Showing posts with label e-book. Show all posts
Showing posts with label e-book. Show all posts

Friday, February 13, 2009

For the love of Rigah // Doreen de Salvo

มาเรื่องหนังสือกันดีกว่าค่ะ แม็กซ์เพิ่งอ่านหนังสือที่หนุกมากเล่มนึง ถ้าวัดตามมาตรฐานของอีบุ๊ค

แม็กซ์เป็นคนมีสองมาตรฐานค่ะ แม็กซ์มักคิดเสมอว่าคุณภาพของอีบุ๊คสู้หนังสือที่พิมพ์โดยสำนักพิมพ์จาก นิวยอร์คไม่ได้ (หรือจากแคนาดาสำหรับกรณีของฮาร์ลิควิน) ดังนั้นเวลาอ่านอีบุ๊คแม็กซ์จะมีความให้อภัยเป็นพิเศษ

และเรื่อง "เพื่อความรักของริกาธ์" ของดอรีน เดอซัลโวก็ถือว่าเป็นอีบุ๊คที่น่าประทับแม็กซ์มาก หนังสือที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่แม็กซ์เกลียด เรื่องของตัวละครที่เริ่มต้นด้วยการเป็นทาส และถูกซื้อไปเพื่อบำเรอความสุขของตัวละครอีกฝ่ายที่อยู่ในฐานะสูงกว่า การกระทำที่เต็มไปด้วยการทำร้ายจิตใจ

แม็กซ์เกลียดพล็อตพวกนี้มาก แม็กซ์ไม่ชอบความไม่เท่าเทียมกัน แต่ทำไมเราถึงชอบเรื่องนี้เหรอ

ไม่ใช่เพราะเขาเขียนได้ดี มีเหตุผลจนแม็กซ์ยอมรับได้หรอก แต่เป็นเพราะเป็นการสลับสถานะกันระหว่างตัวละคร

หนังสือฮาร์ลิควิน เพรสเซ่นที่เห็นดาษดื่น เรามักจะได้เห็นพระเอกรวยล้นฟ้า เห็นนางเอกและถูกใจ จึงทำทุกวิถีทางเอานางเอกไปเป็นของตัวเอง

เรื่องนี้ก็เช่นกัน เพราะแต่คนที่เห็นคือนางเอก ริกาธ์ซึ่งเป็นทายาทอันดับหนึ่งแห่งดวงดาวอันไกลโพ้นมองเห็นเจสัน ทาสชาวโลก และไม่ลังเลเลยที่จะซื้อตัวเขาเข้าไปยังบ้านของเธอ ด้วยจุดประสงค์ที่เรารู้กันอยู่

นางเอกผู้ซึ่งถูกฝึกมาให้ควบคุมความรู้สึก มองว่าความรักเป็นการแสดงความอ่อนแอ พบว่าตัวเองค่อยละลายไปกับเสน่ห์ของทาสหนุ่ม

แม็กซ์ชอบเรื่องอย่างนี้ค่ะ อ่านแล้วสะใจดี หนังสืออย่างงี้หายากค่ะ

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังสืออีกเรื่องนึงของดาร่า จอย เรื่อง "Ritual of Proof" ซึ่งเป็นเรื่องโปรดของแม็กซ์ ที่อาจไม่ถูกใจใครหลายคนที่ไม่ชอบเห็นนางเอกถือไพ่เหนือกว่าพระเอก

เรื่องนี้จบง่ายเกินไป แต่จะเอาอะไรมากกะอีบุ๊ค

Sunday, February 8, 2009

จากอีบุ๊คสู่นิวยอร์ค

เมื่อสักประมาณ 7 ปีก่อนตอนที่แม็กซ์ซื้อหนังสืออีบุ๊คเล่มแรกเรื่องเคจัน ฮ็อตก็ตัดสินใจอยู่นานมาก เพราะไม่ไว้ใจอินเตอร์เน็ตกลัวว่าให้เบอร์บัตรเครดิตไป แล้วจะโดนโกงไหมเนี่ย แต่ด้วยเสียงร่ำลือถึงความฮ็อตของเรื่องนี้ แม็กซ์ซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กใจแตก ก็ตัดสินใจซื้อจนได้ (และสำหรับคนที่อยากรู้ มันก็ฮ็อตจริงค่ะ) และจากนั้นการซื้ออีบุ๊คก็กลายเป็นอดีตไป

แม็กซ์เป็นลูกค้าประจำที่ติดตามอ่านอีบุ๊คตั้งแต่สมัยเริ่มต้น เป็นคนแรกที่มีซื้อ The Empress's new cloth ของเจด แบล็กมาไว้ในครอบครอง (สำหรับคนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้ ก็คงต้องบอกว่า คุณช้ามากค่ะ สำหรับวงการอีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์) แต่ก็ไม่ใช่ว่าแม็กซ์เก่งกาจอะไรหรอกนะคะ เพราะก็อ่านในวงจำกัดแค่นักเขียนไม่กี่คน

