Showing posts with label Monica McCarthy. Show all posts
Showing posts with label Monica McCarthy. Show all posts

Sunday, February 8, 2009

สิบนักเขียนหน้าใหม่มาแรง

สิบนักเขียนหน้าใหม่ที่ถูกจัดว่าจะมาแรงนี่ไม่ใช่ความคิดของแม็กซ์หรอกนะ แต่เป็นความเห็นของคอลัมนิสต์แห่งนิตยสารพับลิชชิ่ง วีคลี่ ดังนั้นแม็กซ์ไม่ขอรับประกันความสนุกหรืออะไรหรอกนะ เพียงแต่เห็นว่าน่าสนใจก็เลยเอามาเล่าให้ฟังกัน

นักเขียนทั้งสิบคนนี้มีผลงานเล่มแรกวางขายในปี 2007 (ยกเว้นบางคน) แต่ละชื่อไม่ได้เรียงลำดับอะไรทั้งสิ้นค่ะ

1. แจ๊คเกอลิน แฟรงค์ กับเรื่อง Jacob สำนักพิมพ์เคนซิงตัน

เขียนแนว พารานอมอล พระเอกเป็นเดม่อนอายุ 700 ปี ที่พบว่าตัวเองดึงดูดเข้าหาผู้หญิงที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งต้องห้ามในสังคมของพวกเดม่อน

ยอดพิมพ์ครั้งแรก 250,000 เล่ม ปกอ่อน

คนแต่งเคยทำอาชีพเป็นล่ามภาษามือให้กับคนหูหนวก

ถูกนำไปเปรียบเทียบกับไดอาน่า กาบอลดอน

2. แชนน่อน แม็คเคลเดน เรื่อง Venus envy สำนักพิมพ์ทอร์

เขียนแนว พารานอมอล เมื่อเทพีวีนัสรับบทเป็นคิวปิดในหนังสือที่อยู่ระหว่างตำนานเทพกรีกโบราณ กับนิยายแนวชิคลิกสมัยใหม่

ยอดพิมพ์ 20,000 ไซด์เทรด

ถูกเปรียบเทียบกับ เมลิสซ่า ซีเนท

คนแต่งอาชีพเดิม เป็นผู้ถอดความข้อมูลทางการแพทย์

3. เมลจีน บรู๊ค เรื่อง Demon Angel สำนักพิมพ์เบิร์คเลย์

เขียนแนวพารานอมอล เมื่อปีศาจลิลิธ และนักรบจากสวรรค์เซอร์ ฮิวจ์ คาสเซิลฟอร์ดจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อปราบความชั่วร้ายในซานฟรานซิสโกยุค ปัจจุบัน

ยอดพิมพ์ 40,000 เล่ม ปกอ่อน (น้อยมาก ใครที่อยากซื้อ ควรรีบวิ่งไปซื้อโดยด่วน ไม่อย่างนั้นอาจต้องเสียใจตลอดชีวิตก็ได้)

ถูกเปรียบเทียบกับ มาร์เจอรี่ เอ็ม หลิว

อาชีพเดิมคนแต่ง เป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านวรรณคดีภาษาอังกฤษ และทำบัญชีให้กับบริษัทก่อสร้าง

4. คอลีน กลียสัน เรื่อง The Rest Falls Away สำนักพิมพ์ซิกเน็ต

แนวพารานอมอล นักล่าแวมไพร์ที่ชื่อวิคทอเรียน การ์เดลล่า แกรนท์เวิร์ธกำลังสับสนที่จะเลือกระหว่างมาร์ควิส แห่ง ร็อคเลย์ ผู้เป็นหนุ่มโสดสุดฮ็อตในสังคมลอนดอน และพันธมัตรคนสำคัญของเธออย่าง เซบาสเตียน ไวโอเก็ต (คำเตือน ทำใจดีดีก่อนจะอ่าน อาจจะช็อคกับตอนจบได้ง่าย ๆ)

ยอดพิมพ์ 100,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ ลอเรล เค. แฮมิลตัน

อาชีพเดิม เคยทำงานอยู่ในวงการมาร์เก็ตติ้ง หรือด้านการตลาด

5. เจอรี่ รัสเซล เรื่อง The Warrior Trainer สำนักพิมพ์ดอร์เชสเตอร์

แนว ย้อนยุค สกอเทียซึ่งเป็นนักรบสาวถูกฝึกมาเพื่อปกป้อง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องปกป้องหัวใจของเธอจากเพื่อนร่วมรบที่ถูกส่งมา เรียนวิชาการต่อสู้จากเธอ (มีคนคอมเม้นท์เรื่องนางเอกไม่อาบน้ำทั้งเรื่องมาให้แม็กซ์ฟัง ทำให้จนบัดนี้แม็กซ์ยังทำใจอ่านเรื่องนี้ไม่ได้เลย)

ยอดพิมพ์ ไม่รู้ (ข้อมูลไม่บอกคร้าบ) ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ จูลี่ การ์วู้ด

อาชีพเดิม เคยเป็นนักข่าวในวงการโทรทัศน์ นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

6. ลินดา คาร์ดิโล เรื่อง Dancing on Sunday Afternoons สำนักพิมพ์ฮาร์ลิควิน (หัว Everlasting)

แนว ปัจจุบัน เป็นการเล่าเรื่องราวของจูเลียซึ่งเป็นคนอพยพชาวอิตาเลียน ได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้กับคาราหลานสาวของเธอฟังผ่านทางจดหมาย และบันทึกส่วนตัว

