Showing posts with label Gena Showalter. Show all posts
Showing posts with label Gena Showalter. Show all posts

Sunday, March 22, 2009

The Vampire's Bride // Gena Showalter

จีน่า โชว์วอลเตอร์เป็นนักเขียนที่แม็กซ์ติดตามอ่านมานานแล้วล่ะค่ะ ตั้งแต่เล่มแรกที่เธอเขียนจนถึงเล่มล่าสุด หลายครั้งเรารู้สึกว่า เธอเขียนเกือบจะดีแล้วล่ะ แต่ก็มักมีบางอย่างในเนื้อเรื่องทำให้เราละความสนใจในเนื้อเรื่องไปก่อนที่ จะจบทุกครั้ง แต่ก็ต้องยกให้นะคะว่า จีน่าเป็นคนที่เขียนเปิดเรื่องได้ดีที่สุดคนนึง

จนกระทั่งเมื่อปีก่อนที่แม็กซ์เริ่มต้นอ่านชุด The Lords of the underworld (โดยเฉพาะเรื่อง The Darkest Kiss และ The Darkness Pleasure) ที่เรารู้สึกว่า เธอมาถึงจุดที่เธอควรจะเป็นเสียที ถึงความสามารถที่เธอมี

ดังนั้นในปีนี้ที่เธอออกหนังสือเล่มล่าสุด แุถมยังเป็นเรื่องราวของตัวละครที่แม็กซ์อยากอ่านมากที่สุดคนนึงในหน้านิยาย มันจึงเป็นสิ่งที่เราพลาดไม่ได้

The Vampire's Bride ของจีน่า โชว์วอลเตอร์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุดแอตแลนติส ซึ่งไม่ใช่ดินแดนในตำนานอย่างที่พวกเราส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะแอตแลนติสแม้จะเป็นดินแดนที่จมลงไปสู้ใต้ทะเล แต่มันไม่ใช่ที่อยู่ของเหล่ามนุษย์ แอตแลนติสเป็นที่ที่เหล่าพระเจ้า (ตามตำนานกรีกโรมันโบราณ ไม่ใช่พระเจ้าตามศาสนา) นำความผิดพลาดในอดีตของพวกเขามาซุกซ่อนไว้ นั่นเพราะว่าก่อนที่พวกเขาจะสร้างมนุษย์สำเร็จ พวกเขาทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมายที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเดม่อน, แวมไพร์, มังกร, และสิ่งมีชีวิตตามตำนานทั้งหลายมนุษย์เชื่อว่าไม่มีจริง

พวกนี้มีจริง และอาศัยอยู่ในแอตแลนติสซึ่งจมอยู่ใต้ทะเล พระเจ้าผู้สร้างพวกเขาทอดทิ้งพวกเขาไป ปล่อยให้อยู่กันตามลำพัง

เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของตัวละครที่แม็กซ์คิดว่าน่าสนใจมากที่สุดในชุด สองเล่มแรกในชุด (Heart of the dragon และ Jewel of Atlantis) จีน่าพูดถึงตัวละคร "ฝ่ายดี" นั่นก็คือมังกร พวกเขาต้องรับภาระในการเฝ้าประตูที่เชื่อมระหว่างแอตแลนติสและโลกมนุษย์ ในทั้งสองเล่มตัวร้ายก็คือ ฝ่ายนิมและแวมไพร์ แต่จะเป็นแวมไพร์มากกว่าที่โชว์ความร้ายกาจ ดังนั้นเมื่อเล่มสาม (The Nymph King) จับเอาราชาแห่งนิมมาเป็นพระเอก มันจึงไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นอะไรนัก แต่เมื่อมาถึงเล่มนี้ เป็นคราวของเลย์เอล ราชาแห่งแวมไพร์

คนที่อ่านสามเล่มแรกก็จะรู้ว่าเลย์เอลไม่ใช่คนร้ายที่ถูกเข้าใจผิด เขาร้าย และเป็นศัตรูของมังกรอย่างแท้จริง แต่ก็มีบางอย่างในตัวเขาที่ดึงดูดให้แม็กซ์คิดว่าเขาเป็นตัวละครที่น่าสนใจ มาก ความจริงก็คือ เขาน่าสนใจที่สุด

เคยไหมล่ะคะที่คุณอ่านนิยายเล่มนึง แต่มองหาตัวร้ายให้ออกมามีบทเสียที เขาน่าสนใจว่าดาเรียส พระเอกที่เป็นมังกรในเล่มแรก เขาน่าสนใจว่าวาเลอเรียนพระเอกเล่มสาม และแน่นอนว่าเขาน่าสนใจกว่าเกรย์ มนุษย์ที่บุกลงไปในแอตแลนติสเพื่อค้นหาสมบัติอันล้ำค่าที่สุดแห่งแอตแลนติส

เพราะอะไรเหรอคะ

นั่นเพราะเลย์เอลมีมิติ เขาไม่ใช่มังกรที่วันทั้งวันพูดแต่เรื่องเกียรติยศ (และทำตัวห่วยแตก) เลย์เอลเจ้าเล่ห์ และร้ายกาจ ชนิดที่ได้ใจแม็กซ์เต็ม ๆ (และขอใบ้ว่า คนที่ชอบพระเอกแนวแอน สจ๊วต น่าจะรักเขามากอย่างที่แม็กซ์รัก)

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เลย์เอลเป็น ไม่ได้ทำให้การกระทำของเลย์เอลดูเป็นสิ่งที่ดีขึ้นมา แต่มันให้เหตุผลว่า อะไรทำให้เลย์เอลกลายเป็นคนเช่นนี้

เลย์เอลเริ่มต้นด้วยการเป็นพระเอกในนิยายโรแมนซ์ทั่วไป เขาเป็นคนที่มีเกียรติและรักครอบครัว ซูซานซึ่งเป็นคู่ชีวิตของเขากำัลังตั้งท้องลูกสาวคนแรก ตอนที่ทุกอย่างในชีวิตของเลย์เอลถูกแย่งชิงไปด้วยการกระทำที่โหดร้ายที่สุด เพราะเลย์เอลเป็นกษัตริย์แห่งแวมไพร์ เหล่ามังกรโทษเขาเป็นต้นเหตุที่ของพฤติกรรมอันเลวร้ายของแวมไพร์นอกรีต พวกนั้นบอกว่าเป็นความผิดของเลย์เอลที่ไม่ควบคุมแวมไพร์ให้อยู่ในแถว และลงโทษด้วยการข่มขืนและฆ่าซูซาน ทำลายศพของเธอต่อหน้าเลย์เอล และนั่นทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

เขามีชีวิตอยู่เพื่อการทำลายล้างมังกร ทุกการกระทำตลอดช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา ก็เพื่อทำล้ายมังกรให้หมดไปจากแอตแลนติส แม้ว่าพวกมังกรต้นเหตุที่ฆ่าซูซานจะถูกเขาลงโทษอย่างสาสมไปหมดแล้ว แต่ความเจ็บปวดก็ไม่อาจเลือนหายไปได้ เลย์เอลฆ่ามังกรต่อไป แม้ว่าพวกนั้นจะไม่ใช่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม ทำไมเขาต้องหยุดด้วยล่ะ ในเมื่อเขาเองก็ถูกลงโทษในการกระทำของคนอื่นเช่นกัน

"Hadn't he been blamed for the actions of others? It was only fair to use that same logic against the dragons."

