Showing posts with label J.R. Ward. Show all posts
Showing posts with label J.R. Ward. Show all posts

Tuesday, February 10, 2009

Lover Revealed // J.R. Ward

แม็กซ์ชอบหนังสือชุด "ภราดรภาพแห่งกริชดำ" อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยมีความหมายใช่ไหมล่ะ นั่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะชื่อชุดหนังสือตอนนี้แล้วแต่คนแต่งจะตั้ง กะเอาให้เท่ห์ไว้ก่อน

หนังสือชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่มาแรงแซงทางโค้งมากที่สุดแล้วล่ะ ณ เวลานี้ ดังนั้นแม็กซ์จึงขอแนะนำคนที่ไม่ได้อ่าน ให้รีบอ่าน จะได้อินเทรนด์ ไม่ตกสมัย และที่สำคัญแม็กซ์ว่าช่วงนี้ล่ะถือเป็นจุดสูงสุดของเจอาร์ วาร์ดแล้วในการเขียนชุดนี้ ต่อไปอีกไม่นานถ้ายังไม่ยอมจบชุดนี้ลง อาการมั่วน้ำเค็มก็เริ่มเกิดขึ้น เหมือนกับที่เกิดกับหนังสือชุดสนุกหลายชุดตอนนี้

Lover Revealed เป็นเล่มที่สี่ในชุด และเป็นเรื่องของตัวละครที่แม็กซ์แทบไม่อยากจะอ่านเลยก็ว่าได้ พระเอกเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ถูกดึงเข้ามาอยู่ในกลุ่มนับรบแวมไพร์ ส่วนนางเอกก็เป็นแวมไพร์สาวที่แสนจะอ่อนแอ น่ารำคาญ

ดังนั้นแม้แม็กซ์จะชอบชุดนี้มากแค่ไหน แม็กซ์ก็ไม่ตื่นเต้นสักนิดเมื่อรู้ข่าวว่าเล่มนี้จะออกขาย แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเพื่อนที่เชื่อถือได้ (หมายถึงเพื่อนที่มีรสนิยมคล้ายคลึงกับแม็กซ์) รับประกันว่าแม็กซ์จะต้องชอบเรื่องนี้แน่ ความอยากอ่านจึงค่อยกลับมา และเหมือนทุกครั้งที่คำแนะนำของเพื่อนคนนี้เป็นความจริง

แม็กซ์ชอบ Lover Revealed ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดแม็กซ์ชอบที่เจอาร์ไม่เปลี่ยนแปลงบุคลิกของมาริสซ่าเลยสัก นิด แต่ทำให้แม็กซ์หันมาชอบเธอได้ นั่นเป็นจุดเด่นมากของเรื่อง และเพราะมุมมองที่มีต่อมาริสซ่าเปลี่ยนแปลง ก็เลยทำให้ความชื่นชอบในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นมา

แน่ละวิธีการแก้ปัญหาความรักระหว่างแวมไพร์และมนุษย์ (ในโลกที่แวมไพร์ไม่อาจเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นเหมือนกับตนเองได้) ของเจอาร์มันง่ายไปหน่อย และเป็นสูตรสำเร็จเกินไป แต่ถ้าให้เลือกระหว่างการไม่มีทางออกของปัญหา กับวิธีง่ายที่ใช้แต่ทำให้เรื่องจบลงอย่างมีความสุขได้ แม็กซ์เลือกของง่ายค่ะ (เข็ดแล้วกับ The time-traveller wife)

และถ้าแม็กซ์ไม่พูดถึงกลิ่นแนววาย (พูดถึงวายขอนอกเรื่องหน่อยแล้วกัน เพิ่งรู้ว่าห้างเซ็นทรัลมีบัตรที่ชื่อ Central Y Club ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้ง แต่ถ้าแม็กซ์เป็นผู้ชาย สงสัยไม่มีทางพกบัตรใบนี้มาถือแน่ค่ะ) กับหนังสือชุดนี้ ก็คงประหลาดสักหน่อย เพราะคิดว่าคนที่อ่านทุกคนก็คงรู้สึกถึงมันได้ และคนแต่งเองก็ไม่ได้คิดจะปกปิดอะไร

สำหรับแม็กซ์แล้วบอกตามตรงว่าเฉยนะคะ เพราะคิดอยู่เสมอว่าผู้ชายนี่มีโครโมโซมเอ็กซ์อยู่ตัวตัวนึง ก็คงได้ลักษณะของผู้หญิงติดไปบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อมาผสมผสานกับแกนของเรื่องนี้ที่วางเรื่องให้อยู่ในสังคมที่ผู้ชายเป็น ใหญ่ และทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องเผ่าพันธุ์ของตัวเอง ความเป็นพี่น้องเพื่อนพ้องร่วมรบ ความผูกพันที่บางครั้งดูมันจะลึกซึ้งจนก้าวล่วงเข้าไปในขอบเขตที่ต้องห้ามก็ ย่อมมีบ้าง

ความสัมพันธ์ระหว่างวี (ที่ไม่ใช่อคาเดมี่ของยูบีซี) กับบุชดูจะหมิ่นเหม่การยอมรับได้สักหน่อย แต่แม็กซ์ก็ยังโอเคอีกนั่นแหละ แม้แม็กซ์จะตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ทำให้ความเป็นเพื่อนของทั้งคู่แน่นแฟ้นกัน อย่างนี้ แต่แม็กซ์เข้าใจว่าทำไมวีถึงคิดว่าบุชเป็นหนึ่งในคนที่เขาคิดว่าเป็นของเขา (ในฉากที่เขารู้แล้วว่าบุชและมาริสซ่าลงเอยกันด้วยดี) ความรู้สึกของวีเหมือนคนที่สูญเสียคนที่เขาผูกพันมากที่สุดไป มันไม่ใช่ประเด็นเรื่องโฮโมอย่างเดียว แต่เป็นความว่างเปล่าของคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพราะบุชเจอผู้หญิงของเขาแล้ว ในขณะที่วี ไม่มีใครเลย นอกจากบุช