ยอดพิมพ์ 44,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ ลอร่า เอสคิวเวล

อาชีพเดิม จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ

7. แชนน่อน เค. บุชเช่อร์ เรื่อง No Regret สำนักพิมพ์วอร์เนอร์

แนว โรแมนติกสืบสวน นักถอดรหัสโนเอล แบลชตกหลุมเสน่ห์ของคนแปลกหน้าที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องเธอในภารกิจอันแสนอันตราย

ยอดพิมพ์ 55,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ มารายห์ สจ๊วต

อาชีพเดิม วิศวกรอุตสาหกรรม (และภรรยาของนักเขียนดังมากอย่างจิม บุชเชอร์)

8. เชอริล นอร์แมน เรื่อง Restore my heart สำนักพิมพ์แมเดลเลียน

แนว โรแมนติกสอบสวน ที่โจ เดอซัลโวร่วมมือกับนักบูรณะรถเก่าอย่าง "มัสแตง" แซลลี่ เคย์ในความพยายามที่จะสืบสวนเหตุการตายของบิดาของเขา และประสบกับการตกหลุมรัก

ยอดพิมพ์ ไม่บอก ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ เจเน็ต อีวาโนวิช (ที่แม็กซ์ไม่อ่าน ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าแม็กซ์ก็คงไม่อ่านเจ๊เชอริลนี่เหมือนกัน)

อาชีพเดิม เป็นผู้ชำนาญงานกว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

9. แอนนา แคมเบล เรื่อง Claiming the courtesan สำนักพิมพ์ เอว่อน

แนว ย้อนยุค เมื่อดยุคแห่งไคล์มอร์ลลักพาตัววาไรตี้ แอชตันเมียเก็บของเขาเอง และจับตัวเธอไว้ จนกว่าทั้งสองจะเข้าใจกันได้อีกครั้ง (คนชอบ Rape Romance คงถูกใจกับเรื่องนี้นะคะ พระเอกโหดได้ใจแฟนหนังสือมาก)

ยอดพิมพ์ 150,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ สเตฟานี ลอร์เรนส์ (ยังไงวะ)

อาชีพเดิม ขายของในห้าง ประชาสัมพันธ์ การตลาด และทำงานในร้านของศิลปะ

10. โมนิก้า แม็คคาร์ทีย์ เรื่อง Highlander Untamed สำนักพิมพ์ บัลเลนไทน์

แนว ย้อนยุค อิซาเบล แม็คโดนัลแต่งงานเป็นการชั่วคราวกับศัตรูคนสำคัญของเผ่าของเธอ แต่เธอไม่อาจปฏิเสธแรงดึงดูดที่มีต่อกับกับผู้ชายที่เธอสาบานว่าจะทรยศได้

ยอดพิมพ์ 250,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ คิลลีย์ แม็คเกรเกอร์

อาชีพเดิม ทนายความ

อันนี้เป็นข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบสำหรับคนที่อยากรู้ "ปกติการพิมพ์หนังสือสักครั้งนึงของสำนักพิมพ์จะพิจารณาจากชื่อเสียง และยอดขายในอดีตของนักเขียนผู้นั้น ถ้าเป็นนักเขียนที่อยู่ในระดับ Mid list คือระดับกลาง ยอดพิมพ์จะอยู่ที่ประมาณครั้งละ 100,000 - 250,000 เล่ม ถ้าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ยอดพิมพ์มักจะไม่เกิน 100,000 เล่ม แต่ถ้าโด่งดังระดับ Nora Roberts ยอดพิมพ์อาจมากกว่า 1,000,000 เล่ม" ข้อมูลข้างต้นได้มาจากเพื่อนผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือค่ะ (แต่เขาไม่ประสงค์ออกนามก็เลยบอกไม่ได้ว่า ได้มาจากใคร หรือบอกไปก็อาจไม่มีใครรู้ก็ได้ แต่ขอให้บอกว่าไม่ได้มาจากแม็กซ์เองแล้วกันนะ)

ในสิบคนนี่ แม็กซ์อ่านจบไปแล้วแค่คนเดียวค่ะ และชอบมาก นั่นคือเมลจีน ส่วนแจ็คเกอลินนี่ อ่านไปร้อยหน้า แล้วก็วางอยู่ คาดว่าแฟนหนังสือที่ชอบชุดคาร์พาเธียนคงจะกรี๊ดกับเรื่องชุดนี้สลบไปหลายวัน แน่

Saturday, January 31, 2009

Highlander Untamed // Monica McCarty

ด้วยความรู้สึกผิดที่หนังสือเรื่อง Highland Warrior ของโมนิก้า แม็คคาตี้ออกขายแล้ว ซึ่งเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ที่เธอเขียนแล้วนะ แต่แม็กซ์ยังดองหนังสือสามเล่มแรกของเธออยู่บนชั้นหนังสือหัวเตียงอยู่เลย เราก็เลยรีบหยิบเอาเล่มนี้ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุดมาอ่านอย่างฉับไว

ซึ่งก็ใช้เวลาอ่านไม่นานนะคะ ทั้งที่หนังสือหนาเกือบสี่ร้อยหน้า แต่ก็ไม่ถึงกับว่าสนุกสุดใจอะไรหรอกนะคะ ซึ่งเมื่อคิดว่านี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่โมนิก้าเขียน แม็กซ์ก็ถือว่าโอเคล่ะ

