Showing posts with label Eloisa James. Show all posts
Showing posts with label Eloisa James. Show all posts

Friday, February 13, 2009

Pleasure for Pleasure // Eloisa James

แม็กซ์หายหน้าไปหลายวัน ไม่ใช่งานยุ่งหรือติดธุระอื่นใด แต่เป็นเพราะมัวไปเก็บตกอ่านหนังสือน่ะค่ะ ก็เลยถือโอกาสของรายงานผลการอ่านแล้วกัน

Pleasure for Pleasure ของ Eloisa James

หนังสือที่ชื่อน่าเกลียดและไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิงกับเนื้อเรื่อง เรื่องของนักเขียนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งนิยายชิกลิกยุคโบราณ

แม็กซ์ไม่ชอบหนังสือแนวชิกลิก แต่ดันอ่านงานของอีลอยซ่าทุกเล่ม ไม่มีเล่มไหนอยู่ในระดับที่ชอบมาก แต่ส่วนใหญ่ก็อ่านได้ ไม่เสียดายเงิน จนกระทั่งเล่มนี้ ที่แม็กซ์พูดได้เต็มปากว่าชอบค่ะ

ความสุขเพื่อความสุขเป็นหนังสือเล่มที่สี่ในชุดพี่น้องตระกูลเอสเซ็ซที่แต่ ละคนล้วนแต่งงานดีดีทั้งน้าน (ก็แหมเป็นนางเอกกันทุกเล่ม) เล่มนี้เป็นเรื่องของน้องนุชสุดท้อง โจซี่ที่แตกต่างจากนางเอกโรแมนซ์เรื่องอื่น เพราะเธอใฝ่ฝันอยากแต่งงาน แต่การหาคู่ของเธอไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเธอถูกขนานนามไปทั่วยุครีเจนซี่ว่า เป็นไส้กรอกพันธุ์สก๊อต คนที่อ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุดคงจะงงเพราะตามเนื้อเรื่องไม่ทัน ตัวละครนับสิบออกมาทำความวุ่นวายไปทั่ว แต่สำหรับคนที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่เล่มแรก เล่มนี้ถือว่าเป็นการปิดฉากชุดได้สวยงาม

พระเอกของเรื่องคือเมนน์ นี่เป็นการสปอยล์อย่างมากแล้ว เพราะคนแต่งตั้งใจให้เป็นเซอร์ไพร์คนอ่าน แต่สำหรับแม็กซ์ซึ่งฉลาดเหนือมนุษย์ย่อมยั่งรู้แต่อ่านเล่มแรกแล้วว่านายคน นี้ล่ะจะเป็นพระเอกของโจซี่

หนังสือเริ่มต้นได้แปลกเมื่อพระเอกประกาศหมั้นกับผู้หญิงคนอื่น แถมบอกว่ารักเจ้าหล่อนคนนั้นอีกต่างหาก หลายคนคงส่ายหัวบอกเรื่องแบบนี้ม่ายอ่านม่ายอ่าน

แต่หยุดก่อนนี่เป็นงานของอีลอยซ่า เจมส์นะ เจ้าแม่เรื่องที่คาดหมายได้ยาก

แม็กซ์ไม่ค่อยชอบการดำเนินเรื่องของเธอนักหรอก ยกเว้นเรื่องนี้ที่ทุกอย่างรู้สึกลงตัวไปหมด

ชอบที่โจซี่รู้จักเมนน์ดีกว่าที่เมนน์รู้จักตัวเอง ชอบฉากที่เมนน์รู้ตัวว่า ซะยังไงก็ต้องตกหลุมเสน่ห์ของโจซี่แน่ ๆ ชอบที่เมนน์ไม่แสดงความเป็นพระเอกงี่เง่าเมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดจนตก กระไดพลอยโจนแต่งงานกะโจซี่

น่ารักไปเสียทั้งหมด

เรื่องนี้เหมาะกับคนที่อยากอ่านอะไรที่แปลกและแตกต่าง เนื้อเรื่องคาดเดาไม่ได้ และสำหรับคนที่ไม่คิดมากอยากได้สาระอะไรจากนิยายโรแมนซ์