พูดตามตรงนะคะ แม็กซ์ชอบกลิ่นวายในเรื่องนี้ด้วย เพราะคิดว่าเป็นสิ่งใกล้เคียงกับความจริงมากกว่าที่จะไม่มีเลย ลองนึกถึงกลุ่มนักรบผู้ชายที่อยู่ด้วย กินนอนด้วยกัน ออกรบและตายด้วยกัน คุณจะไม่คาดหวังหรือว่าความผูกพันระหว่างกันจะให้ความรู้สึกที่บางครั้งเกิน เพื่อนไปบ้าง

แม็กซ์แน่ใจว่าในฐานะของหนังสือโรแมนซ์ เรื่องวายนี่คงเป็นแน่ผงชูรสของเรื่อง คนอ่านไม่ต้องกลัว (หรือบางคนอาจจะหวัง) ว่ามันจะกลายเป็นหนังสือเกย์หรอกนะ เล่มหน้าวีก็จะเจอผู้หญิงของเขาแล้ว แม็กซ์ว่าเราจะได้ข้อมูลมากขึ้นนะถึงเหตุผลที่เขาผูกพันกับบุชมาขนาดนี้

ณ เวลานี้ แม็กซ์ยกให้เจอาร์ วาร์ดเป็นเจ้าแม่หนังสือแนวพารานอมอล (แบบชุด) ที่ดีที่สุดไปแล้วนะคะ ขอคารวะที่ทำให้แม็กซ์ชอบมาริสซ่าขึ้นมาได้ ทำไม่ได้ง่ายหรอกนะคะ เมื่อคิดว่าแม็กซ์รำคาญผู้หญิงคนนี้มากขนาดไหน

คนที่ชอบแนวพารานอมอล และชอบด้านมืดของตัวละคร ความไม่สมบูรณ์แบบ เรื่องราวที่อ่านแล้วบางครั้งทำให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว และคนที่ไม่กลัวโฮโมติดปลายนวมนิดหน่อย ขอเชิญก้าวเข้าสู่โลกของภารดรภาพแห่งกริชดำแล้วกันค่ะ

แล้วเจอกัน

Saturday, February 7, 2009

Lover Unbound // J.R. Ward

ในบรรดาหนังสือชุด เกือบทุกชุดก็มักจะมีตัวละครที่โดดเด่นเหนือตัวอื่นเพื่อสร้างความอยากอ่านให้กับคนอ่าน แต่สำหรับชุด Black Dagger Brotherhood ของ เจอาร์ วาร์ด แม็กซ์กลับไม่รู้สึกอย่างนั้น ตัวละครทุกตัวในเรื่องมีความสำคัญเกือบจะเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าคนแต่งจะโฟกัสกับตัวละครไหนมากกว่ากัน

แต่ถึงอย่างนั้นแม็กซ์ก็ยังมีตัวละครที่ตัวเองให้ความสนใจ และชอบมากกว่าตัวอื่น และเล่มนี้คือเรื่องของเขา

วิสชั่น ตัวละครที่โผล่ออกมาในตอนแรก แม็กซ์ก็รู้สึกว่าเขามีบางอย่างที่ลึกลับกว่าคนอื่น (ทั้งที่เรื่องของเกือบทุกคนก็ลึกลับมากพออยู่แล้ว) น่าค้นหา และน่าสนใจ

ตลอดเวลาในสี่เล่มที่ผ่านมา ความน่าสนใจของวีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เหมือนเสียงกลองที่ยิ่งตีดังขึ้น เพื่อเรียกแขกให้เข้ามาชมเรื่องราวของเขา

และแม็กซ์ยินดีที่จะพูดว่า แม็กซ์รู้สึกว่าทุกอย่างคุ้มค่ากับการรอคอย

Ruthless and brilliant, Vishous son of the Bloodletter possesses a destructive curse and a frightening ability to see the future. As a pretrans growing up in his father's war camp, he was tormented and abused. As a member of the Brotherhood, he has no interest in love or emotion, only the battle with the Lessening Society. But when a mortal injury puts him in the care of a human surgeon, Dr. Jane Whitcomb compels him to reveal his inner pain and taste true pleasure for the first time- until a destiny he didn't choose takes him into a future that cannot include her.

คงไม่ต้องเตือนว่าสปอยล์นะคะ

วีในเล่มของเขาเอง กับ Lover Unbound ก็ ยังคงเป็นวีที่แม็กซ์คาดหวัง และคิดว่าเขาควรจะเป็น (ถ้าไม่นับว่าในเล่มแรกเขามีรอยสักที่มือข้างซ้าย แล้วมันย้ายมาข้างขวาได้เอง) พฤติกรรมที่ออกแนววายก็ยังคงอยู่ ที่มากกว่าเขายอมรับ และพูดออกมา

จะมีหนังสือโรแมนซ์สักกี่เล่มที่พระเอกพูดออกมา ว่ารักผู้ชายอีกคน มันน่าจะดูน่ารังเกียจ แต่ด้วยพรสวรรค์ล้วน ๆ เจอาร์ วาร์ดเขียนออกมาได้นุ่มนวล และยอมรับได้ เธอขนาดให้เหตุผลกับความรู้สึกที่ราวกับจะผิดธรรมชาติอันนี้

จุดเด่นของชุด BDB ก็คือ เจอาร์ไม่เคยใช้พล็อตเรื่องที่ซ้ำซาก ตัวละครทุกตัวมีความแตกต่าง และเหมือนกัน ความรักพวกเขามีเส้นทางการไปสู่ความแฮ็ปปี้เอนดิ้งที่ต่างกัน คนอ่านไม่อาจคาดหวัง หรือคิดว่ามีสูตรสำเร็จได้เลย และในเล่มนี้ ความรักระหว่างแวมไพร์และมนุษย์ก็ไม่ได้จบอย่างที่คนอ่านอาจจะยิ้มหวาน เป็นมีความสุขที่ปนด้วยความขม จุดจบที่แม้แต่แม็กซ์เองยังรู้สึกว่า เจอาร์ใจร้ายกับวีมากไปหน่อย

