Showing posts with label Teresa Medeiros. Show all posts
Showing posts with label Teresa Medeiros. Show all posts

Monday, February 16, 2009

The Vampire Who Loved Me // Teresa Medeiros

บลอกครั้งแรก: 17/10/06

ชื่อไทยแปลตรงตัวของหนังสือเรื่อง The Vampire who loved me ของ Teresa Medeiros อันนี้ไม่ได้โฆษณานะคะ แต่เล่มแรกของหนังสือในชุดนี้เรื่อง After Midnight กำลัง จะออกขายเป็นภาษาไทยในงานสัปดาห์หนังสือวันพรุ่งนี้ ส่วนชื่อเรื่องอะไรจำไม่ได้ค่ะ ลองไปเดินหากันหรือแวะไปถามกูรูในบอร์ดกิ่งฉัตรก็คงพอหากันได้

เตือนนิดเดียวถ้าไม่อยากสปอยเรื่อง AM ก็อย่าอ่านต่อ แม้ว่าใจจริงของเราคิดว่าแค่คุณอ่านถึงบรรทัดนี้ก็สปอยไปหมดแล้วล่ะ

คนที่อ่าน AM คงจำจู เลียน เคนได้ น้องชายพระเอกเล่มแรกที่เข้าสูตรตัวประกอบหลักที่มีอนาคตจะเป็นพระเอกเล่ม ต่อไป ผู้ชายอารมณ์ดี ขี้เล่น มีเสน่ห์ ชายที่มีความลับดำมึดที่ชื่อเรื่องก็ประกาศให้คนอ่านรู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ว่าเขาเป็นอะไร ถ้าคาดหวังว่าจะได้เจอจูเลียนคนเดิม เราบอกว่าใสเจีย/เสียใจค่ะ จูเลียนเขาเปี๋ยนไป๋ เข้าสูตรแวมไพร์ผู้เคร่งเครียดกะชีวิต

สำหรับเรานั่นคือจุดอ่อนของเรื่อง ทำไมจะอยากอ่านเรื่องแวมไพร์เบื่อโลกของเทเรซ่า เมดิรอสล่ะในเมื่อคุณหยิบหนังสือชุด Dark Something ของ คริสตีน ฟีแฮนได้ หรือถ้านั่นมืดไม่พอก็ยังมีงานที่รุ่งสุดสุดของเจ อาร์ วาด นี่ขนาดเรายังไม่พูดถึงชุดดาร์คฮันเตอร์เลยนะ แต่ชุดนั้นไม่ค่อยมืดค่ะ เลยไม่อยากเอามานับ

หนังสือหนา 370 กว่าหน้าตามมาตรฐานของเอวอนสำนักพิมพ์ แต่เนื้อหาคงไม่ยาวนัก เพราะตัวอักษรใหญ่มากเหมาะกับคนสายตาถั่วอย่างเรา ดังนั้นจึงอ่านได้เร็วแม้ตอนต้นเรื่องจะไม่ค่อยน่าติดตามนัก ตรงกลางเรื่องเริ่มดีขึ้น แม้จะไม่อาจเทียบกับเรื่องยุคก่อนของเทเรซ่าได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สนุกอีกเล่ม

เล่าเรื่องย่อก่อนแล้วกัน และสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน After Midnight เราเตือนคุณแล้ว

จูเลียน เคนแวมไพร์ที่แสวงหาการปลดปล่อยจากชีวิตที่ปราศจากวิญญาณเดินทางกลับมาถึง ลอนดอนแล้ว เนื้อเรื่องไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าเขากลับมาทำไม แต่จากพฤติกรรมคงเห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างเบื่อโลกแล้ว คนที่รอคอยการกลับมาตลอดห้าปีของเขาก็คือพอร์เชีย คาบ็อทผู้หญิงที่มีอดีตพัวพันกันมาก่อน เพราะเมื่อห้าปีก่อนเธอคือคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นความลับดำมึดสำหรับคนอ่านเรื่อง AM ในเรื่องนี้ก็มาเฉลย เราปล่อยให้ไปอ่านกันเองนะคะ เพราะสำหรับเราแล้วไม่ลับเท่าไหร เดาถูกตั้งแต่ตอนอ่าน AM แล้ว