Friday, January 23, 2009

Duchess by Night // Eloisa James

จะว่าไปแล้วช่วงนี้ถือว่าเป็นขาขึ้นในการอ่านหนังสือของแม็กซ์ค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ตอนนี้ไม่ว่าแม็กซ์หยิบเล่มไหนมาอ่านก็จะรู้สึกว่าสนุกเกือบทุกเล่ม (หรือมันอาจจะเป็นความจริงง่าย ๆ ที่ว่า หนังสือมันสนุก และแม็กซ์โชคดีที่เลือกหยิบเล่มนั้นมาอ่านติดกันก็ได้) และหลังจากถอนหายใจไปสามร้อยรอบกับอิลย่า หนังสือเล่มต่อมาที่อ่านหลังจาก Turbulent Sea มันน่าที่จะถูกข่มลงไปบ้าง

แต่มันก็ไม่ใช่ เพราะ Duchess by Night เล่มนี้ก็มีเสน่ห์แบบพิเศษในตัวมันเอง

Duchess by Night ของอีลอยซ่า เจมส์

แม็กซ์เกิดความรู้สึกอยากอ่านเล่มนี้ทันทีที่ได้ยินพล็อต เรื่องของนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย และพระเอกที่ปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็น แม้จะคิดว่าเขาผิดปกติชอบผู้ชายด้วยกัน แต่เพราะเล่มนี้เป็นเล่มที่สามในชุด Desperate Duchesses แม็กซ์ก็เลยหลงผิดคิดว่า น่าจะเริ่มอ่านตั้งแต่เล่มแรก (ที่แม็กซ์ซื้อมาดองเค็มไว้ข้ามปีแล้ว)

แต่ขอบอกตามตรงว่า เล่มแรกในชุดเรื่อง Desperate Duchesses (ชื่อเหมือนชื่อชุด) มันไม่เวิร์คอย่างรุนแรง แม็กซ์พยายาม พยายาม แล้วก็พยายาม แต่ก็ทำใจให้อ่านต่อจนจบไม่ได้ ก็เลยเกิดดวงตาเห็นธรรมคิดได้ว่า ถ้าอยากอ่านเล่มนี้ ก็อ่านสิวะ

และก็ได้ผลสรุปว่า ไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องอ่านเล่มก่อนหน้าในชุดเพื่อที่จะสนุกไปกับเรื่องนี้

อย่างชื่อชุด หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวของแฮเรียต ดัชเชสม่าย ผู้ซึ่งสามีฆ่าตัวตาย ตลอดเวลาเธอใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยมสมกับเป็นดัชเชส เธอไม่ได้ใช้ชีวิตห่าม ๆ อย่างที่เพื่อนเหล่าดัชเชสด้วยกันใช้เลย จนกระทั่ง ไอสิดอเร่ เพื่อนดัชเชสคนนึง (ซึ่งจะเป็นนางเอกเล่มสี่ในชุด) เกิดไอเดียเด็ดที่จะยั่วให้สามีของเธอหึงด้วยการไปร่วมงานปาร์ตี้ที่บ้านของ ลอร์ดสเตรจน์ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องมีงานปาร์ตี้ที่สุดเหวี่ยง

แฮเรียตฝืนกฏเป็นครั้งแรกยอมไปเป็นเพื่อนกับไอสิดอเร่ แต่เพื่อรักษาชื่อเสียงของเธอไว้ แฮเรียตปลอมตัวเป็นผู้ชาย และเมื่อได้พบกับลอร์ดสเตรจน์ หรือเจม (คนที่มีชื่อเต็มที่แม็กซ์ชอบมากทีสุดชื่อนึง -- ขนาดคิดว่าถ้าได้สามีเป็นฝรั่งก็จะเอามาตั้งชื่อลูก นั่นคือจัสติเนี่ยน) ก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายหัวใจหลายอย่าง

