Showing posts with label Renee Bernard. Show all posts
Showing posts with label Renee Bernard. Show all posts

Friday, February 13, 2009

A Lady's Pleasure // Renee Bernard

ด้วยเหตุที่แม็กซ์เป็นคนดี ทำตามคำสั่งมาม้าเก็บหนังสือที่กองไว้เต็มบ้าน แม็กซ์ก็เลยมีหัวข้อมาเล่าสู่กันฟัง แต่ก่อนอื่นขอเริ่มต้นด้วยการพูดถึงหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไปก่อนแล้วกัน

นั่นก็คือเรื่อง The Lady's Pleasure ของ Renee Bernard

ความสุขของคุณผู้หญิงเป็นแนวย้อนยุคที่กำลังฮิตกันในตอนนี้ นั่นก็คือแนวอีโรติกโรแมนซ์ แม้ว่าความร้อนแรงจะสู้กับแพสชั่นของลิซ่า แวลเดซไม่ได้ แต่ก็คงถูกใจผู้นิยมเรื่องฮ็อต

เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก แค่นางเอกเบื่อชีวิตแม่ม่าย ก็เลยไปเรียนวิชากะมาดามชื่อดังถึงวิธียั่วยวนผู้ชาย ผู้ชายที่เป็นเป้าหมายของเธอเป็นหนุ่มสังคมชื่อดังที่เคยพูดจาเหยียดหยามเธอ เอาไว้ว่าเป็นแม่ม่ายหน้าเกลียด แต่แล้วก็ผิดฝาผิดตัวไปลงเอยกะพระเอกที่บังเอิญเสียจริงดันเป็นศัตรูคนสำคัญ ของผู้ชายที่เป็นเป้าหมายของนางเอก

สิ่งที่ไม่เวิร์คสำหรับแม็กซ์ก็คือ ความบังเอิญที่มากเกินไป

ในทางกลับกัน เรื่องนี้เวิร์คเพราะว่าทั้งเรื่องแม้จะไม่มีการแก้ความเข้าใจผิดของพระเอก ที่ว่านางเอกเป็นชู้รักกับศัตรูของตน เขาก็ยังสารภาพรักกับเธอ และตลอดเรื่องไม่ได้ทำร้ายจิตใจนางเอกด้วยความเข้าใจผิดนั้น ดังนั้นคนที่ชอบอ่านเรื่องพระเอกทำร้ายจิตใจนางเอกอย่างรุนแรง ขอร้องให้กลับไปอ่านเรื่องอื่นเถอะค่ะ เรื่องนี้ไม่เข้าแก็ปค่ะ

โดยรวมซื้อมาอ่านได้ค่ะ

กลับมาเรื่องหลักของบลอกกัน วันนี้คุณเก็บหนังสือกันรึยัง

คุณเป็นอย่างแม็กซ์หรือเปล่า ที่ซื้อหนังสือมาจนไม่มีที่เก็บ ก็เลยต้องกองไว้ทั่วบ้าน จนวันนึงก็ได้รับประกาศิตจากผู้เป็นใหญ่ในบ้านสั่งให้เก็บ หาไม่แล้วจะเอาไปทิ้ง (แต่มาม้าไม่กล้าหรอก แม็กซ์รู้)

เมื่อนั้นก็จะเกิดอาการไฟลนก้น แม๊กซ์ใช้เวลาวันเสาร์และอาทิตย์รวมทั้งวันจันทร์ทั้งวันเก็บหนังสือค่ะ แต่การเก็บของแม็กซ์นี่ไม่ธรรมดานะ

ขออวดหน่อยแล้วกัน การเก็บหนังสือของแม็กซ์นี่ไม่ใช่การจัดใส่ตู้

ไม่ใช่ มันทำง่ายอย่างนั้นไม่ได้ เพราะตู้มันเต็มอ่ะ

แม็กซ์ต้องบรรจงคีย์ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือลงในคอมพิวเตอร์ และระบุจุดที่เก็บหนังสือเล่มนั้นเอาไว้ เพราะถ้าไม่คีย์ก็จะจำไม่ได้ (แต่ถึงคีย์แล้วก็จำไม่ได้อีก เพราะนี่มีลังหนังสือหายไปหนึ่งลัง ยังหาไม่เจอ คีย์ข้อมูลไว้แค่ ลัง1 แต่นึกไม่ออกว่าเจ้าลัง 1 นี่มันอยู่หนใด)

นั่งทำสามวันเก็บหนังสือไปได้ 300 เล่ม เหลืออีกประมาณครึ่งนึงที่ต้องเอาไว้ทำต่อวันปีใหม่

