Showing posts with label Virginia Kantra. Show all posts
Showing posts with label Virginia Kantra. Show all posts

Thursday, January 22, 2009

Sea Crossing & Sea Witch & Sea Fever // Virginia Kantra

เวอจิเนีย แคนทราเป็นหนึ่งในนักเขียนหนังสือเล่มเล็กที่แม็กซ์ชอบมาก ๆ คนนึง และก็เหมือนนักเขียนหนังสือเล่มเล็กที่มีอนาคตทั่วไป เธอเติบโตและได้สัญญาเขียนหนังสือเล่มยาวกับสนพ.อื่นที่ไม่ใช่ฮาร์ลิควิน (แม็กซ์กำลังกัดนักเขียนที่กี่ปีกี่ชาติก็เขียนแต่เล่มเล็ก ซึ่งคนไทยช้อบชอบกัน -- น่าจะรู้นะว่าหมายถึงใคร)

และแม้จะสร้างชื่อมากับการเขียนหนังสือแนวโรแมนติคสืบสวน แต่หนังสือชุดล่าสุดของเธอก็เข้าเทรนด์สุดฮิตตอนนี้นั่นก็คือเป็นแนวพารานอ มอลโรแมนซ์ ซึ่งก็ทำให้แม็กซ์ผิดหวังเล็ก ๆ อยู่ เพราะคิดว่าเธอน่าจะเขียนแนวถนัดของตัวเอง แต่ก็พูดยากค่ะ แนวพาราฯนี่มันมาแรงนัก นักเขียนถ้าไม่ปรับตัวตาม ก็คงจะเกิดยาก

ตอนนี้หนังสือในชุดนี้ซึ่งมีชื่อว่า Childen of the sea ออกขายแล้วสองเล่มกับอีกหนึ่งส่วนสี่ (ที่ต้องเป็นหนึ่งส่วนสี่เพราะมันเป็นเรื่องสั้นอยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้น ที่ประกอบด้วยเรื่องสั้นสี่เล่ม) อีกเล่มจะออกขายปีหน้านี้

เรามาไล่เรียงพูดถึงกันแต่ละเล่มแล้วกัน

เรื่องสั้น Sea Crossing ในหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง Shifter

เรื่องสั้นเรื่องนี้ว่าไปแล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชุดที่เป็นเล่มหนา หรอกค่ะ ตัวละครก็ไม่ได้เกี่ยวกัน เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวกัน จนเกาะเกี่ยวเดียวที่มีก็คือพระเอกเป็นเซลกี้ (Selkie) ซึ่งตามตำนานในเรื่องเป็นสิ่งมีชีวิตที่พระเอกสร้างขึ้นมาก่อนมนุษย์ เป็นลูกแห่งน้ำ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสองรูปแบบบนสองเท้าอย่างมนุษย์ และอาศัยในน้ำในรูปของแมวน้ำ ตามตำนานพระเจ้าสร้างโลกและลูกของพระองค์จากธาตุสี่อย่างซึ่งมีความเป็นอมตะ นั่นคือ ดิน, น้ำ (หรือเซลกี้), ลม (หรือที่มนุษย์เรียกกันว่าเทวดา) และไฟ (ซึ่งก็คือปีศาจ) แต่เมื่อพระเจ้าตัดสินใจสร้างมนุษย์ขึ้น ลูกแห่งไฟไม่เห็นด้วยและต่อต้านอย่างรุนแรง ในขณะที่ลูกแห่งลมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้สองฝ่ายนี้เป็นศัตรูซึ่งกันและกัน (เป็นการอธิบายเรื่องเทพเจ้าและปีศาจที่ดีนะคะ แม็กซ์ชอบ) ในขณะที่ลูกแห่งดินและน้ำอยู่เฉย รอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพระเจ้าคิดถูกหรือไม่

ทั้งหมดที่เล่านี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกะเรื่องสั้นหรอกค่ะ และถ้าพูดตามตรงนะ แม็กซ์ไม่แนะนำให้อ่านเรื่องสั้นก่อนอ่านเรื่องอื่นด้วยซ้ำ เพราะอาจจะทำให้พวกคุณหมดอารมณ์ในการอ่านได้อย่างง่าย ๆ เพราะแม็กซ์ว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้ไม่สนุกแม้แต่นิดเดียว