นั่นเพราะเจมเกิดอาการปิ๊งหนุ่มน้อยนามแฮรี่เข้าอย่างจัง และเมื่อเขาถูกฝากฝังให้ดูแล และนำทางหนุ่มแฮรี่ให้รู้วิธีการใช้ชีวิต มันก็ยิ่งทำให้พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาสอนการขี่ม้า ฟันดาบ และเป็นครูในเรื่องผู้หญิง เรื่องนี้ไม่ได้เน้นฮา หรือถ้าใครหวังว่าจะออกแนวเรื่อง Seduced ของเวอร์จิเนีย เฮนรี่ก็คงผิดหวัง เพราะโดยแกนหลักของเรื่องแล้ว ก็ยังเป็นโรแมนซ์ ไม่ใช่การสอนเรื่องเซ็กส์

แม็กซ์ชอบความสัมพันธ์ระหว่างเจมและแฮรี่ (หรือแฮเรียต) ไม่นับความฮานะคะ แม็กซ์รู้สึกถึงความต่อเนื่องที่สองคนนี้มีต่อกัน แฮเรียตที่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เธอต้องการเป็นครั้งแรก รู้สึกว่าตัวเองงดงามเป็นครั้งแรก ความรู้สึกเหล่านี้เกิดเมื่อเธออยู่ภายใต้เครื่องแต่งกายของผู้ชาย เรื่องนี้มันเป็นการเดินทางเพื่อค้นพบตัวเองของแฮเรียต และการกลับมาสู่โลกแห่งการมีชีวิตแท้จริงของเจม เพราะตลอดชีวิตเขาใช้ชีวิตเหมือนการเล่นเกมส์ ไม่เคยจริงจับกับอะไรสักอย่าง จนกระทั่งแฮเรียตเดินเข้ามาในชีวิต

แม็กซ์ชอบกระทั่งเด็กในเรื่อง ปกติจะไม่เคยชอบเด็กนะคะ ไม่ใช่นางงาม แต่ยูจีเนียลูกสาวของเจมก็มีเสน่ห์ของเธอเอง และเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้เลย และช่วงเวลานึง (สปอยล์ตามมา ถ้าอยากอ่านก็ให้เอาเม้าส์ลากลงนะคะ) แม็กซ์ เกือบจะคิดว่าอีลอยซ่าจะใจร้ายแล้วนะคะ แม็กซ์หยุดอ่าน แล้วคิดว่าถ้าอีลอยซ่าเลือกแนวคุณทม (แบบที่ทำในนิยายเรื่องค่าของคน) แม็กซ์จะรู้สึกยังไง เพราะในเวลานั้นแม็กซ์ชอบหนังสือเล่มนี้มาก ๆ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับยูจีเนีย ความเป็นคนโรแมนติกของแม็กซ์คงทำให้ความสนุกในเล่มนี้ลดน้อยลง โชคดีที่มันไม่เป็นอย่างนั้น

ได้อารมณ์ครบกับการอ่านเล่มนี้ค่ะ จากยิ้ม ไปถึงหัวเราะ แล้วก็ร้องไห้ จะหาอะไรที่มากกว่านี้ไปกับหนังสือเล่มนึงล่ะค่ะ คะแนนที่ 80

Tuesday, January 20, 2009

An Affair Before Christmas // Eloisa James

เพื่อให้สมกับบรรยากาศที่ใกล้วันคริสต์มาสแล้ว แม็กซ์จึงหยิบเอาเรื่องนี้ที่ดองไว้ข้ามปี (ตั้งแต่คริสต์มาสปีก่อน) มาอ่าน

พูดเล่นน่ะค่ะ ความจริงก็คือ แม็กซ์ดองหนังสือชุด Desperate Duchesses ไว้ทั้งเล่มแรก และเล่มนี้ (ก็คือเล่มนี้แหละ) อ่านไปแค่เล่มสามเล่มเดียว จนตอนนี้เล่มสี่ออกขายแล้ว เราก็เลยคิดว่าได้เวลาที่จะอ่านแล้วล่ะ

