขาก็ทำให้เขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกับซาแมนธาหมาป่าสาวที่เป็นมือ ขวาของแกรมหัวหน้าเผ่า

การต้อนรับอย่างจริงใจ และอาการ "ตกหลุมรัก" อย่างจังของโนอาห์ที่มีต่อซาแมนธาทำให้งานของเขายากขึ้น โนอาห์พบว่าตัวเองเหมาะที่จะเป็นทหารทำสงครามซึ่งหน้ามากกว่าการหลอกลวง กลุ่มคนที่เขาสนิทสนมขึ้นเรื่อย ๆ

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่สมบูรณ์แบบไปเสียหมดนะ เพียงแต่ข้อเสียของมันไม่เคยเด่นไปกว่าความรู้สึกที่คริสตีนแสดงออกมาผ่าน ตัวเองทั้งสอง ซาแมนธาที่ตกหลุมรักมนุษย์ และโนอาห์ที่ยอมรับทุกอย่างที่ซาแมนธาเป็น เขายอมรับว่าเธอแข็งแรงกว่าเขา (เพราะเธอเป็นหมาป่า ในขณะที่เขาเป็นเพียงคนธรรมดา) เธอวิ่งเร็วกว่าเขา แรงเยอะกว่าเขา แต่สำหรับโนอาห์แล้วทั้งหมดไม่สำคัญเลย เขาต้องเป็นคนปกป้องเธอ

โนอาห์เป็นพระเอกที่น่าอ่าน และคุณจะไม่รักเขาได้ยังไง เมื่อเขาบรรยายความรู้สึกตัวเองเมื่อซาแมนธายิ้มให้เขาอีกครั้ง หลังจาก "โกรธ" กับการหลอกลวงของเขาในฉากนี้

"She smiled at him, and his heart nearly stopped. Gods, he hadn't even realized it until then, but if she'd never smailed at him again, he'd have died. The expression had become like oxygen to him, a non-negotiable necessity."

พูดตามตรงนะ แม็กซ์แทบไม่เชื่อเลยว่า คนที่เขียนเรื่องอย่าง She's no fairie princess และเล่มนี้ Howl at the moon จะเป็นคนเดียวกับที่เขียนเรื่อง Wolf at the door และ The Demon you know แต่มันก็เป็นไปแล้ว และถ้าแม็กซ์เป็นคนเชื่อในทฤษฎีสมคบคิด แม็กซ์ก็คงบอกว่าคริสตีน วอร์เรนมีสองคนผลัดกันเขียนคนละเล่ม

สำหรับเล่มนี้ เอาไปเลยค่ะที่ 83

Saturday, January 31, 2009

Walk on the wild side // Christine Warren

ทำใจเอาไว้มากก่อนอ่านแล้วล่ะว่าจะต้องไม่ชอบหนังสือเล่มนี้แหง นั่นก็เพราะว่าเล่มนี้เป็นเล่มที่ห้าในชุด และเท่าที่อ่านงานของคริสตีน วอร์เรนมา แม็กซ์ไม่เคยชอบหนังสือที่เป็นเล่มเลขคี่เลย (นั่นคือไม่ชอบเล่มแรก Wolf at the door และเล่มสาม The Demon you know) ในขณะที่กรี๊ดสลบกะเล่มที่เป็นเลขคู่ (She's no faerie princess & Howl at the moon)

แต่ของที่แน่นอนก็คือของที่ไม่แน่นอน เพราะแม็กซ์พบว่าตัวเองชอบเล่มนี้ค่ะ

Walk on the Wild Side ของคริสตีน วอร์เรน

สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องชุด Others ของคริสตีนมาก่อน จะเริ่มอ่านที่เล่มนี้ก็โอเคนะคะ เพราะว่าแม้จะเป็นเล่มที่ห้าในชุด แต่ก็ขอบอกว่า เล่มนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับสี่เล่มแรกเลยแม้แต่น้อย ตัวละครเป็นเซ็ตใหม่หมด แถมยังเป็นเรื่องราวของมนุษย์สิงโต (ไม่ใช่หมาป่าเหมือนอย่างเล่มก่อน ๆ)

ส่วนเกี่ยวข้องเดียวที่มีก็คือ เล่มนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องราวของเหล่า Others หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ตามพล็อตเรื่องในเล่มแรก Wolf at the door ซึ่งพล็อตเรื่องนั้นมีการประกาศให้ชาวโลก (ที่ไม่ใช่ควายนะคะ) รับรู้ว่า ในโลกมนุษย์เรานี้ ไม่ได้มีแค่มนุษย์ธรรมดาสามัญ แต่มีสิ่งมีชีวิตที่เคยเข้าใจกันว่าเป็นเพียงตำนานจำพวกแวมไพร์ หมาป่า หรือมนุษย์กลายร่างอีกหลายประเภทอยู่ร่วมกับเราด้วย

