Showing posts with label Roxanne St. Claire. Show all posts
Showing posts with label Roxanne St. Claire. Show all posts

Tuesday, February 10, 2009

Take me tonight // Roxanne St. Claire

จอห์นนี่ คริสเตียนอาโน่เป็นบอดี้การ์ดชนิดอ่านแล้วทำเอาแม็กซ์ฝันหวาน และเขาก็เป็นจุดเด่นที่สุดของเรื่อง Take me tonight หนังสือเล่มที่สามในชุด "บอดี้การ์ดกันกระสุน" ของร็อกแซนด์ ซินแคลร์ และพูดตามตรงหนังสือชุดนี้ แม็กซ์ว่าจุดเด่นของเรื่องก็อยู่ที่ตัวพระเอกจริง ๆ เริ่มตั้งแต่อเล็ก โรเมโรที่ทำเอาแม็กซ์อ่อนระทวยตอนที่อ่านไปกับเสน่ห์แบบชาวลาตินของเขา

และคราวนี้ร็อกแซนด์ก็กลับมาพร้อมกับหนุ่มเชื้อสายอิตาเลียนในฝัน ผู้ชายสุดหล่อแถมทำอาหารเป็น เอาใจนางเอกสารพัด ในขณะเดียวกันก็เก่งกาจในเรื่องบู๊ คำเปรียบเทียบกับผู้ชายในยุคเรเนซองค์จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดที่เอามา ใช้ (และแม็กซ์ก็ช้อบผู้ชายยุคเรเนซองค์ที่มือนึงจับกริช ส่วนอีกมือถือปากกาแต่งกลอน)

ขอบอกว่าตามตรงว่าแม็กซ์ก็ยังเป็นคนที่หลงไปกับพระเอกหล่อ ๆ มีเสน่ห์ และจอห์นนี่ก็สอบผ่านฉลุย ดังนั้นเนื้อเรื่องจึงเป็นส่วนรองลงมา

เริ่มต้นก็พูดถึงพระเอกไปแล้ว นางเอกไม่ต้องพูดอะไรเท่าไหร เพราะถือเป็นส่วนรองไปแล้ว แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ ไม่ถึงกะโง่จนรับไม่ได้ แม้จะไม่ฉลาดสมใจ แต่ก็ไม่ได้ทำลายเนื้อเรื่องให้เสียไป

เรื่องเกิดเมื่อเซจ วาเลนไทน์ขอร้องให้ลูซี่ ชาร์ป เจ้านายของจอห์นนี่ซึ่งเป็นน้าของเธอให้ช่วยสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตาย ของเพื่อนร่วมห้องของเธอ แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่มีเงื่อนงำซับซ้อนในการฆ่าตัวตายนั้นแต่อย่างไร แต่เซจซึ่งเป็นนักข่าวไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าเพื่อนสนิทของเธอจะฆ่าตัว ตาย เธอจึงเริ่มสืบความจริง ด้วยวิธีการที่ไม่อาจเรียกได้ว่าฉลาดนักหรอก ทำให้ลูซี่ต้องส่งให้จอห์นนี่ปลอมตัวมาคุ้มครองเธออย่างลับโดยที่เซจไม่รู้ การตายนั้นเซจมองว่าเกี่ยวโยงกับเว็บไซด์แห่งหนึ่งที่เสนอบริการประหลาดด้วย การลักพาตัวผู้ใช้บริการ แล้วตามด้วยการช่วยเหลือจากหนุ่มสุดหล่อที่อาจไปไหนต่อไหนต่อกับผู้ใช้ บริการคนนั้น

เซจเลือกที่จะลงทะเบียนใช้บริการลักพาตัวจากเว็บไซด์แห่งนั้น และถูกช่วยเหลือโดยจอห์นนี่ที่แฝงตัวเข้ามาตัดตอนเพื่อแทรกตัวเข้ามาในชีวิต ของเธอ และเป็นบอดี้การ์ดคุ้มครองชีวิต

วันแรกที่พบกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่แทบจะเผาหน้ากระดาษ เมื่อเซจเข้าใจว่าจอห์นนี่เป็นผู้ชายอาชีพพิเศษ แต่นั่นก็เป็นจุดนึงที่แม็กซ์รู้สึกแปลกไปกับเซจ ไม่รู้จะเล่ายังไงที่ไม่ติดเรต แต่การกระทำของเซจในวันแรกที่พบกันโดยที่เธอเข้าใจผิดคิดว่าจอห์นนี่เป็น ผู้ชายขายตัว เป็นสิ่งที่แม็กซ์ไม่คิดว่านางเอกโรแมนซ์น่าจะทำกัน มันดูเสี่ยงเกินไปสักหน่อย โอเคนะถ้าคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นพระเอก แต่ในเวลานั้นในเรื่อง นางเอกไม่น่าจะรู้ตัวล่วงหน้านี่ว่าผู้ชายที่เธอเพิ่งพบได้ไม่ถึงชั่วโมงคือ พระเอกของเธอ มันดูมากเกินไปหน่อย