โดยรวมเรื่องนี้สนุกพอสมควรค่ะ อยู่ในระดับเดียวกับ AM ดังนั้นถือว่าดีกว่างานเล่มอื่นที่เทเรซ่าเขียนให้เอวอน

สุดท้ายจบบลอคด้วยประโยคที่โดนใจเรา ที่สุดในเรื่อง เมื่อพอร์เชียกล่าวกับจูเลียนหลังจากที่เขาพูดกับเธอว่า เขาไม่ไว้ใจตัวเองให้แตะต้องตัวเธอได้ เขาอาจสูญเสียความควบคุมและดื่มเลือดของเธอจนหมด เธอตอบประโยคนี้กับเขา

"You don't have to trust yourself. I trust you enough for the both of us"

และหลังจากนั้นคุณคงพอเดาได้ว่าเป็นฉากอะไร

Thursday, January 22, 2009

Some like it wicked // Teresa Medeiros

ช่วงนี้อารมณ์วนเวียนอยู่กะแนวย้อนยุคค่ะ ก็เลยอ่านไปหลายเล่มติด ๆ กันเลย ทั้งขุดของเก่า และของใหม่ที่เพิ่งออกอย่างเล่มนี้ของเทเรซ่า เมดิรอส

ขอพูดถึงนักเขียนก่อนแล้วกัน เทเรซ่าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่เราชอบมากที่สุดคนนึง เราคิดว่าเธอเป็นคนที่เขียนเรื่องได้หลากหลายแนว ทั้งเศร้าสะอื้นฮัก ๆ ไปจนถึงน่ารักจนแทบอยากจะเอาหนังสือมานอนกอด แต่สำหรับแฟนหนังสือชาวไทยที่ติดตามงานของเธอในฉบับแปล เราขอบอกว่า พวกคุณเป็นแฟนหนังสือที่อาภัพชีวิตค่ะ เพราะเท่าที่รู้ สนพ.ที่เอางานของเธอมาแปลใช้กรรไกรหั่นฉับ ๆ ไม่ใช่เฉพาะฉากเอ็กซ์ที่เกรงใจพี่บานอย่างเดียวหรอก แต่เป็นฉากอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังสือของเธอมันหนาเกินไป เชื่อไหมล่ะว่าหนังสือเล่มหนึ่งของเธอต้นฉบับหนาประมาณ 500หน้า คนไทยเก่งมากแปลแล้วเหลือภาษาไทยประมาณ 300หน้าเอง (เท่าที่เราทราบอัตราส่วนการแปลจากภาษาอังกฤษมาเป็นไทยอยู่ที่ 1:1.5 ดังนั้นหนังสือหนาห้าร้อยหน้า ก็น่าจะเป็นภาษาไทย750 หน้า)

แต่สงสัยว่าเทเรซ่าคงรู้ปัญหาที่เกิดในเมืองไทยมั้งคะ เพราะระยะหลังหนังสือของเธอไม่หนาอีกต่อไปแล้ว อย่างเล่มนี้ก็แค่สามร้อยกว่า แล้วตัวหนังสือก็โตเท่าบ้าน คาดว่าคงเป็นที่ถูกใจสนพ.ที่แปลงานของเธอล่ะค่ะ

เข้าเรื่องของเราดีกว่า

Some like it wicked ของเทเรซ่า เมดิรอส

หนังสือเล่มนี้เตือนให้แม็กซ์นึกถึงหนังสือหลายเรื่องมาก ทั้งที่เทเรซ่าแต่งเอง และไม่ได้แต่ง เราค่อยมาพูดถึงประเด็นนี้กันทีหลัง ว่ากันด้วยพล็อตเรื่องก่อนนะ