นางเอกของเราชื่อน่ารักมากว่าคิตตี้ ที่หลงคิดมานานว่าตัวเองเป็นเพียงคนธรรมดา แต่แล้วอุบัติเหตุในคืนวันนึงก็ทำให้ "ความพิเศษ" ของเธอปรากฎตัวออกมา นั่นก็เพราะว่าพ่อของเธอไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่ทำแม่เธอท้องแล้วก็ตาย อุบัติเหตุ หากแต่เป็นถึงหัวหน้าเผ่ามนุษย์สิงโตเรดร็อคแห่งลาสเวกัส และเขาก็ยังมีชีวิตอยู่

การค้นพบว่าตัวเองเป็น "พวกอื่น" ที่ไม่ใช่มนุษย์ นำความว้าวุ่นมาสู่ชีวิตของคิตตี้อย่างมาก เธอเป็นบรรณารักษ์ที่เชี่ยวชาญด้านหนังสือโบราณยุคเรเนซองค์ เธอไม่อาจปรับตัวให้เคยชินกับการแปลงร่างอย่างกระทันหัน อันที่จริงเธอควบคุมการแปลงร่างของตัวเองไมได้เลยด้วยซ้ำ และนั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตอบรับคำเชิญให้เดินทางไปเยี่ยมผู้เป็น พ่อที่ลาสเวกัส

แต่ก็เพียงวันแรกที่ไปถึง เธอก็ถูกตามทำร้าย ด้วยสัญชาตญาณล้วน ๆ คิตตี้เอาตัวรอดมาได้ แต่ก็ต้องติดอยู่กับร่างสิงโต กลับมาเป็นมนุษย์ไม่ได้ และต้องให้มาร์คัส หรือแม็กซ์ (ที่ไม่ใช่แม็กซ์คนรีวิวนะคะ) ช่วยให้กลับร่างเดิม

มันเป็นการพบกันครังแรกที่น่าจดจำมาก เพราะเธอเปลือยกายก่อนที่พูดสวัสดีกันเสียอีก

แม็กซ์ถูกหัวหน้าเผ่าซึ่งตอนนี้นอนป่วยหนักส่งมารับตัวผู้เป็นลูกสาว และการปองร้ายเอาชีวิตเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงเวกัส ก็ยิ่งทำให้เขาต้องระวังมากเป็นสองเท่า และก็เช่นเดียวกับโรแมนซ์หลายเล่ม ที่เพียงไม่นานหลังรู้จักกัน แม็กซ์ (พระเอกนะ ไม่ใช่คนรีวิว) ก็รู้ว่า คิตตี้คือคนที่สำคัญในชีวิต ทีเขาไม่อาจยอมให้เธอกลับไปเซ็นต์พอล (อันเป็นบ้านเกิดของคิตตี้) ได้

แม็กซ์เป็นพระเอกที่กำลังพอดี ไม่อัลฟ่าจนน่ารำคาญ แต่ก็ไม่ใช่ลูกไล่ของนางเอก เขามีเหตุผลพอที่จะรับฟัง และหัวดื้อพอที่จะพยายามคุ้มกันคิตตี้ในทุกสถานการณ์ ส่วนคิตตี้เองก็เป็นนางเอกที่กำลังพอดีเช่นกัน เธอมีความไร้เดียงสาของคนที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่เธอไม่โง่ที่จะคิดว่าชีวิตตัวเองจะเหมือนเดิม (หลังจากค้นพบว่าเธอเป็นลูกสาวของอภิมหาเศรษฐี และหัวหน้าเผ่า) เธอกล้าหาญ และน่ารัก

แม็กซ์ (คราวนี้หมายถึงแม็กซ์คนรีวิว) ชอบหนังสือเรื่องนี้ในแง่ของความลงตัว และอ่านได้ลื่นไหลตลอด พล็อตเรื่องอาจไม่มีอะไรใหม่ ผู้ร้ายดูกันออกตั้งแต่บทแรกแล้ว ไม่ต้องลุ้นหรือเดาให้เหนื่อย และเล่มนี้ก็สอบผ่านในแง่ความเป็นโรแมนซ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกและ นางเอกเขียนได้ดีมาก จนทำให้แม็กซ์เชื่อว่า แม็กซ์และคิตตี้จะไปกันรอด

สิ่งเดียวที่ขอบ่นก็คือ เพราะพระเอกชื่อเหมือนแม็กซ์ ทำให้การเขียนรีวิวเรื่องนี้ทำให้ยาก และน่าปวดหัวมาก