แล้วเวลาก็ผ่านไป สำนักพิมพ์อีลอร่าส เคฟ ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดหนังสืออีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์รายแรก ๆ กลายมาเป็นสำนักพิมพ์มูลค่าหลายล้านเหรียญ ทั้งที่เริ่มต้นทำขายกันในครัวเรือน นักเขียนอีบุ๊คหลายคนโดนหลอกล่อ (แต่ด้วยความเต็มใจ) ให้ไปเขียนหนังสือให้กับสำนักพิมพ์แบบดั้งเดิม (ซึ่งก็คือตัวหนังสือที่เป็นรูปเล่มที่ขายกันนั่นแหละ) ที่เรียกกันว่า New York Publisher กัน (ก็เลยเป็นที่มาของชื่อบลอกนั่นเอง)

วันนี้แม็กซ์ (เพราะยังอ่านหนังสือไม่จบ) ก็เลยอยากจะพูดถึงบรรดานักเขียนที่เกิดมาจากอีบุ๊ค แต่ได้ดี (หรือกำลังจะได้ดี) จากการเป็นนักเขียนให้กับสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คกัน

กลุ่มนักบุกเบิก

พวกนี้เป็นเปรียบเสมือนนีล อาร์มสตองค์ที่ก้าวลงจากยานอวกาศแล้วเหยียบลงบนดวงจันทร์ก่อนคนอื่น เป็นพวกเสี่ยงตายที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่ก็ในเวลาเดียวกันก็เป็นคนที่ได้รับชื่อเสียงในกรณีสำเร็จก่อนคนอื่น คนที่แม็กซ์คิดออกคนแรกเลยก็คงเป็น

แมรี่เจนิช เดวิดสัน ที่อาจไม่ใช่นักเขียนอีบุ๊คแต่ดั้งเดิม เพราะเธอเคยออกหนังสือที่เป็นรูปเล่มมาก่อน แต่เรื่องที่ทำให้เธอได้รับความสนใจจากนิวยอร์คอย่างมากก็คือหนังสือที่เธอ เขียนให้กับอีลอร่าส เคฟ เรื่อง Undead and unwed นั่นเอง บรรณาธิการคนหนึ่งแห่งสำนักพิมพ์เบิร์คเลย์อ่านเล่มนี้เข้า แล้วตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ และจากนั้นชื่อเบ็ตซี่นางเอกก็กลายเป็นที่ติดหูของคนอ่าน แต่น่าเสียดายก็คือ ความสะเพร่า ทำงานอย่างขอไปที ไม่มีความรับผิดชอบในงานของตนเอง ทำให้จากที่เคยเป็นนักเขียนที่แม็กซ์พลาดไม่ได้ กลายเป็นนักเขียนที่พลาดก็ดีนะไปแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยกให้แมรี่จานิชว่าเป็นหนึ่งในนักบุกเบิกที่ทำให้ นิวยอร์คและอีบุ๊คมาบรรจบกันได้ (เรื่องเด่น Undercover 87)

แองเจล่า ไนท์เป็นนักเขียนอีกคนที่ไม่ได้เริ่มต้นจากอีบุ๊คอย่างแท้จริงหรอกนะ แต่เธอสร้างชื่อมาจากสังคมอินเตอร์เน็ต เรื่องสั้นแนวเซ็กส์เอ็กซ์หลายของเธอเป็นที่แพร่หลาย และถูกอ่านมากที่สุด และเมื่อเธอเคยมีผลงานออกขายกับทั้งอีลอร่า และเอ็กซ์ตาซี่มาแล้ว แม็กซ์ก็เลยนับเหมารวมเธอเป็นหนึ่งในนักเขียนอีบุ๊คยุคบุกเบิกไปอีกคน ปัจจุบันงานของเธออาจจะไม่ทันสมัยหรือล้ำหน้าเมื่อเทียบกับนักเขียนแนว พารานอมอลที่ดาษดื่น แต่งานของเธอก็ยังคงความมีเสน่ห์ส่วนตัวอยู่ เธอยังเป็นนักเขียนอีกคนที่แม็กซ์ชอบค่ะ (เรื่องเด่น Jane's warlord 87)