Highlander Untamed ของโมนิก้า แม็คคาตี้

หนังสือเรื่องนี้เป็นเล่มแรกในชุดพี่น้องตระกูลแม็คคลาวด์ และเป็นหนังสือเปิดตัวของนักเขียนใหม่ที่ชื่อโมนิก้า แม็คคาตี้ (แต่ตอนนี้เธอไม่ใหม่แล้วนะคะ เพราะภายในปีนี้เธอก็จะมีหนังสือออกขายหกเล่มแล้วล่ะ)

สำหรับคนที่คิดถึงเรื่องย้อนยุคที่เกิดในสก๊อตแลนด์ เรื่องราวของการแย่งอำนาจระหว่างผู้นำเผ่า และการแต่งงานที่เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี หนังสือเล่มนี้เติมเต็มความต้องการนั้นได้ในระดับนึง ยังไม่ถึงกับสนุกมาก แต่ก็ใช้ได้เลยล่ะ

รอรี่ แม็คคลาวด์เป็นผู้นำเผ่าแม็คคลาวด์ซึ่งกำลังมีปัญหาขัดแย้งอย่างรุนแรงกับ เผ่าแม็คโดนัลด์ เพราะสลีท แม็คโดมัลด์ได้ปฏิเสธการแต่งงานกับมาร์กาเร็ต น้องสาวของรอรี่อย่างน่าเกลียดและทำร้ายเธออย่างรุนแรง (อ้างว่าเธอเ็ป็นผู้หญิงที่ไม่มีคุณสมบัติดีพอจะแต่งงานด้วยได้) ความแตกร้าวอันนี้นำความไม่พอใจมาสู่พระเจ้าเจมส์แห่งสก๊อต เพราะเขาต้องการให้ขุนนางในราชสำนักของเขาปรองดองกัน ดังนั้นสลีทจึงเสนอตัวอิซาเบลหลานสาวคนสวยให้แต่งงานกับรอรี่เพื่อเชื่อม ความสัมพันธ์

รอรี่เองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากตอบตกลง แม้ในใจจะคิดแผนการตอบโต้สลีทด้วยการส่งตัวอิซาเบลกลับคืนเหมือนอย่างที่สลี ททำกับน้องสาวของเขา ในขณะเดียวกันสลีทก็ไม่ได้คิดจะเป็นมิตรด้วยใจจริงหรอก เขาข่มขู่อิซาเบลด้วยความปลอดภัยของคนในครอบครัวเธอ และขอให้เธอสืบหาความลับจากรอรี่ โดยใช้เสน่ห์ที่เธอมี

การแต่งงานเกิดขึ้น พร้อมกับเหตุผลเบื้องหลังที่ทั้งสามีและภรรยาไม่อาจไว้วางใจกันได้ แต่การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันวันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า ก็เริ่มทำให้ทั้งคู่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป อิซาเบลมองเห็นตัวตนของรอรี่ นักรบไฮแลนด์ผู้แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็รักคนในครอบครัวของเขาอย่างมาก ส่วนรอรี่เองก็มองเห็นอิซาเบลเป็นมากกว่าหญิงสาวที่สวยแต่ภายนอก อย่างช้า ๆ ทั้งคู่เริ่มเปิดใจให้กันมากขึ้น แต่กระนั้นอันตรายจากสลีทก็ยังคงติดตามทั้งสองอยู่

ในแง่มุมนึง หนังสือเล่มนี้ไม่มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นมากนัก เวลาส่วนใหญ่ในเรื่องเล่าเรื่องราวของรอรี่ และอิซาเบล เล่าถึงชีวิตที่พวกเขาใช้ร่วมกัน ในทางนึงมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขาเริ่มต้นผูกพันกันได้อย่างไร และมันทำให้น่าเชื่อเมื่อสุดท้ายแล้วทั้งคู่เอ่ยปากบอกรักกัน แต่อีกทางมันก็น่าเบื่อนะ เพราะอ่านไปก็ไม่มีอะไรนอกจากชีวิตประจำวันของสองคนนี้ และวิธีการที่อิซาเบลพยายามทำเพื่อให้รอรี่ไว้ใจ (เพราะตอนนั้นเธอยังหวังจะสืบความลับจากเขา)

เราชอบการบรรยายของโมนิก้า โดยเฉพาะในส่วนของตัวละคร เราคิดว่าเธอบรรยายเรื่องได้เห็นภาพชัดเจนมาก แต่บางครั้งมันก็มากเกินไป เราอ่านรู้แล้วล่ะว่ารอรี่เท่ห์ และเก่งขนาดไหน แต่เธอยังพูดมันซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบมาก

อย่างที่บอกค่ะ มีหลายช่วงเวลาในเรื่องที่ดูเหมือนมันจะน่าเบื่อพอควร เวลาอ่านต้องใช้ความอดทนพอสมควรในการผ่านไปให้ได้ แต่ในช่วงตอนท้ายเรื่องทุกอย่างก็เริ่มเข้มข้นมากขึ้น จนทำให้เราอ่านไปจนจบได้

สำหรับนักเขียนเล่มแรก แม็กซ์ให้สอบผ่านค่ะ มันอาจจะไม่ถึงกับโดดเด่นจนทำให้โมนิก้ากลายเป็นนักเขียนในใจเราได้นะคะ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก

คะแนนที่ 57

Highland Warrior // Monica McCarty

หลังจากทนทุกข์พยายามอ่านหนังสือชุดไตรภาคชุดแรกของโมนิก้า แม็คคาตี้ไปได้สองเล่ม (จากทั้งหมดสามเล่มในชุด) แม็กซ์ก็คิดได้ว่า ขืนทำอย่างนี้ต่อไป มีหวังเป็นได้เลิกอ่านงานของเธอเสียก่อนที่จะถึงเล่มที่เพื่อนแนะนำให้อ่าน เป็นแน่

แม็กซ์เลยตัิดสินใจลัดคิวหยิบเอาเล่มนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เพื่อนแนะนำให้อ่าน

Highland Warrior ของโมนิก้า แม็คคาตี้

หนังสือเล่มนี้ถูกโฆษณาว่าเป็นเล่มแรกในหนังสือชุดไตรภาคของพี่น้องตระกูล แคมเบลล์ แต่ว่าไปแล้วเล่มนี้ก็มีความเกี่ยวเนื่องกับหนังสือชุด Highlander ซึ่งเป็นเรื่องราวของพี่น้องตระกูลแม็คคลาวด์เล็กน้อย ตรงที่พระเอกในเล่มนี้ เป็นตัวละครรองในเรื่อง Highlander Unmasked แต่ก็แค่นั้นนะคะ เรื่องราวไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นเลยที่จะต้องอ่านเรื่องไหนก่อนเล่มนี้

เจมี่ แคมเบลล์ไม่ใช่แขกผู้เป็นที่ต้องการในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยเผ่าลามอนต์ เขาเป็นคนสนิทของชายผู้ถูกเกลียดที่สุดในไฮแลนด์ เป็นลูกน้องของเอิร์ลแห่งอาร์กิลล์ผู้โหดร้าย และปกครองไฮแลนด์แทนที่กษัตริย์ เจมี่ในฐานะหลานชายและมือขวาของอาร์กิลล์ จึงเป็นเป้าหมายแห่งความเกลียด แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจมี่หวั่นไหว เขายึดมั่นในหน้าที่การรักษาความสงบ เพื่อทำให้ไฮแลนด์เป็นดินแดนแห่งกฎหมาย ไม่ใช่เต็มไปด้วยพวกนักรบนอกรีต

และหน้าที่นั้นก็นำเจมี่ไปยังเผ่าลามอนต์ เขาได้ข่าวว่าผู้นำเผ่าแม็คเกรเกอร์ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่ต้องการตัวของ กฎหมายกำลังหลบซ่อนตัวอยู่กับลามอนต์ ดังนั้นเจมี่จึงใช้ประโยชน์ของความงามของเคททิน่า ลามอนต์เป็นข้ออ้างในการมาเยือนเผ่าลามอนต์

เขาแสดงความสนใจในตัวเคททิน่าเพื่อปกปิดเป้าหมายที่แท้จริง แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์แห่งงานเลี้ยง เขาจะต้องการตัวเคททิน่าเป็นภรรยาของเขาจริง ๆ เจมี่เอ่ยปากของเคททิน่าแต่งงาน แต่เธอไม่อาจมองข้ามความเป็นแคมเบลล์ของเขาได้ เจมี่จึงจากไป

สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ พี่ชายของเขาซึ่งได้ข่าวการหลบซ่อนของพวกแม็คเกรเกอร์เช่นกัน ได้ยกทัพมาโจมตีเผ่าลามอนต์ และเป็นต้นเหตุให้เคทสูญเสียครอบครัวทั้งหมดของเธอไป

อย่างเดียวที่เจมี่จะช่วยเคทได้ก็คือ การแต่งงานกับเธอ และเริ่มต้นกอบกู้เผ่าลามอนต์ขึ้นมาอีกครั้ง

เพื่อนคนที่แนะนำเรื่องนี้ให้แม็กซ์อ่าน เป็นคนที่รู้จักแม็กซ์อย่างแท้จริง หลายคนคงจะพอรู้กันว่า พระเอกสไตล์ที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดก็คือ คนที่เคยเป็นตัวร้ายมาก่อน หรือมีนิสัยติดเจ้าเล่ห์ หรือเป็นตัวละครที่มีสีเทาชัดเจน แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ (แต่เพื่อนคนนี้รู้) ก็คือ แม็กซ์ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ ในหัวใจให้กับพระเอกที่มีเกียรติ

แม็กซ์ไม่ได้หมายความถึงพระเอกแนวแสนดีนะคะ แม็กซ์หมายถึงสิ่งที่พูดไป นั่นคือ เกียรติ และการยึดมั่นในความถูกต้อง แม้มันอาจจะไม่ดีต่อตัวเขาเอง นางเอก หรือใครก็ตาม ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตัวละครก็จะทำ แม้จะทำให้เขาเจ็บปวด

และเจมี่ แคมเบลล์พระเอกของเรื่องนี้ก็มีคาแร็คเตอร์ตามนั้นเป๊ะ เจมี่ไม่ใช่หัวหน้าเผ่าผู้กล้าหาญและได้รับการยกย่องไปทั่วทั้งไฮแลนด์ (เหมือนอย่างที่รอรี่พระเอกใน Highlander Untamed) เขาเป็นหลานชายของตัวละครในประวัติศาสตร์ที่ถูกนักเขียนนำมาใช้เป็นตัวร้าย ในหลายเล่ม (อาร์กิลล์เป็นตัวละครที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ แต่เจมี่ถูกนักเขียนสร้างขึ้นมา) แต่เขาไม่ได้รับใช้อาร์กิลล์เพราะความเป็นครอบครัว เจมี่เชื่อมั่นในสิ่งที่อาร์กิลล์ทำ นั่นเป็นการมองประวัติศาสตร์ในอีกรูปแบบนึง เพราะถ้าใครอ่านโรแมนซ์ในสก๊อตแลนด์ เราจะได้เห็นเรื่องแค่ด้านเดียว ด้านที่แคมเบลล์เป็นความชั่วร้าย แต่ในเล่มนี้เจมี่ทำให้เรามองโลกจากอีกมุมนึง