ในศึกครั้งนึงที่เขาโจมตีเหล่ามังกรที่กำลังต่อสู้กับสาวอเมซอน (เพราะมังกรไปจับตัวทายาทแห่งบัลลังค์อเมซอนเอาไว้) เลย์เอลก็ได้พบกับผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกบางอย่าง เธอชื่อเดไลล่าห์ และเธอคือทุกอย่างที่เป็นด้านตรงข้ามของซูซาน

เดไลล่าห์เป็นนักรบแห่งเผ่าอเมซอน กลุ่มนักรบสตรีตามตำนาน เธอเข้มแข็ง เก่งกาจ ก็ไม่ต้องการผู้ชายคนไหน แต่มีอะไรบางอย่างในตัวแวมไพร์ที่โอหังคนนี้ แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มต้นอะไรกัน ทั้งหมด (รวมทั้งมังกรที่ต่อสู้กันอยู่) ก็ถูกเคลื่อนย้ายด้วยพลังอำนาจบางอย่าง ไปยังเกาะแห่งหนึ่ง เพื่อเข้าร่วมเกมการแข่งขันของเหล่าเทพเจ้า

หลังจากที่ทอดทิ้งแอตแลนติสมานาน เหล่าเทพเจ้าจดจำผู้คนที่เขาลืมไปได้ แต่ปัญหาคือ ต่างคนก็อยากจะเป็นผู้ครอบครองแอตแลนติสเพียงหนึ่งเดียว และเนื่องจากสิ่งมีชีวิตในแอตแลนติสแต่ละกลุ่มมีลักษณะเด่นจากเทพเจ้าแต่ละ องค์ พวกเขาจึงท้าพนันกัน ถ้าชนชาติที่พวกเขาให้การสนับสนุนเป็นผู้ชนะในเกมการแข่งขัน เทพเจ้าองค์นั้นก็จะมีสิทธิกลับไปที่แอตแลนติสได้

นักรบผู้เก่งสุดของแต่ละชนชาติถูกเลือกมาอย่างละสองคน ทั้งเลย์เอล และเดไลล่าห์เป็นตัวแทนของชนชาติของเขาพวกเขา ในเกมที่พวกเขาไม่ได้เลือกที่จะเล่น แต่ก็ไม่มีทางเลือก โดยเฉพาะถ้าพวกเขาอยากมีชีวิตรอดกลับไปแอตแลนติส

ผู้เล่นทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองทีม แต่เลย์เอลและเดไลล่าห์อยู่กันคนละทีม ซึ่งนั่นทำให้เรื่องยุ่งขึ้นไปอีก ทีมที่แพ้การแข่งขันในแต่ละครั้งจะต้องเลือกผู้เล่นคนนึงออกมาให้ถูกฆ่า นึกถึงรายการทีวีเซอร์ไวเวอร์น่ะค่ะ รูปแบบเหมือนกันเลย เพียงแต่คนที่ถูกคัดออกไม่ได้กลับบ้าน แต่จะเผชิญหน้ากับความตายเท่านั้นเอง

ความสัมพันธ์ระหว่างเลย์เอลและเดไลล่าห์น่าสับสน วินาทีนึงเลย์เอลไม่อาจเก็บความสนใจที่ตนเองมีต่อเธอได้ อีกวินาทีนึงเขาพยายามผลักไสเธอออกไป (เพราะรู้สึกผิดที่ปันใจให้หญิงอื่นนอกจากซูซาน) แต่เขาก็ไม่อาจขับไล่เธอได้นาน ทุกครั้งเขาก็จะกลับมาหาเธอ

แม็กซ์ชอบบทสนทนาในฉากนี้มากนะคะ เพราะคิดว่ามันบรรยายอาการของเลย์เอลได้ดีที่สุด

"You confuse me" she said softly

"I know. I confuse myself"

และที่สำคัญแม็กซ์เข้าใจความรู้สึกของเลย์เอลนะคะ เขาจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้คนรักตายโดยไม่อาจช่วยเธอได้ เขามีชีวิตอยู่เพื่อการแก้แค้น แต่เวลาช่วยเยียวยาทุกอย่าง เลย์เอลได้พบกับหญิงสาวอีกคน คนที่ทำให้เขากลับมามีความรู้สึก เพียงแต่เขารู้สึกว่า เขาไม่สมควรมีความสุข ไม่ควรลืมเลือนคนรักคนแรก แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้ เขาต้องการเดไลล่าห์ และไม่อาจอยู่ห่างจากเธอได้

แม้ว่าการที่อยู่ต่างทีม จะหมายความว่า หากเขาต้องการให้เดไลล่าห์มีชีวิตอยู่ต่อ และไม่เสี่ยงกับการถูกคัดออก เขาจะทำให้เพื่อนร่วมทีมเดียวกันแพ้การแข่งขัน

และเดไลล่าห์ เธอเป็นนางเอกที่เหมาะกับเลย์เอล หรืออย่างน้อยเลย์เอลที่เขากลายมาเป็นหลังจากสูญเสียซูซาน เธอชื่นชมความแข็งแกร่งและโหดเหี้ยมของเลย์เอล และคิดว่ามันเป็นลักษณะที่ดี ในฉากแรกที่เธอได้พบกับเลย์เอลระหว่างการรบ เมื่อเลย์เอลทำให้เธอล้มลงไปนอนกับพื้นได้เป็นครั้งแรก เธอไม่ได้โกรธที่เขาทำร้ายผู้หญิง แต่มันความประทับใจ เขาเอาชนะเธอที่เป็นนักรบอเมซอนได้ นั่นทำให้เขาเป็นผู้ชายที่คู่ควร

"That bastard! Delilah thought. That bloodsucking fiend. That black-hearted warrior. That ... man! He had no concscience, no sense of fairness. And she.. liked it. A sigh slipped from her, and she nearly melted to the ground in a boneless heap of feminine delight."

และความตรงไปตรงมาของเดไลล่าห์ก็เป็นส่วนต่อที่ดีกับความโลเลของเลย์เอล (ว่าเขาควรจะมีความสัมพันธ์กับเดไลล่าห์หรือไม่) เพราะทำให้เธอมองเห็นเจตนาที่แท้จริงของเลย์เอล ไม่ใช่แค่การกระทำ ตลอดทั้งเรื่อง ปากเลย์เอลบอกว่าเขาไม่ต้องการเธอ แต่เดไลล่าห์ก็มองออกว่า เขาปากไม่ตรงกับใจ

ปกติแม็กซ์จะไม่ชอบเรื่องที่พระเอกมีรักกับผู้หญิงอื่นมาก่อนเจอกับนาง เอกนะคะ เรามักรู้สึกว่า ทำให้นางเอกเป็นเบอร์สอง หรือเป็นตัวแทน แต่เล่มนี้เราพอจะเข้าใจว่าทำไมคนแต่งต้องทำ มันจำเป็นเพื่อที่จะเสนอด้านที่ถูกทรมานของเลย์เอลให้คนอ่านเห็น และอะไรจะทรมานพระเอกในโรแมนซ์ได้เท่ากับการเสียคนรัก