คติประจำวันนี้จึงเป็นการเตือนว่า เก็บหนังสือครั้งละวัน งานไม่หนัก เก็บหนังสือครั้งละปี จะปวดหลัง เหมือนอย่างที่แม็กซ์เป็นอยู่ตอนนี้

Saturday, February 7, 2009

A Madamn's Deception // Renee Bernard

สำหรับหนังสือภาคต่อ

Madames Deception สอบผ่านฉลุยค่ะ แม้จะไม่ถึงกับทำให้เรเน่ เบอร์นาร์ดกลายมาเป็นนักเขียนระดับแนวหน้าที่แม็กซ์พลาดไม่ได้ แต่ก็ทำให้แม็กซ์แน่ใจได้ว่า ยังไงก็ต้องซื้อเล่มสามของเธอ

When an innocent takes over a bordello, can her seduction be far behind?

Jocelyn Tolliver believes that her mother's couture business financed her European boarding school education. Imagine her shock when she discovers that her dying mother is the infamous Madame of London's elite Crimson Belle. Promising to care for the bordello and its ladies, Jocelyn, a virginal bookworm, transforms herself and is soon known as the reclusive Madame DeBourcier.

Rakish Alex Randall, Lord Colwick, is determined to win admittance to the intriguing Madame's bed. His outrageous attempts to garner her favor cannot go unnoticed for long. . . . When danger threatens the elegant women of the Belle, Jocelyn strikes a bargain with Alex, hoping he can provide some protection. But Jocelyn's deception forces her and Alex into a passionate battle of wills in which all illusions will be shattered . . . and all desires fulfilled.

Madames Deception นำตัวละครที่เคยออกมามีบทใน A Ladys Pleasure กลับ มาอีกครั้ง เรื่องราวของอเล็ก ขุนนางอังกฤษที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในกรอบ กับโจเซลีน มาดาม (หรือที่คนไทยรู้จักกันว่าเป็นแม่เล้า) ในซ่องโสเภณีชั้นสูง ผู้หญิงที่ไม่เหมาะสม แต่เขาไม่อาจห้ามใจให้ลืมเธอได้

ครั้งแรกที่พบกัน คนอ่านไม่ได้เห็นปฏิกริยาของชายหญิงสองคนนี้ เพราะอยู่ในเล่ม ALP ซึ่งนั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนที่สุดของเรื่อง เพราะสำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน ALP จะ งงเล็กน้อย ว่าพระเอกมันกำลังพูดถึงใครอยู่ และที่สำคัญความสัมพันธ์ของพระเอกและนางเอกตั้งอยู่บนพื้นฐานอาการปิ๊งกัน อย่างแรงในการพบกันครั้งนั้น

อเล็กยังไม่อาจลืมโจเซลีนได้ และเขาถึงจุดปลายสุดของความเป็นคนที่เหมาะสม เขารู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องแต่งงาน ผู้หญิงสักคนที่เหมาะสมและน่าเบื่อ แต่ก่อนที่เขาจะสละความโสด เขาตัดสินใจไขว่คว้าผู้หญิงที่เขาต้องการอย่างที่สุดมาให้ได้

และเพราะโจเซลีนเป็นแม่เล้า อเล็กจึงตัดสินใจว่า วิธีการที่ง่ายที่สุดเพื่อให้ได้เธอมาก็คือการใช้เงินซื้อ และสำหรับแฟนหนังสือผู้รักเยื่อบางในช่องคลอดก็ไม่ต้องตกใจไปหรอกนะคะ เพราะว่าโจเซลีนของเราไม่ใช่แม่เล้าธรรมดา อันที่จริงเธอเป็นลูกสาวของแม่เล้าคนก่อน เมื่อเกือบสิบปีก่อนโจเซลีนซึ่งเป็นเด็กสาวสวยใสไร้เดียงสาพบความจริงว่า มารดาของเธอไม่ใช่ช่างตัดเสื้อผู้ร่ำรวย หากแต่เป็นแม่เล้าผู้ร่ำรวยผู้ซึ่งก่อนตายฝากฝังซ่อง และเหล่าเด็ก ๆ ให้อยู่ในความดูแลของโจเซลีน

เด็กสาวจึงต้องเติบโตขึ้นชั่วข้ามคืน กลายเป็นมาดามชื่อก้องและเชี่ยวชาญในเรื่องคำแนะนำเกี่ยวกับบทรัก หากแต่เธอกลับยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรง ข้อเสนอของอเล็กมาถูกจังหวะ โจเซลีนตัดสินใจตอบรับ

