Showing posts with label Shannon McKenna. Show all posts
Showing posts with label Shannon McKenna. Show all posts

Monday, February 16, 2009

Hot Night // Shannon McKenna

เพิ่งอ่านเรื่องนี้จบไปแบบสดสดร้อนร้อน นั่นก็คือเรื่อง Hot Night ของแชนน่อน แม็คเคนน่า ซึ่งเป็นนักเขียนที่เราชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่ง หนังสือเรื่องนี้เราค่อนข้างตั้งหน้าตั้งตารอคอยนะคะ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ามีพล็อตเรื่องแบบที่เราชอบ

คงเห็นคำว่าเข้าใจผิดที่เราพิมพ์ไป

ความเข้าใจผิดของเราก็คือคิดว่าหนังสือเรื่องเป็นเรื่องแนวผจญภัยหา สมบัติเรือสแปนิชโบราณ นางเอกเป็นนักโบราณคดี ส่วนพระเอกเป็นนักผจญภัย แต่เมื่อหยิบหนังสือมาอ่านเราก็พบว่าเราคิดผิดทั้งหมด

เริ่มตั้งแต่นางเอกไม่ใช่นักโบราณคดี แต่เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดหาเงินทุนของพิพิธภัณฑ์ที่กำลังแสดงโชว์สมบัติจาก เรื่องสแปนิชโบราณ ส่วนพระเอกก็เป็นช่างกุญแจ

ใช่แล้ว คุณไม่ได้ตาฝาด พระเอกเรื่องนี้เป็นช่างกุญแจ

ทั้งสองได้พบกันเมื่อนางเอกลืมกุญแจไว้ในบ้านของตัวเอง และต้องโทรศัพท์ตามช่างกุญแจมาช่วยสะเดาะกลอน และพระเอกของเราก็มา ตามแนวของแชนน่อนอาการเจอกันครั้งแรกก็ร้อนแรงสมชื่อเรื่อง พระเอกของเราไม่ต้องการเงินค่าสะเดาะกุญแจ แต่ขอแลกเป็นเบอร์โทรศัพท์และจุมพิตจากนางเอก

เท่าที่อ่านงานของแชนน่อนมา เราว่าเรื่องนี้เป็นงานที่ดีที่สุดของเธอค่ะ เฉือนชนะเรื่อง "กลับมาหาฉัน" (Return to me) ได้นิดเดียวเอง ที่ชอบเรื่องนี้มากเพราะเรามองว่านี่เป็นพัฒนาการก้าวสำคัญของผู้แต่ง ในที่สุดเธอก็เขียนพระเอกที่ไม่มีอาการเหมือนคนเป็นโรคจิต และนางเอกที่มีกระดูกสันหลังมากพอจะกล่าวคำว่าไม่ กับพระเอกได้

เรื่องนี้เราชอบแซน (คิดว่าอ่านอย่างนี้นะ เพราะพระเอกชื่อเต็มว่าอเล็กแซนเดอร์) เขาเป็นผู้ชายที่มีภูมิหลังแต่ไม่ปล่อยให้มันมีอิทธิพลเหนือการกระทำของตัว เอง เราชอบที่เขาพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คู่ควรกะนางเอก ชอบที่เขายังคงรักษาความดิบเถื่อนตามสไตล์พระเอกของแชนน่อนเอาไว้โดยไม่ดู เหมือนพวกโรคจิต

เราชอบแอ็บบี้นางเอก แม้ว่าจะน้อยกว่าแซนมาก ชอบที่เธอมีสติมากพอ และใจร้ายกับพระเอก แม้ว่าหลายครั้งเรารู้สึกว่ามันเกือบจะข้ามเส้นไป เธอเคยมีประสบการณ์กับผู้ชายที่ผิดพลาด และพยายามเรียนรู้จากมัน เธอมีรายชื่อคุณสมบัติผู้ชายในสเป็คยาวเหยียด และเกือบทุกข้อไม่ใช่สิ่งที่พระเอกของเรามี เธอพยายามปฏิเสธเขา และนี่เองเป็นสิ่งที่ทำให้หนังสือเรื่องนี้น่าอ่าน เพราะแซนไม่ยอมแพ้โดยง่าย เขาตามตื้อเธอแม้จะถูกปฏิเสธ

แน่นอนว่าอาวุธสำคัญที่พระเอกของเรามีก็คือประกายไฟวูบวาบที่ทั้งคู่มี ให้กัน ซึ่งก็เป็นไปตามชื่อเรื่อง มันกลายเป็นค่ำคืนแห่งความร้อนแรง เมื่อแซนยื่นข้อเสนอขอเป็นคนรักแบบลับกับนางเอก เขาบอกกะเธอว่า ไม่จำเป็นจะต้องพาเขาออกโชว์กับเพื่อนฝูง ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะทำให้เธอขายหน้า ขอแค่ให้ยอมรับเขาเป็นคนรักในความมืดกับเธอ