แต่เราคิดว่า คนแต่งแยกแยะได้ดีนะคะว่า เดไลล่าห์ไม่ใช่ัตัวแทนของซูซาน อันที่จริงเลย์เอลในอดีต คนที่รักซูซานไม่ใช่คนที่จะรักเดไลล่าห์ เธออาจจะแข็งกร้าวเกินไป เขาต้องการคนที่อ่อนโยน และไร้เดียงสาต่อโลกอย่างซูซาน และเช่นเดียวกัน คนที่เลย์เอลกลายมาเป็น คนที่ถูกไฟแห่งความแค้นแผดเผา คนที่ทำหลายอย่างที่ต้องเสียใจภายหลัง เขาไม่ใช่ผู้ชายคนเดิมที่ซูซานตกหลุมรัก และเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายของเธออีกต่อไป หากแต่เป็นเดไลล่าห์ต่างหากที่เหมาะสมกับเขา และแม้จะได้ซูซานกลับมา เลย์เอลก็พบว่าเขาเปลี่ยนแปลงไป (เพราะความสูญเสียซูซาน) จนซูซานไม่ใช่คนที่เขาต้องการอีก หากแต่เป็นเดไลล่าห์คนเดียวสำหรับเขา

อ่านรีวิวแล้วคนพอรู้นะคะว่าแม็กซ์รักตัวละครมากแค่ไหน แต่ปัญหาใหญ่สุดของเรากลับเป็นที่พล็อตค่ะ

เคยบ้างไหม ที่คุณชอบตัวละครมาก ๆ แต่พล็อตเรื่องห่วยแตก และเล่มนี้ก็เป็นยังงั้น แม็กซ์ไม่ชอบพล็อตเรื่องเลย ไม่ชอบจริง ๆ มันดูปัญญาอ่อนและไร้สาระ ไม่มีทิศทาง แม็กซ์อยากเห็นเลย์เอลและเดไลล่าห์ในพล็อตเรื่องในโลกแห่งแอตแลนติสมากกว่า ไมใช่การเป็นตัวแทนเทพเจ้าแข่งเกมบ้า ๆ นี่ มันเป็นการเอาตัวละครออกจากโลกแห่งความจริง (ของพวกเขา ซึ่งก็คือแอตแลนติส) มาอยู่ในสถานการณ์ปลอม ๆ ที่ดูไม่สมจริงเนี่ย

เสียดายตัวละครและความเป็นไปได้ที่ว่าเรื่องนี้จะสนุกยิ่งไปกว่านี้

เพราะแม้จะเป็นพล็อตห่วย ๆ เรื่องนี้มันก็ยังสนุกค่ะ เพียงแต่มันไ่ม่ถึงจุดที่มันควรจะเป็นได้

คะแนนที่ 83

Saturday, February 7, 2009

The Nymph King // Gena Showalter

จีน่า โชว์วอลเตอร์เป็นนักเขียนที่แม็กซ์รอคอยให้เธอพัฒนาฝีมือมาสักระยะนึงแล้ว ล่ะ เพราะอ่านหนังสือของเธอมาหลายเล่ม เข้าข่ายว่าน่าจะดี แต่ก็ต้องมีจุดที่ตกม้าตายจนได้ แต่ถึงอย่างนั้นแม็กซ์ก็ยังคิดว่าเธอมีอนาคต อนาคตที่ไกลซะด้วยสิ นี่ก็เลยเป็นสาเหตุให้แม็กซ์ยังพากเพียรตามอ่านงานของเธอเรื่อยมา

และกับเล่มนี้ The Nymph King แม็กซ์ก็ถือว่า เธอมาถึงจุดที่แม็กซ์กล้าแนะนำงานของเธอให้เพื่อนอ่านแล้วล่ะ เพราะแม้จะไม่ดีพร้อม แต่ก็น่าอ่านตลอดเล่ม ติดตรงที่ความแข็งกระด้างของนางเอกนิดหน่อย หนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าสนุกมากแล้ว

หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในชุดแอตแลนติส (ซึ่งดูเหมือนกำลังฮิตกันในหมู่นักเขียนแนวพารานอมอลโรแมนซ์ในขณะนี้ แต่ขอยกความดีให้จีน่านะ เพราะแม็กซ์เห็นว่าเธอเขียนถึงแอตแลนติสก่อนคนอื่น) โลกแอตแลนติสของจีน่าเป็นโลกที่อยู่ใต้น้ำ ชาวแอตแลตเตียนไม่สามารถอยู่รอดบนบกได้นาน นั่นเป็นข้อจำกัดที่ผูกพันพวกเขาไว้กับโลกใต้น้ำ และในโลกแห่งนี้ซึ่งเป็นศูนย์รวมของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเกือบทุกอย่าง ที่คุณนึกออก แวมไพร์ เดม่อน มังกร และพระเอกในเรื่องนี้ของเราชาวนิม

สำหรับคนที่ไม่รู้จักนิม นิมส่วนใหญ่ถูกเชื่อว่าเป็นสตรีที่มีความต้องการทางเพศสูงมาก เชื่อกันว่าพวกเธออยู่โดยปราศจากเซ็กส์ไม่ได้ และในเล่มนี้จีน่าก็เขียนถึงพระเอกที่เป็นกษัตริย์ของชาวนิมแห่งแอตแลนติส

แต่ถ้าคุณอยากอ่านเรื่องนี้เพราะคาดหวังว่าเซ็กส์จะเปรอะไปทั่วทุกหน้า ก็ขอบอกว่าผิดหวัง และนี่ล่ะเป็นเหตุผลที่ทำให้แม็กซ์ชอบเล่มนี้

วาเลนเรียนเข้าครอบครองปราสาทอันเป็นที่อยู่ดั้งเดิมของเหล่ามังกร สำหรับเขาแล้วชาวนิมเร่รอนมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีถิ่นที่อยู่เป็นของตัวเอง ดังนั้นโอกาสที่เปิดทำให้เขาตัดสินใจประกาศตัวเองเป็นศัตรูกับคู่ต่อสู้ที่ ยิ่งใหญ่และทรงพลังอย่างมังกร เพื่อดินแดนที่เขาเรียกว่า "บ้าน"

แต่ชาวนิมไม่สามารถอยู่โดยปราศจากเซ็กส์ได้ และปัญหาใหญ่ก็คือ หญิงชาวนิมถูกมังกรจับตัวไปหมด ซึ่งนั่นเป็นปัญหาใหญ่ เพราะถ้าไม่มีเซ็กส์ นักรบชาวนิมก็ไร้เรี่ยวแรง (ฉากที่ฮามาก ๆ ก็ตอนที่วาเลอเรียนจะต้องออกรบกับดาเรียสกษัตริย์แห่งมังกร ซึ่งเขาต้องหลบเข้ามุมมืดของตึกแล้วทำอะไรบางอย่างกับตัวเอง เพื่อเพิ่มพลัง อ่านแล้วก็ทุเรศนะ แต่ก็ฮา)

ทางออกเดียวของพวกเขาก็คือบุกขึ้นมายังบนบก และจับตัวสาวชาวมนุษย์ลงไป ด้วยเสน่ห์อันเหลือเฟือของชาวนิม นั่นไม่ใช่เรื่องยาก สาว ๆ พากันวิ่งตามพวกเขาลงมายังโลกใต้น้ำ ยกเว้นเชย์

และเชย์ก็เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่วาเลอเรียนต้องการ เธอเป็นคู่แท้ของเขา และเธอใจแข็งกับวาเลอเรียนเหลือเกิน

เชย์เป็นจุดอ่อนของเรื่องนี้ แม็กซ์เข้าใจนะว่านางเอกเรื่องนี้ต้องเล่นตัวสักหน่อย เพราะพระเอกมันใจง่าย และเสน่ห์สูงขนาดนี้ แต่หลายครั้งก็สงสารวาเลอเรียนนะ