โดยรวมนะ ถ้าไม่นับจอห์นนี่ก็ถือว่า Take me tonight เป็นหนังสือที่อ่านได้สนุก ไม่ทำให้ผิดหวังสำหรับแฟนหนังสือชุดนี้ แต่ก็ไม่ถึงกับสนุกสุดสุดทำนองนั้นหรอกนะ แต่เมื่อนับแฟ็คเตอร์พระเอกเข้าไปด้วย คุณค่าก็เลยเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเลยล่ะค่ะ

Saturday, January 31, 2009

First You Run // Roxanne St. Claire

ขอเริ่มต้นด้วยคำชมให้กับคนแต่งก่อนแล้วกันค่ะ ร็อคแซนด์ ซินแคลร์เป็นคนแต่งที่เขียนพระเอกได้น่าหม่ำที่สุด พระเอกของเธอทุกคนในชุดเดอะ บุลเล็ตแคชเชอร์ล้วนแต่มีกรี๊ดแฟคเตอร์ทั้งนั้น

และมันไม่ใช่แค่ความหล่อที่เธอบอกกับคนแต่งว่า พระเอกของฉันหล่อ หากแต่เป็นความรู้สึกที่เธอให้กับคนอ่านรู้สึก มันลึกลงไปข้างในถึงความมีเสน่ห์ของเหล่าพระเอกของเธอ

ตั้งแต่อเล็กซ์ โรเมโร aka ลาตินเลิฟเวอร์ใน Kill me twice ที่เธอบรรยายซะจนเห็นพลังทางเพศที่เปล่งออกมา ทำให้เชื่อได้เลยว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มีผู้หญิงติดกันเกรียว ตามมาด้วยแม็กซ์ โรเปอร์ผู้ชายที่เย็นชาและเก็บความรู้สึกจาก Thrill me to death แต่ก็ยังคงมีเสน่ห์ในแบบของเขา แล้วจอห์นนี่ คริสเตียนเอโน่ใน Take me tonight ที่แสนจะไนซ์และโรแมนติกจนแทบละลายหัวใจแม็กซ์

แล้วก็มาถึงเอเดียน เฟชเชอร์ พระเอกในเรื่อง First you run แนวเถื่อนหน่อย ๆ ห่ามนิด ๆ ที่ทำให้ในที่สุดแม็กซ์ก็ชักจะเห็นเสน่ห์ของหนุ่มออสซี่ขึ้นมาในที่สุด ด้วยสำเนียงที่ฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง (อันนี้ตามความเห็นของแม็กซ์นะ) ร็อคแซนด์สามารถทำให้มันฟังดูเป็นน้ำเสียงหวานหู ชวนรันจวนได้

เล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชุดย่อยสามเล่มภายในชุดเดอะบุลเล็ตแคชเชอร์เอง เรื่องราวของการสืบหาความจริงที่นานกว่าสามสิบปีก่อนที่เอเลน สแตฟอร์ดถูกใส่ความข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งแม็กซ์ก็คงต้องเตือนก่อนอ่านกันว่า ความจริงเกี่ยวกับเอเลนนั้นจะยังไม่คลี่คลายภายใน First you run เพียงแต่เรื่องราวความรักระหว่างเอเดียนและผู้หญิงของเขาลงตัวแล้วเท่านั้น เอง

เอเดียน หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันว่าเฟชเป็นหนุ่มผมบลอนด์ยาว ท่าทางห่ามและเถื่อน เขามาไกลมาจากออสเตรเลียเพื่อร่วมงานเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดของบริษัทเดอะบุ ลเล็คแคชเชอร์ เขาควรจะได้ลาพักผ่อนนานหนึ่งเดือนหลังจากทำภารกิจหนักติดต่อกัน แต่เฟชกลับใช้เวลานั้นทำงานให้กับแจ๊คอดีตเพื่อนร่วมงาน ที่ตอนนี้กลายเป็นนักสืบเอกชนและรับงานสืบหาความจริงเกี่ยวกับคดีของเอเลน สแตฟอร์ดที่บัดนี้หลังจากติดคุกมาสามสิบปีป่วยเป็นลูคีเมีย และต้องการตามหาลูกสาวที่เธอยกให้คนอื่นตั้งแต่แบเบาะ