ผู้หญิงคนไหนจะปฏิเสธข้อเสนออย่างนั้นได้ แอ็บบี้ก็เช่นกัน

ธีมหลักของเรื่องก็คือการสอนนางเอกว่า ชายในฝันไม่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบ ผู้ชายที่มีคุณลักษณะตรงกับที่แอ็บบี้ต้องการ สุดท้ายก็กลายเป็นฆาตกรโรคจิต ในขณะที่ช่างกุญแจที่ทำงานกะดึกของเรากลับเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวที่เธอรอคอย มานาน

โดยรวมแล้วไม่ผิดหวังกับเรื่องนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้ยินข่าวลือจากเพื่อนมาว่าเรื่องนี้ไม่สนุก หรือเปล่า ทำให้เราไม่ค่อยได้ตั้งความหวังเท่าไหร ทำให้พออ่านเข้าจริงจึงรู้สึกสนุกมาก

Friday, February 13, 2009

Quinn's Return // Shannon Anderson & Return to Me // Shannon McKenna

หนังสือเล่มนี้เป็นความภาคภูมิใจของแม็กซ์ค่ะ ที่สามารถค้นหาจากตลาดหนังสือมือสองในเน็ตมาได้ แม็กซ์ซื้อหนังสือเล่มนี้มาโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพล็อตเรื่องเป็นยังไง เหตุผลเดียวที่เราอยากได้เล่มนี้ก็คือความจริงที่ว่า แชนน่อน แอนเดอร์สันเป็นนามปากกาของคนแต่งที่ใช้ชื่อว่า แชนน่อน แม็คเคนน่า

และคนที่อ่านบลอกของแม็กซ์มานานพอ หรือรู้จักแม็กซ์ ก็จะรู้ว่า แม็กซ์คลั่งไคล้แชนน่อน แม็คเคนน่ามากขนาดไหน

ก่อนที่แชนน่อนจะประสบความสำเร็จในนามของแม็คเคนน่า เธอเคยเขียนหนังสือเล่มเล็ก (ความยาวไม่ถึงสองร้อยหนา) ให้กับสนพ.ที่ปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้ว โดยใช้นามปากกาว่าแชนน่อน แอนเดอร์สัน

หนังสือที่เธอเขียนในนามปากกาแชนน่อน แอนเดอร์สันมีห้าเล่ม ซึ่งตอนนี้แม็กซ์มีในครอบครองแล้วสี่เล่ม เหลืออีกเล่มนึงค่ะ ซึ่งก็คงต้องตามหากันต่อไป

แม็กซ์เลือกหยิบเล่มนี้มาอ่านก่อนเลย เพราะดูพล็อตแล้วน่าสนดี เรื่องราวของชายหนุ่มที่เดินทางกลับมาบ้านเกิดหลังจากจากไปนานหลายปี

พล็อตอย่างนี้เป็นพล็อตที่ใช้กันบ่อยมากในนิยายโรแมนซ์ ดังนั้นเราจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ดังนั้นลองนึกถึงความแปลกใจของตัวแม็กซ์ดูสิคะที่เมื่อเราเริ่มต้นอ่าน ประโยคแรกในเล่มแล้วรู้สึกว่ามันคุ้น

เอาเป็นว่าโคตรคุ้นเลยแล้วกัน

นั่นก็เพราะหนังสือเรื่อง Quinn's Return ก็คือต้นแบบของหนังสืออีกเรื่องที่แชนน่อนเขียนในเวลาต่อมา ด้วยนามปากกาแชนน่อน แม็คเคนน่า โดยใช้ชื่อเรื่องว่า Return to Me

หลังจากอ่านเล่มนี้จบ เราขอสรุปเลยแล้วกันว่า เรื่อง Quinn's Return ถูกนำกลับไปรีไซเคิล โดยยังคงรักษาพล็อตหลักของเรื่องเอาไว้เกือบหมด ทั้งประโยค คำพูด การบรรยายเรื่อง ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง Return to Me กระทั่งชื่อของพระนางก็ยังเกือบจะเหมือนกัน

เราเลยถือเป็นโอกาสอันดีนะคะ รีวิวหนังสือทั้งสองเล่มนี้ไปในคราวเดียวกันเลยดีกว่า

Quinn's Return ของแชนน่อน แอนเดอร์สัน

แม็กซ์หาภาพปกของหนังสือเล่มนี้ไม่เจอนะคะ เลยไม่ได้เอามาลงให้ดูกัน (ถ้ามีโอกาสจะถ่ายรูปของเล่มที่แม็กซ์มีในครอบครอบมาลงแล้วกันนะคะ)