เจมี่รู้ว่า หากไฮแลนด์ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงยึดในรูปแบบเดิม ๆ สุดท้ายแล้วชาวไฮแลนด์ก็จะถูกพวกโลว์แลนด์ยึดครอง ถึงอาร์กิลล์อาจจะไม่ใช่คนดีที่สุด แต่เจมี่รู้จักเขาดีพอที่จะรู้ว่า อาร์กิลล์ไม่ได้ชั่วร้ายอย่างที่ทุกคนคิด ที่สำคัญอาร์กิลล์เชื่อมั่นในสิ่งเดียวกับเขา นั่นก็คือกฎหมายและความถูกต้อง

ตลอดทั้งเรื่องเจมี่ตกเป็นเป้าของความเกลียด กระทั่งเคททิน่าเองก็ยังไม่อาจเอาชนะความลำเอียงที่เธอมีต่อเขาได้โดยง่าย เธอต้องใช้เวลาในการยอมรับเขา ซึ่งนี่ทำให้แม็กซ์มองเห็นความเข้มแข็งของนางเอกอย่างมาก เคททิน่าไม่ใช่นางเอกชนิดที่แสนดีและมองโลกแบบขาวและดำ เธอรักครอบครัวของเธอ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มองออกถึงเหตุผลที่พวกเขาถูกทำลาย เธออาจไม่ยอมรับมัน แต่เธอเข้าใจ

ดังนั้นเคททิน่าจึงเป็นคนที่เข้าใจเจมี่ได้ดีที่สุด เธออาจจะไม่ได้มองโลกแบบเขาทั้งหมด (เพราะสำหรับเจมี่มันคือถูกและผิด) แต่เธอเข้าใจพลังที่ผลักดันให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น หลายครั้งเธอออกมาปกป้องเขา การดำเนินเรื่องผ่านช่วงเวลาทำให้เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเคททิน่า จากเด็กสาวไร้เดียงสาที่ปฏิเสธคำขอแต่งงานของชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในไฮแลนด์ มาจนถึงหญิงสาวที่จำใจต้องตอบรับคำขอแต่งงานเพื่อดำรงรักษาเผ่าของตัวเองเอา ไว้ เคททิน่าโตขึ้นในสายตาเรา และแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เธอแสดงความไม่เชื่อใจในเจมี่อย่างมากที่สุด แม็กซ์ก็ยังให้อภัยเธอได้ อันที่จริงมันไม่ต้องการการให้อภัยด้วยซ้ำ เพราะเคททิน่าทำทุกอย่างตามคาแร็คเตอร์ที่ถูกวางมา และมันเหมาะเจาะกับเนื้อเรื่องที่ดำเนินไป

แม็กซ์ชอบอารมณ์ในเรื่อง ชอบการที่เจมี่คิดว่า แค่การได้แต่งงานกับเคททิน่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่เมื่อเขาได้ตัวเธอมา เขาก็ต้องการมากกว่านั้น "He didn't want her duty, he wanted her love and desire. He wanted her of her own free will - because she wanted to, not because she had to."

สำหรับโรแมนซ์ที่ตัวเอกอยู่ฝ่ายตรงข้ามกันและกัน มันเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าถ้าจะสรุปเรื่องโดยให้ใครคนนึงยอมตามทางเลือกของ อีกฝ่าย ในเล่มนี้ก็เป็นในเรื่องที่ใช้พล็อตที่พระเอกและนางเอกยืนอยู่ตรงข้ามแห่ง ความเชื่อ แต่แม็กซ์ชอบทางออกที่โมนิก้ามอบให้ตัวละคร เพราะแม้ว่าเจมี่จะรักเคททิน่าเหลือเกิน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ทิ้งหลักการที่เขามี เพราะสำหรับเจมี่แล้ว ความรักไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้คนละทิ้งเกียรติ และความถูกต้องที่ยึดมั่น

"Damn it, Caitrina, don't you know how much I love you? So much that there is almost nothing I wouldn't do for you. But I can't change who I am."

หนังสือเล่มนี้ทำให้แม็กซ์เริ่มมีความหวังกับผลงานของโมนิก้า แม็คคาตี้ หลังจากที่ผิดหวังไปกับสองเรื่องแรกที่เธอเขียน เราคิดว่าเธอเติบโตขึ้นมาก ๆ ในฐานะนักเขียนกับหนังสือเล่มนี้

และขอบคุณเพื่อนมาก ๆ ที่แนะนำให้อ่าน และขอบคุณที่รู้จักแม็กซ์ดีพอว่าเราจะตกหลุมรักเจมี่ แคมเบลล์