แต่มันอาจจะเป็นจุดจบเดียวที่เป็นไปได้ ในเรื่องความรักข้ามสายพันธุ์ระหว่างมนุษย์ที่มีอายุขัยจำกัด และแวมไพร์ที่ไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นลูกชายของเทพเจ้าในหมู่ของแวมไพร์ด้วยกัน

เล่มนี้วีเอานิสัยของพวกคาร์พาเธียนมาใช้ เพราะเพียงแว่บแรกที่เห็นเจน เขาก็นึกคำพูดที่คาร์พาเธียนทุกคนใช้จนเป็นนิสัย เขาเรียกเธอว่า ของฉัน ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความผูกพันที่ถูกกำหนดโดยโชคชะตา ส่วนใหญ่แม็กซ์จะไม่ชอบเรื่องแนวนี้นัก เพราะมันไม่ได้สื่อถึงความรัก ความผูกพันของตัวละครเลย เป็นความบังเอิญที่คนคนนี้ดันเป็นนางเอก พระเอกถึงต้องการ

แต่ในเรื่องนี้มันเวิร์คมาก ๆ อาจเป็นเพราะแม็กซ์หลงไปกับเรื่องราวของเหล่า BDB จน ลำเอียงไม่คิดถึงหลักเหตุผลเท่าไหรนัก แม็กซ์อาจจะยอมรับกับความรู้สึกเป็นเจ้าของของวีที่มีต่อเจน เพราะเมื่อทั้งคู่มีโอกาสอยู่ด้วยกันและรู้จักกัน ความเหมาะสมของทั้งคู่มันเด่นชัดมาก จนแม็กซ์ยอมรับได้ว่า อย่างไรเสียคนทั้งสองก็เป็นคู่ของกันและกัน

แม็กซ์ไม่แน่ใจว่าคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องในชุดนี้มากก่อนจะตามเรื่องราวในเล่มนี้ทันไหม เล่มนี้อาจไม่ใช่เรื่องเริ่มต้นของ BDB แต่สำหรับแม็กซ์ ตอนนี้เล่มนี้คือเล่มที่ดีที่สุดในชุด

นั่นก็เพราะวีและเจนเป็นตัวละครที่ลงตัวมากที่ สุด แม็กซ์ชอบความบกพร่อง ข้อเสีย และทุกอย่างที่เป็นวี เขาเติบโตท่ามกลางความรุนแรง เป็นลูกชายของนักรบชื่อก้องที่โหดเหี้ยม และในเล่มนี้เองเขาก็ได้พบกับแม่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นั่นมันมากเกินกว่าที่เขาจะคาดฝัน เมื่อแม่ของเขาคือ The Scribe Virgin ที่ ไม่ได้เป็นสาวพรหมจรรย์เหมือนดั่งชื่อ แม่ที่เรียกร้องให้เขาทำหน้าที่ที่เขาเกิดมาเป็นทำ เป็นผู้ให้กำเนิดเหล่าบราเธอร์ในรุ่นต่อไป เพื่อเป็นสายพันธุ์ที่เข้มแข็งในการสร้างนักรบเป็นกองกำลังให้กับเธอ

เขาตอบตกลง แต่นั่นก็ก่อนที่เขาจะได้พบกับเจน หญิงสาวที่สอนเขาให้รู้จักถึงทุกอย่างเกี่ยวกับความรัก เจนเป็นหมอผ่าตัดที่โชคชะตากำหนดให้เธอเป็นคนช่วยชีวิตเขา เมื่อวีถูกยิงจากศัตรูลึกลับ เธอถูกดึงเข้าไปเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่พวกเดียวกับเธอ ผู้ชายที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดที่เธอเคยพบ

ชายในฝัน ในคำทำนายของเธอ

เรื่องนี้อาจจะเริ่มต้นเหมือนคาร์พาเธียนเมื่อวีเห็นเจนแล้วออกอาการ ของฉัน โดยลักพาตัวเธอไปยังบ้านพักของเหล่า BDB แต่ปฏิกริยาของคนทั้งสองหลังจากนั้นต่างหากที่ทำให้เรื่องนี้เข้ามาอยู่ในใจของแม็กซ์ เจนเป็นทุกอย่างที่บุชเป็น และมากกว่านั้น

แม็กซ์เชื่ออย่างเต็มหัวใจ ที่ทำไมวีถึงคิดว่าตัวเองรักบุช นั่นก็เพราะตลอดชีวิตของวี เขารอคอยเจน และบุชเป็นคนที่เหมือนเธอมากที่สุด จึงไม่แปลกเลยที่เขาพบว่าตัวเองต้องการบุช แต่เมื่อเจนปรากฎตัวขึ้น ก็ไม่มีความรู้สึกใดเหลืออีก นอกจากความเป็นเพื่อน เราไม่รู้นะว่าคิดเข้าข้างเจนมากเกินไปไหม แต่ขอบอกว่า ระหว่างที่อ่านเล่มนี้ เราไม่คิดเลยสักนิดว่าเจนเป็นตัวแทนของบุช หากแต่เป็นในทางกลับกันมากกว่า

เจนเป็นทุกอย่างที่วีต้องการ เธอยอมรับตัวตนแท้จริงของเขาได้ เธอยอมรับเขาได้เมื่อคิดว่าเขาเป็นเกย์ เธอยอมรับเขาได้เมื่อเธอรู้อดีตของเขา เธอยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น แต่ความรักไม่เคยทำให้เธอตาบอด เจนเป็นตัวละครผู้หญิงที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดแล้วในเรื่องชุดนี้

แล้วยังฉากเซ็กส์ในเรื่องอีกล่ะ มีหนังสือไม่มากนักหรอกนะที่ใช้ฉากนี้เป็นการสื่อความรู้สึก ฉากที่คอนโดของวี ที่เขายอมเสียความควบคุมที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยมีจากชีวิตในวัยเด็ก เขายอมสละมันเพื่อพิสูจน์ให้ผู้หญิงที่เขารัก ถึงความรักทั้งหมดที่เขามีต่อเธอ