ไซม่อน ควินน์ซึ่งเป็นช่างภาพที่ประสบความสำเร็จ ตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อสะสางเกี่ยวกับมรดกของกัส ควินน์ผู้เป็นลุงที่เพิ่งเสียชีวิตไป แต่การกลับมาของเขาก็สร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนทั้งเมือง ที่ยังคงจดจำพฤติกรรมห่าม ๆ ของเขาในวัยเด็กได้ และนั่นรวมทั้งเอลินอร์ คอนเนอร์ หญิงสาวตระกูลเก่าผู้เพียบพร้อม ผู้ซึ่งเติบโตมาพร้อม ๆ กับไซม่อน

เด็กทั้งสองผูกพันกันมาก ความผูกพันที่ดึงรั้งเอลินอร์เอาไว้ไม่ให้มีความสัมพันธ์กับใครอื่น จนกระทั่งในที่สุดเธอตัดสินใจที่จะตัดใจจากไซม่อนผู้ซึ่งนับแต่จากไปจาก เมืองเขาก็ไม่เคยติดต่อเธออีกเลย แอลลี่ตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตที่เธอต้องการเสียที เธอตอบรับหมั้นจากชายหนุ่มเนื้อหอมของเมือง แบรด มิชเชลล์เป็นชายในฝันสำหรับผู้หญิงหลายคน แต่เมื่อไซม่อนกลับมา แอลลี่ก็พบความจริงว่า ตัวเองไม่เคยตัดใจไปจากเขาได้เลย

หนังสือเรื่องนี้เป็นหนังสือรักแบบเบสิค นั่นหมายถึงไม่มีอะไรในพล็อตมากไปกว่าเรื่องรักระหว่างไซม่อน และแอลลี่ เรื่องราวที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย และไม่โทษแอลลี่เลยที่เลือกไซม่อน ในเมื่อแบรด และครอบครัวของเขาดูช่างห่วยแตก และแม็กซ์ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมแอลลี่ทนพวกนั้นได้จนถึงกับหมั้นหมายกับแบรด (ถ้าจะคิดว่าพวกนั้นลายยังไม่ออก ก็ไม่น่าเชื่อ เพราะพฤติกรรมของพวกนี้มันแย่นะ ไม่น่าจะเก็บซ่อนไว้ได้นาน)

มันไม่แปลกอะไรสักนิดเมื่อแอลลี่เลือกไซม่อน แต่มันกลับกลายเป็นจุดด้อยของไซม่อนที่ไม่กล้าตัดสินใจ พระเอกของเราหวาดกลัวความรัก อย่างไม่มีเหตุผล มีการแย้ม ๆ ถึงการที่เขาถูกทารุณในวัยเด็กจากผู้เป็นลุงบ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจนเพียงพอ แม็กซ์อ่านแล้วไม่เห็นใจ หรือสงสาร ออกจากหมั่นไส้ด้วยซ้ำที่เขาเลือกที่จะเดินจากแอลลี่ไป

แต่โดยรวมรู้อะไรไหมคะ แม็กซ์มองเห็นโอกาสของการที่หนังสือเล่มนี้จะได้รับการแปลเป็นภาษาไทย มากกว่าเรื่อง Return to Me (ที่เราคิดว่าดีกว่าหลายขุม) เสียอีก เพราะเรื่องนี้มีองค์ประกอบทุกอย่างที่สนพ.ในเมืองไทยชอบ ไม่ว่าจะเป็นตัวเรื่องที่บางจ๋อย (แค่ร้อยหกสิบกว่าหน้า) นางเอกที่เป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง เก็บเนื้อเก็บตัวเอาไว้ให้พระเอก

แต่สำหรับแม็กซ์ คะแนนที่ 57

Return to Me ของแชนน่อน แม็คเคนน่า

อย่างที่บอกไปแล้วนะคะ หนังสือเรื่องนี้ก็คือการเอาเรื่อง Quinn's Return มาเขียนใหม่ และมันช่างเป็นการเขียนใหม่ที่เพิ่มเติมความสมบูรณ์แบบให้เนื้อเรื่องอย่าง มาก

ตัวแม็กซ์เองกลายมาเป็นแฟนหนังสือของแชนน่อนก็เพราะเล่มนี้ (เราอ่านเรื่องนี้ก่อนอ่าน Quinn's Return ค่ะ) คนแต่งเขียนได้ดีมากขนาดที่เราไม่รู้เลยสักนิดว่าส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ส่วนแทรกขึ้น ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพล็อตเรื่อง