ในขณะที่แจ๊คตามสืบความจริงเกี่ยวกับคดี เอเดียนรับหน้าที่ตามหาหญิงสาวตามรายชื่อเพื่อค้นหาว่าใครคือลูกสาวของเอเลน เบาะแสเดียวที่เขามีก็คือ เด็กหญิงคนนั้นมีรอยสักในที่ใดที่หนึ่งในร่างกาย

และด้วยความเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์แสนเท่ห์มันก็แทบจะไม่ใช่เรื่องยากเลยในการ ถอดเสื้อผ้าเพื่อตรวจหารอยสัก และมิแรนด้าเป็นหนึ่งในรายชื่อของเขา

ด็อกเตอร์มิแรนด้า แลงค์เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเบิร์คเลย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง หนังสือของเธอที่เขียนเพื่อเปิดโปงเรื่องวันสิ้นโลกตามความเชื่อของชาวมายัน กลายเป็นความขัดแย้งใหญ่โต กลุ่มผู้เขื่อในเรื่องวันสิ้นโลกกำลังทำทุกอย่างเพื่อทำลายชื่อเสียง และรวมถึงชีวิตของเธอ

และนั่นทำให้แผนการเข้าและออกจากชีวิตของมิแรนด้าอย่างรวดเร็วของเอเดียนก ลายเป็นหมันไป เพราะแม้ว่าเอเดียนจะเชื่อว่ามิแรนด้าไม่ใช่ลูกสาวของเอเลนแล้ว เขาก็ยังไม่อาจปล่อยเธอผจญกับพวกบ้าคลั่งนั่นตามลำพังได้ เขามีหน้าที่ต้องปกป้องเธอ แม้ว่ามิแรนด้าจะไม่ใช่ลูกค้าของเขาก็ตาม

เรื่องนี้มีพล็อตหลายประเด็นที่แม็กซ์คิดว่าไม่ค่อยน่าเชื่อนัก (เรื่องที่เป็นสาเหตุทำให้คนร้ายมาไล่ฆ่ามิแรนด้าดูอ่อนเหตุผลมาก) แต่ทั้งเอเดียนและมิแรนด้าเป็นตัวละครที่น่าติดตามอ่าน เรื่องราว (ถ้าตัดประเด็นที่ไม่น่าเชื่อนั่นออกไป) ก็ตื่นเต้นน่าลุ้นดีว่าใครเป็นคนร้าย

โดยรวมสนุกค่ะ แต่ที่สำคัญกรี๊ดเอเดียนมากเลยล่ะ (ทำให้นึกอยากไปเจอหนุ่มออสซี่ของจริงปีหน้าซะแล้วสิ) คะแนนที่ 73

Friday, January 23, 2009

Then You Hide // Roxanne St. Claire

หนังสือเล่มที่ห้า (หรือเล่มที่เจ็ดถ้านับเรื่องสั้นด้วย) ในชุด The Bulletcatchers หรือเหล่าบอดี้การ์ดผู้เอาชีวิตเข้าเสี่ยงปกป้องคนที่พวกเขาได้รับมอบหมาย และยังเป็นเล่มที่สองในชุดสามเล่มที่ออกในปีนี้ โดยทั้งสามเล่มมีธีมเรื่องเดียวกันก็คือการตามหาลูกสาวของนักโทษหญิงที่ถูก จองจำโดยไม่ได้กระทำความผิด

Then you hide ของร็อกแซนด์ ซินแคลร์

ไม่อยากบอกเลยค่ะว่าแม็กซ์คิดว่าเล่มนี้คือเล่มที่อ่อนที่สุดในชุดนับตั้ง แต่ร็อกแซนด์เขียนมา ไม่ใช่ว่าเลวร้ายนะคะ เมื่อคิดว่า เล่มอื่น ๆ แม็กซ์ให้คะแนนไว้ก็ไม่น้อยเลย

เสน่ห์ของหนังสือชุดนี้ก็คือ คนแต่งเขียนพระเอกได้น่ากรี๊ดที่สุด เข้าข่ายอ่านทุกเล่มเกิดอาการน้ำลายหกทุกเล่มร็อคแซนด์บรรยายพระเอกได้สุด ยอดมาก ๆ แต่ในเล่มนี้เวดเป็นแค่พระเอกธรรมดาคนนึง (ไม่ใช่ว่าเขาธรรมดานะคะ เพียงแต่วิธีการที่ร็อคแซนด์เล่าถึงเขา ไม่ได้ทำให้แม็กซ์รู้สึกถึงความเป็นชายเหนือชายของเขาเท่าไหร) นี่จึงเป็นเสน่ห์ที่หายไปอย่างเห็นได้ชัด