เล่มนี้อ่านเพลินค่ะ ปัญหาก็คือ มันไม่ใช่เล่มแรกในชุด และเหตุการณ์หลายอย่างก็ต่อเนื่องมาจากเล่มก่อนหน้า อย่างเรื่องปราสาทที่วาเลอเรียนยึดมาได้ก็เป็นผลพวงตกค้างจากเล่มแรก Heart of the dragon ที่พวกมนุษย์บุกลงมาฆ่ามังกรซึ่งครอบครองปราสาทหลังนี้ก่อนหน้าวาเลอเรียน แม็กซ์ไม่แน่ใจว่า ถ้าไม่ได้อ่านมาก่อน จะตามเรื่องทันไหม แต่ก็อย่างที่บอก หนังสือเล่มก่อนหน้าเล่มนี้ แม็กซ์ก็ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าแนะนำหรอกนะ

คะแนนที่ 73

Friday, January 23, 2009

The Darkest Night // Gena Showalter

ก่อนหนังสือหนังสือเล่มนี้ ถ้ามีใครถามแม็กซ์เกี่ยวกับงานของจีน่า โชว์วอลเตอร์ เราก็คงบอกว่า เธอเป็นนักเขียนที่เกือบดี (แปลว่ายังไม่ดี) เกือบสนุกแล้ว (แปลอีกเช่นกันว่ายังไม่สนุก) และเป็นคนที่วางพล็อตเรื่องในครึ่งแรกของเรื่องได้น่าติดตามที่สุด (แปลว่าครึ่งหลังของเรื่องไม่ได้เรื่องเลย)

หนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นเล่มที่สองในชุด Lords of the Underworld ทำให้แม็กซ์เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับจีน่าจนได้ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่แม็กซ์ติดตามอ่านหนังสือของเธอได้ทั้งเรื่องโดยไม่ รู้สึกว่ามีจุดไหนหย่อนความน่าสนใจไปเลย เป็นครั้งแรกที่เธอเขียนตัวละครที่น่าติดตาม และน่ารักมาก ๆ

และมันก็เป็นเล่มนี้นี่แหละที่ทำให้แม็กซ์ตัดสินใจว่าจะติดตามอ่านงานชุด LOTU ต่อไป

The Darkest Kiss ของจีน่า โชว์วอลเตอร์

แม็กซ์คิดโดยสัตย์จริงว่า หนังสือเล่มนี้ควรจะเป็นเล่มเปิดชุด ไม่ใช่ The Darkest Night เพราะความน่าตื่นเต้น พล็อตเรื่องที่แท้จริง มันเริ่มต้นที่นี่ จากความนิ่งสนิทในเล่มแรก ความเคลื่อนไหวเริ่มเกิดขึ้นในเล่มนี้ ปริศนาที่น่าติดตามก็เช่นกัน เริ่มต้นที่เล่มนี้

แต่ในอีกทางนึง หนังสือเล่มนี้ก็เชื่อมต่อกับเล่มแรกไม่น้อย อาจจะไม่ถึงกับว่า จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกเพื่อให้อ่านเล่มนี้เข้าใจ แต่อันย่า นางเอกของเรื่องก็เป็นตัวละครที่ขี่ม้าขาวมาช่วยพระเอกและนางเอกเล่มแรกให้ ครองคู่รักกันอย่างมีความสุข (แม้จะไม่มีเหตุผลเลยที่เธอจะต้องทำเช่นนั้น หรือแรงจูงใจในการทำเช่นนั้น แต่ในเมื่อมันเป็นหนังสือโรแมนซ์ที่ต้องจบแบบแฮ็ปปี้ แม็กซ์ก็โอเคกะมัน) แต่เธอขอแลกความช่วยเหลืออันนั้นกับคำสัญญาของพวกพระเอกให้เป็นหนี้บุญคุณ เธอ

สิ่งหนึ่งที่เล่มแรกไม่ได้กล่าวถึง (และก็ไม่ได้เป็นความผิดที่ไม่พูดถึงหรอกนะ) นั่นคืออันย่าปิ๊งลูเซียนเอามาก ๆ ปิ๊งขนาดที่เธอปรากฎกายให้เขาเห็น และทำทุกวิถีทางให้เขาสังเกตเห็นเธอ และนั่นเป็นการเปิดจุดอ่อนของเธอให้กับศัตรูรู้ทัน

ในฐานะของเทพเจ้าแห่งความวุ่นวาย อันย่าอาจจะเป็นเทพลำดับชั้นเล็ก ๆ แต่เธอก็มีความสำคัญมากพอที่จะถูกตามล่าโดยโครนัส เทพเจ้าสูงสุดที่ครองสวรรค์อยู่ในขณะนี้

ไม่ได้อยากจะสอนตำนานเทพเจ้าโบราณของตะวันตกหรอกนะคะ แต่คิดว่าน่าจะเล่าย้อนกันสักหน่อย เพราะหลายเรื่องมันเข้ามาพัวพันกับตำนานในหนังสือชุดนี้ แต่เรื่องเหล่านี่เป็นเวอร์ชั่นของจีน่านะคะ หากไม่ตรงกับตำนานที่หลายคนเคยอ่าน (ไม่ว่าจะมาจากอิดิธ แฮมิลตันหรือไม่ก็ตาม) นั่นก็เพราะว่าจีน่าดัดแปลงให้เข้ากับพล็อตเรื่อง สรุปว่าอย่าคิดมาก

ในอดีตเทพเจ้าที่ครองสวรรค์คือเหล่าไททัน (ไตตันแล้วแต่) โดยมีโครนัสเป็นผู้ปกครองสูงสุด แต่แล้วเขาก็โดนลูกชายของตัวเอง เซอุส แย่งอำนาจ เหล่าเทพสายไททันทั้งหมดถูกส่งไปกักขังในคุกที่เรียกกันว่าทาร์ทารัส (ชื่อเดียวกับพัศดี ซึ่งเป็นสามีของเธอร์มิส เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม --- ที่ฮามากคือ แปรพักตร์มาเข้ากับเซอุส แต่ดันได้เป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม) แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น (ถ้าเล่าก็สปอยล์) ทำให้ทาร์ทารัสอ่อนแอลง จนไม่สามารถกักขังพวกไททันได้ต่อไปอีก เหล่าไททันหลุดออกมา แล้วทำกันยึดอำนาจ และคราวนี้ถึงคราวที่พวกเทพเจ้ากรีก (นำโดยเซอุส) ก็โดนจับไปขังที่ทาร์ทารัสบ้าง

ปัญหาก็คือ พวกเทพเจ้ากรีก หลังจากสาปให้ปีศาจเข้าไปรวมอยู่ในร่างเดียวกับพวกพวกพระเอกแล้ว พวกนั้นก็ละทิ้งความสนใจ ปล่อยให้พวกพระเอกต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิตตามอิสระ (ถ้านับว่าอิสระได้โดยมีปีศาจอยู่ในร่าง) แต่สำหรับไททัน โดยเฉพาะโครนัสแล้ว นั่นเป็นอีกเรื่องนึง