และบอกตามตรงนะคะ หลังจากอ่านไปแค่ยี่สิบหน้า เราก็พบว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่น่าติดตามอ่านมากที่สุดเล่มนึงแห่ง ปีนี้เลยก็ได้

An Affair before Christmas ของอีลอยซ่า เจมส์

อย่างที่บอกค่ะหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มสองในชุด Desperate Duchesses ที่เล่าเรื่องของเหล่าดัชเชสที่มีเวลาว่างในชีวิตมากเกินไปหน่อย ก็เลยใช้มันไปกับการยุ่งและวุ่นวายเรื่องชาวบ้าน แทนที่จะจัดการแก้ปัญหาชีวิตส่วนตัว ที่พูดยังงี้ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกนะคะ แต่ก็คงจะมีแต่อีลอยซ่าคนเดียวเท่านั้นแหละที่เขียนบุคลิคตัวละครแบบนี้ให้ น่าอ่านได้ ถ้าเป็นคนอื่นพยายามทำอย่างเดียวกัน แม็กซ์คงด่าเละไปแล้ว

ขอพูดถึงคนแต่งก่อนแล้วกัน อีลอยซ่า เจมส์เป็นคนที่มีวิธีการเขียนเรื่องได้น่าสนใจมากคนนึง จุดเด่นของเธอก็คือ ตัวละครของเธอไม่เหมือนใคร คนที่เคยคิดว่า นางเอกในโรแมนซ์เหมือนกันไปหมด ก็ขอให้ลองอ่านงานของนักเขียนคนนี้ดู เพราะตัวละครของเธอแปลกอย่างน่าสนใจ บางครั้งเธอเขียนนางเอกที่เห็นแก่ตัวอย่างน่าเกลียด แต่กลับน่าอ่าน (และน่ารัก) ในสายตาคนอ่าน บอกไม่ถูกนะคะ แต่สำหรับแม็กซ์แล้ว มีแต่อีลอยซ่านี่แหละที่เขียนตัวละครแบบนั้นแล้วยังสอบผ่านสำหรับเรา

แต่ในเล่มนี้ทั้งพระเอกและนางเอกก็ไม่ึถึงกับ "แปลก" หรอกนะคะ ถือว่าเป็นตัวละครที่อนุรักษ์นิยมหน่อย ๆ ด้วยซ้ำ เล่มนี้เล่าเรื่องของดยุคและดัชเชสแห่งเฟลชเชอร์ที่แต่งงานกันด้วยความรักมา แล้วสี่ปี แต่วันและเวลาทำให้ความรักนั้นเหมือนจะไม่พอ ทุกอย่างในความสัมพันธ์เสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ

มันเป็นความรักแรกพบระหว่างเฟลชและป๊อปปี้ ทั้งคู่พบกันในปารีส เมืองแห่งความโรแมนติค และแต่งงานกันอย่างรวดเร็ว แต่ประกายไฟในความสัมพันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น ตลอดเวลาสี่ปี เซ็กส์เป็นปัญหาสำหรับทั้งคู่มาตลอด เพราะการถูกเลี้ยงดูของป๊อปปี้ทำให้เธอไม่อาจมีความสุขไปกับเรื่องนั้นได้ และมันก็เป็นฉนวนแห่งความแตกร้าวของหนุ่มสาวทั้งสอง

และมันก็มาถึงจุดแตกหักเมื่อป๊อปปี้รู้ถึงเจตนาของเฟลชที่จะมีหญิงอื่น เธอไม่ต้องการใช้ชีวิตกับความหลอกลวงนี้อีกต่อไป เธอย้ายออกจากบ้าน ไปอยู่กับเพื่อนดัชเชสที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก และเริ่มเรียนรู้ที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง

คนที่ชอบเรื่องราวที่พระเอกและนางเอกใช้เวลาด้วยกันเยอะ อาจจะต้องทำใจนิดนึงนะคะ เพราะเกือบทั้งเรื่องทั้งพระเอกและนางเอกอยู่ห่างกัน แต่สำหรับเราซึ่งก็ไม่ค่อยชอบนักหรอกที่พระนางไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันกลับทำใจ ชอบเล่มนี้ได้ เพราะแม้จะห่างกันทางกาย แต่ใจของทั้งคู่อยู่ใกล้กันตลอด