เล่มนี้ต่อเนื่องจาก First you run เกือบจะในทันที และก็ขอเตือนเลยนะคะ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน FYR ก็เลิกอ่านบลอกไปได้เลย เพราะเนื้อเรื่องในเล่มนี้จะเป็นการสปอยล์ปริศนาใน FYR ไปเลยล่ะค่ะ

เวด คอร์เดล ซึ่งเป็นอดีตทหารที่ผันตัวไปเป็นซีไอเอกำลังอยู่ตรงทางแยกของชีวิต เขาไม่อยากเป็นนักฆ่าอีกต่อไป แต่ฝีมือการยิงปืนที่แม่นของเขาก็ทำให้เขาแทบจะไม่มีทางเลือกอื่น เพราะแม้จะลาออกจากซีไอเอแล้วก็ตาม เขาก็ยังโดนตามจีบให้ไปร่วมงานกับหน่วยงานต่าง ๆซึ่งก็รวมทั้งลูซี่ ชาร์ป เจ้าของบริษัทเดอะ บุลเล็ตแคชเชอร์ด้วย ลูซี่เสนองานที่เธอบอกว่า "ง่ายง่าย" ให้กับเวด เพื่อให้เขารับรู้ว่าชีวิตของบุลเล็ตแคชเชอร์มันสบายเพียงใด

งานนั้นก็คือการเดินทางไปยังหมู่เกาะในทะเลแคริเบี้ยนเพื่อตามหาตัวของวา เนสสา พอร์เตอร์ หนึ่งในลูกสาวของเอเลน สแตฟอร์ดเพื่อตรวจเช็คว่าไขกระดูกของเธอเข้ากันได้กับเอเลนหรือไม่ เพราะขณะนี้อาการป่วยเป็นมะเร็งของเอเลนกำลังเข้าขั้นโคม่า โอกาสรอดหนึ่งเดียวจึงอยู่ที่วาเนสสา

แต่วาเนสสามายังหมู่เกาะในทะเลคาริเบี้ยนไม่ใช่เพื่อพักผ่อน เธอกำลังตามหาเพื่อนร่วมงานที่จู่ ๆ ก็ลาออกจากงาน และทิ้งชีวิตในนิวยอร์คไป เธอไม่เชื่อว่า เพื่อนของเธอซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จจะทิ้งทุกอย่างมา ง่าย ๆ เช่นนี้

แต่การตามหาเพื่อนก็นำเธอไปสู่อันตรายที่ไม่คาดคิด เพราะมันมีเหตุผลที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องหนี และตอนนี้เมื่อวาเนสสาเข้ามายุ่ง ก็พลอยทำให้เธอต้องติดร่างแหไปด้วย และเมื่อเธอได้พบกับเวด ทั้งคู่จึงทำข้อตกลงกัน เขาจะช่วยเธอตามหาเพื่อน แต่วาเนสสาก็จะต้องเดินทางกลับไปอเมริกากับเขาเพื่อพบกับเอเลน

เรื่องนี้ประเด็นการสอบสวนไม่เข้มข้นเท่าไหรนะคะ เพราะตัววาเนสสาเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นการเฉลยว่าใครเป็นตัวร้ายมันจึงไม่ได้ใช้ความสามารถในการสอบสวนมานัก หรอกค่ะ (แต่แม็กซ์เดาถูกนะว่าใครเป็นตัวร้าย) และนี่ก็คืออีกหนึ่งปัญหาในเรื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง คดีของเอเลนก็คืบหน้าไปเรื่อย ๆ นักสืบที่ตามหาข้อมูลเพื่อแก้คดีให้กับเอเลนเริ่มค้นพบกลไกของผู้มีอิทธิพล ที่ยัดความผิดให้เอเลน และตอนนี้คนคนนั้นก็กำลังทำทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งความจริง

เช่นเดียวกับ FYR ที่ประเด็นเรื่องวาเนสสา และเวดจบลงด้วยดีค่ะ ในขณะที่เรื่องของเอเลนก็คงต้องตามไปอ่านกันต่อในเล่มหน้า

โดยรวมเป็นหนังสือที่อ่านได้ ข้อเสียที่เห็นได้ชัดก็อย่างที่บอกไปค่ะ มันเทียบกับเล่มอื่นในชุดไม่ได้เท่านั้นเอง คะแนนก็เลยน้อยกว่าเล่มอื่น ๆ อยู่ที่ 70