Showing posts with label Meg Cabot. Show all posts
Showing posts with label Meg Cabot. Show all posts

Wednesday, January 21, 2009

งานแจกลายเซ็นต์ของเม็ก คาบอทที่ร้านคิโนะคูนิยะ

อันที่จริงเม็ก คาบอทมีกำหนดการแจกลายเซ็นต์ในเมืองไทยทั้งหมดสามงาน วันพุธที่ร้านเอเชีย บุ๊ค สาขาสยามพาราก้อน วันพฤหัสที่ร้านบีทูเอส สาขาห้างเซ็นทรัลเวิร์ล และวันศุกร์ที่ร้านคิโนะคูนิยะ สาขาสยามพาราก้อน

แม็กซ์ไปแค่งานเดียวค่ะในวันสุดท้าย เพราะปกติเราซื้อหนังสือที่ร้านนี้อยู่แล้ว ก็เลยเลือกที่จะไปร้านนี้ (อันที่จริงโกหกแหละค่ะ ความจริงคือไม่รู้ว่าเม็กจะไปที่ร้านอื่นด้วย กว่าจะรู้ข่าว ก็สายเกินกว่าจะจองคิวแล้วล่ะ)

งานเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเวลาบ่ายสี่โมงครึ่ง แต่ตามประสาคนเห่อพอสมควรอย่างเราก็เลยไปแต่ไกโห่เวลาบ่ายสองโมงครึ่งแน่ะ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนะคะที่เราได้เป็นคิวแรก

พื้นที่ในการจัดงานค่อนข้างเล็กไปหน่อยค่ะ แต่เราคิดว่าคงเป็นเพราะตอนออกแบบร้าน ไม่น่าจะมีใครคิดถึงงานแจกลายเซ็นต์อย่างนี้ของนักเขียน ก็เลยใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ไปกับการวางชั้นหนังสือ ทำให้ดูคับแคบพอสมควร

พอดีเราเกี่ยวเพื่อนไปพร้อมกันด้วนสองคน เวลาเกือบสองชั่วโมงที่รอการมาถึงของเม็กจึงไม่รู้สักว่ามันน่าเบื่อนัก (แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนของเราจะเบื่อเราไหมนะคะ)

ขอพูดถึงเม็ก คาบอทก่อนแล้วกัน เราสารภาพตรงนี้ (และเราก็ดันเผลอไปพูดต่อหน้าเม็กอีกต่างหาก) ว่าเราไม่ชอบงานในนามปากกาเม็กของเธอนักหรอกค่ะ ไม่ได้ต่อต้านอะไรเธอหรอกนะคะ นอกจากจะบอกว่า เรารู้สึกว่าหนังสือของเธอเด็กเกินไปสำหรับเราสักหน่อย เราไม่ชอบเรื่องราวของเด็กวัยทีนเอจนักหรอกค่ะ ก็เลยไม่ค่อยได้อ่านงานของเธอนัก

แต่ในนามปากกาแพทริเซีย คาบอท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพการเขียนหนังสือของเธอ เป็นอีกเรื่องนึง แม็กซ์ชอบ ไม่สิ รักงานเขียนของเธอในนามปากกานี้ โดยเฉพาะเรื่อง Portrait of my heart ที่แม็กซ์ยังคิดว่าเป็นหนังสือที่มีพระเอกที่น่ารัก และน่ากระทืบมากที่สุดที่เราเคยอ่าน

ดังนั้นจึงเป็นเล่มนี้ที่แม็กซ์หยิบติดมือไปให้เธอเซ็นต์ชื่อ

เวลาสี่โมงครึ่ง (ค่อนข้างตรงเวลาค่ะ) เม็กก็มาปรากฎกาย พร้อมกับความเป็นกันเองอย่างมาก คิดเอาแล้วกันค่ะว่า เรานั่งรอการมาของเธอเป็นเวลานานมาก แต่พอได้เห็นความสดใส ความเป็นกันเอง เธอคว้าไมค์และเริ่มต้นทักทายทุกคน บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายและสนุกสนานขึ้น

แต่ก็คงเป็นประเพณีของไทยนะคะ (ที่มันดีนะ แม็กซ์คิด) ต้องมีการมอบดอกไม้และของที่ระลึกกันก่อน

คนขวามือคือใครไม่รู้ล่ะค่ะ (กะว่าจะถามแต่ไม่ได้ถาม) คิดว่าน่าจะเป็นคนของทางแพน แม็คมิลแลนซึ่งเป็นสปอนเซอร์จัดงานนะ ส่วนคนตรงกลางคือตัวแทนของทางร้าน (แม็กซ์เดาว่าน่าจะเป็นผู้จัดการของร้านสาขาพาราก้อนนะ) และคนทางขวามือสุดก็คือคุณเม็กเองนั่นแหละ

จากนั้นก็เป็นการสัมภาษณ์เม็กเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเจ้าหน้าที่ของทางแพนฯ ซึ่งแม็กซ์ชอบสำเนียงของเธอมากเลยล่ะ (ฟังดูน่ารักดี) แต่ไม่มีรูปมาฝาก เพราะรูปที่ถ่ายมา เธอดูไม่ค่อยสวยนัก (ไม่อยากลงน่ะค่ะ เราเองก็คงไม่ชอบให้คนเอารูปที่ดูไม่สวยเราเท่าไหรมาลง-- อธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่เธอไม่สวยนะคะ แต่แม็กซ์ฝีมือถ่ายห่วยเองแหละ)