พล็อตของหนังสือเรื่องนี้เหมือนกับเรื่อง Quinn's Return ชนิดลอกกันมากเลยแหละ (ก็มันลอกกันจริง ๆ นี่) เพียงแต่ในเล่มนี้พระเอกของเราชื่อว่า ไซม่อน ไรลี่ย์ เขาเป็นช่างภาพระดับเจ้าของรางวัล และผ่านการถ่ายภาพในสงครามโหดมาแล้ว เขาตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด เพราะอีเมลล์ที่ได้รับจากกัส ผู้เป็นลุง ซึ่งในตอนเปิดเรื่องได้เสียชีวิตลงแล้ว ลุงของเขาได้ชื่อว่าเป็นคนเพื้ยนและชอบใช้ความรุนแรง ซึ่งไซม่อนรู้เป็นอย่างดี แต่ในอีเมลล์นั้นมันราวกับว่า กัสมีช่วงเวลาที่ชัดเจนเกิดขึ้น ในอีเมลล์กล่าวถึงเหตุการณ์บางอย่างในอดีตที่กัสได้เข้าไปเห็นเป็นพยาน การกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ การกระทำที่ตามหลอกหลอนกัส และเป็นสิ่งที่กัสต้องการให้ไซม่อนระวังตัวจากผลพวงของมัน

ไซม่อนเดินทางกลับมา และเขาก็ได้พบกับเอล หรือเอเลน เค้นต์ สาวน้อยที่บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าของโรงแรมชนิดเบดแอนด์เบรคฟาสต์ที่ซึ่งเขา มาเข้าพัก (ส่วนนี้เหมือน QsR ค่ะ) และเช่นเดียวกัน เอเลนที่รักไซม่อนมาตลอดชีวิต เธอตัดสินใจเลิกรอคอยการกลับมาของเขาแล้ว เธอได้หมั้นหมายกับแบรด ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม แต่แล้วการกลับมาของไซม่อนก็ทำให้เอเลนต้องทนทวนทุกอย่างอีกครั้ง

ในหนังสือเล่มนี้ ความผูกพันระหว่างไซม่อนและเอเลนถูกถ่ายทอดออกเป็นตัวหนังสือไ้ด้ชัดเจน ทำให้แม็กซ์รู้สึกถึงความรักที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน จนกลายเป็นความรักฝังใจที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ก็ไม่อาจทำให้ไซม่อน และเอลลืมเลือนอีกฝ่ายได้เลย

ในเล่มนี้อดีตของไซม่อนถูกเล่าออกมามากพอจนทำให้แม็กซ์เข้าใจความต้องการ หลีกหนีความรักของเขา เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมองว่าตัวเองไม่เหมาะกับความรัก เข้าใจเหตุผลที่เขาเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตของเอล (ในขณะที่ QsR มันเป็นคำถามข้อใหญ่ที่เรามี) แม้จะไม่เห็นด้วยนะ แต่อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกว่าพระเอกงี่เง่าที่เดินจากสิ่งดี ๆ อย่างเอลไป

นี่ยังไม่ได้พูดถึงฉากเซ็กส์ที่ฮ็อตกว่าอีกค่ะ ความสามารถของแชนน่อนก็คือ เธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบอะไรในเรื่องเลย การเพิ่มดีกรีความร้อนแรงไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องสูญเสียไป

นอกจากนี้แล้วการเติมพล็อตในส่วนของความลึกลับในอดีตของกัสที่ตามมาระราน ไซม่อนในปัจจุบันก็ทำให้เรื่องมีน้ำหนัก และน่าติดตามอ่านยิ่งขึ้น

และส่วนที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดก็คือ เรื่องนี้คู่หมั้นของเอลไม่ใช่ตัวร้ายที่เป็นอย่างใน Quinn's Return เพราะแบรดมาด้านลึกที่ซ่อนเอาไว้ เราชอบมาก ๆ ที่แชนน่อนเขียนแบรดในเวอร์ชั่นใหม่ ผู้ชายที่มีสองด้าน ด้านนึงอาจจะไม่ชอบไซม่อน (ใครจะชอบเขาได้ในเมื่อไซม่อนคือตัวปัญหาในวัยเด็ก และยังแย่งเอลไปจากแบรดอีก) ในอีกด้านนึงเขาก็ยังเป็นมนุษย์ที่รู้จักผิดชอบชั่วดี

คะแนนที่ 87

การที่แม็กซ์ได้มีโอกาสอ่าน Quinn's Return ที่แม้จะไม่ได้สนุกอะไร แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะคะว่าจะสนุก แม็กซ์คิดเสมอว่าหนังสือที่สั้นขนาดนั้น แทบจะไม่มีโอกาสที่จะสนุกขึ้นมาได้หรอก การที่เราได้เห็นต้นแบบของ Return to me ทำให้เราตระหนักแก่ใจถึงพัฒนาการของแชนน่อนในฐานะนักเขียนยิ่งขึ้น เพราะหนังสือทั้งสองเรื่องนี้ใช้พล็อตและการดำเนินเรื่องที่เกือบเหมือนกัน แต่การเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยกลับทำให้ความเห็นที่เรามีต่อหนังสือสองเล่มนี้แตกต่าง กันไปโดยสิ้นเชิง