พื้นฐานของเรื่องนี้ตั้งอยู่บนเซ็กส์ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือตัวละคร เพราะทั้งเรื่องแม็กซ์บอกได้เลยว่าไม่มีพล็อตอะไรเลย พล็อตการฆาตกรรมก็มีอย่างเสียไม่ได้ และไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกะเรื่อง ทั้งเรื่องมีแค่อเล็ก และโจเซลีน

แต่แค่ตัวละครสองตัวนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะดึงดูดแม็กซ์ให้ใจจดจ่อกับเรื่องนี้ได้ตลอดเล่ม ไม่ถึงกับกรี๊ดสลบ แต่ก็น่าอ่าน น่าติดตาม

คะแนนที่ 73 (เทียบกับ A Ladys Pleasure ที่ 63)

Saturday, January 31, 2009

A Rogue's Game // Renee Bernard

ในโลกของนิยาย ตัวละครที่แม็กซ์ไม่เคยห้ามใจตัวเองได้อยู่ก็คือหนุ่มเสเพล (Rake/Rogue/Whatever you called him) ผู้ชายที่แม็กซ์ไม่คิดจะแม้ได้พบในชีวิตจริง แต่ในโลกแห่งนิยายคือคนที่แม็กซ์ไม่อ่านไม่ได้

และวันนี้ก็ฟิตจัดอ่านหนังสือจบไปถึงสองเล่ม และทั้งสองเล่มก็มีสิ่งที่เหมือนกันก็คือ พระเอกที่ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มเสเพล ติดจะร้ายนิด ๆ อีกต่างหาก

ในเล่มแรก A Rogue's Game ของเรเน่ เบอร์นาร์ด เล่มนี้แม็กซ์รอคอยและอยากอ่านมาก เพราะจูเลี่ยน เคลย์พระเอกเป็นตัวละครที่ออกมาดตัวร้ายในเรื่อง A Lady's Pleasure ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุดนี้ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน ALP และคิดจะอ่าน แม็กซ์ก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งอ่าน ARG นะคะ เพราะจะมีสปอลย์เนื้อเรื่องของเล่มแรกในเล่มนี้ด้วย

จูเลี่ยนใช้ชีวิตเสเพลตั้งแต่รุ่นหนุ่ม เขาสูญเสียทรัพย์สินทุกอย่างไปกับโต๊ะพนัน และการใช้ชีวิตที่ไม่มีข้อจำกัด เขาทำหลายอย่างที่เลวร้าย เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน หรือแม้กระทั่งเมียของเพื่อนสนิทตัวเอง แต่เขากลับหนีรอดการเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวได้ เพราะการกระทำของเขาที่เข้าไปช่วยชีวิตคู่หมั้นของศัตรู (ก็พระเอก ALP นั่นแหละ) ด้วยการรับกระสุนที่มุ่งหมายชีวิตของเธอไว้

และนั่นทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษ จูเลี่ยนกลับมาลอนดอนอีกครั้งหลังจากหลบไปรักษาแผลในชนบท แต่แม้จะหนีรอดจากการหมดตัว เขาก็ไม่ได้มีทรัพย์สินเหลืออยู่เยอะนักหรอก และมันบีบบังคับให้เขาต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านเพื่อน ใช้ร่างกายตัวเองเป็นค่าเช่าบ้านให้กับเมียเพื่อน

แม็กซ์มีโอกาสคุยกับเรเน่เกี่ยวกับจูเลี่ยนเมื่อครั้งที่ไปงาน RT เธอบอกแม็กซ์ว่า จูเลี่ยนไม่ได้กลับตัวเป็นคนดีหรอกนะ อันที่จริงเขายังคงเป็นคนเดิม แต่ดีขึ้นเพราะนางเอก

ซึ่งแม็กซ์เห็นชอบ และเมื่อได้อ่านก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แม็กซ์ไม่ชอบพระเอกที่ถูกบรรยายว่าเลวร้ายอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ท้ายสุดก็กลายเป็นคนดีได้ราวกับนางเอกมีไม้เท้าวิเศษเสกให้กลับตัว

แม็กซ์ชอบพระเอกที่เจ้าเล่ห์หน่อย ๆ ร้ายนิด ๆ (ที่ร้ายนี่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตบนางเอกหน้าคว่ำหรอกนะ) ขอนอกเรื่องนิดนึงเพื่อบอกว่า พระเอกแนวนี้ที่ได้ใจแม็กซ์มากที่สุดคนนึงก็คือ คริสเตียน พระเอกของแอน สจ๊วตในเรื่อง The Devil's waltz