แฟนหนังสือมากันไม่น้อยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ๆ ในวัยรุ่น และเด็ก ๆ เหล่านี้ก็แสนที่จะกล้านะคะ เพราะแย่งกันตั้งคำถามเม็กกันใหญ่ ส่วนแม็กซ์ก็นั่งเงียบ (เพราะไม่รู้จะถามอะไร)

หลังจากการสัมภาษณ์ก็ถึงเวลาแจกลายเซ็นต์ ซึ่งแม็กซ์เอาหนังสือเก่ากึ๋กเรื่อง Portrait of my heart ที่เขียนในนามปากกาแพทริเซีย คาบอทมาให้เธอเซ็นต์ ซึ่งทำให้เม็กแปลกใจถึงกับบอกแม็กซ์ว่า เราเป็นคนแรกที่เจอได้พบในเมืองไทยเลยนะคะที่อุตส่าห์ขุดกรุนิยายเก่ามาขนาด นี้

แม็กซ์ (ขนาดไม่ได้กรี๊ดเท่าไหรนะ) ก็ออกอาการพูดไม่ออก ขนาดที่ว่า ถ้าอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษมาฟังคงจะเก๊กซิมไม่น้อย เพราะที่สอนมามันหายไปหมด แต่ก็ยังอุตส่าห์โพล่งไปอีกนะว่าชอบงานแนวโรแมนซ์ (สำหรับผู้ใหญ่) ของเธอมากกว่าหนังสือเด็ก และเสียดายที่เธอไม่ได้เขียนอีกต่อไป

ผลก็คือเธอตอบว่า แม็กซ์คิดผิด ไม่รู้จริง เพราะเธอเพิ่งเขียนเรื่องแนวโรแมนซ์ย้อนยุคจบไป และเล่มนั้นมีชื่อเรื่องว่า Ransom my heart ซึ่งผู้ช่วยของเธอที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็เสริมว่า เล่มนั้นจะออกขายเดือนมกราคมปีหน้านี้แหละ (ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากกลับมาค้นในเน็ต เล่มนี้ออกขายกะสนพ.เอว่อน เป็นเล่มไซดเทรด ที่เธอใช้นามปากกาเป็นการเขียนร่วมกันระหว่างเม็ค คาบอท และมีอา ซึ่งเป็นชื่อนางเอกของหนังสือชุดไดอารี่ของเจ้าหญิง

ทำเอาแม็กซ์กรี๊ดสนั่นลั่นมือ ดีใจออกนอกหน้า คาดว่าคงทำให้คนที่ต่อแถวอยู่ตามหลังคงหมั่นไส้กันไม่น้อย เพราะพูดมาก ช้าจนทำให้พวกเขาต้องรอคิวกันนาน แล้วยังทำเป็นสนิทชิดเชื้อกับนักเขียนอีกต่างหาก

แม็กซ์เผ่นกลับมาก่อนงานจะเลิกค่ะ เพราะกลัวว่าจะหารถกลับบ้านไม่ได้

โดยรวมเราชอบนะคะ ที่สำคัญไม่รู้ว่างานอย่างนี้จะมีขึ้นอีกไหมในเมืองไทย เพราะว่ากันแล้ว เม็กก็เป็นนักเขียนในระดับบิ๊กจริง ๆ ที่มาเยือนประเทศเรา (ที่แม็กซ์นึกออกนะคะ แต่คิดว่าในอดีตก็มีมากันหลายคน เพียงแต่อาจจะไม่ได้จัดงานแจกลายเซ็นต์เป็นล่ำเป็นสันอย่างงี้) และเธอก็ไม่ได้มาในฐานะของนักเขียนโรแมนซ์ แต่เป็นนักเขียนหนังสือเด็กที่ประสบความสำเร็จ

อยากรู้ค่ะว่าจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะมีนักเขียนโรแมนซ์ แบบโรแมนซ์จริง ๆ มาเยือนเมืองไทย หรือจะมีใครจัดได้บ้าง ประเด็นนี้ส่วนตัวเราคิดว่าเป็นไปได้นะคะ เพียงแต่จะมีใครคิดทำไหมเท่านั้นแหละ โดยเฉพาะตอนต้นปีหน้าจะมีงานหนังสือที่ออสเตรเลีย ซึ่งนักเขียนดัง ๆ หลายคนอย่างเชอริลีน, แมรี่ เจนิส ไปร่วมงาน หรือกระทั่งนักเขียนที่อยู่ใกล้บ้านเราอย่างแคธลีน ดังเต้ (ฟิลิปปินส์), สเตฟานี ลอว์เรนส์ (ออสเตรเลีย), หรือนลินี ซิงค์ (นิวซีแลนด์) เราคิดว่าถ้ามีใครทุ่มทุนเชิญเธอมา (ออกค่าตั๋วเครื่องบิน และที่พัก) พวกเธอน่าจะมานะคะ เพราะระยะเวลาในการเดินทางก็ไม่นานเท่าไหร

คิดว่ายังไงกันบ้างคะ