มันเป็นการห่างที่จำเป็นสำหรับทั้งสองที่จะเติบโต และเรียนรู้ที่ว่า ความรักที่แท้จริงนั้นคืออะไร

เฟลชเป็นพระเอกที่สุดยอด เป็นพระเอกที่หาได้ยากมากในโลกโรแมนซ์ เขารักป๊อปปี้ทั้งแต่ต้น แม้จะผิดหวังในความสัมพันธ์ในห้องนอนกับเธอ เขาก็ไม่เคยหมดรัก เขาไม่อาจทรยศเธอเพื่อความสุขทางเพศที่อาจหาได้จากหญิงอื่นได้ เขายินดีที่จะขอแค่เพียงได้รักเธอ แม้จะไม่มีการยุ่งเกี่ยวกันบนเตียง เพราะแค่รักเธอมันก็พอแล้ว

นี่เป็นสิ่งที่เราชอบมากที่สุด เพราะแม้เขารู้ว่า อาจจะเสียเธอไป แต่เฟลชไม่เคยหยุดรักป๊อปปี้แม้แต่วินาทีเดียว

ทางด้านนางเอก เราโอเคกับเธอนะคะ ป๊อปปี้เติบโตขึ้นมาในบ้านที่แม่เป็นใหญ่ แม่ที่ข่มขู่และกดดันเธอตลอดชีวิต บทเรียนที่เธอได้รับการสั่งสอนจากมารดาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอมีปัญหาในชีวิต คู่กับเฟลช ปัญหาที่เธอมองไม่เห็น และไม่เคยคิดว่าจะเป็นสิ่งที่แยกพวกเขาออกจากกัน เมื่อเธอย้ายออกมา ป๊อปปี้เริ่มเติบโต เริ่มมองโลกด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม็กซ์ชอบที่ได้อ่านถึงการเติบโตของเธอ และแน่นอนสำหรับการเติบโต มันต้องมีความเจ็บปวด บางครั้งป๊อปปี้เป็นคนสร้างความเจ็บปวดนั้นให้กับผู้ชายที่รักเธอที่สุด เธอปฏิเสธว่าความรักของทั้งสองไม่เป็นจริง เป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอหลอกตัวเอง เพราะแม่สั่งสอนให้เธอตกหลุมรักเฉพาะกับดยุคเท่านั้น แม็กซ์เกือบจะเกลียดเธอนะคะสำหรับคำพูดที่เธอพูดกับเฟลช แม้จะรู้ว่ามันจำเป็น แต่อย่างที่บอกค่ะ เราชอบเฟลชมาก ทำให้เวลาเขาเจ็บปวด เราก็เจ็บไปด้วย

แต่การเติบโตของป๊อปปี้เขียนได้น่าเชื่อ และน่าอ่านมาก จนกระทั่งสุดท้ายเมื่อทั้งสองตัดสินแล้วว่าความรักเป็นเรื่องจริง และการแต่งงานเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ต้อง แม็กซ์ก็เชื่อเช่นนั้นจริง

ในส่วนของเรื่องระหว่างพระเอกและนางเอกในเล่มนี้ไม่มีอะไร ที่เราไม่ชอบค่ะ ปัญหาเดียวในเล่มนี้ก็คือ มันไม่ได้เล่าเฉพาะเรื่องราวของป๊อปปี้และเฟลชน่ะสิ และนี่คือปัญหาใหญ่สำหรับเรา เพราะเราอยากอ่านเรื่องราวของพวกเขามากกว่าคนอื่นในเรื่อง เรื่องราวของตัวละครที่เราไม่อยากรู้ และไม่สนใจ แต่ก็ต้องอ่านเพราะมันถูกรวมเอาไว้ในเล่มนี้