เมื่อโครนัสกลับมา เขาเรียกลอร์ดแห่งโลกมืด (ก็ชื่อเรียกพวกพระเอกในเรื่องแหละ) ไปพบสองคน คนนึงคืออารอน ที่ได้รับคำสั่งให้ตามฆ่ามนุษย์สี่คนที่มาจากสายเลือดเดียวกัน (พล็อตอันนี้อยู่ในเล่มสาม) อีกคนคือ ซาบิน ผู้นำเหล่าลอร์ดอีกพวก (ที่ทะเลาะกับกลุ่มพระเอกในสามเล่มแรก เพราะซาบินต้องการฆ่าล้างชาวเมืองที่ฆ่าเพื่อนของพวกเขา แต่อีกกลุ่มที่นำโดยลูเซียนต้องการอยู่อย่างสงบ) และเป็นการนำทางให้สองกลุ่มนี้กลับมาเป็นพันธมิตรกันอีกครั้ง ทั้งหมดที่เล่านี่เป็นเหตุการณ์ที่เล่าในเล่มแรก (แต่เล่มแรกไม่ต่อยอด หรืออธิบายอะไรให้ดูน่าสนใจเลยสักนิดเดียว)

แต่ความสนใจที่อันย่ามีให้กับลูเซียนก็เปิดทางให้กับแผนการของโครนัสที่ต้อง การของบางอย่างที่อันย่าครอบครอง เขาสั่งให้ลูเซียนฆ่าเธอ ไม่อย่างนั้นเขาจะลงโทษพรรคพวกของเขา และเพราะรู้กับตาแล้วว่า การขัดคำสั่งของโครนัสจะมีผลลัพธ์เช่นไร (ผลซึ่งเกิดกับอารอนที่ปฏิเสธไม่ยอมฆ่ามนุษย์ทั้งสี่คนนั่น) ลูเซียนคิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือกนอกจากตามฆ่าอันย่า

เล่มนี้ไม่ใช่พล็อตเรื่องการตามล่าสังหารกันหรอกนะคะ แต่คนที่ชอบโรแมนซ์แบบพระเอกโปรยคำหวานแล้วตะโกนว่า "รัก รัก รัก" หรือนางเอกอ่อนหวานเรียกพระเอกว่า "คุณพี่ขายาวววววววววววววววว" ก็คงผิดหวังนะคะ ต้องเข้าใจว่าทั้งพระเอกและนางเอกเล่มนี้ไม่ใช่มนุษย์ ไม่เคยเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ พวกเขาฆ่าไม่ตาย (ถ้าไม่ใช่วิธีที่เอ็กซ์ตรีมจริง ๆ) ดังนั้นการที่นางเอกจะแทง หรือฟันพระเอกสองสามแผลจึงเป็นเรื่องปกติ

แม็กซ์ชอบอันย่า ชอบมาก ๆ เธอเป็นนางเอกไม่กี่คนที่แม็กซ์อ่านแล้วชอบอย่างจริงใจ เธอซื่อสัตย์กับตัวเอง เพราะความเป็นเทพเจ้าแห่งความวุ่นวาย อันย่าไม่อาจทำให้ตัวเองเป็นหญิงสาวแสนดีเรียบร้อยได้ เธอเคยลองทำมาแล้วในวัยเด็ก และพบว่า มันไม่ได้เปลี่ยนความคิดของใครเลย พวกเทพเจ้ารายอื่นก็ยังมองอันย่าเป็นดาวยั่ว (เหมือนแม่ของเธอ) เป็นคนก่อเรื่อง สร้างปัญหา พวกเขาไม่ปกป้องเธอ ในยามที่เธอถูกหัวหน้าการ์ดแห่งสวรรค์พยายามข่มขืน และเมื่อเธอฆ่าเขาตาย เทพเจ้าเหล่านั้นต้องการลงโทษเธอด้วยการทำให้เธอกลายเป็นโสเภณีกับทหารใน สวรรค์

มันไม่แปลกหรอกที่อันย่าไม่ชอบพวกเทพเจ้ากรีก แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ไว้ใจเทพสายไททันเช่นกัน และเมื่อโครนัสเรียกร้องของวิเศษสิ่งเดียวที่ทำให้เธอเชื่อมั่นได้เสมอว่า ตัวเองจะมีอิสระตลอดไป (อันย่าถูกจับขังคุกทาร์ทารัสร้อยปี ก่อนที่เธอจะหนีไปได้) อันย่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหนี

อันย่าเป็นนางเอกชนิดที่แม็กซ์อยากอ่าน เธอเห็นลูเซียนและชอบเขาอย่างจริงใจ แม้ว่าเขาจะเป็นลอร์ดคนเดียวที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ในขณะที่ลูเซียนมองตัวเองเป็นปีศาจ อันย่ามองว่ารอยแผลเหล่านั้นเซ็กซี่ที่สุด ในขณะที่ลูเซียนซึ่งเป็นผู้ครอบครองปีศาจแห่งความตาย เขาต้องทำหน้าที่อัญเชิญวิญญาณของคนตายไปยังสวรรค์หรือนรก เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเอี้อมถึงเทพเจ้าอย่างอันย่าได้ นี่ไม่นับภาระที่เขาจำเป็นต้องฆ่าเธอด้วยนะ

แต่แม้จะมีภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ลูเซียนก็พบว่าตัวเองไม่อาจทำได้ เขาไม่อาจห้ามตัวเองได้ ในขณะที่การเคลื่อนไหวของเหล่าลอร์ดเริ่มต้นขึ้นเพื่อหาทางต่อสู้กับเหล่า นักล่าซึ่งเป็นมนุษย์ และเป็นศัตรูของเหล่าลอร์ดตั้งแต่ในสมัยโบราณ เพราะความเชื่อที่ว่า หากกำจัดพวกลอร์ดได้ โลกก็จะอยู่อย่างสงบสุข เพราะไม่มีปีศาจแห่งความชั่วร้ายอีกต่อไปแล้ว แต่การฆ่าพวกลอร์ดโดยไม่มีกล่องที่แพนดอร่าเคยครอบครอง ก็เท่ากับเป็นการปลดปล่อยปีศาจสู่โลก ดังนั้นทั้งสองกลุ่ม (นักล่าและลอร์ด) จึงแข่งกันเพื่อค้นหาของวิเศษสี่อย่างที่จะนำพวกเขาไปพบกับกล่องเก็บปีศาจ

งานของลูเซียนคือการตามหากรงขังแห่งการบังคับใจ ใครที่เข้าไปอยู่เบื้องหลังกรงขังนั่น จะสามารถถูกสั่งให้ทำได้ทุกอย่าง เขาและอันย่าหยุดพักความเป็นศัตรู และร่วมกันค้นหา

หนังสือเล่มนี้มีวิธีการเขียนคล้ายคลึงกับงานของเครสลีย์ โคลมา ไม่ว่าจะเป็นการวางตัวละคร อันย่าเหมือนนางเอกเท่ห์ ๆ ของเครสลีย์ (ไม่ใช่ว่าเหมือนแบบก็อปนะ แต่ให้ความรู้สึกว่าเหมือน) และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้แม็กซ์ชอบงานเล่มนี้ของจีน่ามากก็ได้

แม็กซ์ชอบเรื่องที่นางเอกเป็นฝ่ายไล่ตามพระเอก ไม่ใช่ว่าลูเซียนจะเล่นตัวมากนักหรอกนะคะ แต่สำหรับผู้ชายที่คิดมาตลอดว่าตัวเองอัปลักษณ์ เราก็คงคาดหวังให้เขาตามจีบอันย่าที่เป็นเทพธิดาไม่ได้หรอกนะคะ

บอกแล้วนะคะว่าชอบมาก สำหรับเล่มนี้ คะแนนที่ 77

The Darkest Pleasure // Gena Showalter

มาถึงหนังสือเล่มที่สามในชุด Lords of the underworld เรื่องราวของเรเยส ผู้ครอบครองปีศาจที่ชื่อความเจ็บปวด และแม็กซ์ขอบอกตามตรงเลยว่า ตอนที่อ่านเล่มแรก The Darkest Night แล้วมีการแนะนำตัวละครทั้งหลาย แม็กซ์คิดว่าเรื่องราวของเรเยสน่าอ่านที่สุด