เจด แบล็ค ผู้บุกเบิกตลาดอีบุ๊คตัวจริง และเจ้าของสำนักพิมพ์อีลอร่าส เคฟ ที่ออกผลงานกับเบิร์กเลย์เล่มแรกในปี 2004 ก่อนที่จะสติแตกออกงานไม่สม่ำเสมอ จนอันดับในใจแม็กซ์ตกต่ำไปเรื่อย ๆ และยิ่งได้มีโอกาสอ่านเธอเขียนบลอกแล้ว คะแนนนิยมก็ยิ่งลดถอยห่าง เพราะรู้สึกว่าเธอเข้าขั้นเพี้ยนไปทุกที แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าในสมัยนั้น (นานแล้วล่ะ) หนังสือเรื่อง The Empress's new cloth ของเธอถือเป็นนวัตกรรมชนิดใหม่มากในวงการโรแมนซ์ การก่อตั้งสำนักพิมพ์อีลอร่าของเธอก็ถือเป็นคุณประโยชน์อย่างสูงต่อวงการอี โรติกโรแมนซ์อย่างยิ่ง ตอนนี้ก็เลยเหมือนซื้อหนังสือเธอตอบแทนบุญคุณค่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก (เพราะกะว่าเธอคงเพี้ยนไปแล้ว) แต่ก็ซื้อ (เรื่องเด่น One dark night 73)

ไดแอนท์ ไวท์ไซด์ เป็นนักเขียนที่มีผลงานในระยะสั้น ๆ กับอีลอร่า จากนั้นก็โบยบินเข้าซบอกเคนซิงตันแล้วมีผลงานในกับบราว่า ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์เรื่องที่ฮ็อตที่สุดในตลาดในยุคนั้น (ซึ่งบัดนี้ถูกแซงไปแล้วล่ะนะ) เธอเป็นนักเขียนแนวอีโรติคโรแมนซ์คนแรก ๆ ที่เขียนเรื่องในแนวย้อนยุค ในยามที่นักเขียนเกือบทั้งหมดมุ่งไปที่แนวพารานอมอล และนั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอโดดเด่น สำหรับแม็กซ์แล้ว ไดแอนท์เป็นนักเขียนที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดในกลุ่มสามคนนี้ (ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณเตือนพวกคุณได้ว่า คุณอาจจะไม่ชอบนักเขียนคนนี้ก็ได้นะ) เรื่องของเธอที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดเป็นงานที่เคยออกขายกับอีลอร่ามาแล้ว และถูกเอามาพิมพ์ใหม่อีกรอบเมื่อปีกลายนั่นก็คือ The Switch หนังสือที่เล่าเรื่องของนางเอกสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นสก๊อต กับพระเอกอดีตทหารเรือที่ชอบถูกตกเป็นเบี้ยล่างในความสัมพันธ์ที่ได้คะแนนไป ถึง 87

ยุคมากันใหญ่

หลังจากหนทางถูกเปิด และประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู เหล่านักเขียนอีบุ๊คหลายคนก็ต่างทยอยตามกันเข้ามาหาสำนักพิมพ์ในนิวยอร์ค นักเขียนที่มาในช่วงนี้มักเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงพอสมควรในวงการอีบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็น

ลอร่า ลีย์ ที่โด่งดังจากแนวเราสามคนตระกูลออกัส (ที่แม็กซ์อ่านแล้วเกิดอาการอาหารไม่ย่อย) แต่งานในชุดบรีดของเธอถือว่าสนุกค่ะ เอ็กซ์แต่ก็ยังสนุกดี (Harmony's way 73)

เชเยน แม็คเคลย์ที่แม็กซ์อ่านอีบุ๊คของเธอแล้วก็โอเคนะ แต่กับเล่มที่ตีพิมพ์กับไม่เวิร์คค่ะ เรื่องยืดยาว น่าเบื่อ พล็อตเรื่องไม่เอาไหน น่าผิดหวัง แต่ตอนนี้ยังดื้ออยู่ค่ะ กะว่าจะให้โอกาสอีกสักสองสามเล่ม ถ้ายังไม่ดี ก็คงบอกศาลา (Forbidden magic 43)

คริสทีน วอร์เรน คนที่แม็กซ์เพิ่งเขียนรีวิวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ออกงานกับเซ็นต์มาร์ตินมาสามเล่ม ผิดหวังไปสอง แต่แฮ็ปปี้ไปเล่มหนึ่ง ซึ่งตามแม็กซ์ส รูล ถือว่ายังสอบผ่านค่ะ ก็คงทู่ซี้อ่านกันต่อไปอีกหลายเล่ม (She's no faerie princess 87)

เบลล่า อังเดร ที่เป็นนักเขียนชื่อเงียบจากอีลอร่า แต่กลับเป็นคนแรก ๆ ที่ได้รับสัญญาจากนิวยอร์ค แต่ก็เช่นเดียวกับความเงียบของเธอจากอีลอร่า มันก็ยังตามมาหลอกหลอนเธอเมื่อเธอออกงานกับพ็อตเก็ตบุ๊คด้วย แม็กซ์คงต้องบอกว่า งานของเธออ่านได้ แต่ไม่มีอะไรน่าประทับใจหรอกนะ (Take me 47)

พรุ่งนี้จะมาต่อยุคยกพลขึ้นบกค่ะ คราวนี้นักเขียนอีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์จะยกพวกมาถล่มสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คกัน

จากอีบุ๊คสู่นิวยอร์ค (ต่อ)