พล็อตเรื่องเกิดในอเมริกาสมัยบุกเบิกดินแดน นางเอกเป็นครูอยู่ระหว่างการเดินทางทางเรือเพื่อไปสอนในโรงเรียนในแคนาดา แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น เรือทั้งลำจม และเธอตามนิสัยนางเอกก็เสียสละที่นั่งในเรือกู้ชีพให้เพื่อน ส่วนเธอก็รอเวลาตายอยู่บนเรือที่กำลังจม แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้น กลับพบว่าตัวเองอยู่บนเกาะแปลกประหลาดแห่งหนึ่ง ที่นั่นเธอได้รับข้อเสนอให้เป็นครูสอนเหล่าเด็กจอมซนทั้งหลาย และยังมีชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ดูแลเธออย่างใกล้ชิดอีกคน แต่เกาะแห่งนั้นไม่ใช่ที่อยู่ของมนุษย์ หากแต่เป็นแหล่งพักพิงของเหล่าเซลกี้ เกาะที่มีมนตร์วิเศษทำให้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะไม่สูงอายุขึ้น

แม็กซ์ไม่ชอบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และไม่คิดนะว่าเป็นการสปอยล์ นางเอกของเรื่องนี้เกิดมาเพื่อตกเป็นเหยื่อตั้งแต่ยอมเป็นเมียเก็บของครู ใหญ่เจ้าของโรงเรียนเพราะเธอบอกตัวเองว่าไม่มีทางเลือก (แม็กซ์ไม่ได้มีปัญหาที่นางเอกไม่จิ้น แต่ไม่ชอบที่นางเอกต้องแลกศักดิ์ศรีของตัวเองกับการเอาชีวิตรอด) และเมื่อมาอยู่บนเกาะ เธอก็ไม่ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีดีอะไรเลย

เป็นเรื่องสั้นที่น่าเบื่อ และถือว่าเป็นเรื่องที่อ่อนที่สุดในหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง Shifter (สำหรับรีวิวเต็ม ๆ ของเรื่อง Shifter นี่แม็กซ์จะมาเขียนวันหลังค่ะ แต่พูดคร่าว ๆ ก็คงบอกว่า ซื้อมาอ่านได้)

คะแนน สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้เท่านั้น 40

Sea Witch ของเวอร์จิเนีย แคนทรา

เล่มนี้ถือว่าเป็นเล่มแรกอย่างเป็นทางการของชุด Children of the sea เล่าเรื่องของมาร์เก็ต หรือแม็กกี้ เซลกี้สาว (ที่ไม่ได้สาวเท่าไหรหรอก เพราะเซลกี้เป็นอมตะ) ที่สูญเสียคู่ชีวิตไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน เธอเดินทางมาถึงเกาะที่ชื่อว่า เวิลด์สเอนด์ เพื่อหาผู้ชายสักคนมาแก้ขัดความเปล่าเปลี่ยวในชีวิต และเธอก็ได้พบกับคาเล็บ ฮันเตอร์ ผู้บัญชาการตำรวจประจำเกาะแห่งนั้น

หลังจากเซ็กส์ที่รวดเร็วและลึกซึ้งเกินกว่าคาด แม็กกี้หนีจากไป เธอคิดว่าตัวเองจะสามารถลืมคาเล็บได้เหมือนกับผู้ชายคนอื่น แต่มันไม่ใช่ เพราะหลังจากนั้นเธอก็กลับมาเวิลด์สเอนด์อีกครั้งเพื่อพบกับเขา แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้เจอกัน แม็กกี้ก็ตกเป็นเหยื่อในเกมส์ของปีศาจ ที่ต้องการบีบบังคับให้เหล่าลูกแห่งน้ำเลิกวางตัวเป็นกลางในสงครามที่ปีศาจ (ลูกแห่งไฟ) ทำกับมนุษย์ ปีศาจวางแผนการทำร้ายพวกเซลกี้โดยใส่ความว่าเป็นการกระทำของพวกมนุษย์ เพื่อให้คอนน์ เจ้าชายผู้ปกครองเซลกี้ (ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการของเซลกี้)โกรธและลงโทษมนุษย์ด้วยการเข้าพวกกับ ปีศาจ