แล้วยังคำพูดนี้อีกล่ะ เมื่อวีพาเจนมาส่งกลับบ้าน หลังจากใช้เวลาหลายวันกับเขา เขารู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ที่ตกปากรับคำกับ The Scribe Virgin เอาไว้ เขาไม่อาจเลือกหญิงที่เขารักเหนือหน้าที่ได้ เขารู้ว่า เขาจะลบความทรงจำทั้งหมดที่เธอมีเกี่ยวกับเขา คำพูดสุดท้ายก่อนจากกัน I love you. And Im going to love you even after you dont know I exist

แล้วอย่างนี้วีจะไม่ใช่ตัวละครโปรดของแม็กซ์ได้ยังไง

และคงต้องทิ้งท้ายด้วยคำพูดเช่นเดิม หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ แต่มันสมบูรณ์แบบสำหรับแม็กซ์ ความงดงามในความรักของวีและเจน ทำให้แม็กซ์มองข้ามข้อเสียทั้งหลายไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่พึ่งพาโชคชะตา ตอนจบที่ขมปนน้ำตา มันไม่ใช่ตอนจบที่แม็กซ์อยากให้วีและเจนมี แต่มันก็ไม่ถึงกับทำให้แม็กซ์ลดทอนความรักที่มีให้เรื่องนี้ลงได้

คะแนนที่ 90

ป.ล. ไม่รู้มีใครจะคิดเหมือนแม็กซ์ให้ แต่แม็กซ์เชียร์ให้จอห์นคู่กะแซกซ์น่ะ ท่าทางน่าจะเป็นคู่ที่ดูน่าสนใจมาก ๆ

ป.ล.ล. รู้สึกแบบคิดไปคนเดียวว่าแมนนี่น่าจะคู่กะเพนย์

Saturday, January 31, 2009

Lover Enshrined // J.R. Ward

ยอมรับตามตรงนะคะว่า ไม่ค่อยจะเห่อกับเล่มนี้เท่าไหรนัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องของตัวละครที่เราสนใจ เราคิดว่าฟิวรี่น่าเบื่อหน่าย และน่ารำคาญมากไปหน่อย โดยเฉพาะบทของเขาในเรื่อง Lover Unbound ที่ดูว่าจะตัดใจจากเบลล่าไม่ขาดเสียที แล้วยังนิสัยช่างรำพึงรำพัน นึกถึงแต่ข้อเสียของตัวเอง อ่านแล้วรำคาญโคตร และที่มากไปกว่า ตัวนางเอกของเขาก็ดูจะไม่ได้ดีไปกว่ากัน คอร์เมียดูท่าว่าจะก๊อปปี้เป็นมาริซซาคนที่สองอีก (แค่คนเดียวก็ไม่ค่อยจะไหวแล้ว) ทำให้เรื่องยิ่งไม่น่าสนใจเลย

แต่แม็กซ์ก็อ่านภายในเวลาไม่ถึงเจ็ดวันนับจากได้หนังสือเล่มนี้ เพราะอะไรเหรอคะ

นั่นก็เพราะว่า แม็กซ์เชื่อในฝีมือการเล่าเรื่องของเจอาร์ วาร์ด เธอทำให้แม็กซ์ชอบมาริซซาขึ้นมาได้คนนึงแล้ว แม็กซ์เชื่อว่า เธอทำให้คอร์เมียพัฒนาขึ้นมาได้แน่ แล้วยังพล็อตเรื่องที่ทิ้งค้างคาไว้อีก ตัวละครอีกตั้งหลายตัวที่โคตรจะน่าสนใจ

เล่มนี้รีวิวยากนะคะ เพราะในฐานะส่วนหนึ่งของชุด แม็กซ์ขอบอกว่า มันเป็นเล่มที่พลาดไม่ได้เลย ปริศนาหลายอย่างในชุดได้รับการเฉลยไว้ในเล่มนี้ เรื่องราวของตัวละครรองทุกตัวดำเนินไปอย่างน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นจอห์น แม็ทธิว และเพื่อนสนิทสองคนของเขา (ที่เล่มนี้ฉายแววมาก) หรือจะเป็นรีเวนจ์ ที่มีข้อตกลงที่น่าสนใจมากกับคนที่แบล็กเมลล์เขาอยู่ ความเป็นไปของเดอะโอเมก้า ความลับที่ซ่อนมานานกว่ายี่สิบห้าปี

ปัญหาก็คือ แม็กซ์รู้สึกว่า เรื่องของตัวละครอื่นทุกคนในเรื่องน่าสนใจมากกว่าเรื่องราวของฟิวรี่ และคอร์เมียน่ะสิ แม็กซ์เบื่อหน่ายทุกครั้งที่โฟกัสของเรื่องย้อนกลับไปหาฟิวรี่ ที่ตลอดทั้งเรื่องไม่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์อันใดเลย นอกจากทำลายตัวเองด้วยยาเสพติด และความไม่หนักแน่นของเขาเอง

แม็กซ์ควรจะให้คะแนนยังไงกับเรื่องที่แม็กซ์อ่านแล้วไม่รู้ว่า พระเอกและนางเอกรักกันตอนไหน ตอนที่ฟิวรี่บอกรักคอร์เมียออกมา แม็กซ์แปลกใจมากเลยนะ เพราะมันเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว (คนอ่าน) ย้อนกลับไปดู ก็ไม่รู้สึกว่าความผูกพันมันเริ่มยังไง

อาการปิ๊งกันระหว่างจอห์น แม็ทธิวและแซ็กซ์ ยังดูตื่นเต้นเร้าใจมากกว่า

แต่ในอีกแง่นึง คอร์เมียไม่น่ารำคาญอย่างที่คิด เธออาจไม่ถึงกับออกมาดูดีอย่างที่เจอาร์ทำให้มาริซซาเป็น แต่เธอก็ไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนแอ ช่วยตัวเองไม่ได้ ในความเงียบและขี้อายของเธอ แม็กซ์รู้สึกถึงความเข้มแข็งภายใน แต่ก็อีกนั่นแหละ เจอาร์ไม่ได้ใช้เวลากับคอร์เมียมากนัก ในฐานะนางเอกของเรื่อง แม็กซ์รู้สึกเหมือนเธอเป็นตัวประกอบมากกว่า และนั่นไม่ใช่สิ่งดีเลย