กลับมาที่เล่มนี้ อย่างที่เรเน่บอก จูเลี่ยนไม่ได้กลับตัวได้โดยปฏิหารณ์ เขายังเสเพล เล่นพนัน ใช้ชีวิตอย่างที่ rogue ทั่วไปเป็นกัน และเขาก็ได้เจอกับอีฟ หญิงสาวที่จับจ้องความสนใจของเขาไว้ได้ทั้งหมด

อีฟไม่ใช่หญิงสาวไร้เดียงสาอย่างที่เธอแสดงฉากหน้าให้วงสังคมเห็น เธอและลุงของเธอเป็นนักหลอกลวง มาที่ลอนดอนเพื่อปอกลอกบรรดาเศรษฐีในสังคมชั้นสูง แต่อีฟมีเป้าหมายอื่น เธอต้องการเก็บเงินให้มากพอ แล้วออกจากวงการ ไปใช้ชีวิตอย่างสงบในชนบท แต่การได้พบกับจูเลี่ยน นำความยุ่งยากมาสู่แผนการของเธอ

ในสายตาของคนทั่วไป จูเลี่ยนดูเหมือนจะตกหลุมรักสาวน้อยไร้เดียงสา แต่สำหรับเขาแล้ว จูเลี่ยนมองผ่านฉากหน้า และรู้จักตัวตนแท้จริงของอีฟ เขาเข้าใจเธอ และยอมรับเธออย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้

แม็กซ์ชอบเรื่องนี้เพราะจูเลี่ยนยังคงเป็นจูเลี่ยน ผู้ชายที่เห็นแก่ตัว เขาเห็นอีฟ และต้องการเธอ และเขาก็บอกเธอว่าเขาอยากได้เธอ และเขาต้องได้เธอ แต่ในทางกลับกัน จูเลี่ยนอาจจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่ยอมรับตัวตนแท้จริงของอีฟได้โดยไม่รู้สึก ว่าเธอต้อยต่ำ และแน่ละเขาเป็นผู้ชายที่เหมาะสมในการจัดการกับลุงของเธอ

ต่อไปสปอลย์นะคะ

แม็กซ์ชอบฉากจบของเรื่องนี้มาก ๆ เมื่อจูเลี่ยนท้าลุงของอีฟพนัน โดยเดิมพันทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขา เพื่อแลกกับการที่ลุงของเธอจะเลิกยุ่งกับเธอ และในตอนจบเมื่อเขาบอกเฉลยความจริงว่า เขาไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรอีกแล้ว เพราะเขาได้โอนมันทั้งหมดให้กับอีฟตั้งแต่ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะหนีไปด้วยกัน เสียอีก นี่เป็นการแสดงถึงความจริงใจที่เขามีกับอีฟ โดยไม่ต้องอาศัยคำบอกรัก แล้วยังวิธีที่เขาสารภาพรักและขอเธอแต่งงานอีก เมื่อเขาบอกกับเธอว่า "นอกจากความซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียวแล้ว เขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างอื่นเพื่อเธอได้อีก เขาไม่อาจเลิกดื่มเหล้า เลิกการพนัน หรือทำตัวเป็นผู้ชายที่เถรตรงน่านับถือได้ เขาแค่รักเธอได้เท่านั้นเอง"

ฉากจบกินใจได้คะแนนไปเยอะค่ะ ก็เลยอยู่ที่ 73

อันที่จริงว่าจะพูดถึงเรื่อง Don't tempt me ของซิลเวีย เดย์อีกเรื่องด้วยค่ะ แต่คิดว่าเขียนเยอะแล้วนะคะ ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน

Wednesday, January 21, 2009

The School for Heiresses // An Anthology

หนังสือเก่าเก็บอีกเล่มที่ถึงคิวอ่านเสียทีค่ะ พักนี้เราอ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นเยอะหน่อยน่ะค่ะ เพราะเหลือค้างไว้เพียบเลย ปกติแม็กซ์ไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องสั้น แต่ก็นิสัยเสียซื้อมาเกือบทุกเล่ม เพราะเรามักรู้สึกอยากจะเก็บงานของคนแต่งที่ชอบให้ครบทุกเล่ม อีกอย่างเดี๋ยวนี้คนแต่งชอบเอาตัวละครในเรื่องเรื่องที่ตัวเองเขียนไว้เป็น ชุดมาเขียนในเรื่องสั้น ด้วยความที่ติดอ่านชุด ก็เลยต้องตามมาซื้อจนได้