ขออนุญาตต่อเลยแล้ว คนที่อ่านไม่รู้เรื่องก็ตามลงไปอ่านที่บลอกข้างล่างก่อนแล้วกันนะคะ

ยุคศึกวันดีเดย์

เวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก (แล้วคนจะไม่แก่ได้ยังไง) หนังสือแนวอีโรติกโรแมนซ์ที่เคยถูกปฏิเสธจากนิวยอร์คแล้วกลับสภาพไปเป็นอี บุ๊ค ก็มาถึงเมืองใหญ่ริมฝั่งมหาสมุทราแอตแลนติกแห่งนี้จนได้ เพราะเม็ดเงินที่คนอ่านเทลงไปในอุตสาหกรรมนี้ บรรดาสำนักพิมพ์ใหญ่ก็อดรนทนไม่ได้ ขอเข้ามาตัดเค้กแบ่งกันบ้าง แต่ที่เร็วที่สุดก็คงจะเป็นเคนซิงตันที่เปิดตัวก่อนหน้าสุดด้วยหัวบราว่า ที่ว่ากันว่าร้อนแรงสุดสุดกันแล้วนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ไม่ร้อนเท่าที่ควร เคนซิงตันจึงเปิดตัวน้องใหม่ล่าสุดอย่างอโฟไดท์เซียออกมาอีก ซึ่งสำหรับแม็กซ์แล้วหัวนี้ ร้อนที่สุดแล้วล่ะสำหรับพรินต์บุ๊ค

เคนซิงตันนำขบวนยกพลขึ้นบกด้วยหัวอโฟไดท์เซียที่ฮ็อตมาก จริงสำหรับพรินต์บุ๊ค แม้ว่าคุณภาพของนักเขียนจะขึ้นลงตามแต่ละคนแต่โดยรวมแม็กซ์ก็ถือว่าโอเคกับ สำนักพิมพ์นี้นะคะ นักเขียนแนะนำก็อย่างเคท ดักลาสกับชุดวูลฟ์เทลของเธอ ที่ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับสาวน้อยไร้เดียงสา ขวัญอ่อน นักเขียนคนนี้เป็นอีกคนที่เป็นผลิตผลจากอีลอร่าในยุคแรก แม้เธอจะไม่ได้เริ่มเขียนหนังสือครั้งแรกกับอีลอร่าก็ตาม งานอีบุ๊คของเธอแตกต่างจากชุดหมาป่ายั่วสวาทที่โด่งดังกับอโฟไดท์เซียนัก แต่ก็ถือว่าอ่านได้ (แต่ไม่ดัง) Wolf Tales III ได้ 73

นอกจากเคทแล้ว แม็กซ์ก็ยังอยากแนะนำมอร์แกน ฮอร์ค ซึ่งโตมาจากเอ็กซ์ตาซี่ แต่โด่งดังกับชุดเราสามคนโหดจนเลือดสาดที่ออกกับสำนักพิมพ์ลูส ไอดี งานที่เธอเขียนให้กับอโฟไดท์เซียยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่แม็กซ์เรียกว่าดีหรอก นะ แต่ด้วยความซาดิสต์ก็คงจะตามงานของเธอต่อไปอีกสักเล่มสองเล่ม แล้วค่อยดูกันอีกที Victorious Star 73

เบิร์คเลย์ก็เป็นอีกสำนักพิมพ์นึงที่ไหวตัวเร็ว และรีบออก "เบิร์คเลย์ ฮีท" มาในตลาดหนังสือร้อนแรง และได้รับการต้อนรับค่อนข้างดี อันที่จริงแม็กซ์ชอบงานของฮีทมากกว่าของสำนักพิมพ์อื่นนะคะ เพราะหลายเรื่องที่ประทับใจก็มาจากสำนักพิมพ์นี้ ประกอบกับนักเขียนอีบุ๊คที่แม็กซ์ชอบหลายคนก็อยู่กับสำนักพิมพ์นี้เช่นกัน

นอกจากฮีทแล้ว เบิร์คเลย์ยังพิมพ์หนังสือปกอ่อนที่เขียนโดยเหล่านักเขียนอีบุ๊คอีกหลายคน ซึ่งแต่ละเล่มก็สนุกน่าอ่านดี อย่างงานของอันย่า แบสที่แม็กซ์กำลังอ่าน (และคิดว่าคงมารีวิวพรุ่งนี้) ก็สนุกใช้ได้ หรืองานของไซโล วอร์กเกอร์ก็น่าติดตามดี