แคทริโอน่า คินเคดได้พบกับไซม่อน เวสค็อตต์ครั้งแรกตอนอายุสิบห้าปี เธอเจอเขาขณะที่เกี้ยวญาติของเธออย่างไม่ค่อยเหมาะสมนัก เธอเข้าไปขัดจังหวะ มีโอกาสพูดคุยกับเขา และเธอก็ไม่เคยลืมเขาเลย

ห้าปีผ่านไป แคทริโอน่าได้ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพี่ชาย ผู้ซึ่งเมื่อสิบปีก่อนส่งตัวเธอออกจากสก๊อตแลนด์มาอยู่กับลุงในอังกฤษภาย หลังการตายของผู้เป็นบิดามารดา คอนเนอร์พี่ชายของเธอกลายเป็นโจรออกปล้นเพื่อหาเลี้ยงบรรดาชนเผ่าคินเคด (เนื่องจากเป็นช่วงหลังสงครามจาโคไบท์ที่สก๊อตแลนด์แพ้สงครามต่ออังกฤษทำให้ ชาวสก๊อตหนีคนละทิศทาง ส่วนที่อยู่ก็โดนกดขี่จนแทบอยู่ไม่ได้) เธอต้องการกลับบ้านไปฟื้นฟูเผ่าคินเคด และพบกับพี่ชาย แต่ลุงของเธอไม่ต้องการเช่นนั้น เขาเป็นห่วงและไม่อยากให้เธอย้อนกลับไปสู่อดีตอันไม่มีอะไรเหลือแล้ว

แต่เธอก็ไม่ยอมง่าย ๆ จึงคิดแผนการขึ้น แคทริโอน่าดั้งด้นเข้าไปถึงเรือนจำนิวเกตเพื่อพบกับไซม่อนที่ติดคุกอยู่ เนื่องจากเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เธอยืนข้อเสนอให้เขาแต่งงานกับเธอ แล้วพาเธอไปพบกับพี่ชายที่สก๊อตแลนด์ จากนั้นเธอจากล้มเลิกการแต่งงาน และแบ่งเงินสินสอดของเธอให้เขาครึ่งหนึ่ง

ไซม่อนตอบตกลง และคนอ่านก็เข้าใจได้ว่า ไม่ใช่เพราะเงินที่เขาสนใจ แต่เขายังจำแคทริโอน่าได้เสมอ และไม่ต้องการให้เธอไปยืนข้อเสนอนี้กับคนอื่นอีก

ทั้งคู่ก่อเรื่องอื้อฉาวจนลุงของเธอยอมให้แต่งงานกัน จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าสู่ไฮแลนด์อันเป็นบ้านเกิดของแคทริโอน่า แต่เธอไม่พบพี่ชาย และสภาพความเป็นอยู่ของคินเคดก็แย่กว่าที่คิด ไซม่อนปฏิเสธที่จะช่วย และนั่นเท่ากับเป็นการบังคับให้เธอต้องกลับลอนดอนในที่สุด

ก่อนอื่นเลยนะคะ แม็กซ์ของบอกว่า รู้สึกว่าแคทริโอน่าไร้เดียงสาเกินเหตุ เธอปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงว่า เผ่าคินเคดของเธอสิ้นสลายไปแล้ว และแผนการแต่ละอย่างที่เธอคิดเพื่อฟื้นฟูเผ่าก็เป็นไม่ได้เลยในชีวิตจริง และที่แม็กซ์ให้อภัยเธอไม่ได้ก็คือ เธออาจจะบอกว่าเธอเชื่อมั่น แต่หากไซม่อนทำตามสิ่งที่เธอต้องการ มันไม่ใช่ชีวิตของเธอคนเดียวที่จะสูญเสีย แต่เป็นคนอื่นในเผ่า แม็กซ์ไม่ชอบคนอย่างนี้ค่ะ ใช่เธออาจจะทำสิ่งที่ถูกต้อง เธออาจจะยอมเสียสละ ไม่เสียดายชีวิต แต่เธอเป็นใครถึงมีสิทธิมากะเกณฑ์ชีวิตคนอื่น