เรื่องราวของตัวละครรองในเล่มนี้เล่าถึงดยุคและดัชเชสอีก สองคน ดัชเชสแห่งโบมองค์ซึ่งถือเป็นตัวละครหลักในชุดนี้เลย (และจะเป็นนางเอกในเล่มสี่ที่จะออกขายปีหน้า) เธอแยกกันอยู่กับสามีของตัวเองเป็นเวลาหลายปี ใช้ชีวิตอย่างอื้อฉาวในฝรั่งเศส และตอนนี้กลับมาอังกฤษก็เพื่อจะมีทายาทสืบสกุล เราโอเคกับเรื่องของเธอนะคะ เพราะมันไม่ได้มากจนน่ารำคาญ แต่นั่นยังไม่พอ เล่มนี้ยังเล่าเรื่องของดยุคแห่งวิลาดย์ (ลังเลกับการอ่านชื่อของเขานะคะ แต่คิดว่าน่าจะอ่านด้วยสำเนียงบริติชอิงลิชมากกว่า) เรื่องราวของเขากับชาร์ล็อตต์ สาวคงแก่เรียน ทีสุดท้ายแล้ว (สปอยล์) ไม่ ได้คู่กับเขาด้วยซ้ำ เราไม่เข้าใจว่าจะเล่าไปทำไม รู้นะคะว่าต้องการที่จะเขียนให้เขาดูน่าสนใจขึ้นมา (ก็เขาจะเป็นพระเอกในเล่มห้าในชุด) แต่มันดันไปกินพื้นที่ในการเล่าเรื่องของเฟลช และป๊อปปี้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบเอามาก ๆ

ถ้าเรื่องนี้เล่าเรื่องของเฟลชและป๊อปปี้ตามลำพัง เราเชื่อมั่นว่ายังไงคะแนนก็ต้องแปดสิบขึ้นไปค่ะ แต่เมื่อมันออกมาเป็นยังงี้ คะแนนก็เลยแค่ 73

When The Duke Returns // Eloisa James

อย่างที่บอกค่ะ อารมณ์อ่านเรื่องแนวย้อนยุคกำลังขึ้น และพล็อตเรื่องของหนังสือเล่มนี้ก็ถูกใจเราเสียด้วยสิ ดังนั้นจึงใช้เวลาไม่นานเลยก่อนที่เราจะหยิบเอาเล่มนี้มาอ่าน

When the duke returns ของเอลอยซ่า เจมส์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุด Desperate Duchesses ที่เล่าเรื่องเหล่าบรรดาดัชเชสจอมวุ่นทั้งหลาย และเล่มนี้ก็เป็นเรื่องราวของไอสิดอเร่ ผู้ที่เป็นดัชเชสตั้งแต่อายุสิบสองปี (โดยการแต่งงานด้วยตัวแทน) และรอคอยการกลับมาของดยุคของเธอจนกระทั่งบัดนี้เธอก็อายุได้ยี่สิบสามแล้ว

ตอนต้นของเรื่องนี้เป็นฉากหนึ่งในเรื่อง Duchess by night (ซึ่งเป็นเล่มที่สามในชุด) แต่ไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มก่อนหน้าทั้งสามเล่มหรอกนะคะ เพราะยังไงก็รู้เรื่อง มันไม่ได้เกี่ยวพันกันมาก อาจจะยกเว้นก็ตรงเรื่องราวของตัวละครรองอย่างเจมม่า และวิลาดย์ (ซึ่งจะเป็นนางเอกเล่มห้า และพระเอกเล่มหกตามลำดับ) ที่คนอ่านอาจจะงงบ้าง Edited to Add: หลังจากถามคนแต่งมาแล้ว Villiers อ่านว่า วิลิเยร์

หลังจากรอคอยมานานสิบกว่าปี ในที่สุดซิเมียน หรือดยุคแห่งคอสเวย์ก็กลับมาจากการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของเขา แต่ซิเมียนไม่เหมือนดยุคผู้เหมาะสมแห่งอังกฤษคนอื่น ๆ เขาผ่านการผจญภัยไปทั่วโลก และได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง จนทำให้เขาแตกต่าง เขาไม่สวมวิก ลงแป้ง (บนผม) และชอบวิ่งออกกำลังกาย เขาเป็นสิ่งที่แปลกที่สุดที่ไอสิดอเร่เคยเห็น