ส่วนฟิวรี่ เขาก็ยังเดินตามเส้นทางการทำลายตัวเองที่เขาเดินใน Lover Unbound เขาถลำลึกติดยา หลายครั้งเขากลายเป็นความผิดหวังในกลุ่ม BDB จนสุดท้ายเรธต้องสักพักงานเขาอย่างถาวร ฟิวรี่กลายเป็นบราเธอร์แต่เพียงในนามเท่านั้น แต่แม็กซ์ก็ชอบวิธีการกลับตัวของเขานะคะ ถือว่าโอเค (แน่ละเพียงกับที่แมรี่ โจ พุธเนย์ทำกับเรจจี้ใน The Rake and the Reformer ไม่ได้หรอก แต่ใครจะทำได้อีกล่ะ เล่มนั้นน่ะมันคลาสิกไปแล้ว) ไม่ใช่ว่าเขากลับได้ข้ามคืน มันอาศัยความเข้มแข็ง และเวลา

อย่างที่บอกค่ะ นอกจากพระเอกและนางเอกที่แม็กซ์ไม่รู้สึกมีส่วนร่วมไปกับเรื่องราวของพวกเขา ส่วนอื่นในเรื่องสนุกมาก เริ่มด้วยการเปิดเรื่องเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนที่เดอะโอเมก้า ส่งลูกชายของตนแฝงกายเข้าไปเป็นหนึ่งในแวมไพร์ และตอนนี้ก็ได้เวลาที่เขาจะเปิดศึกอีกทางกับ BDB แล้ว (ผิดหวังนิดนึงนะคะ ที่ตัวตนของลูกชายของโอเมก้ามันง่ายไปหน่อย แม็กซ์อยากให้เจอาร์ใช้พล็อตแนว "จอมดาบหิมะแดง" น่ะ แม็กซ์อยากอ่านลูกชายของโอเมก้าที่เป็นคนดี มันไม่จำเป็นไม่ใช่เหรอว่า เกิดเป็นลูกผู้ร้าย แล้วจะต้องเลว แต่เล่มนี้ดูเหมือนจะเดินตามสูตรนั้นไปเลย)

โอเมก้าสั่งลูกน้องให้ตามหาตัวลูกชาย ในขณะเดียวกันกลุ่ม BDB ก็เจอปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะความพึ่งพาไม่ได้ของฟิวรี่ ความกังวลของซีที่มีต่อการตั้งครรภ์ของเบลล่า การเติบโตและค้นหาเส้นทางของตัวเองของจอห์น แม็ทธิว และเพื่อนของเขา (ซึ่งควินน์เท่ห์คร้าบ) แล้วยังทอร์ที่หายไปอีก รีเวนจ์ว่าที่พระเอกเล่มหน้าก็เผยตัวตนแท้จริงของเขามากขึ้น และทำให้เรื่องของเขากลายเป็นเล่มที่น่าอ่านอย่างยิ่ง

ยังไม่นับเพนน์ น้องสาวฝาแฝดของวี ที่ (สปอยล์ค่ะ) ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระในที่สุด

บอกตามตรงนะคะ ตอนนี้เราอยากอ่านเรื่องชุดนี้มาก แต่ข่าวร้ายอย่างที่บอกไปก่อน คือ เจอาร์ จะเขียนเรื่องของรีเวนจ์ แล้วจากนั้นจะหันไปเขียนเรื่องอีกชุดก่อน มันไม่ได้หมายความว่า เธอจะเลิกเขียน BDB นะคะ แต่มันอาจเป็นเวลาหลายปี กว่าที่เธอจะหวนกลับมาเขียนชุดนี้อีกรอบ (ซึ่งเธอบอกว่า เธอเล็ง ๆ จอห์น แม็ทธิวเอาไว้ว่า อาจเป็นพระเอกเล่มต่อไป แต่นั่นเป็นเพียงความคิดเท่านั้น ยังไม่ได้เขียน)

คะแนน อย่างที่บอกค่ะ ให้ยากมาก แม็กซ์ให้ 70 ในส่วนของฟิวรี่ และคอร์เมีย และ 83 สำหรับส่วนที่เหลือของทั้งชุด

The Black Dagger Brotherhood Series // J.R. Ward

เมื่อตอนเริ่มต้นเขียนบลอกใหม่ ๆ ช่วงปี 2006 แม็กซ์เคยเขียนถึงหนังสือชุดแนวพารานอมอลที่ตัวเองชอบมากที่สุดเอาไว้ (ที่บลอกอันนี้) เรียงอันดับกัน ตานี้ก็เลยมีคนถามแม็กซ์ว่า ความคิดเราเปลี่ยนไปรึยัง หนุ่มแวมไพร์สูงหกฟุตเจ็ดนิ้ว (ที่อาจจะเป็นคนผิวดำ) ที่ชอบใส่เสื้อหนังเป็นชีวิตจิตใจยังคงเป็นกลุ่มที่อยู่ในใจแม็กซ์เหมือน เมื่อสองปีก่อนรึเปล่า

แม็กซ์ยังรักเรื่องนี้อยู่ไหม กับสิ่งที่เกิดกับเจนในเรื่อง Lover Unbound

เราใช้เวลาคิดไม่นานนะคะ เพราะบอกตามตรงว่า ตอนนี้ก็ยังไม่หายคลั่งชุด BDB ยิ่งจอห์น แมทธิวโดดเด่นและน่าสนใจขนาดนี้ เพราะถึงจะมีเหตุการณ์อันเลวร้ายเกิดขึ้นในเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดให้ กับตัวละคร แต่แม็กซ์ยังมีความรู้สึกว่า เจอาร์ วาร์ดรู้ตัวอยู่ว่ากำลังทำอะไร เรื่องราวของเธอมีทิศทางที่แน่นอน คำใบ้ที่เธอทิ้งไว้ถูกนำเอามาใช้ตลอด