คาเล็บเข้ามาขัดขวางการลอบทำร้ายแม็กกี้ได้ทันเวลา แต่ก็ไม่ก่อนที่เธอจะสูญเสียของมีค่าที่สุดของตัวเองไป นั่นก็คือหนังของเซลกี้ เพราะของสิ่งนี้จะทำให้เธอแปลงกายกลับไปเป็นแมวน้ำได้ การเสียมันไปหมายความว่าเธอจะต้องติดอยู่ในสภาพของมนุษย์ตลอดไป เสียความเป็นอมตะ และนั่นไม่ใช่สิ่งที่แม็กกี้ยอมรับได้ง่าย ๆ แต่เมื่อเธอไม่มีทางไป คาเล็บจึงกลายเป็นทางออกเดียวของเธอ

ปกติในนิยายโรแมนซ์ตัวละครที่มีปัญหาในการยอมรับความรัก และข้อผูกมัดที่ตามมาพร้อมความรักได้มักจะเป็นพระเอก ซึ่งในเล่มนี้แตกต่างออกไป คาเล็บพร้อมที่จะมีความรัก มันเห็นได้ชัดว่าเขาสนใจในตัวแม็กกี้มากแค่ไหน และเขายอมรับความเป็นเธอได้มากแค่ไหน คนที่มีปัญหาและไม่คิดว่าตัวเองจากละทิ้งอิสระและเสียงเรียกร้องจากท้องทะเล ได้ก็คือแม็กกี้ เธอไม่รู้ัว่าตัวเองจะรักเขาได้มากพอจะละทิ้งชีวิตเซลกี้ได้หรือไม่

แม็กซ์ชอบวิธีการดำเนินเรื่องค่ะ คนแต่งไม่ได้ยัดเยียดให้ตัวละครมีความรู้สึกว่ารักกันเร็วเกินไป มันเริ่มต้นจากเซ็กส์ก่อนที่จะเป็นมากกว่านั้น และคนอ่านก็รับรู้ไปพร้อม ๆ กับตัวละคร โดยเฉพาะตอนจบเมื่อแม็กกี้ตัดสินใจเลือกระหว่างอิสระและคาเล็บ คำตอบที่เธอให้คนอ่าน มันน่าเชื่อ และสมจริงอย่างมาก

ขอเตือนนิดนึงแล้วกันว่า สำหรับคนที่คิดจะอ่านเรื่องชุดนี้ โดยเฉพาะอ่านเรียงกันไป ก็อย่าอ่านที่แม็กซ์รีวิวเล่มสองนะคะ เพราะว่ามันมีสปอยล์เล่มแรก

สำหรับเล่มนี้คะแนนที่ 70

Sea Fever ของเวอร์จิเนีย แคนทรา

หนังสือเล่มที่สองในชุด Childred of the sea และขอเตือนรอบสองว่า การรีวิวเล่มนี้จะเป็นการสปอยล์เล่มหนึ่งอย่างรุนแรง ดังนั้นถ้าไม่อยากรู้ก็หยุดอ่านนะคะ

เรื่องราวของดีแลน ฮันเตอร์ผู้ซึ่งเดินทางมางานแต่งงานของน้องชาย (พระเอกเล่มแรกนั่นแหละ) แต่เขาไม่ใช่พี่ชายคนโตผู้ดูแลน้อง ๆ ในวัยสิบสามปีเขารู้ความจริงว่าตัวเองแตกต่างไปจากน้อง ๆ เพราะเขาคือเซลกี้ และเสียงเรียกร้องของท้องทะเลก็รุนแรงเกินกว่าที่เขาจะห้ามใจได้ ดีแลนหนีออกจากครอบครัวไปพร้อมกับมารดา (ซึ่งก็เป็นเซลกี้เช่นกัน)