คะแนนที่ 73

Highlander Unmasked // Monica McCarty

เป็นเพราะเสียงกระซิบที่ลอยมาเข้าหูเราว่าเรื่อง Highland Warrior ของโมนิก้า แม็คคาตี้ สนุกเหลือเกิน และรับรองว่าแม็กซ์จะได้ถูกใจกับพระเอกในเรื่องนี้มาก ๆ ทำให้แม็กซ์เกิดอาการอยากอ่านเล่มนี้อย่างมาก แต่ปัญหาก็คือ เจมี่ แคมเบลล์เป็นตัวละครที่มีบทบาทอยู่ในเรื่อง Highlander Unmasked มาก่อนน่ะสิ เรารู้สึกว่า เราน่าจะอ่าน Unmasked ก่อน เพื่อที่จะได้รู้จักเจมี่ได้ดีขึ้นก่อนที่จะเริ่มต้นอ่านเรื่องราวของเขา

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ผิด ๆ ของแม็กซ์ก็ได้ค่ะในการหยิบเล่มนี้มาอ่าน เลยทำให้เรารู้สึกเร่งรีบเหลือเกินในความพยายามอ่านให้จบ จนทำให้เล่มนี้มันไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะเรามุ่งมั่นในการอ่านให้จบ จนเราไม่รู้สึกซึมซับไปกับเนื้อเรื่อง หรือตัวละครเลย แม้กระทั่งตัวเจมี่เองที่แม็กซ์อ่านเรื่องนี้เพื่อให้พบเขา ก็ดูไม่น่าสนใจเท่าไหรนัก

Highlander Unmasked ของโมนิก้า แม็คคาตี้

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุดพี่น้องตระกูลแม็คคลาวด์ เรื่องราวของอเล็กซ์ แม็คคลาวด์น้องชายของรอรี่ พระเอกในเล่มแรก (Highlander Untamed) อเล็กซ์หลังจากจากบ้านไปหลายปี เพิ่งกลับมายังสก๊อตแลนด์ ตามคำสั่งของพี่ชายซึ่งเป็นผู้นำเผ่าแม็คคลาวด์ แต่ระหว่างทางเขาได้พบกับคนร้ายที่กำลังทำร้ายมาร์กาเร็ต แม็คคินน่อน อเล็กซ์ช่วยชีวิตของเธอไว้ แต่มิได้แพ่งพรายความจริงว่าเขาเป็นใครออกไป

หลังจากนั้นเม็กเดินทางไปยังพระราชวังเพื่อหาคู่ครองที่เหมาะสม ผู้ชายคนที่เข้มแข็งพอที่จะดูแลเผ่าแม็คคินน่อนกับเธอ ทั้งนี้เพราะน้องชายคนเดียวของเธอ เอียนเป็นคนที่มีสติไม่สมบูรณ์นัก (ปัญญาอ่อนของแท้) ทำให้เขาไม่อาจเป็นหัวหน้าเผ่าที่เข้มแข็งได้ เม็กรู้ว่าหน้าที่ของเธอก็คือ หาสามีที่เหมาะสม คนที่จะช่วยน้องชายเธอในการเป็นหัวหน้าเผ่าต่อไปหลังจากที่พ่อของเธอตายไป ได้

และเม็กก็รู้ว่าอเล็กซ์ไม่ใช่ผู้ชายที่เหมาะสมคนนั้น เพราะเขาเป็นนักรบรับจ้าง ที่เสนอดาบของตัวเองใหักับทุกคนที่มีเงิน เขาไม่มีเกียรติของชายชาวไฮแลนด์อีกต่อไป สิ่งที่เม็กไม่รู้ก็คือ อเล็กซ์ปลอมตัวมาเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการที่กษัตริย์เจมส์แห่งสก๊อต แลนด์ (และเจมส์แห่งอังกฤษด้วย) กำลังจะให้พวกโลว์แลนด์บุกยึดดินแดนของชาวไฮแลนด์ ดังนั้นอเล็กซ์จึงแสร้างทำเป็นแตกคอกับพี่ชาย และเดินทางมาที่พระราชวังเพื่อสอดแทรกตัวเข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่มขุนนางชั้น สูงของสก๊อตแลนด์เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับแผนการนั้น

การที่เม็กจำได้ว่าเขาคือคนที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้กลับเป็นปัญหา เพราะสถานที่ที่เขาช่วยเหลือเธอนั้นเป็นดินแดนใกล้เคียงกับที่พี่ชายของเขา พักอยู่ ซึ่งอเล็กซ์ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เขาและพี่ชายได้มีการติดต่อกันอยู่ นั่นทำให้อเล็กซ์พยายามปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ช่วยเม็กเอาไว้ แต่กระนั้นเม็กก็แน่ใจว่าเป็นเขา หากแต่เธอยังฉลาดพอจะรู้ว่า เขาเก็บความลับบางอย่างเอาไว้ ดังนั้นจึงเล่นละครตามที่เขาต้องการว่าไม่รู้จักกัน

ในเวลาที่ไม่เหมาะสม ทั้งอเล็กซ์และเม็กเริ่มรู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น เม็กแน่ใจว่าอเล็กซ์ไม่ใช่แค่นักรบรับจ้างเพื่อเงิน ในขณะที่อเล็กซ์เองก็รู้ว่าเม็กเป็นหญิงสาวที่มีมากกว่าความงาม แต่เขาก็รู้เช่นเดียวกันว่า ตนเองไม่อาจเห็นแก่ตัวรั้งเม็กเอาไว้ได้ เธอคู่ควรกับผู้ชายที่เหมาะสมยิ่งกว่าเขา ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเป็นผู้ชายที่แสนดีด้วยการไม่สนองตอบต่อความรักที่ เธอมอบให้