วันนี้ก็เลยถือเป็นฤกษ์งามยามดี พูดถึงหนังสือชุดนี้กันทั้งชุดกันดีกว่า และโดยไม่ต้องบอก แม็กซ์สปอยล์เต็มที่นะคะ คนที่ยังไม่ได้อ่าน ก็ขอให้หยุดเสียตรงนี้แล้วกัน

Dark Lover

หนังสือเล่มเปิดชุด ที่อาจจะไม่ใช่เล่มที่สนุกที่สุด แต่ก็น่าสนใจมากพอที่จะทำให้แม็กซ์ติดตามอ่านหนังสือชุดนี้ต่อไป และในฐานะของคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้อ่านด้วยตัวเอง (ไม่ได้มาจากคำแนะนำของใคร) แม็กซ์จึงถือว่าตัวเองภาคภูมิใจที่ตัวเองตาถึง และเล็งเห็นคุณค่าของเรื่องนี้ ก่อนที่คนอื่นจะเริ่มพูดถึง (เป็นแฟนคนแรก ๆ ว่างั้นเถอะ)

เล่มนี้เป็นการเปิดตัวละครหกตัว ผู้ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเหล่าแวมไพร์จากศัตรูเก่าแก่ แวมไพร์ในโลกของเจอาร์ วาร์ดไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเทพเจ้าของพวกเขา (ที่ชื่อว่า สไครบ เวอร์จิ้น หรือแม็กซ์ของเรียกว่า SV แล้วกันนะคะ) แต่ด้วยความอิจฉาของพี่ชายของ SV ซึ่งก็คือเดอะ โอเมก้า ทำให้โอเมก้าสร้างเผ่าพันธุ์ของตัวเองขึ้นมาเช่นกันในการกวาดล้างพวกแวมไพร์ ของน้องสาว (แม็กซ์ไม่ค่อยแน่ใจนะคะว่าใครเป็นพี่เป็นน้องกันแน่) แต่เนื่องจากโอเมก้าไม่มีพลังในการสร้าง (หรือการให้กำเนิด) เผ่าพันธุ์ของจึงไม่ใช่ชนชาติใหม่ หากแต่เป็นมนุษย์ผู้ชั่วร้ายที่ขายวิญญาณของตัวเองให้กับโอเมก้า โดยรับเอาส่วนหนึ่งของโอเมก้าไว้ในร่างของตัวเอง พวกนี้เรียกตัวเองว่าเลสเซอร์ ทำให้พวกแวมไพร์ต้องรวมกลุ่มกันและสร้างผู้ปกป้องชนชาติของตัวเองเอาไว้ กลุ่มที่ปกป้องเรียกตัวเองว่าแบล็ค เด็กเกอร์ บราเธอร์ฮู้ด (หรือ BDB)

การต่อสู้มีมานาน จนกระทั่งในยุคปัจจุบัน BDB เหลือกำลังลดลงมาแค่ 7 คน และในช่วงเปิดเรื่อง ดาเรียสหนึ่งใน BDB ผู้มีอายุมากที่สุดก็ถูกลอบสังหาร คำขอสุดท้ายก่อนตายของเขาที่มีต่อราธ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม BDB และยังเป็นกษัตริย์ของพวกแวมไพร์ทั้งปวง ก็คือให้ราธ นำพาเบธ ลูกสาวของเขามาสู่โลกของแวมไพร์อย่างปลอดภัยด้วย

อย่างที่เกริ่น แวมไพร์เป็นชนชาติที่แยกขาดจากมนุษย์ แต่ไม่ใช่ว่าการข้ามเผ่าพันธุ์จะเป็นไปไม่ได้ เหล่าลูกครึ่งระหว่างแวมไพร์ และมนุษย์ จะมีบางคนที่สามารถข้ามขอบเขตการเป็นมนุษย์ไปสู่การเป็นแวมไพร์ได้ แต่มันเสี่ยง และเกิดขึ้นสำหรับบางคนเท่านั้น และดาเรียสคิดว่าเบธเป็นหนึ่งในนั้น

ราธซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ไม่เต็มใจ เขาไม่เคยเห็นว่าตัวเองคู่ควรกับความยิ่งใหญ่ และความหวังที่ชนชาติฝากไว้บนบ่าของเขา ในวัยเด็กเฉกเช่นแวมไพร์ทุกคน เขาอ่อนแอขี้โรค เขามองดูครอบครัวถูกฆ่าตาย และใช้ชีวิตตามลำพัง เพียงชั่วข้ามคืนเมื่ออายุครบยี่สิบห้าปี ราธเปลี่ยนแปลง รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปทั้งหมด แต่แม้เขาอาจจะแข็งแรงขึ้น โหดเหี้ยมขึ้น หรือมีความแข็งแกร่งที่เหล่า BDB เป็น เขาก็ยังรู้สึกถึงความไม่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งสูงสุด เขาปฏิเสธที่จะเป็นกษัตริย์ กลับเอาชีวิตมาเสี่ยงตายกับการทำหน้าที่ BDB แต่การได้พบกับเบธก็ทำให้เขาเปลี่ยนไป

เช่นเดียวกับหนังสือที่เป็นจุดเริ่มต้นของชุดเล่มอื่น ๆ เล่มนี้ใช้เวลาในการวางพื้นฐานของเรื่องเยอะมาก แต่แม็กซ็ก็ยังคิดว่าเจอาร์ทำได้ดีนะในการเขียนเรื่องโรแมนซ์ระหว่างเบธและ ราธ

แม็กซ์ให้คะแนนเล่มนี้ที่ 70

Lover Eternal

หนังสือเล่มที่สองในชุด และเป็นเล่มที่เริ่มทำให้แม็กซ์หันมาจับตามองเรื่องชุดนี้อย่างจริงจัง เล่มนี้เล่าเรื่องของเรจ หนึ่งใน BDB ที่ขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ต่อสาว ๆ มากที่สุด (จนถึงขั้นถูกเรียกว่าฮอลีวู้ดตามความหล่อที่มีเหมือนพระเอกหนังฮอลีวู้ด) แต่ที่ซ่อนไว้เบื้องหลังหน้ากากที่หล่อเหลางดงามก็คือ ความเกรี้ยดกราดอันห้ามไม่อยู่ และเมื่อใดที่มันเกิดขึ้น เรจก็จะกลายเป็นปีศาจของแท้ ตามคำสาปของ SV