เอว่อนซึ่งถือว่าเป็นสำนักพิมพ์โรแมนซ์ชั้นแนวหน้าก็เริ่ม ขยับตัวบ้าง แต่รู้สึกจะช้ามาก โดยออกหัวเอว่อน เรดออกมา และเช่นเดียวกับสำนักพิมพ์อื่นที่เอว่อนหานักเขียนในหัวนี้โดยการเก็บตก บรรดานักเขียนอีบุ๊คจากโลกไซเบอร์ จนบัดนี้แม็กซ์ยังไม่ถึงกับประทับใจในคุณภาพของนักเขียนเอว่อน เรดเลยนะคะ แต่กำลังตั้งหน้าตั้งตารองานของนักเขียนอีบุ๊คคนที่แม็กซ์คิดว่าเขียนดีที่ สุด ซึ่งกำลังจะออกงานพรินต์บุ๊คเล่มแรกกับเอว่อน นั่นก็คือ ลิซ่า มาเรีย ไรซ์

ฮาร์ลิควิน หลังจากที่ขยับตัว และเก็บเกี่ยวยอดขายไปกับฮาร์ลิควินเบลซ (ที่สำนักพิมพ์หนึ่งในเมืองไทยเอามาหากินกับบรรดานักอ่านคนไทย อย่างเมามัน) ก็ได้ฤกษ์เพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้กับไลท์ของตัวเองกับ สไปซ ที่ลือกันว่าร้อนแรงมากกว่าเบลซ และมีความเป็นอีโรติกมากกว่าอีก (เอ้า ได้ยินรึยัง รีบไปหามาแปลเถอะค่ะ เบื่อท่าเดิม ๆ ลีลาเดิม ๆ ของพระเอกที่ทำทีไรก็เหมือนเดิมแล้วล่ะ) แม็กซ์ยังไม่ได้อ่านสไปซสักเล่มค่ะ เพราะนักเขียนยังไม่ถูกใจ อีกอย่างกลัวคำว่าอีโรติกเฉย ๆ ค่ะ ต้องเป็นอีโรติกโรแมนซ์สักหน่อยถึงจะอ่านได้ แต่คาดว่าอีกไม่นาน เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ก็คงได้ฤกษ์ซื้อสไปซมาอ่านแล้วล่ะ เพราะนักเขียนคนโปรดสุดสุดอีกคนก็จะออกงานกับสำนักพิมพ์นี้แล้ว นั่นก็คือ ซาร่าห์ แม็คคาร์ที่ย์

แบนตั้ม ไก่แจ้ยิ่งช้าไปกว่าเจ้าอื่น ๆ ที่เพิ่งจะเริ่มออกงานของนักเขียนอีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์ กับเล่มแรกที่เป็นงานของนักเขียนของแอมเบอร์ ควิลที่ชื่ออีเดน แบรดลีย์ ยังไม่ได้อ่านหรอกค่ะ เพราะหนังสือยังไม่ออก

ที่เหลือก็มีออกกันบ้างประปราย ไม่ถึงกับออกหัวใหม่เป็นเรื่องเป็นราวที่โฆษณาความฮ็อต อย่างเซ็นต์มาร์ตินก็เก็บนักเขียนอีบุ๊คไปไว้ในคลังแสงได้หลายคน และงานที่ออกก็ถือว่าใช้ได้นะคะ หรืออย่างนิวอเมริกันไลบรารี่ก็เดินตามรอยเดียวกับเบิร์คเลย์ จนดูหนังสือแล้วก็นึกว่าเป็นสำนักพิมพ์เดียวกันไปซะงั้น

สรุป และหวังว่าจะตอบคำถามเพื่อนบางคนที่ถามได้ อีโรติกโรแมนซ์มาแรงค่ะ และคงจะเป็นเทรนด์ที่อยู่ไปอีกสักพัก และนักเขียนอีบุ๊คก็จะถือทาบทามมาเขียนเรื่องให้กับสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คมาก ขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาที่ตามมาก็คงเป็นคุณภาพของงานที่ลดลงเรื่อย ทั้งในงานอีบุ๊ค และพรินต์บุ๊ค (เพราะคนเก่งเข้ามากันหมดแล้ว พวกหน้าใหม่บางคนอาจจะไม่แน่พอจะมา แต่ก็ได้มา เพราะไม่มีใครแล้ว)

คำถามคือ (อันนี้แม็กซ์ถามเอง) ยังมีเพชรเหลืออีกไหมในวงการอีบุ๊ค นักเขียนคนไหนที่ยังไม่ได้ออกงานพรินต์บุ๊คเสียที ทั้งที่แม็กซ์คิดว่า เจ๊คนนี้เจ๋งสุดสุดเชียวนะ คำตอบก็คือ มีค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อนแล้ว กลัวสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คจะมาล้วงความลับค่ะ

Tuesday, January 20, 2009

Made for Two Champions // Madison Hayes

ปกติแม็กซ์ไม่ค่อยรีวิวอีบุ๊คหรอกนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่อ่านหรอกนะคะ แต่เพราะเรายังคงมีอคติที่คิดอยู่เสมอว่า คุณภาพของหนังสือที่ผลิตเป็นอีบุ๊คก่อน (ที่จะเอามาพิมพ์ขายเป็นพรินต์บุ๊ค) มักจะมีคุณภาพสู้กับหนังสือพรินต์บุ๊คแบบดั้งเดิมไม่ได้