คะแนนที่ 80

Wednesday, January 21, 2009

One Bite with a Stranger // Christine Warren

อ่านเล่มนี้จบไปอาทิตย์กว่าแล้วล่ะค่ะ แต่พอดีมีคิวเล่มอื่นมาแทรกตลอด ก็เลยยังไม่ได้เขียนรีวิวเสียที และก็ไม่ใช่เพราะว่าเล่มนี้น่าประทับใจมากชนิดที่ต้องเขียนรีวิวเล่าให้ทุก คนฟังหรอกนะคะ เพียงแต่คิดว่ามันสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ติดตามชุด Others ของคริสตีน วอร์เรน เพราะมันเป็นเล่มแรกในชุดน่ะสิ

One bite with a stranger ของคริสตีน วอร์เรน

หนังสือเล่มนี้โฆษณาหราว่าเป็นเล่มแรกในชุด Others ปัญหาก็คือ แม้จะเป็นเล่มแรกในชุด แต่กลับไม่ใช่เล่มแรกที่วางขายในรูปแบบพรินต์บุ๊ค

สำหรับคนที่เพิ่งมาติดตามชุดนี้ตอนที่ออกขายกับสนพ.เซ็นต์มาร์ติน หรือไม่รู้อะไรเลยกับชุดนี้ ก็ขอแม็กซ์ท้าวความยาวสาวความยืดก่อนแล้วกันค่ะ

ดั้งเดิมแล้วหนังสือชุดนี้คริสตีน วอร์เรนเขียนให้กับสนพ.อีลอร่าส เคฟ ในรูปแบบอีบุ๊ค เล่มแรกในชุดชื่อเรื่องว่า Fantasy Fix หลังจากเขียนให้อีลอร่าอยู่หลายเล่ม เธอก็ได้ดีมีสนพ.เซ็นต์มาร์ตินมาตาจีบให้ย้ายสนพ. เธอก็ย้าย และเลิกเขียนอีบุ๊ค หันมาเขียนหนังสือที่พิมพ์ขายเป็นรูปเล่มเป็นหลักอย่างที่เราเห็นแทน เล่มแรกที่เธอเขียนให้เซ็นต์มาร์ตินชื่อเรื่องว่า Wolf at the door ซึ่งยังคงเล่าเรื่องของสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ (และทำให้ถูกเรียกว่า Others) อยู่ต่อ

แต่เวลาก็ผ่านไปหลายปี หนังสือชุดนี้ออกขายมาแล้วห้าเล่มกับเซ็นต์มาร์ติน คริสตีนก็ได้ลิขสิทธิของ Fantasy Fix ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุดกลับมาจากอีลอร่าส เธอก็เลยเอามาขายอีกรอบให้กับเซ็นต์มาร์ติน แต่ไม่ได้ขายธรรมดา เธอเขียนเรื่องราวเพิ่มเติม และดัดแปลงบางส่วนของ Fantasy Fix แล้วก็เปลื่ยนชื่อเรื่องมาเป็น One Bite with a Stranger

ดังนั้นสำหรับคนที่ติดตามเรื่องในชุดนี้ พอมาอ่านเล่มนี้อาจจะเกิดอาการงงนิดนึง เพราะข้อเท็จจริงหลายอย่างที่เป็นจริงในเล่มก่อนหน้าที่ออกกับเซ็นต์มาร์ติน ไม่เป็นจริงในเล่มนี้ เพราะเหตุการณ์ในเล่มนี้เกิดก่อน เช่น มนุษย์ในเล่มนี้ไม่เคยรับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์อยู่ในโลก ในขณะที่เล่มอื่น ความจริงอันนี้ได้รับการเปิดเผยแล้ว (เปิดเผยใน Wolf at the door)

เรากลับมาเข้าเรื่องเล่มนี้กันเสียทีค่ะ

เล่มนี้ถือเป็นเล่มแรกที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสาวห้าคนที่เล่นเกมที่ เรียกกันว่า Fantasy Fix นั่นก็คือ ให้เพื่อนสร้างจินตนาการที่อยากให้เป็นจริงห้าอย่าง จากนั้นทำการจับสลากขึ้นมาสองอย่าง แล้วบรรดาเพื่อนอีกสี่คนที่เหลือต้องพยายามทำให้ความฝันของเพื่อนเป็นจริง