และเล่มนี้เป็นครั้งแรกทีเราได้พบกับจอห์น แมทธิว เด็กชาย (ซึ่งก็เป็นการเรียกที่ไม่ถูกนักหรอกนะคะ เพราะในเรื่องเขาก็เกือบจะยี่สิบห้าแล้ว แต่ด้วยลักษณะของแวมไพร์ที่จะยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวจนกว่าจะเข้าสู่การ "เปลี่ยนแปลง" เขาก็ยังคงเป็นเด็กอยู่) ที่ถูกค้นพบว่ามีสายเลือดของ BDB อยู่ในกาย และหนึ่งในผู้คุ้มครองเขาคือ แมรี่ ผู้หญิงคนเดียวที่เรจไม่อาจครอบครองได้

นั่นเพราะแมรี่เป็นมนุษย์ ซึ่งความรักระหว่างทั้งคู่ไม่มีวันจะเป็นไปได้เลย นี่ยังไม่ได้พูดถึงเจ้าสัตว์ประหลาดที่แฝงอยู่ในร่างกายของเรจอีก การลงเอยในเรื่องความรักระหว่างแมรี่ และเรจกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเล่มห้าในชุดเรื่อง Lover Unbound ที่ตอนจบทำร้ายจิตใจคนอ่านเหลือเกิน ว่าทำไมถึงไม่จบเรื่อง LU อย่างที่จบในเล่มนี้

คะแนนที่ 83

Lover Awakened

หนังสือที่แม็กซ์คิดว่าเป็นเล่มที่สุดที่สุดในชุดนี้ตอนนี้นะคะ เรื่องราวของซาดิสต์ ผู้เต็มไปด้วยบาดแผลจากอดีต แม็กซ์บอกตรง ๆ เลยนะว่า แรกที่เห็นเขาออกมามีบทบาทใน Dark Lover เขาทำให้แม็กซ์นึกถึงตัวละครของเชอริลีน เคนย่อนในชุดดาร์ค ฮันเตอร์ที่ชื่อว่าซาเร็ตมาก

ตัวละครทั้งสองมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ซาดิสต์ถูกลักพาตัวไปจากครอบครัว และฟิวรี่น้องชายฝาแฝดของเขา และถูกขายเป็นทาส ที่ซึ่งเขาได้รับการทรมานในสารพัดรูปแบบเป็นเวลาเกือบร้อยปี แม้กระทั่งเมื่อถูกฟิวรี่ช่วยเหลือออกมาได้ บาดแผลเหล่านั้นก็ยังติดตามมาหลอกหลอน ซีไม่เหมือน BDB คนอื่น อันที่จริงเขาไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ เขาจำเป็นต้องทำร้ายตัวเองเมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างมันเหนือการควบคุม

และเบลล่าก็ทำให้ทุกอย่างเหนือการควบคุม ซีรู้ว่าเขาไม่เหมาะสมกับเธอ ไม่คู่ควร เป็นฟิวรี่มากกว่าที่เหมาะสม (แต่ถ้าใครอ่าน Lover Enshirned แล้วก็คงรู้ว่าเบลล่าเฮงมากที่คู่กับซี) เขาพยายามหลีกทาง แต่ก็ไม่อาจทำได้

แม็กซ์ขอบอกว่าเบลล่าเป็นตัวละครที่ได้ใจแม็กซ์อย่างมาก เธอเป็นนางเอกที่รู้ใจตัวเอง เพราะถ้าไม่ใช่เพราะการทั้งอ่อย ทั้งเปิดทาง ทั้งให้ท่าสารพัดของเธอ ซีก็คงไม่ใจอ่อน และซีจำเป็นจะต้องได้นางเอกที่เต็มใจอย่างยิ่งด้วย

ข่าวดีสำหรับคนที่อยากอ่านเรื่องของซีและเบลล่าให้เต็มอิ่ม ปลายปีนี้เดือนตุลาคม เจอาร์ วาร์ดจะออกหนังสือรวมประวัติของเหล่า BDB ที่ในเล่มนั้นจะมีเรื่องสั้นยาว 125 หน้าเล่าเรื่องการเกิดของเนลล่า ลูกสาวของซีและเบลล่าเอาไว้ในนั้นด้วย

อ้อขอเพิ่มเติมนิดนึง ที่แม็กซ์เคยบอกว่า รู้สึกว่าซีเหมือนกับซาเร็ต (หรือก็เรียกว่าซีเหมือนกัน) ความรู้สึกนั้นมันก็ยังอยู่นะคะในส่วนของคาแร็คเตอร์ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องของซีไม่เหมือนกับเรื่องของซาเร็ตเลย วิธีการเล่าเรื่องและดำเนินเรื่องก็แตกต่างกัน ทำให้ทั้งสองเล่มมีความไม่เหมือนกันอย่างชัดเจน

คะแนนที่ 90

Lover Revealed

เล่มนี้แม็กซ์เคยเขียนรีวิวไปแล้วในบลอกนี้นะ คะ ขอเพิ่มเติมนิดนึงนะคะ เล่มนี้ถือว่าสนุกกว่าที่คาดหวังไว้มาก เพราะแม็กซ์ไม่ชอบคาแร็คเตอร์ของมาริสซ่าอย่างรุนแรง เธอเป็นผู้หญิงที่น่าเหยียบ

แม็กซ์นึกถึงตอนที่ได้มีโอกาสเจอกับเจอาร์ วาร์ด ระหว่างที่เธอพูดถึงบุคลิกของมาริสซ่า แล้วมีคนตะโกนออกมาว่า "Hate her, Hate her, Hate her" มันตรงใจมากนะคะ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้จึงเป็นเล่มที่แม็กซ์ชอบ