เล่มนี้คล้าย ๆ กับเล่มแรกค่ะ ตรงที่ไม่มีจุดน่าสนใจเท่าไหรในเรื่อง ทุกอย่างดำเนินไปแบบเรียบ ๆ ตลอด ไม่มีความน่าตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น เมื่อเอามารวมกับพล็อตเรื่องที่แม็กซ์ไม่ได้ชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ (อย่างน้อยเล่มแรกก็ยังเป็นพล็อตที่แม็กซ์ชอบนะ) ทำให้เราอ่านไปก็เปิดผ่านไปอย่างเร่ง ๆ (เพราะใจแม็กซ์ลอยไปเรื่อง Highland Warrior แล้วล่ะ)

ไม่แน่ใจว่า การเขียนรีวิววันนี้จะยุติธรรมต่อหนังสือเล่มนี้แค่ไหนนะคะ แต่ความรู้สึกที่แม็กซ์ได้ในระหว่างอ่านเล่มนี้ก็คือ อยากให้มันจบ ๆ ไปเสียที แบบ เมื่อไหรเรื่องจะจบวะ โคตรน่าเบื่อเลย

ทั้งเม็กและอเล็กซ์ไม่มีอะไรเสียหาย ในขณะเดียวกันก็ไม่น่าสนใจพอที่จะดึงความสนใจของแม็กซ์ตลอดสี่ร้อยกว่าหน้า ในหนังสือเล่มนี้ กระทั่งการเปิดตัวเจมี่ แคมเบลล์ก็ยังราบเรียบ แม้ว่าเราจะคิดว่าคาแร็คเตอร์ของเขาน่าสนใจ แต่ยังตั้งข้อสงสัยในเสียงกระซิบที่ลอยมาว่า เจมี่จะทำให้แม็กซ์ชอบเขาได้ขนาดที่โฆษณาไว้เชียวเหรอ

กลับมาที่เล่มนี้ก่อน (เห็นไหมคะว่า มันไม่ได้น่าสนใจขนาดแม็กซ์เขียนรีวิวพาดพิงไปถึงเรื่องอื่นเลย) ปัญหาที่เราเจอกับการอ่านงานของโมนิก้ามาสองเล่มก็คือ ภาษาการเขียนเรื่องของเธอ มันไม่ได้เลวร้าย แต่มันไม่น่าสนใจ ซึ่งโดยตัวของมันเองก็ไม่ใช่เลวร้ายอะไรหรอกนะ ถ้าเธอสามารถเขียนพล็อตเรื่องที่โดดเด่นได้ แต่สำหรับสองเล่มของเธอที่แม็กซ์อ่าน พล็อตเรื่องของเธอไม่แข็งพอ

คะแนนที่ 47

Highlander Unmasked // Monica McCarty

เป็นเพราะเสียงกระซิบที่ลอยมาเข้าหูเราว่าเรื่อง Highland Warrior ของโมนิก้า แม็คคาตี้ สนุกเหลือเกิน และรับรองว่าแม็กซ์จะได้ถูกใจกับพระเอกในเรื่องนี้มาก ๆ ทำให้แม็กซ์เกิดอาการอยากอ่านเล่มนี้อย่างมาก แต่ปัญหาก็คือ เจมี่ แคมเบลล์เป็นตัวละครที่มีบทบาทอยู่ในเรื่อง Highlander Unmasked มาก่อนน่ะสิ เรารู้สึกว่า เราน่าจะอ่าน Unmasked ก่อน เพื่อที่จะได้รู้จักเจมี่ได้ดีขึ้นก่อนที่จะเริ่มต้นอ่านเรื่องราวของเขา

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ผิด ๆ ของแม็กซ์ก็ได้ค่ะในการหยิบเล่มนี้มาอ่าน เลยทำให้เรารู้สึกเร่งรีบเหลือเกินในความพยายามอ่านให้จบ จนทำให้เล่มนี้มันไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะเรามุ่งมั่นในการอ่านให้จบ จนเราไม่รู้สึกซึมซับไปกับเนื้อเรื่อง หรือตัวละครเลย แม้กระทั่งตัวเจมี่เองที่แม็กซ์อ่านเรื่องนี้เพื่อให้พบเขา ก็ดูไม่น่าสนใจเท่าไหรนัก

Highlander Unmasked ของโมนิก้า แม็คคาตี้

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุดพี่น้องตระกูลแม็คคลาวด์ เรื่องราวของอเล็กซ์ แม็คคลาวด์น้องชายของรอรี่ พระเอกในเล่มแรก (Highlander Untamed) อเล็กซ์หลังจากจากบ้านไปหลายปี เพิ่งกลับมายังสก๊อตแลนด์ ตามคำสั่งของพี่ชายซึ่งเป็นผู้นำเผ่าแม็คคลาวด์ แต่ระหว่างทางเขาได้พบกับคนร้ายที่กำลังทำร้ายมาร์กาเร็ต แม็คคินน่อน อเล็กซ์ช่วยชีวิตของเธอไว้ แต่มิได้แพ่งพรายความจริงว่าเขาเป็นใครออกไป

หลังจากนั้นเม็กเดินทางไปยังพระราชวังเพื่อหาคู่ครองที่เหมาะสม ผู้ชายคนที่เข้มแข็งพอที่จะดูแลเผ่าแม็คคินน่อนกับเธอ ทั้งนี้เพราะน้องชายคนเดียวของเธอ เอียนเป็นคนที่มีสติไม่สมบูรณ์นัก (ปัญญาอ่อนของแท้) ทำให้เขาไม่อาจเป็นหัวหน้าเผ่าที่เข้มแข็งได้ เม็กรู้ว่าหน้าที่ของเธอก็คือ หาสามีที่เหมาะสม คนที่จะช่วยน้องชายเธอในการเป็นหัวหน้าเผ่าต่อไปหลังจากที่พ่อของเธอตายไป ได้