Saturday, February 7, 2009

ตา่ยแล้วแน่เหรอ

คาดว่าคงเป็นเพราะเมายา (แก้ปวด) ที่กินเข้าไปเมื่อคืน บวกกับอาการบ้าพี่น้องตระกูลแม็คคราวน์ ก็เลยฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พอหวนกลับไปคิดก็ชักจะรู้สึกว่า มีเค้าอยู่เหมือนกันนะ

สำหรับคนที่ติดตามอ่านงานของแชนน่อน แม็คเคนน่า ก็คงพอรู้ว่าเรื่อง Edge of Midnight เป็น เล่มสุดท้ายในชุด เพราะเป็นเรื่องของน้องชายคนสุดท้ายที่เหลือเป็นโสดเพียงคนเดียวอย่างฌอน แม็คคราวน์ แต่สำหรับแฟนโรแมนซ์ตัวจริงเสียงจริงก็คงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า เขาเป็นคนสุดท้ายจริงเหรอ

นั่นก็เพราะเขายังมีฝาแฝดอีกคนที่ถูกกำหนด ตั้งแต่ต้นเรื่องว่าตายไปแล้ว เควิน แม็คคราวน์ แต่ตราบใดที่แม็กซ์ยังไม่เห็นศพ ความไม่เชื่อก็โผล่มาเสมอ เควินอาจจะยังไม่ตายก็ได้จริงไหม

คิดมาจนเก็บไปฝัน เพราะเมื่อคืนแม็กซ์ก็ตั้งทฤษฎีสุดบรรเจิด เอาแพะมาชนกับแกะ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุป ที่ดูดูไป ก็ไม่ขี้เหล่เลย

คงต้องบอกว่านี่เป็นความคาดการณ์ตามประสาคนที่ยังไม่ได้หยิบเรื่อง EOM มาอ่าน แต่อาศัยข้อมูลที่เก็บจะโน่นนิดนี่หน่อยตามอินเตอร์เน็ต มาร้อยเรียงเป็นเรื่องเป็นราว

ความจริงคือ แชนน่อนพูดย้ำหลายครั้งว่าเควินตายแล้วตายแน่ แต่เรายังไม่เห็นศพเขาจริงไหม (เพราะถูกฝังไปแล้วตั้งแต่ใน Behind Closed door แต่เราก็รู้นี่ ว่าศพที่ฝังอาจผิดตัวก็ได้ จริงป่ะ)

ความจริงคือ ในเรื่อง EOM ฌอนพยา ยามสืบสาเหตุการตายของเควิน ซึ่งเขาบอกว่านิสัยประหลาดเหมือนพ่อของพวกเขา (พ่อของพวกเขาเชื่อในทฤษฎีสมคบคิด และเลี้ยงลูกให้ไม่ไว้ใจใคร) เป็นไปได้ไหมว่า เควินเจอความลับบางอย่าง และเพื่อปกป้องพี่น้อง และตัวเอง เขาแสร้งความตายของตัวเองขึ้น

และสุดท้ายคำพูดของแชนน่อนเองในการตอบคำถามแฟนหนังสือ the one Ill be writing next, well I dont really want to say, because I might spoil it for people. I just bet that if you read EOM, you will be able to guess exactly what my next project will be.

นี่แม็กซ์เขียนเขียนไปก็ชักจะรู้สึกว่าตัวเองเชื่อทบ.สมคบคิดบ้างแล้วนะ

สรุปว่ากลับไปนั่งอ่าน EOM ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ไม่ต้องมานั่งคาดการณ์อย่างนี้

สุดท้ายก็คงมาลงเอยกับความจริงที่ว่า แม็กซ์โคตรจะอยากให้เควินคู่กะทามาร่า เพราะไม่เห็นผู้ชายคนไหนจะเหมาะกะเธอเท่านี้อีกแล้ว ยิ่งถ้าเควินออกแนวเพี้ยนเหมือนพ่อด้วย ยิ่งทำให้เรื่องน่าสนใจ

Edge of Midnight // Shannon McKenna

พูดไม่ออกค่ะ สำหรับความรู้สึกหลังจากอ่านเรื่อง Edge of Midnight ของแชนน่อน แม็คเคนน่าจบ

นานมาแล้วที่แม็กซ์ไม่ได้ร้องกรี๊ดกับหมอนแบบเด็กวัยรุ่นบ้าดาราเกาหลี นานมาแล้วที่แม็กซ์ไม่ได้อมยิ้มไปอ่านไปตลอดเรื่อง นานมากแล้วที่แม็กซ์ไม่ได้ลุ้นกับชะตากรรมของตัวละครที่ถูกเข้าใจมาตลอดว่า ตายไปแล้ว