คุณจะไม่อยากอ่านได้อย่างไร กับเรื่องราวของพระเอกที่มีความสุขกับความเจ็บปวด แม็กซ์ไม่ได้ซาดิสต์น้า แต่ยอมรับตามตรงว่า พล็อตมันน่าสนใจ แม็กซ์อยากรู้ว่าจีน่าจะหาทางออกยังไง หรือว่าเธอแน่พอรึเปล่าที่จะเขียนเรื่องออกมาอย่างที่ใบ้ว่ามันจะเป็น

The Darkest Pleasure ของจีน่า โชว์วอลเตอร์

ในฐานะของผู้ครอบครองปีศาจที่ชื่อว่า ความเจ็บปวด เรเยสต้องอยู่กับความเจ็บปวดมานานนับพันปี นับตั้งแต่เขาและเพื่อนทำผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการขโมยกล่องที่อยู่ในความ ดูแลของแพนดอร่า และปลดปล่อยปีศาจที่กระทั่งนรกก็กักเอาไว้ไม่อยู่มาสู่โลก

สำหรับเรเยสแล้ว ความเจ็บปวดคือความสุขสูงสุด ก่อนหน้าที่เขาจะควบคุมปีศาจในร่างได้ เขาสนุกไปกับความเจ็บปวดของคนอื่น การก่อสงครามและการฆ่าเป็นทางปลดปล่อยของเขา แต่เมื่อเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมปีศาจในกายได้ เรเยสเลือกที่จะทำร้ายตัวเอง เขาเรียนรู้ว่า การทำร้ายตัวเองเป็นการปลดปล่อยความคลั่งของปีศาจที่อยู่ในตัว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนอ่านจะเห็นเรเยสให้มีดกรีดเนื้อตัวเองตลอดเวลา

เรเยสเป็นตัวละครที่น่าสนใจ และเขียนได้ยาก แม็กซ์ขอชมจีน่านะว่าเขียนได้ดี เพราะเรเยสไม่ใช่คนที่ชอบความเจ็บปวด แต่เขาต้องมีชีวิตเช่นนี้เพื่อควบคุมปีศาจในกาย ดังนั้นทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และแน่ละ นั่นรวมถึงเซ็กส์ด้วย

ผู้หญิงทุกคนที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยต้องยอมรับความต้องการที่แปลกอันนี้ ของเขาได้ แต่ทุกคนที่เขาอยู่ร่วมด้วย ความประหลาดอันนี้ก็จะแพร่ไปหาพวกเธอ ทุกครั้งเรเยสพบว่าผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเขาแล้ว จะมีนิสัยที่เปลี่ยนไป พวกเธอโหดร้าย และรักความรุนแรง ซึ่งนั่นมากพอที่จะทำให้เขาเลิกยุ่งกับทุกคน

จนกระทั่งเขาได้พบกับดานิก้า ฟอร์ด หนึ่งในมนุษย์สี่คนที่เทพเจ้าโครนัสสั่งให้อารอนเพื่อนรักของเขาฆ่า และเพราะดานิก้า เรเยสก็พบว่าตัวเอง เลือกที่จะช่วยเหลือเธอ และต่อสู้กับเพื่อนสนิท

เขาเลือกดานิก้า และเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่เล่มนี้จะเริ่มเสียอีก (มันเกิดขึ้นใน The Darkest Kiss)

เรเยสรู้ว่าเขารักดานิก้า และต้องปกป้องเธอตั้งแต่ต้น สิ่งเดียวที่เขาไม่อาจยอมรับได้ก็คือ เขาคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ ซึ่งแม็กซ์โอเคนะ ปกติแม็กซ์จะไม่ค่อยชอบพระเอกที่คิดอย่างนี้เท่าไหรนัก แต่เมื่อคำนึงถึงประเด็นที่เรเยสมี มันก็ถูกแล้วล่ะที่เขาคิดอย่างนี้ เพราะมันมากเกินไปที่จะคาดหวังให้หญิงสาวที่คุณรัก ทำร้ายร่างกายคุณ (อย่างรุนแรง เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาต้องทำกะตัวเองเพื่อให้ไปถึงจุดที่ปลดปล่อยได้)

แม็กซ์ชอบเรเยส ชอบความขัดแย้งในตัวเองของเขา ชอบที่จีน่า "กล้า" ที่จะเขียน หนังสือเล่มนี้มืดกว่าทุกเล่มที่เธอเคยเขียน (ถ้าไม่นับชุด Alien Huntress นะคะ) เพราะความต้องการความเจ็บปวดของเรเยสมันมากจริง ๆ

แต่ก็งั้นเถอะนะ แม็กซ์ขอบอกว่า ผิดหวังนิดนึงกะฉากเซ็กส์ที่ในที่สุด เรเยสก็ยอมรับความจริงว่าเขาต้องการความเจ็บปวด และดานิก้าเป็นคนที่มอบมันให้กับเขา มันอ่อนไปหน่อย แต่ก็อีกนะ อาจเพราะแม็กซ์มันด้านไปแล้วไง อ่านมาเยอะ จนอะไรก็แทบจะช็อคแม็กซ์อีกไม่ได้

โอเค เลิกพูดเรื่องเซ็กส์และความเจ็บปวด ขอย้อนกลับมาเข้าพล็อตบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าบลอกของแม็กซ์เน้นเซ็กส์มากเกินไป พล็อตเรื่องเล่มนี้เล่าต่อเนื่องจากเล่มสอง พูดถึงการตามหาของวิเศษสี่อย่างที่เคยเป็นโครนัส แต่ถูกเซอุสนำไปซ่อน หลังจากยึดอำนาจจากโครนัสได้

ใน The Darkest Kiss ของวิเศษชิ้นแรกถูกพบแล้ว ในภาคนี้กล่าวถึงบรรดาลอร์ดออกตามหาของชิ้นต่อไป แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก เพราะเรื่องยุ่ง ๆ เกี่ยวกับดานิก้าและครอบครัวของเธอที่ถูกตามล่าโดยอารอน ที่ตอนนี้สูญเสียความควบคุมตัวเองจนคลั่งไล่ฆ่าพวกเธอ เรเยสเอาตัวไปขวาง แต่เพราะอารอนก็เป็นเพื่อน ทำให้เขาไม่อาจฆ่าเพื่อนได้ แต่นำอารอนไปกักขัง ซึ่งในเวลาต่อมา ลูเซียนก็ขอให้เรเยสพาอารอนกลับมาที่บูดาเปสต์

ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายฮันเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มมนุษย์ที่ตามล่าพวกพระเอกอยู่ ก็ส่งดานิก้า (ซึ่งหนีอารอนไปได้หลังจากที่เรเยสเข้าไปช่วย) กลับไปหาพวกลอร์ดเพื่อสืบความลับ และหวังจะอาศัยเธอในการบุกปราสาทที่พวกลอร์ดอยู่ในบูดาเปสต์

แต่ไม่ว่าเหตุการณ์จะเริ่มยุ่งเหยิงมากเพียงใด แม็กซ์ก็ยังรู้สึกว่าโฟกัสของเรื่องก็ยังอยู่ที่เรเยส และดานิก้า และนั่นได้ใจของแม็กซ์ไปเยอะค่ะ