เล่มแรกเล่าเรื่องของเรจจี้ หญิงสาวที่เพิ่งโดนคู่หมั้นทิ้ง จินตนาการของเธอก็คือเซ็กส์ชนิด BSDM และแวมไพร์ (ซึ่งเธอไม่รู้หรอกว่ามีอยู่จริง เพียงแต่เขียนเพื่อให้มันเป็นไปไม่ได้ พวกเพื่อนจะได้เลิกยุ่งกับเธอ) สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ แวมไพร์มีจริงในโลก และบาร์ที่บรรดาเพื่อนสาวของเธอจัดฉากให้เธอไปพบกับหนุ่มในฝัน (ที่เพื่อนหาให้) ก็เป็นที่เดียวกับที่แวมไพร์ซึ่งเป็นถึงหัวหน้าสภา Other ไปสืบคดีพอดี

มิชาเป็นแวมไพร์อายุหลายร้อยปี เขาผ่านมาทุกอย่าง ทำมาทุกสิ่งจนแทบไม่มีอะไรน่าแปลกใจสำหรับเขาอีกแล้ว จนกระทั่งได้พบกับเรจจี้ ทันใดนั้นเองเขาก็รู้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขารอคอย และในไม่ช้าเขาก็พาตัวเองเข้าสู่ชีวิตของเรจจี้ เป็นคำตอบของความฝันที่เรจจี้ต้องการ แม้เขาจะไม่ใช่ผู้ชายคนที่เพื่อน ๆ ของเรจจี้จัดหามาให้เพื่อนก็ตาม

อาจจะเพราะว่าหนังสือเล่มนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือที่คริสตีนเขียนให้กับสน พ.อีลอร่ามาก่อน ดังนั้นแม้จะเอามาดัดแปลงแล้วขายให้กับเซ็นต์มาร์ตินอีกรอบ กลิ่นอายของหนังสือแนวอีลอร่าก็ยังมีอยู่ครบถ้วน (นั่นก็คือเซ็กส์เยอะมาก ชนิดที่ไม่มีเหตุผลอันควร) นั่นก็เลยทำให้แม็กซ์รู้สึกว่าตัวเอกในเรื่องถูกดึงดูดเข้าหากันอย่างรวด เร็วเพราะคนแต่งต้องการเขียนฉากเซ็กส์ให้เร็วที่สุด และมากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้เราไม่รู้สึกถึงความรักที่ตัวเอกพยายามบอกกับคนอ่านเลยว่าพวกเขากำลัง รู้สึกอยู่

ทำให้แม็กซ์ไม่เชื่อแม้แต่วินาทีเดียวว่ามิชารักเรจจี้ หรือเรจจี้รักมิชา มันไม่ฉากไหนที่บอกเช่นนั้น แค่แว่บแรกเขาเห็นเธอเขาก็ต้องการเธอ เขาได้เธอ แล้วเขาก็รักเธอ มันบ้าอะไรกันวะ อ่านไปก็มีแต่เซ็กส์ทั้งนั้นแหละ หาความรักไม่เห็นจะเจอเลย

แล้วเชื่อไหมคะ มิชาเป็นหัวหน้าสภา Others ที่ห่วยที่สุด เพราะเราไม่เห็นเขาจะทำงาน หรือตามสืบบ้าอะไรเลย สุดท้ายที่ไขคดี (ที่เขามาสืบในบาร์จนได้เจอกับเรจจี้ในตอนต้นเรื่อง) ได้ก็เพราะผู้ร้ายเดินมาหา แล้วก็เล่าให้ฟังว่า "กูคือผู้ร้ายโว้ย" ที่สำคัญเขามัวแต่ตามจีบเรจจี้จนไม่ยอมทำอะไรเลย เข้าใจนะคะว่าเป็นโรแมนซ์ก็ต้องเน้นเรื่องพระเอกนางเอก แต่บางครั้งเราก็คิดถึงหลักความเป็นจริงนะ คุณตั้งพล็อตมาแล้วว่าพระเอกต้องทำคดีนี้ แต่จู่ ๆ ก็ทำเหมือนมันไม่มีประเด็นสำคัญ ทำให้เรารู้สึกว่ามิชาไม่ยอมทำงานเลย สมควรแล้วล่ะที่ตอนหลังโดนเปลี่ยนตัวเป็นคนอื่นแทน

แต่เชื่อไหมว่าที่แม็กซ์ด่ามาทั้งหมดนี้ นี่เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนามาจากเวอร์ชั่นที่ขายกับสนพ.อีลอร่ามากแล้วนะคะ ดังนั้นของเตือนหน่อยแล้วกัน สำหรับคนที่เคยอ่านเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นอีบุ๊ค (ไม่ว่าคุณจะซื้อโดนถูกต้องตามกม. หรือว่าลักลอบโหลดมา) ถ้าไม่ชอบงานของคริสตีนเพราะเรื่องนั้น ก็ให้โอกาสเธออีกครั้งนึงแล้วกัน เพียงแต่อย่าเริ่มอ่านงานของเธอที่เล่มนี้แล้วกัน

คะแนนที่ 47