อีกอย่างซึ่งเ็ป็นเหตุผลสำคัญที่สุด เพราะเราเองก็ไม่ค่อยจะซื้ออีบุ๊คมาอ่านเท่าไหรนัก ส่วนใหญ่ที่ได้มาก็ล้วนแต่ด้วยวิธีการที่ผิดกม. ไม่ได้เสียเงินให้คนแต่งเขาหรอกนะ ดังนั้นอ่านฟรีแล้ว จะยังมาเขียนรีวิวด่าเขาอีก ก็รู้สึกทุเรศตัวเองไปน่ะค่ะ (เราคิดเสมอนะคะว่า อ่านฟรีไม่น่าพูดมาก)

แต่เล่มนี้เป็นข้อยกเว้นค่ะ เพราะแม้ตั้งต้นจะได้มาอย่างไม่ได้ลงทุน แต่พออ่านจบไปแล้วสนุกได้ใจ เราก็ทำหน้าที่นักอ่านที่ดี ด้วยการเข้าไปซื้อฉบับเสียเงินเรียบร้อยแล้วค่ะ (เราเป็นอย่างนี้นะคะ ถ้าอ่านอีบุ๊คเล่มไหนสนุก ก็จะตามเข้าไปซื้อทีหลัง เพื่อเป็นการแสดงการสนับสนุนคนแต่ง ให้เขาได้ค่าลิขสิทธิ์ จะได้มีกำลังเขียนต่อให้เราได้อ่านกัน) ดังนั้นก็เลยคิดว่าตัวเองก็น่าจะมีสิทธิเขียนรีวิวเล่มนี้สักหน่อย

Made for two champions ของเมดิสัน เฮยส์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ในชุด ที่เราก็ไม่รู้จะเรียกว่าชุดอะไรดี แต่ทุกเล่มขึ้นต้นชื่อเรื่องด้วยคำว่า "Made for..." และเป็นเรื่องแนวเราสามคน พระเอกสอง และนางเอกหนึ่ง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกยุคอนาคต ที่มนุษย์ออกไปท่องอวกาศ และค้นพบโลกใหม่ ๆ ข้างนอกนั่นมากมาย ตัวละครในเรื่องเกี่ยวพันกันไปกันมา แต่ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนทางพล็อตขนาดว่าต้องนั่งอ่านเรียงกันทีละเล่มหรอก นะคะ

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของราชินียาริ แห่งดาวอีโยน่าที่ถึงเวลาต้องเลือกคู่ครองเสียที ประเพณีของดาวดวงนี้ในการเลือกคู่ให้กับราชินีก็คือการประลองยุทธ์ระหว่าง ชายหนุ่มทั้งหลาย และก็มีชายสองคนที่ปรารถนาจะได้เป็นคนเคียงข้างราชินียาริเหลือเกิน

คนนึงคือแคมป์ นายทหารในกองทัพอีโยน่า คนท้องถิ่นที่ใฝ่ฝันอยากเป็นคู่ของยาริมาเกือบตลอดชีวิต แคมป์ฝึกฝนตัวเองจนมีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ที่ต้องใช้ในการประลอง เป็นตัวเก็งอันดับหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ทำให้ใครผิดหวังเมื่อเขาผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเิลิศจนได้ แต่คนที่อยู่เผชิญหน้าเขาในสนามประลองอีกฝั่งกลับเป็นคนที่ทุกคนแปลกใจ

เพราะเขาคือแม็ทช์ นายทหารชาวโลกที่มาประจำการบนดาวอีโยน่า แม็ทช์เห็นยาริครั้งแรกก่อนการประลองเริ่มขึ้น แต่ตัดสินใจว่าเขาต้องการเธอ และแม้จะไม่มีความสามารถที่จำเป็นในการประลองเลยก็ตาม แม็ทช์ก็ผ่านมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

ผู้ชายสองคนที่รักผู้หญิงคนเดียวกัน ซึ่งถ้าไม่ใช่นิยายแนวอีโรติค โรแมนซ์ มันก็คงจะลงเอยด้วยดีไม่ได้หรอกนะคะ แต่คงไม่ต้องชี้โพลงให้กระต่ายกันหรอกนะคะ่ว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จะจบลงเช่นไร

ไม่ได้แก้ตัว หรือหาข้ออ้างด้วยตัวเองนะคะ เพราะเราไม่ใช่คนที่ต้องปิดบังความชอบส่วนตัวอยู่แล้ว แม็กซ์ไม่ได้ชอบเล่มนี้เพราะเป็นพล็อตชนิดเราสามคน (ไม่เหมือนใครบางคนที่โคตรชอบ แต่ปากก็ปฏิเสธอยู่นั่นแหละ) เหตุผลที่ชอบเล่มนี้เป็นเพราะแม็ทช์ค่ะ