ดีแลนแม้จะเป็นพี่ชายคนโต แต่เขากลับดูเป็นเด็กไร้ความรับผิดชอบ เพราะในหมู่ของเซลกี้แล้ว เขายังเด็กอยู่มาก และการได้อยู่อาศัยบนเกาะแห่งเวทมนตร์ที่ไม่ทำให้แก่ ยิ่งทำให้เขาดูเด็กกว่าอายุ (และนี่แหละเป็นปัจจัยที่ทำให้แม็กซ์กรี๊ด -- ก็ชอบเด็กน่ะ) และเมื่อรวมกับนิสัยที่เห็นแก่ตัวและไม่คิดถึงคนอื่นก็ยิ่งทำให้เขาดูเป็น เด็กเอาแต่ใจตัวเอง

หนังสือเล่มนี้พิสูจน์กับแม็กซ์จัง ๆ เลยนะคะว่า แม็กซ์ชอบแบดบอยมากแค่ไหน เพราะโดยนิสัยแล้วดีแลนไม่มีอะไรที่เทียบกับคาเล็บได้เลย ลองเปรียบเทียบฉากเซ็กส์ระหว่างพระเอกนางเอกในสองเรื่องนี้ดูแล้วกัน ในเล่ม Sea Witch คาเล็บเป็นคนที่พูดถึงถุงยางก่อน เพราะเขามีความรับผิดชอบและเป็นห่วงฝ่ายหญิง ในขณะที่ดีแลนกลับถามกลับนางเอกว่า ทำไมต้องแคร์เรื่องถุงยางด้วย

และการที่ดีแลนนิสัยไม่ดีอย่างนี้ เรื่องก็เลยมีที่ว่างที่จะทำให้เขากลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้ และสิ่งที่ทำให้เล่มนี้ประสบความสำเร็จสำหรับแม็กซ์ก็คือ เราเชื่อว่าตอนจบเรื่อง ดีแลนเป็นผู้ชายที่ดีขึ้น (และนี่เราว่าเป็นเสน่ห์ของแบดบอยไงคะ ถ้าเป็นพระเอกสำเร็จรูป ดีมาก ๆ มาตั้งแต่ต้น สุดท้ายก็ได้เท่าเดิมไม่เพิ่มไปกว่าเก่า)

เล่มนี้เช่นเดียวกับเล่มแรกที่การพบกันครั้งแรกระหว่างพระเอกและนางเอกก็ เริ่มต้นด้วยเซ็กส์ เพราะดีแลนซึ่งมางานแต่งงานของน้องชายสังเกตเห็นเรจิน่า ซึ่งกำัลังผิดหวังนิดหน่อยที่คาเล็บแต่งงานไป เขาทำความรู้จักกับเธอ และรวบหัวรวบหางอย่างไม่อยากนัก โดยเฉพาะเมื่อเรจิน่าเมา

และเช่นเดียวกับแม็กกี้ ดีแลนเดินจากความสัมพันธ์กลับไปยังเกาะแห่งเซลกี้ แต่ต่างจากแม็กกี้ตรงที่การกลับมาอีกครั้งของเขาที่เกาะเวิลด์สเอนส์นั้นไม่ ได้เป็นเพราะเขาทนคิดถึงเรจิน่าไม่ไหว หากแต่เพราะคอนน์ผู้นำของเขาออกคำสั่ง

นั่นเพราะว่าเชื้อสายตระกูลของเขา (ซึ่งมีเขา คาเล็บ และลูซี่น้องสาวอีกคน) สืบเชื้อสายตามคำนายโบราณว่า ลูกสาวในตระกูลของเขาจะเปลี่ยนสมดุลของโลก ดังนั้นคอนน์จึงให้ดีแลนเดินทางกลับมาเวิลด์สเอนส์เพื่อดูสถานการณ์