แต่กระนั้นก็ไม่อาจทำให้เธอละทิ้งความคิดที่เป็นดัชเชสได้หรอก แม้ว่าซิเมียนจะเปิดโอกาสให้เธอยกเลิกการแต่งงาน เพราะเห็นว่าทั้งเขาและเธอไม่เหมาะสมกันเลย เขาต้องการดัชเชสที่สงบเสงี่ยม และอยู่ในทีทางของเธอ ในขณะที่ไอสิดอเร่เป็นทุกอย่างนอกจากนั้น เธอเป็นลูกครึ่งอิตาเลี่ยนที่อารมณ์ร้อน และเธอก็เคยชินกับการเป็นดัชเชสเสียแล้ว

ปัญหาของซิเมียนยังไม่จบแค่นั้น เขาต้องจัดการกับความวุ่นวายที่ทั้งพ่อและแม่ของเขาทิ้งไว้ ด้วยเหตุบางอย่างพ่อและแม่ของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในขุนนางที่ร่ำรวยที่สุดในราช อาณาจักร ไม่ยอมจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ของพวกเขา และยังไปไกลขนาดไม่ส่งน้องชายของเขาเข้าโรงเรียน ด้วยอ้างว่าสิ้นเปลือง นั่นยังไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่สุด ความขี้เหนียวของพ่อและแม่ยังส่งผลไปถึงห้องน้ำในบ้าน

มุขเรื่องส้วมตันในเรื่องนี้มันฮามากนะคะ เพราะความงกทำให้ท่านดยุคคนก่อนไม่ยอมเสียเงินเรียกคนมาดูแลรักษาห้องน้ำ ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว เดือดร้อนซิเมียนต้องมาจัดการ

ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั่น ซิเมียน และไอสิดอเร่ เรียนรู้ที่จะตกหลุมรักกัน และพิสูจน์ว่า การจับคลุมถุงชนก็ทำให้เกิดความรักขึ้นมาได้

เมื่อปรากฎตัวในหนังสือเล่มก่อนหน้า ไอสิดอเร่ดูเป็นผู้หญิงไร้สาระ หญิงสาวที่ทำตัวให้ฉาวโฉ่เพื่อเรียกร้องความสนใจเพื่อให้ดยุคของเธอกลับมา เสียที แต่ในเล่มนี้เราได้เห็นอีกด้านของเธอ และอย่างที่เราพูดเสมอ แม็กซ์รู้สึกว่า มีแต่เอลอยซ่าคนเดียวที่เขียนตัวละครนิสัยแบบนี้ แล้วทำให้เรารักพวกเธอได้ (ทั้งที่ไม่ชอบนิสัยหรอกนะ)

ที่สำคัญเล่มนี้เราจะได้อ่านพระเอกที่ยังบริสุทธิ์อยู่อีกหนึ่งเล่ม (ถือเป็นของหายากมากนะคะ) เพราะซิเมียนคิดว่าตัวเองแต่งงานแล้ว และไม่ต้องการติดโรคจากผู้หญิงคนอื่น เขาจึงดำรงตนในกรอบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับหญิงอื่นใด แต่หากจะคิดว่าพระเอกของเราไม่ประสา ก็จงคิดใหม่ค่ะ เพราะซิเมียนผ่านประสบการณ์ในฮาเร็มมาหลายแห่ง ทั้งยังท่องโลกอินเดียอันเป็นแหล่งกำเนิดตำรากามสูตรหลายเล่ม

เล่มนี้เป็นหนังสืออีกเรื่องของเอลอยซ่าที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ เราชอบทั้งพระเอกและนางเอกที่ดูยังไงก็แสนจะเหมาะสมกัน ที่สำคัญเราชอบความ "เข้ม" ของซิเมียน ที่แตกต่างออกไปจากพระเอกโรแมนซ์คนอื่น ๆ

คะแนนที่ 75