แม็กซ์ไม่คิดว่าตัวเองจะชอบฌอน แม็คคราวน์ตอนที่เขาออกมาโผล่หน้าครั้งแรกใน Behind Closed door แม็กซ์ชอบผู้ชายแนวนิ่งเงียบ และเข้มอย่างเดวี่พี่ชายของเขามากกว่า ซึ่งโอเคนะ เรื่องของเดวี่ก็สนุก

แต่ฌอนได้ใจแม็กซ์ไปทั้งดวงแล้วตอนนี้

จะต้านทานได้ยังไงกับผู้ชายที่รักผู้หญิงคนเดิมมาตลอดสิบห้าปี คนที่ผลักไสเธอออกไปจากชีวิตเมื่อคิดว่าเธอกำลังอยู่ในอันตราย และนี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ได้ และผู้ชายคนเดียวกันนี้ก็ใช้เวลาต่อมาอีกสิบห้าปี จ้องมองและติดตามความเป็นของเธออย่างไกล ๆ เขาคิดว่ามันช้าเกินไปที่จะเดินกลับเข้าสู่ชีวิตของเธออีกครั้ง แม้ว่าจะรู้ดีว่า ปราศจากเธอแล้ว เขาก็ไม่สามารถมีความสัมพันธ์อันยืนยาวกับผู้หญิงคนอื่นได้อีก

แต่ฌอนก็ยังคงความเป็นฌอน เขาผ่อนคลาย และดูจะน่ารักที่สุดในบรรดาพระเอกของแชนน่อน อาการโรคจิตมีน้อยที่สุดจนแม็กซ์ไม่สังเกตเห็นเท่าไหร

ไม่นับเรื่องเซ็กส์ นี่ก็ยังเป็นหนังสือที่ดีที่สุดที่แม็กซ์ได้อ่านในชีวิต เป็นเล่มที่ดีที่สุดของแชนน่อน แม็คเคนน่า ข้อด้อยอย่างเดียวที่แม็กซ์คิดออกก็คงเป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครรองที่ แม็กซ์ไม่ชอบ และไม่คิดว่าเธอน่ารักหรือน่าสนใจพอจะมีบท แม็กซ์อยากอ่านเรื่องราวของฌอน และลิฟมากกว่า

เซ็กส์ในเรื่องอาจจะเยอะนะ แต่ไม่แม้แต่วินาทีเดียวที่แม็กซ์รู้สึกว่ามันเป็นเซ็กส์เพื่อให้มีฉาก เซ็กส์ มันเป็นการสื่อความสัมพันธ์ของคนสองคนที่รักกันมาก แต่ไม่รู้ว่าจะสื่อสารกันยังไง

เมื่อสิบห้าปีก่อน ฌอน แม็คคราวน์จำเป็นต้องขอเลิกกับลิฟ เอจดิค็อตเมื่อเขาได้รับรหัสลับจากเควินฝาแฝดของเขา เตือนว่าลิฟกำลังอยู่ในอันตรายถ้าเธอยังอยู่เมือง ในเวลานั้นฌอนอยู่ในคุกด้วยเรื่องไร้สาระ พี่ชายอีกสองคนของเขาก็อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ การขอเลิกกับลิฟเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เธอไปบอสตัน และออกจากเมืองที่อาจมีอันตรายกับเธอ

แต่เขาก็ต้องทนอยู่กับความจริงที่ว่า นั่นเป็นการกระทำที่โง่ที่สุด เมื่อในวันเดียวกันเควินก็ฆ่าตัวตาย ตอนแรกเขาและพี่ชายคิดว่ามันเป็นการฆาตกรรม ก่อนจะพบว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอจากสนับสนุนความคิดนั้น และต้องทนกับความจริงว่าเควินบ้าเหมือนพ่อของพวกเขา

ในทุกวันครบรอบวันตายของเควิน ฌอนจะซ่าส์ดื่มเหล้า และมั่วผู้หญิง ในตอนเปิดเรื่องก็เช่นเดิม หนังสือหลายเล่มเปิดตัวพระเอกด้วยการโชว์ว่าพระเอกขลุกอยู่กับหญิงอื่น ในเล่มนี้ก็ไม่ต่างกันนัก นอกจากไม่ใช่หญิงอื่นแค่คนเดียว แต่เป็นสองคน พร้อมกับกระดาษห่อถุงยางอีก 7 ห่อ

แต่ฌอนก็กลับมาพัวพันกับลิฟอีกครั้งจนได้ เมื่อเธอถูกตามปองร้าย ซึ่งเมื่อสืบไปกลับพบว่าเกี่ยวพันกับการตายของเควิน