แม็ทช์เป็นพระเอกอย่างที่เราอยากอ่าน ผู้ชายที่ไม่ใช่คนดีนัก อาจจะติดเลวด้วยซ้ำ เพราะการที่เขาชนะการประลองมาได้เรื่อย ๆ ก็เพราะเขาโกง โกงทุกครั้งที่ประลอง ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา เรียกว่าถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล เขารู้ว่าเขารักยาริ และพร้อมจะทำทุกอย่างเพียงให้ได้เธอ และในเมื่อเขาไม่ได้เตรียมพร้อมเพื่อกาประลอง (เพราะไม่เคยเจอกับนางเอกมาก่อน) มันก็สายเกินกว่าที่จะใช้วิธีการที่ถูกต้อง แต่เขาก็ปล่อยเธอไปกับชายคนอื่นไม่ได้ การโกงจึงเป็นหนทางเดียว

และเขาก็โกงได้น่ารักมาก

ทั้งแม็ทช์และแคมป์เป็นตัวละครที่มีแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คนนึงเต็มไปด้วยเกียรติ คนนึงไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่ทั้งคู่ประกอบกันเป็นกำลังที่ขาดไม่ได้สำหรับยาริ พวกเขาเป็นผู้คุ้มครองที่เธอต้องการในตำแหน่งราชินี แคมป์เป็นคนที่ประชากรในดวงดาวของเธอยอมรับ เพราะเขาเป็นคนท้องถิ่น ในขณะที่แม็ทช์เป็นคนที่เธอต้องการในการติดต่อกับดาวอื่นนอกโลก เพราะเป็นคนที่ทำงานในกองกำลังพิทักษ์อวกาศ

พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรโดดเด่น ก็เหมือนอย่างแนวอีโรติค โรแมนซ์ทั่วไปที่ทุกเส้นทางนำมาสู่ฉากเซ็กส์ ซึ่งเล่มนี้ก็ฮ็อตได้ใจเลยล่ะ และก็เว้าซื่อ ๆ ล่ะนะ คุณภาพของเล่มนี้ก็ยังเทียบกับพรินต์บุ๊คไม่ได้อยู่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะคาแร็คเตอร์ของแม็ทช์ เล่มนี้มันก็คงไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าเล่มอื่น

แต่แค่ตัวละครตัวเดียว มันก็ทำให้แม็กซ์เทใจให้กับเล่มนี้ได้ไปเยอะเลยล่ะค่ะ

คะแนน (ชนิดไม่เป็นกลางนัก เพราะกรี๊ดแม็ทช์สลบ) ที่ 73

Coming In Last // Shiloh Walker

อารมณ์โรแมนติคสืบสวนยังคงพุ่งกระฉุดต่อเื่นื่องนะคะ แม้ว่าเรื่องนี้แม็กซ์จะเคยอ่านมาแล้วในฉบับอีบุ๊คก็ตาม แต่เมื่อได้ฉบับพรินต์บุ๊คที่สั่งซื้อช่วงสนพ.อีลอร่าส เคฟลดราคากระจาย เราก็สั่งซื้อไป และเมื่อได้มา ก็เกิดอารมณ์ (อยากอ่าน) อีกรอบ

ไชโลห์ วอร์คเกอร์เป็นหนึ่งในนักเขียนอีบุ๊คที่แม็กซ์ชื่นชอบ นอกจากเธอจากเขียนเรื่องแนวพารานอมอลได้น่าอ่าน เธอก็ยังเขียนเรื่องแนวปัจจุบันที่น่าไม่แพ้กัน

และเรื่องนี้คือ หนึ่งในหนังสือที่แม็กซ์ชอบพอสมควรเลยล่ะ

แต่ขอเตือนนิดนึงแล้วกัน มาตรฐานของแม็กซ์สำหรับหนังสืออีบุ๊คจะไม่ค่อยสูงมากนัก เรามีความให้อภัยได้สูงสำหรับหนังสือที่เขียนเป็นอีบุ๊ค ในขณะที่จะใจร้ายพอควรเลยล่ะสำหรับพรินต์บุ๊ค (เพื่อความเ้ข้าใจนะคะ คำว่าอีบุ๊คของเราหมายถึงหนังสือที่ออกขายเป็นอีบุ๊คก่อนที่จะมีพรินต์บุ๊ค ออกมา ในขณะที่พรินต์บุ๊ค อาจจะมีเวอร์ชั่นที่เป็นอีบุ๊คด้วยก็ได้ แต่ถึงจะมีอีบุ๊คออกมา ก็มีพรินต์บุ๊คออกมาด้วย)

Coming In Last ของไซโลห์ วอร์คเกอร์

หนังสือเรื่องนี้เปิดตัวเหมือนสูตรโรแมนซ์เป๊ะ ๆ เลยค่ะ เล่าถึงพระเอกที่กำลังฟัดสาวอยู่บนเตียง แต่เจมี่ แม็คอดัมส์ก็เริ่มเบื่อหน่ายชีวิตหนุ่มเสเพลของตัวเองเต็มทีแล้วล่ะ เขารู้สึกถวิลหาบางสิ่งที่มากกว่า