สิ่งที่เขาไม่คาดคิดจะได้พบก็คือ เรจิน่าูถูกลักพาตัวไปโดยพวกปีศาจ และก็เป็นเขาที่ช่วยเหลือเธอกลับมาได้ เหตุผลที่เธอถูกลักพาตัวไปก็เพราะสายเลือดของตระกูลของดีแลนนั่นเอง (ถ้าใครยังคิดไม่ออกก็ง่าย ๆ ค่ะ เรจิน่าท้อง ดังนั้นลูกในท้องของเธอจึงมีสิ่งเป็นบุคคลตามคำทำนายได้ เพราะเป็นลูกของดีแลนซึ่งอยู่ในเชื้อสายด้วย)

อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ดีแลนต้องรับผิดชอบอะไรสักอย่าง ความปลอดภัยของเรจิน่าอยู่ในมือของเขา มีเขาเพียงคนเดียวที่จะคุ้มครองและดูแลเธอได้ และนั่นเริ่มทำให้เขาเติบโตขึ้น มีความรับผิดชอบ

จุดเด่นของเรื่องนี้ก็คือ ดีแลนไม่ได้เปลี่ยนชั่วข้ามคืน คนแต่งทำให้แม็กซ์เชื่อว่าเขาเปลี่ยนแปลงได้จริง และความรักที่ก่อตัวขึ้นสำหรับดีแลนดูน่าเชื่อดี ในขณะที่ส่วนของเรจิน่า แม็กซ์ยังรู้สึกว่ารีบเร่งไปนิดนึง เพราะถ้าเราเป็นเรจิน่า เราคงไม่ให้อภัยดีแลนง่าย ๆ อย่างนี้นะคะ อย่างน้อยก็ยอมเป็นฝ่ายบอกรักเขาก่อนแน่ และนี่เป็นส่วนเดียวที่แม็กซ์รู้สึกว่ามันฝืนเกินไปในเรื่องนี้

จุดจบของเรื่องนี้ยังไม่คลี่คลายทั้งหมดนะคะ ไม่เหมือนกับเรื่อง Sea witch ที่การตัดสินใจของแม็กกี้บ่งบอกถึงอนาคตที่ชัดเจนของพระเอกนางเอก แต่เล่มนี้ดูยังไม่แน่นอน เรายังไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้วดีแลนจะละทิ้งความเป็นเซลกี้เพื่ออยู่กับเรจิน่า หรือเธอจะตามไปอยู่กับเขาที่เกาะแห่งเวทมนตร์ คิดว่าทุกอย่างน่าจะเฉลยในเล่มสามของเรื่อง ซึ่งจะเป็นเรื่องระหว่างลูซี่ และคอนน์

คะแนนที่ 73

Shifter // An Anthology

หายหน้าไปหลายวันเพราะชีวิตยุ่งเหยิงค่ะ เนื่องจากเพิ่งเช็คเจอว่าใบอนุญาตทำงาน (ในสาขาวิชาชีพของตัวเอง ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวนะคะ แม็กซ์เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะมีหนุ่มหลายคนชวนไปเป็นสะใภ้ต่างชาติก็ตามที) หมดอายุลง ก็เลยทำให้ต้องวิ่งวุ่นเข้าฝึกอบรมเพื่อให้ครบเกณฑ์การขอต่อใบอนุญาต

นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่เราใช้เป็นข้ออ้างในการไม่อัพบลอกเสียหลายวันค่ะ คราวนี้กลับมาก็เลยขอรีวิวหนังสือรวมเรื่องสั้นที่เราได้อ่านในระยะหลังมา นี้แล้วกันค่ะ

คงต้องเริ่มพูดก่อนเลยว่า แม็กซ์ไม่ชอบเรื่องสั้น เพราะมันสั้น (เหตุผลง่าย แต่คิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจ) ยังไม่ทันที่เราจะเข้าถึงเนื้อเรื่องเลย มันก็จบลงซะงั้น แต่ก็ขอบอกว่าข้อดีของหนังสือรวมเรื่องสั้นก็คือ มันจะแนะนำให้คุณรู้จักนักเขียนดีดีที่ถ้าคุณไม่เคยลองอ่านเรื่องสั้นของเธอ มาก่อน คุณก็อาจจะไม่มีวันซื้อหนังสือของเธอมาอ่านเลยก็ได้