เรื่องสืบสวนถือว่าสนุกตามสไตล์ของแชนน่อน แต่สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องก็คือฌอนและลิฟ แม็กซ์สัมผัสความรัก ความหลงใหลที่ไม่เลือนไปตามกาลเวลา

ไม่อยากบอกว่าอ่านเรื่องนี้แล้วกรี๊ดกับหมอน หรือถอนหายใจไปกี่เฮือก แต่ก็มากพอจะโดนคนใกล้ตัวหันมามองด้วยสายตาแปลก

แล้วก็มาถึงเรื่องเควิน ต่อไปก็สปอยล์นะคะ

ความฝันของแม็กซ์ถูกในบางจุด ศพที่ฝังไม่ใช่เควิน แต่ในเรื่องก็ยังไม่ยืนยันว่าเควินรอดหรือเปล่า แต่นิมิตของฌอนก็มองเห็นเควินในตอนโต หน้าที่เป็นแผลเป็นซีกนึง และว่าวที่มีลายที่เควินเคยวาดไว้ซึ่งอยู่ในซานฟรานฯ

แม็กซ์ยังเชื่อว่าเขายังไม่ตาย และเขาจะเป็นหนังสือเล่มถัดไปของแชนน่อน ต่อจากเรื่องของนิค วาร์ด (ซึ่งต้องขอโทษด้วยที่แม็กซ์จำเขาผิดกับไมลล์ ดังนั้นเขาไม่คู่กับซินดี้ ริกส์ ซึ่งนั่นทำให้ความอยากอ่านเรื่องของเขาเพิ่มขึ้นร้อยเท่า)

จะอีเมลล์ไปถามแชนน่อนค่ะ ถ้าเธอตอบ จะมาส่งข่าวต่อแล้วกัน

คะแนนที่ 93

Wednesday, January 21, 2009

Ultimate Weapon // Shannon McKenna

หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่แม็กซ์คิดถึงก่อนนอน และเป็นสิ่งแรกที่หยิบขึ้นมาอ่านหลังจากลืมตาตื่น (แน่นอนว่าหลังจากแปรงฟันแล้วนะคะ)

ยอมรับเลยค่ะว่าคาดหวังกับเล่มนี้มาก เพราะทามาร่า สตีลเป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุดตัวนึง และอย่างที่เราพูดไว้เสมอ เราไม่คิดว่าแชนน่อนจะถ่ายทอดเรื่องราวของเธอออกมาได้คู่ควรกับความเป็นทามา ร่า

หลังจากอ่านจบเรื่อง ทามาร่าไม่ได้เป็นผู้หญิงอย่างที่เราคิดว่าเธอเป็น แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ผิดหวังกับทิศทางที่แชนน่อนพาเราไป

Ultimate Weapon ของแชนน่อน แม็คเคนน่า

เหตุการณ์เริ่มต้นในเล่มนี้เกี่ยวเนื่องกับเล่มก่อนหน้าพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ถึงกับต้องอ่านเล่มก่อนหน้าหรอกนะคะที่จะรู้เรื่อง เพราะเราคิดว่าแชนน่อนสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีเลยล่ะ เพียงแต่ถ้าคุณอ่านเล่มนี้ก่อนเล่มอื่น ก็มีโอกาสที่จะถูกสปอลย์เล่มก่อนหน้าได้เอา่ง่าย ๆ

วาล ยาโนสเป็นสายลับ เป็นโจร เป็นนักหลอกลวง อันที่จริงเขาเป็นทุกอย่างที่เจ้านายของเขาสั่งให้เขาเป็น เขาขายวิญญาณของตัวเองตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปี เมื่อแม่ของเขาตายจากการเสพยาเกินขนาด และแมงดาของแม่ตัดสินใจให้เขาทำงานแทน แต่เขาไปได้ไกลมากสำหรับเด็กข้างถนนในฮังการี วาลกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของ PSS องค์กรเอกชนที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน และหนึ่งในงานที่เขาได้มาก็คือการตามหาตัวทามาร่า สตีล

และเขาก็เป็นคนเดียวที่หาตัวเธอเจอ หลังจากเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสี่ปีก่อน เมื่อเธอฆ่าลูกชายของเจ้าพ่อมาเฟียใหญ่ซึ่งเป็นอดีตเจ้านายของวาล แต่แม้จะใช้ชีวิตอยู่บนความหลอกลวง และทำทุกอย่างเืพื่อเอาชีวิตรอด วาลก็ไม่ยินดีที่จะใช้เด็กเป็นเครื่องมือ เพราะื่เมื่อเจ้านายของเขาสั่งให้วาลลักพาตัวราเชลลูกสาวบุญธรรมของทามาร่า เพื่อบังคับให้เธอทำตามความต้องการ เขาปฏิเสธ