ตอนจบของเล่มนี้ เรื่องราวทั้งหมดยังไม่คลี่คลายหรอกนะคะ ของวิเศษตามหาได้เพิ่มขึ้นอีกชิ้น (และแม็กซ์ขอชมนะ ว่าทำให้แม็กซ์คิดไม่ถึงเลยว่าจะออกมาในรูปนั้น) แต่ก็ได้พบกับความจริงว่า หัวหน้าของพวกฮันเตอร์ไม่ใช่ใครหรอก นอกจากหนึ่งในนักรบที่ร่วมกันเปิดกล่องของแพนดอร่า และนั่นทำให้ศึกครั้งนี้ยิ่งหนักหนาสาหัสเพิ่มขึ้น

แล้วแม็กซ์บอกรึยังว่าชอบตอนจบมาก ๆ ที่เรเยสขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อช่วยดานิก้าให้กลับมายังโลกมนุษย์ ชอบมาก ๆ

เล่มนี้สนุกกว่าเล่มแรก อาจจะไม่เท่าเล่มสอง คะแนนอยู่ที่ 73

The Darkest Kiss // Gena Showalter

ก่อนหนังสือหนังสือเล่มนี้ ถ้ามีใครถามแม็กซ์เกี่ยวกับงานของจีน่า โชว์วอลเตอร์ เราก็คงบอกว่า เธอเป็นนักเขียนที่เกือบดี (แปลว่ายังไม่ดี) เกือบสนุกแล้ว (แปลอีกเช่นกันว่ายังไม่สนุก) และเป็นคนที่วางพล็อตเรื่องในครึ่งแรกของเรื่องได้น่าติดตามที่สุด (แปลว่าครึ่งหลังของเรื่องไม่ได้เรื่องเลย)

หนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นเล่มที่สองในชุด Lords of the Underworld ทำให้แม็กซ์เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับจีน่าจนได้ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่แม็กซ์ติดตามอ่านหนังสือของเธอได้ทั้งเรื่องโดยไม่ รู้สึกว่ามีจุดไหนหย่อนความน่าสนใจไปเลย เป็นครั้งแรกที่เธอเขียนตัวละครที่น่าติดตาม และน่ารักมาก ๆ

และมันก็เป็นเล่มนี้นี่แหละที่ทำให้แม็กซ์ตัดสินใจว่าจะติดตามอ่านงานชุด LOTU ต่อไป

The Darkest Kiss ของจีน่า โชว์วอลเตอร์

แม็กซ์คิดโดยสัตย์จริงว่า หนังสือเล่มนี้ควรจะเป็นเล่มเปิดชุด ไม่ใช่ The Darkest Night เพราะความน่าตื่นเต้น พล็อตเรื่องที่แท้จริง มันเริ่มต้นที่นี่ จากความนิ่งสนิทในเล่มแรก ความเคลื่อนไหวเริ่มเกิดขึ้นในเล่มนี้ ปริศนาที่น่าติดตามก็เช่นกัน เริ่มต้นที่เล่มนี้

แต่ในอีกทางนึง หนังสือเล่มนี้ก็เชื่อมต่อกับเล่มแรกไม่น้อย อาจจะไม่ถึงกับว่า จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกเพื่อให้อ่านเล่มนี้เข้าใจ แต่อันย่า นางเอกของเรื่องก็เป็นตัวละครที่ขี่ม้าขาวมาช่วยพระเอกและนางเอกเล่มแรกให้ ครองคู่รักกันอย่างมีความสุข (แม้จะไม่มีเหตุผลเลยที่เธอจะต้องทำเช่นนั้น หรือแรงจูงใจในการทำเช่นนั้น แต่ในเมื่อมันเป็นหนังสือโรแมนซ์ที่ต้องจบแบบแฮ็ปปี้ แม็กซ์ก็โอเคกะมัน) แต่เธอขอแลกความช่วยเหลืออันนั้นกับคำสัญญาของพวกพระเอกให้เป็นหนี้บุญคุณ เธอ

สิ่งหนึ่งที่เล่มแรกไม่ได้กล่าวถึง (และก็ไม่ได้เป็นความผิดที่ไม่พูดถึงหรอกนะ) นั่นคืออันย่าปิ๊งลูเซียนเอามาก ๆ ปิ๊งขนาดที่เธอปรากฎกายให้เขาเห็น และทำทุกวิถีทางให้เขาสังเกตเห็นเธอ และนั่นเป็นการเปิดจุดอ่อนของเธอให้กับศัตรูรู้ทัน

ในฐานะของเทพเจ้าแห่งความวุ่นวาย อันย่าอาจจะเป็นเทพลำดับชั้นเล็ก ๆ แต่เธอก็มีความสำคัญมากพอที่จะถูกตามล่าโดยโครนัส เทพเจ้าสูงสุดที่ครองสวรรค์อยู่ในขณะนี้

ไม่ได้อยากจะสอนตำนานเทพเจ้าโบราณของตะวันตกหรอกนะคะ แต่คิดว่าน่าจะเล่าย้อนกันสักหน่อย เพราะหลายเรื่องมันเข้ามาพัวพันกับตำนานในหนังสือชุดนี้ แต่เรื่องเหล่านี่เป็นเวอร์ชั่นของจีน่านะคะ หากไม่ตรงกับตำนานที่หลายคนเคยอ่าน (ไม่ว่าจะมาจากอิดิธ แฮมิลตันหรือไม่ก็ตาม) นั่นก็เพราะว่าจีน่าดัดแปลงให้เข้ากับพล็อตเรื่อง สรุปว่าอย่าคิดมาก

ในอดีตเทพเจ้าที่ครองสวรรค์คือเหล่าไททัน (ไตตันแล้วแต่) โดยมีโครนัสเป็นผู้ปกครองสูงสุด แต่แล้วเขาก็โดนลูกชายของตัวเอง เซอุส แย่งอำนาจ เหล่าเทพสายไททันทั้งหมดถูกส่งไปกักขังในคุกที่เรียกกันว่าทาร์ทารัส (ชื่อเดียวกับพัศดี ซึ่งเป็นสามีของเธอร์มิส เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม --- ที่ฮามากคือ แปรพักตร์มาเข้ากับเซอุส แต่ดันได้เป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม) แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น (ถ้าเล่าก็สปอยล์) ทำให้ทาร์ทารัสอ่อนแอลง จนไม่สามารถกักขังพวกไททันได้ต่อไปอีก เหล่าไททันหลุดออกมา แล้วทำกันยึดอำนาจ และคราวนี้ถึงคราวที่พวกเทพเจ้ากรีก (นำโดยเซอุส) ก็โดนจับไปขังที่ทาร์ทารัสบ้าง

ปัญหาก็คือ พวกเทพเจ้ากรีก หลังจากสาปให้ปีศาจเข้าไปรวมอยู่ในร่างเดียวกับพวกพวกพระเอกแล้ว พวกนั้นก็ละทิ้งความสนใจ ปล่อยให้พวกพระเอกต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิตตามอิสระ (ถ้านับว่าอิสระได้โดยมีปีศาจอยู่ในร่าง) แต่สำหรับไททัน โดยเฉพาะโครนัสแล้ว นั่นเป็นอีกเรื่องนึง