แม็กซ์ได้รู้จักนักเขียนอย่างลินดา โฮเวิร์ด จากการได้อ่านเรื่องสั้นเรื่อง Everlasting Love ซึ่งแม็กซ์ซื้อเพราะว่ามันมีเรื่องของเจนย์ แอนด์ เครซอยู่ในเล่มนั้น แม็กซ์ไม่รู้จักลินดามาก่อน เคยเห็นหนังสือของเธอบนชั้นหนังสือ (เรื่อง Dream man) แต่ไม่คิดจะอ่าน จนกระทั่งได้อ่านเรื่องสั้น และชอบในฝีมือ ก็เลยซื้อดรีมแมนมาอ่าน แล้วก็สติแตกบ้างานของเธอไปเลย

ดังนั้นสำหรับคนที่ตัดสินใจไม่ค่อยถูกว่าจะซื้องานของนักเขียนคนนั้นดี ไหม ก็ขอแนะนำให้ซื้อเรื่องสั้นมาลองอ่านดูก่อน ถ้าคุณชอบเรื่องสั้น ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะชอบเรื่องยาวของเธอด้วย

Shifter ของแองเจล่า ไนท์, โลร่า ลีย์, อลิสา เดย์, และเวอจิเนีย แคนทรา

แม็กซ์เคยรีวิวเรื่องของเวอจิเนีย แคนทราเรื่อง Sea Crossing ในเล่มนี้ไปแล้วนะคะ ติดตามอ่านกันได้ที่ลิงค์นี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ขอบอกว่า ยกเว้นเรื่อง Sea Crossing แล้ว แม็กซ์ชอบเกือบทุกเรื่องค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของโลร่า ลีย์ที่ขอบอกตามตรงว่า ตอนนี้แม็กซ์เป็นขาขึ้นกะงานของเธอมาก

Mad Dog Love ของแองเจล่า ไนท์

เมื่อแรนซ์ เจ้าของฉายาแมดด็อคถูกจับขายเป็นทาส หญิงสาวที่ซื้อตัวเขาเพื่อไปเป็นบอดี้การ์ดไม่ใช่คนธรรมดา แต่เธอเป็นถึงราชินีซาริฟา ลอเรนโซ ผู้อื้อฉาว และเธอต้องการความช่วยเหลือจากเขาเพื่อเอาชีวิตรอด

แม็กซ์ว่าเรื่องนี้พล็อตเรื่องเยอะเกินกว่าที่จะเป็นแค่เรื่องสั้นค่ะ มันเขียนเป็นหนังสือหนึ่งเล่มได้เต็ม ๆ ทีเดียว เรื่องราวที่มีครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบัลลังค์ระหว่างพี่ชายลูกนอกสมรส และนางเอกผู้ถูกใส่ความ และตามล่าโดยผู้สำเร็จราชการใจเหี้ยม พระเอกที่เป็นมนุษย์หมาป่าที่ถูกทรยศและโดนจับขายเป็นทาส คนที่ต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้มีอิสรภาพ แม้จะเป็นการทรยศนางเอกของเราก็ตาม

แองเจล่า ไนท์เป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่ดีที่สุดคนนึง และเล่มนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ถ้าไม่คิดว่าพล็อตเรื่องมันเยอะ ทำให้ทุกอย่างดูรวบรัด แม็กซ์ชอบเล่มนี้ค่ะ