นั่นเพราะว่าเมื่อจบเรื่อง แม็กซ์ไม่ได้เกลียดมาริสซ่าอีกต่อไป เจอาร์ทำให้แม็กซ์มองเห็นความแข็งแกร่งในความอ่อนโยนที่เธอมีได้

นี่เป็นอีกเรื่องที่ตอนจบมันดูเหลือเชื่อไปนิดนึง กับการที่บุชกลายมาเป็นหนึ่งใน BDB (และมันยิ่งทำให้เจ็บช้ำเมื่อคิดว่าวีต้องยอมรับเจนในสภาพที่เธอเป็นใน ตอนจบเรื่อง Lover Unbound) แต่แม็กซ์ก็ชอบตอนจบที่มันแฮปปี้มากกว่าสมจริงนะคะ

คะแนนที่ 73

Lover Unbound

เช่นกันแม็กซ์ก็รีวิวเรื่องนี้ไปแล้ว

และเช่นกันก็ขอเพิ่มเติมว่า ถ้าเล่มนี้ไม่ได้มีฉากจบอย่างที่มันเป็น เล่มนี้ก็จะเป็นหนังสือที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดในชุด เพราะมันเป็นเรื่องราวของตัวละครที่แม็กซ์รู้สึกว่าน่าสนใจที่สุด (นับตั้งแต่แม็กซ์ได้เห็นเขาออกมามีบทบาทใน Dark Lover)

อันที่จริงเรื่องนี้ลงตัวไปหมดทุกอย่างนะคะ แม็กซ์ชอบการเล่าเรื่องของวี เพราะมันทำให้เข้าใจตัวตนของเขามากขึ้น เข้าใจทางเลือกที่เขาทำ ทำไมเขาถึงมีรสนิยมที่เบนไปทาง BDSM ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ามันไม่ใช่เรื่องเพศ แต่เป็นเรื่องการควบคุม ที่เขาไม่เคยมีในชีวิตนับตั้งแต่เด็ก มันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเขา แต่เขาก็ยินดีที่จะสละการควบคุมนั้นให้กับผู้หญิงที่สอนให้เขารู้จักคำว่า รักเป็นครั้งแรก

พูดตามจริงก็คือ แม็กซ์ชอบทุกอย่างในเล่มนี้ จนกระทั่งตอนจบที่ SV ใจร้ายมาก (และเมื่อคิดถึงสิ่งที่เจอาร์ แก้ปัญหาให้กับความรักของเรจ และบุชแล้ว แม็กซ์ยิ่งน้อยใจว่าทำไมวีของฉ้านถึงโดนขนาดนี้)

คะแนนที่ 90

Lover Enshirned

เล่มล่าสุด และเช่นเดิม รีวิวไปแล้วค่ะ ที่บลอกนี้

เล่มนี้สอบตกในส่วนของโรแมนซ์ แต่แม็กซ์ถึงว่าเล่มนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการดำเนินเรื่องเลยนะคะ เพราะว่าในห้าเล่มแรก คนอ่านจะรู้สึกว่าพวกเลสเซอร์บ่มีไก๊ สู้พระเอกไม่ได้เลย (แต่กระนั้นก็ยังสร้างปัญหาสารพัด) และตัวละครหลักก็ล้วนมีเรื่องของตัวเองไปหมดแล้ว ดังนั้นมาในเล่มนี้เจอาร์จึงเปิดฉากแนะนำตัวละครซ้ายทีขวาที ชนิดที่น่าสนใจ น่าอ่านทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นควินน์ บอดี้การ์ดคนล่าสุดของจอห์น แมทธิว ชายหนุ่มผู้มีตาสองสี และถูกมองว่าเป็นความบกพร่องทางกรรมพันธุ์ และทำให้เขาไม่อาจเป็นส่วนหนึ่งของสังคมชั้นสูงในหมู่แวมไพร์ได้ หรือว่าที่พระเอกเล่มหน้าอย่างรีเวนจ์ที่แม้จะออกมาตั้งแต่ Lover Awakened แต่เล่มนี้ก็เปิดเผยตัวตนมากขึ้น

คะแนนที่ 70

What is next?

ตามข่าวก็คือ ปลายปีนี้จะมีหนังสือที่เรียกว่า Inside's guide ซึ่งเป็นหนังสือเชิงสารคดีเกี่ยวกับเหล่า BDB (ไม่ใช่นิยาย) แต่ในเล่มนั้นจะมีเรื่องสั้นของซีและเบลล่า เล่าถึงช่วงที่เบลล่าคลอดลูก

จากนั้นเล่มถัดไปก็จะเป็นเรื่องของรีเวนจ์ที่ตอนนี้ยืนยันวันออกขายมาแล้ว ที่เดือนพฤษภาคม 2009 และจะเป็นปกแข็ง สำหรับคนที่ช่างสังเกตก็อาจจะเคยเห็นนางเอกของเขา ซึ่งก็คือ.... (สปอยล์)

อีเลน่า เธอเป็นนางพยาบาลในสำนักแพทย์ของฮาเว่น

และเล่มหลังจากนั้น เจอาร์ใช้คำว่า "I'm thinking that JM is going to be up next after Rahv" (ขอบคุณ The Good, the bad, and the unread for information)

และหากคิดว่า หนังสือชุดนี้น่าจะเขียนกันต่อไปอีกยาวนานนนนนน ก็ดูท่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะนี่คือคำตอบที่เจอาร์ตอบเมื่อคนถามถึงเนลล่า "Nalla may very well have her own book butit will be a looooooong time!"

สำหรับคำตอบที่คนอยากรู้เกี่ยวกับจอห์น แมทธิว (JM) ว่าเขาเป็นอะไรกับดาเรียสกันแน่ ในที่สุดเจอาร์ก็ยืนยัน "Yes J.M is Darius reincarnated, the S.V did a cool time whammy and put D back. But he had to make sacrifices to do so, so he can't talk or remember his past life."

และนี่คือคำตอบของแม็กซ์ต่อคำถามสั้น ๆ ที่ว่า แม็กซ์ยังชอบชุด BDB อยู่รึเปล่า