และเม็กก็รู้ว่าอเล็กซ์ไม่ใช่ผู้ชายที่เหมาะสมคนนั้น เพราะเขาเป็นนักรบรับจ้าง ที่เสนอดาบของตัวเองใหักับทุกคนที่มีเงิน เขาไม่มีเกียรติของชายชาวไฮแลนด์อีกต่อไป สิ่งที่เม็กไม่รู้ก็คือ อเล็กซ์ปลอมตัวมาเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการที่กษัตริย์เจมส์แห่งสก๊อต แลนด์ (และเจมส์แห่งอังกฤษด้วย) กำลังจะให้พวกโลว์แลนด์บุกยึดดินแดนของชาวไฮแลนด์ ดังนั้นอเล็กซ์จึงแสร้างทำเป็นแตกคอกับพี่ชาย และเดินทางมาที่พระราชวังเพื่อสอดแทรกตัวเข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่มขุนนางชั้น สูงของสก๊อตแลนด์เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับแผนการนั้น

การที่เม็กจำได้ว่าเขาคือคนที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้กลับเป็นปัญหา เพราะสถานที่ที่เขาช่วยเหลือเธอนั้นเป็นดินแดนใกล้เคียงกับที่พี่ชายของเขา พักอยู่ ซึ่งอเล็กซ์ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เขาและพี่ชายได้มีการติดต่อกันอยู่ นั่นทำให้อเล็กซ์พยายามปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ช่วยเม็กเอาไว้ แต่กระนั้นเม็กก็แน่ใจว่าเป็นเขา หากแต่เธอยังฉลาดพอจะรู้ว่า เขาเก็บความลับบางอย่างเอาไว้ ดังนั้นจึงเล่นละครตามที่เขาต้องการว่าไม่รู้จักกัน

ในเวลาที่ไม่เหมาะสม ทั้งอเล็กซ์และเม็กเริ่มรู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น เม็กแน่ใจว่าอเล็กซ์ไม่ใช่แค่นักรบรับจ้างเพื่อเงิน ในขณะที่อเล็กซ์เองก็รู้ว่าเม็กเป็นหญิงสาวที่มีมากกว่าความงาม แต่เขาก็รู้เช่นเดียวกันว่า ตนเองไม่อาจเห็นแก่ตัวรั้งเม็กเอาไว้ได้ เธอคู่ควรกับผู้ชายที่เหมาะสมยิ่งกว่าเขา ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเป็นผู้ชายที่แสนดีด้วยการไม่สนองตอบต่อความรักที่ เธอมอบให้

เล่มนี้คล้าย ๆ กับเล่มแรกค่ะ ตรงที่ไม่มีจุดน่าสนใจเท่าไหรในเรื่อง ทุกอย่างดำเนินไปแบบเรียบ ๆ ตลอด ไม่มีความน่าตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น เมื่อเอามารวมกับพล็อตเรื่องที่แม็กซ์ไม่ได้ชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ (อย่างน้อยเล่มแรกก็ยังเป็นพล็อตที่แม็กซ์ชอบนะ) ทำให้เราอ่านไปก็เปิดผ่านไปอย่างเร่ง ๆ (เพราะใจแม็กซ์ลอยไปเรื่อง Highland Warrior แล้วล่ะ)

ไม่แน่ใจว่า การเขียนรีวิววันนี้จะยุติธรรมต่อหนังสือเล่มนี้แค่ไหนนะคะ แต่ความรู้สึกที่แม็กซ์ได้ในระหว่างอ่านเล่มนี้ก็คือ อยากให้มันจบ ๆ ไปเสียที แบบ เมื่อไหรเรื่องจะจบวะ โคตรน่าเบื่อเลย

ทั้งเม็กและอเล็กซ์ไม่มีอะไรเสียหาย ในขณะเดียวกันก็ไม่น่าสนใจพอที่จะดึงความสนใจของแม็กซ์ตลอดสี่ร้อยกว่าหน้า ในหนังสือเล่มนี้ กระทั่งการเปิดตัวเจมี่ แคมเบลล์ก็ยังราบเรียบ แม้ว่าเราจะคิดว่าคาแร็คเตอร์ของเขาน่าสนใจ แต่ยังตั้งข้อสงสัยในเสียงกระซิบที่ลอยมาว่า เจมี่จะทำให้แม็กซ์ชอบเขาได้ขนาดที่โฆษณาไว้เชียวเหรอ

กลับมาที่เล่มนี้ก่อน (เห็นไหมคะว่า มันไม่ได้น่าสนใจขนาดแม็กซ์เขียนรีวิวพาดพิงไปถึงเรื่องอื่นเลย) ปัญหาที่เราเจอกับการอ่านงานของโมนิก้ามาสองเล่มก็คือ ภาษาการเขียนเรื่องของเธอ มันไม่ได้เลวร้าย แต่มันไม่น่าสนใจ ซึ่งโดยตัวของมันเองก็ไม่ใช่เลวร้ายอะไรหรอกนะ ถ้าเธอสามารถเขียนพล็อตเรื่องที่โดดเด่นได้ แต่สำหรับสองเล่มของเธอที่แม็กซ์อ่าน พล็อตเรื่องของเธอไม่แข็งพอ

คะแนนที่ 47