Jaguar's Kiss ของโลร่า ลีย์

เรื่องสั้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดบรีดที่โด่งดังของโลร่า และก็เหมือนกับทุกเล่มในชุด ธีมของเรื่องก็ยังคงเหมือนเดิม นาตาลีนางเอกเป็นครูคนแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าไปสอนในโรงเรียนที่อยู่ภาย ใต้เขตการปกครองของกลุ่มบรีด (ซึ่งเป็นมนุษย์ที่ถูกตัดต่อพันธุกรรม เรื่องในชุดนี้เกิดขึ้นในอนาคตซึ่งเหล่าบรีดออกมาประกาศตัวในสังคมแล้วว่า พวกเขามีตัวตน และได้รับการยอมรับให้จัดการปกครองตัวเองกันได้) แต่การได้รับเลือกก็ทำให้นาตาลีอาจตกอยู่ในอันตรายได้ เพราะมีกลุ่มที่ไม่ต้องการบรีดในสังคม ดังนั้นซาแบนจึงถูกส่งมาเป็นบอดี้การ์คคุ้มครองเธอ อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ธีมเดิม นั่นก็คือนาตาลีเป็นคู่ที่ถูกโชคชะตาเลือกแล้วให้กับซาแบน เธอเป็นผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อเขา สิ่งที่แตกต่างออกไปบ้าง ก็คือ ซาแบนไม่ได้ออกอาการฮอร์โมนพุ่งฉีดไล่นางเอกไปจนถึงห้องนอน เขาพยายามจีบเธอตามหนังสือคู่มือแนวคอสโมฯ แต่ก็เพราะเล่มนี้เป็นเรื่องสั้น ไม่นานทุกอย่างก็เข้าสูตรเดิม

แม็กซ์คงบอกว่า ถ้าคุณชอบหนังสือชุดบรีดของโลร่า (อย่างที่แม็กซ์ชอบ) คุณก็คงจะชอบเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณไม่เคยอ่านชุดบรีด เล่มนี้ก็ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทดลองว่าคุณจะชอบชุดบรีดไหม

Shifter's Lady ของอลิสา เดย์

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในชุด Warriors of Poseidon ในฐานะของคนที่ยังอ่านชุดนี้ไม่ครบทุกเล่ม เราก็ตัดสินว่า คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเพื่อที่จะเข้าใจเล่มนี้หรอกนะคะ แต่เตือนนิดนึงว่า สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องสั้นเรื่อง Wild Hearts in Atlantis ที่อยู่ในหนังสือเรื่อง Wild things มันจะมีสปอยล์นิดหน่อยของเรื่องนั้นเฉลยในเรื่องนี้

นางเอกของเรื่องนี้คือมารี น้องสาวของพระเอกในเรื่องสั้นเรื่อง Wild Hearts in Atlantis ส่วนพระเอกก็คือหัวหน้าเผ่าเสือดาวซึ่งเป็นเผ่าของนางเอกในเรื่อง Wild Hearts in Atlantis นั่นแหละ (แม็กซ์ถึงบอกว่าสองเรื่องนี้มันสปอยล์กันเอง) มารีเดินทางมาเยี่ยมพี่ชายซึ่งตอนนี้เศร้าจัดเพราะ (สปอยล์เรื่อง Atlantis Awakening) เพื่อนรักอย่างจัสติสถูกจับตัวไป แต่พอเธอมาถึง พี่ชายก็ได้รับการเรียกตัวให้ออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเพื่อนที่หายไป ทันที ทำให้มารีถูกฝากฝังไว้ให้เอธานซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าเสือดาวที่เขาพักอยู่ด้วย ดูแล แต่เธอก็มาผิดจังหวะเวลาอีกนั่นแหละ เพราะในเวลานั้นสมาชิกในเผ่าของเอธานถูกฆ่าโดยไร้สาเหตุ และการมาก็ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายไปอีกคน

แม็กซ์มีความหวังกับงานของอลิสาไว้เยอะนะคะ แม้จะบอกตามตรงว่า เท่าที่อ่านงานของเธอมา ยังไม่ถือว่าสอบผ่าน แต่ก็ไม่ได้ตกอย่างน่าเกลียดถึงขนาดจะเลิกอ่าน เรื่องสั้นเล่มนี้ก็อยู่ในระดับทีอ่านได้ (แต่เทียบกับงานของแองเจล่า และโลร่าไม่ได้นะคะ) เช่นเดียวกัน ถ้าคุณคิดว่าจะลองอ่านงานของอลิสา ก็ลองอ่านเล่มนี้ดูก่อนก็ได้ ดูว่าคุณยอมรับฝีมือการเล่าเรื่องของเธอได้ไหม

คะแนนรวมทั้งเรื่องสั้น 70