เมื่อโครนัสกลับมา เขาเรียกลอร์ดแห่งโลกมืด (ก็ชื่อเรียกพวกพระเอกในเรื่องแหละ) ไปพบสองคน คนนึงคืออารอน ที่ได้รับคำสั่งให้ตามฆ่ามนุษย์สี่คนที่มาจากสายเลือดเดียวกัน (พล็อตอันนี้อยู่ในเล่มสาม) อีกคนคือ ซาบิน ผู้นำเหล่าลอร์ดอีกพวก (ที่ทะเลาะกับกลุ่มพระเอกในสามเล่มแรก เพราะซาบินต้องการฆ่าล้างชาวเมืองที่ฆ่าเพื่อนของพวกเขา แต่อีกกลุ่มที่นำโดยลูเซียนต้องการอยู่อย่างสงบ) และเป็นการนำทางให้สองกลุ่มนี้กลับมาเป็นพันธมิตรกันอีกครั้ง ทั้งหมดที่เล่านี่เป็นเหตุการณ์ที่เล่าในเล่มแรก (แต่เล่มแรกไม่ต่อยอด หรืออธิบายอะไรให้ดูน่าสนใจเลยสักนิดเดียว)

แต่ความสนใจที่อันย่ามีให้กับลูเซียนก็เปิดทางให้กับแผนการของโครนัสที่ต้อง การของบางอย่างที่อันย่าครอบครอง เขาสั่งให้ลูเซียนฆ่าเธอ ไม่อย่างนั้นเขาจะลงโทษพรรคพวกของเขา และเพราะรู้กับตาแล้วว่า การขัดคำสั่งของโครนัสจะมีผลลัพธ์เช่นไร (ผลซึ่งเกิดกับอารอนที่ปฏิเสธไม่ยอมฆ่ามนุษย์ทั้งสี่คนนั่น) ลูเซียนคิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือกนอกจากตามฆ่าอันย่า

เล่มนี้ไม่ใช่พล็อตเรื่องการตามล่าสังหารกันหรอกนะคะ แต่คนที่ชอบโรแมนซ์แบบพระเอกโปรยคำหวานแล้วตะโกนว่า "รัก รัก รัก" หรือนางเอกอ่อนหวานเรียกพระเอกว่า "คุณพี่ขายาวววววววววววววววว" ก็คงผิดหวังนะคะ ต้องเข้าใจว่าทั้งพระเอกและนางเอกเล่มนี้ไม่ใช่มนุษย์ ไม่เคยเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ พวกเขาฆ่าไม่ตาย (ถ้าไม่ใช่วิธีที่เอ็กซ์ตรีมจริง ๆ) ดังนั้นการที่นางเอกจะแทง หรือฟันพระเอกสองสามแผลจึงเป็นเรื่องปกติ

แม็กซ์ชอบอันย่า ชอบมาก ๆ เธอเป็นนางเอกไม่กี่คนที่แม็กซ์อ่านแล้วชอบอย่างจริงใจ เธอซื่อสัตย์กับตัวเอง เพราะความเป็นเทพเจ้าแห่งความวุ่นวาย อันย่าไม่อาจทำให้ตัวเองเป็นหญิงสาวแสนดีเรียบร้อยได้ เธอเคยลองทำมาแล้วในวัยเด็ก และพบว่า มันไม่ได้เปลี่ยนความคิดของใครเลย พวกเทพเจ้ารายอื่นก็ยังมองอันย่าเป็นดาวยั่ว (เหมือนแม่ของเธอ) เป็นคนก่อเรื่อง สร้างปัญหา พวกเขาไม่ปกป้องเธอ ในยามที่เธอถูกหัวหน้าการ์ดแห่งสวรรค์พยายามข่มขืน และเมื่อเธอฆ่าเขาตาย เทพเจ้าเหล่านั้นต้องการลงโทษเธอด้วยการทำให้เธอกลายเป็นโสเภณีกับทหารใน สวรรค์

มันไม่แปลกหรอกที่อันย่าไม่ชอบพวกเทพเจ้ากรีก แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ไว้ใจเทพสายไททันเช่นกัน และเมื่อโครนัสเรียกร้องของวิเศษสิ่งเดียวที่ทำให้เธอเชื่อมั่นได้เสมอว่า ตัวเองจะมีอิสระตลอดไป (อันย่าถูกจับขังคุกทาร์ทารัสร้อยปี ก่อนที่เธอจะหนีไปได้) อันย่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหนี

อันย่าเป็นนางเอกชนิดที่แม็กซ์อยากอ่าน เธอเห็นลูเซียนและชอบเขาอย่างจริงใจ แม้ว่าเขาจะเป็นลอร์ดคนเดียวที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ในขณะที่ลูเซียนมองตัวเองเป็นปีศาจ อันย่ามองว่ารอยแผลเหล่านั้นเซ็กซี่ที่สุด ในขณะที่ลูเซียนซึ่งเป็นผู้ครอบครองปีศาจแห่งความตาย เขาต้องทำหน้าที่อัญเชิญวิญญาณของคนตายไปยังสวรรค์หรือนรก เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเอี้อมถึงเทพเจ้าอย่างอันย่าได้ นี่ไม่นับภาระที่เขาจำเป็นต้องฆ่าเธอด้วยนะ

แต่แม้จะมีภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ลูเซียนก็พบว่าตัวเองไม่อาจทำได้ เขาไม่อาจห้ามตัวเองได้ ในขณะที่การเคลื่อนไหวของเหล่าลอร์ดเริ่มต้นขึ้นเพื่อหาทางต่อสู้กับเหล่า นักล่าซึ่งเป็นมนุษย์ และเป็นศัตรูของเหล่าลอร์ดตั้งแต่ในสมัยโบราณ เพราะความเชื่อที่ว่า หากกำจัดพวกลอร์ดได้ โลกก็จะอยู่อย่างสงบสุข เพราะไม่มีปีศาจแห่งความชั่วร้ายอีกต่อไปแล้ว แต่การฆ่าพวกลอร์ดโดยไม่มีกล่องที่แพนดอร่าเคยครอบครอง ก็เท่ากับเป็นการปลดปล่อยปีศาจสู่โลก ดังนั้นทั้งสองกลุ่ม (นักล่าและลอร์ด) จึงแข่งกันเพื่อค้นหาของวิเศษสี่อย่างที่จะนำพวกเขาไปพบกับกล่องเก็บปีศาจ

งานของลูเซียนคือการตามหากรงขังแห่งการบังคับใจ ใครที่เข้าไปอยู่เบื้องหลังกรงขังนั่น จะสามารถถูกสั่งให้ทำได้ทุกอย่าง เขาและอันย่าหยุดพักความเป็นศัตรู และร่วมกันค้นหา

หนังสือเล่มนี้มีวิธีการเขียนคล้ายคลึงกับงานของเครสลีย์ โคลมา ไม่ว่าจะเป็นการวางตัวละคร อันย่าเหมือนนางเอกเท่ห์ ๆ ของเครสลีย์ (ไม่ใช่ว่าเหมือนแบบก็อปนะ แต่ให้ความรู้สึกว่าเหมือน) และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้แม็กซ์ชอบงานเล่มนี้ของจีน่ามากก็ได้

แม็กซ์ชอบเรื่องที่นางเอกเป็นฝ่ายไล่ตามพระเอก ไม่ใช่ว่าลูเซียนจะเล่นตัวมากนักหรอกนะคะ แต่สำหรับผู้ชายที่คิดมาตลอดว่าตัวเองอัปลักษณ์ เราก็คงคาดหวังให้เขาตามจีบอันย่าที่เป็นเทพธิดาไม่ได้หรอกนะคะ

บอกแล้วนะคะว่าชอบมาก สำหรับเล่มนี้ คะแนนที่ 77