สิ่งที่ตามมาก็คือ ชายเพียงคนเดียวที่เคยให้ความกรุณาแก่วาลโดนจับเป็นตัวประกันเพื่อบังคับให้ เขานำตัวทามาร่ากลับมาส่งมอบให้กับศัตรูของเธอ

นั่นไม่ใช่งานที่ง่ายเลย และเพียงแว่บแรกที่ทั้งสองพบกัน แทมก็รู้ว่าวาลมีบางอย่างซ่อนไว้ เธอไม่ไว้ใจเขา และรู้ว่าเขาคือศัตรู ปัญหาก็คือ เขาเป็นผู้ชายเพียงคนแรกและคนเดียวที่เข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของตัวละครที่มีบาดแผล คนที่ไม่สมบูรณ์สองคนที่สมบูรณ์แบบต่อกันและกันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งสองเป็นส่วนเติมเต็มของกันและกัน แม็กซ์ไม่เชื่อว่าทั้งวาลและแทมจะสามารถเป็นพระเอกหรือนางเอกของตัวละครอื่น ได้นอกจากคู่กัน รอยแผลในอดีตมากเกินกว่าที่คนที่ไม่เคยประสบความเจ็บปวดชนิดเดียวกันจะเข้า ใจ

สปอยล์ ฉากที่แทมถาม วาลถึงครั้งแรกที่เขาถูกบังคับให้ร่างกายทำในสิ่งที่ใจไม่ต้องการเพื่อปก ป้องชีวิตให้อยู่นานขึ้น และเขาตอบกลับมาว่า สิบเอ็ด ก่อนที่จะถามเธอกลับ และเธอตอบว่าสิบห้า มันสื่ออะไรได้เยอะมากสำหรับแม็กซ์ เด็กสองคนที่สูญเสียความไร้เดียงสาเร็วเกินไป

เรื่องนี้อ่านแล้วเหนื่อยค่ะ ไม่ใช่ว่าเรื่องราวมันมืดหรอกนะคะ อันที่จริงเราว่ามันสว่างกว่าที่คิดด้วยซ้ำ (เมื่อคิดถึงภูมิหลังของทั้งวาลและแทม) แต่มันเป็นหนังสือชนิดที่ต้องใช้เวลาในซึมซับ ในการทำความเข้าใจ ความซับซ้อนของแทมและวาล

และจะเชื่อไหมคะถ้าเราจะบอกว่า แม็กซ์คิดว่าวาลเป็นพระเอกชนิดที่เบต้าที่สุดที่แชนน่อนเคยเขียนมาแล้ว เราไม่ได้บอกว่าเขาอ่อนแอนะคะ แต่เขาเป็นคนที่ยอมรับความรู้สึกตัวเองได้ก่อนแทม เป็นฝ่ายบอกรักก่อน และที่สำคัญเป็นฝ่ายที่ยอมเสี่ยงทุกอย่างก่อน ด้วยการ (สปอยล์) บอกความจริงทุกอย่างแก่แทม ทั้งที่ชีวิตของคนที่เรารักอยู่ในมือศัตรูของเธอ เขาเป็นพระเอกชนิดที่หาได้ยากค่ะ เข้มแข็งมาก ๆ แต่ในขณะเีดียวกันก็เข้าใจแทมอย่างที่ไม่มีใครทำได้

ทามาร่าคือความน่าแปลกใจค่ะ แม็กซ์ไม่คิดว่าจะชอบนางเอกที่ร้องไห้บ่อยอย่างเธอนะคะ (ซึ่งเราไม่เคยคิดว่ามันจะเหมาะกับบุคลิคของเธออย่างที่แชนน่อนวางมาตั้งแต่ ต้นด้วย) แต่มันก็เวิร์คในทางนึง แม้จะร้องไห้ แทมก็ยังเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากคนนึง แม้จะน่าผิดหวังในหลายฉากที่เธอถูกจำกัดไม่ให้แสดงฝีมือเท่าที่ควร

โดยรวมหนังสือเล่มนี้ไม่ทำให้เราผิดหวังแม้แต่น้อย ออกจะดีกว่าที่คาดด้วยซ้ำ เพราะเราไม่คิดว่าแชนน่อนจะหาพล็อตเรื่องและพระเอกที่คู่ควรกับทามาร่าได้ อาจจะไม่ใช่เล่มที่ดีที่สุดของแชนน่อน (เกีรยติอันนั้นเรายกให้ Edge of Midnight) แต่ก็เป็นเล่มที่น่าอ่าน... แต่คุณต้องเป็นคนที่กล้าพอในการอ่านเรื่องราวของตัวเอกที่มีรอยแผล

คะแนนที่ 85