การที่เธอต้องการให้ไซม่อนนำชาวเผ่าของเธอ (ที่ไม่ได้เรื่องเท่าไหร) ต่อสู้กับกองทัพอังกฤษเพื่อปกป้องบ้านของพวกเขามันบ่งบอกถึงสติปัญญาของเธอ มันอาจทำให้เธอดูดี ดูเป็นนางเอก แต่เธอเป็นผู้หญิงที่แม็กซ์ไม่ต้องการรู้จัก เพราะความคิดของเธออาจดูสูงส่ง แต่มันเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และที่ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นอันตราย

คนตายเพราะความหวังดีมีเยอะค่ะ

ในทางตรงข้ามแม็กซ์ชอบไซม่อน เขาเป็นพระเอกแนวเสเพลที่มีอดีตอันเลวร้าย เขาเป็นลูกนอกสมรสของดยุคกับมารดาที่เป็นนางละคร เขาเติบโตมาอย่างถูกคาดหวังให้ล้มเหลวเขาจึงพยายามล้มเหลวในทุกอย่างที่ทำ เมื่อมองไซม่อนทำให้แม็กซ์เข้าใจคาแร็คเตอร์ของแคทริโอน่ามากขึ้นค่ะ เข้าใจว่าทำไมเทเรซ่าถึงต้องเขียนให้เธอมีอุดมการณ์แบบโง่ ๆ เช่นนั้น (แต่ความเข้าใจไม่ได้ทำให้แม็กซ์ชอบหรอกนะ) เพราะคนแต่งต้องการให้แคทริโอน่าเป็นด้านที่แตกต่างจากไซม่อน ซึ่งเป็นคนที่ไม่เคยมีอะไรเป็นหลักยึด เป็นแบบอย่าง เขาต้องการความเชื่อมั่่นและภารกิจที่จะนำชีวิตเขาให้เข้ารูปเข้ารอย

ดังนั้นในอีกมุมนึง ไซม่อนเป็นพระเอกที่เหมาะสมกับแคทริโอน่า

ความรู้สึกของแม็กซ์ต่อเล่มนี้มันก็เลยผสมกันเล็กน้อย แม็กซ์ไม่ชอบคาแร็คเตอร์นางเอก แต่พบว่ามันเข้ากันได้กับเนื้อเรื่องที่เปิดไว้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ว่าการคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องเผ่าของแคทริโอน่ามันดูง่ายเกินไป แต่นั่นก็ูเหมาะกับ "ความเบา" ของหนังสือเล่มนี้ค่ะ

หนังสือเล่มทำให้แม็กซ์นึกถึงหนังสือหลายเล่มค่ะ ไม่ใช่ว่าเหมือนหรอกนะคะ เพียงแต่ทำให้คิดถึงเท่านั้นเอง เริ่มตั้งแต่ไซม่อนทำให้แม็กซ์นึกถึงเชอริแดน เดรค พระเอกในเรื่อง Seize the fire ของลอร่า คินเซล ที่เป็นฮีโร่อย่างไม่ได้ตั้งใจ และการได้พบกับนางเอกทำให้เขากลายเป็นคนดีขึ้น

เล่มนี้ทำให้แม็กซ์นึกถึงหนังสือของเทเรซ่าอีกเล่มนั่นคือ Heather and velvet ที่นางเอกก็ดูไร้เดียงสาพอกัน แต่พรูเด็นซ์ดูมีเนื้อสมองมากกว่าแคทริโอน่า ส่วนเรื่องก็เกิดในสก๊อตแลนด์ เรื่องราวของพระเอกที่พยายามกู้เผ่าของตัวเองกลับมา (และเราแนะนำให้คนที่คิดจะอ่านเทเรซ่า เริ่มต้นที่เล่มนี้ค่ะ ฉบับแปลนี่ถือว่าสำนวนโอเคเลยนะ ปัญหาก็คือ ตัดเนื้อเรื่องไปมากกว่าครึ่งเรื่อง โชคดีในการอ่านแล้วค่ะ)

คะแนนที่ 60