กระนั้นเจมี่ซึ่งเป็นนักสืบเอกชนก็รับงานจากเพื่อนของผู้เป็นพ่อที่ขอ ร้องให้เขาและหุ้นส่วนสืบหาความจริงว่าใครกันแน่ที่เป็นคนยักยอกเงินไป จากบริษัท (พล็อตนี้จะคล้ายกะเรื่อง The Cutting Edge ของลินดา โฮเวิร์ดพอสมควรค่ะ) ซึ่งเมื่อเขาไปถึง ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญคือแอนดี้ มอร์โรว์

นั่นเพราะแอนดี้มีรายได้เกินกว่าหน้าที่การทำงาน เธอเป็นเพียงผู้ดูแลศูนย์เลี้ยงเด็กในโรงงาน แต่กลับขับรถหรูราคาแพง พักอาศัยในอพาทเม้นต์ในย่านชั้นดี และมีเงินเก็บจำนวนไม่น้อย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอตกเป็นเป้าหมายของการสืบสวน

แต่ที่แปลกก็คือ เจมี่รับรู้เกือบจะในทันทีว่า แอนดี้เป็นผู้หญิงที่เขาฝันหามาตลอดชีวิต เธอคือนางในฝัน คนที่เขารอคอย และเจมี่ก็ฉลาดพอที่จะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไป ทั้งคู่เริ่มความสัมพันธ์อันรวดเร็วและร้อนแรง (มันเป็นงานที่ออกขายกะอีลอร่า ก็น่าจะพอเดาได้นะคะว่า เซ็กส์ในเรื่องเป็นยังไงกันบ้าง)

เจมี่แน่ใจตั้งแต่ก่อนจะมีข้อพิสูจน์ด้วยซ้ำว่า แอนดี้ไม่ใช่ตัวการในการทำผิด แต่นั่นไม่สำคัญเลย เพราะแม้เขาจะหาข้อยืนยันได้ว่า รายได้ที่เกินตัวของแอนดี้มีแหล่งที่มาอันถูกกฎหมาย (เธอเป็นนักเขียนนิยายโรแมนซ์) เขาก็ยังต้องใช้เธอเป็นเครื่องมือในการจับผู้ร้ายตัวจริง

การกระทำที่เจมี่ไม่ต้องการทำ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธแผนการนี้จากหุ้นส่วนของเขาได้

พล็อตของเล่มนี้ง่าย ๆ ค่ะ คนร้ายตัวจริงที่ยักยอกเงินไปก็หาได้ไม่ยากเย็นอะไรด้วยซ้ำ มันแทบจะไม่มีการสืบสวน ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งภายใน สำหรับเจมี่ที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อนที่จะได้เจอกับแอนดี้ ความอึดอัดที่เขาประสบที่ต้องปล่อยให้คนอื่นคิดว่าเธอเป็นคนร้าย การอยู่นิ่งไม่ออกมาปกป้องเธอ (เขาต้องการให้คนร้ายตัวจริงวางใจคิดว่า เขาทำพลาดสงสัยคนผิด จะได้หละหลวมและทิ้งหลักฐานการทำผิดเอาไว้) เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แอนดี้รู้สึก แต่ไม่อาจช่วยอะไรเธอได้เลย

เหมือนกับหนังสือส่วนใหญ่ ที่แม็กซ์ชอบพระเอกเป็นหลัก และเจมี่ในเรื่องก็สอบผ่าน เขารู้ตัวว่ารักแอนดี้อย่างที่ไม่ต้องมีใครมาบอก ในขณะเดียวกันก็ถูกบังคับโดยหน้าที่ให้หลอกลวงเธอ นี่เป็นแนวที่เราชอบอยู่แล้ว ในขณะที่แอนดี้เอง แม้ไม่โดดเด่นในแง่ของคาแร็คเตอร์ แต่ก็ไม่มีข้อเสียอะไรให้น่าหมั่นไส้

เพราะเป็นพล็อตง่าย ๆ เรื่องราวจึงดำเนินไปโดยตัวละคร และในเมื่อเราชอบทั้งเจมี่ และแอนดี้ เราจึงค่อนข้างโอเคเลยล่ะกับเล่มนี้ แต่ก็นะ อย่างที่บอกค่ะ มาตรฐานของแม็กซ์ตอนหนังสืออีบุ๊คไม่สูงเหมือนพรินต์บุ๊ค เราเองไม่แน่ใจนะคะว่า ถ้าเล่มนี้ออกขายเป็นพรินต์บุ๊คก่อน เราจะรู้สึกเป็นบวกกะเล่มนี้ขนาดไหน

คะแนนที่ 73