หนังสือเรื่องนี้อยู่ในชุดที่เรียกกันว่า The School of Heiresses ซึ่งเล่าถึงมิสซิสชาร์ล็อตต์ แฮร์ริส เจ้าของโรงเรียนซึ่งเคยเป็นทายาทสาวผู้ร่ำรวยคนนึง แต่โดนหลอกแต่งงานกับผู้ชายที่หวังสมบัติของเธอ จนสุดท้ายเมื่อสามีตาย เธอจึงคิดที่จะเปิดโรงเรียนสอนเด็กสาวลูกคนรวยให้ดูผู้ชายที่หวังปอกลอก สมบัติของพวกเธอออก เพื่อที่จะไม่โดนหลอกอย่างเธอบ้าง

คอนเซ็ปต์ของเรื่องนี้เป็นแนวคิดของซาบริน่า เจฟฟรีย์ ซึ่งเธอเขียนเรื่องในชุดนี้ออกมาหลายเล่ม แม็กซ์หมายถึงเล่มเดี่ยว ๆ นะคะ แต่เรื่องสั้นเล่มนี้เป็นแนวคิดของสนพ.พ็อตเก็ตที่เอาคอนเซ็ปต์ และโรงเรียนของมิสซิสแฮร์ริสที่ซาบริน่าสร้างขึ้นมาขยายต่อ แล้วให้นักเขียนอีกสามคนช่วยกันเขียนเรื่องราวของเหล่านักเรียนในโรงเรียน ของมิสซิสแฮร์ริส

หนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง The School of Heiresses

อย่างที่บอกนะคะ แม็กซ์ไม่ชอบอ่านเรื่องสั้น ดังนั้นคะแนนไม่สูงหรอกค่ะ แต่ก็ยังยืนยันเหมือนหลายครั้งว่า สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านผลงานของนักเขียนทั้งสี่คนในเรื่องสั้นเล่มนี้ ก็ลองหาซื้อมาอ่านกันได้ จะได้รู้ด้วยค่ะว่าสไตล์ของแต่ละคนเป็นยังไง เพราะแม็กซ์อ่านไปก็คิดว่ามันสะท้อนแนวทางการเขียนของแต่ละคนได้พอสมควร

Ten reasons to stay ของซาบริน่า เจฟฟรีย์

เ่ล่มนี้นอกจากจะเล่าเรื่องของอดีตนักเรียนคนนึงในโรงเรียนของมิสซิสฮาร์ริ สแล้ว ยังเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับเรื่อง Only duke will do ซึ่งเป็นเล่มที่สองในชุด The School of Heiressess อีกด้วย (เพราะเล่มเอกในเล่มนั้นช่วยจนพระเอกในเรื่องสั้นเล่มนี้ได้บรรดาศักดิ์มาจน ได้) แต่แม้จะเกี่ยวกันโดยตรงก็ไม่จำเป็นหรอกนะคะว่าต้องอ่านเรื่อง ODWD ก่อน เพราะทั้งพระนางในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ปรากฎตัวในเล่มนั้นแต่อย่างใด

คอลินซึ่งเป็นลูกครึ่งพ่อซึ่งเป็นคนอังกฤษ และแม่ที่เป็นคนอินเดียเป็นคนนอกมาตลอดชีวิต เขาไม่ได้รับการยอมรับจากญาติทางแม่ที่เป็นคนอินเดีย เพราะสายเลือดอังกฤษในกาย แต่ก็ไม่อาจเป็นคนอังกฤษได้เพราะเลือดอินเดียที่ถูกเหยียดหยาม แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจเดินทางมาอยู่อังกฤษ หลังจากใช้ชีวิตในอินเดียมาตลอดชีวิต เพราะอย่างน้อยในอังกฤษ เขาก็สามารถหนีจากสงครามที่เกิดในอินเดียได้ แต่ชีวิตในฐานะของท่านเอิร์ลผู้สูงศักดิ์ก็ถูกขัดจังหวะโดยการมาอย่างไม่ได้ รับเชิญของสาวน้อยเอไลซ่าที่ทำทุกทางเพื่อหนีจากการบังคับแต่งงานของผู้เป็น ลุง

เอไลซ่ารู้จักกับภรรยาของขุนนางผู้เป็นเจ้าบ้านที่เธอลักลอบเข้ามาเพื่อ "ขอยืม" ม้าในการเดินทางหนี สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ บ้านหลังนี้ได้กลายมาเป็นสมบัติของคอลินแล้ว (เพราะอดีตเจ้าของบ้านเป็นคนที่ยกบรรดาศักดิ์ในคอลิน -- คำอธิบายอยู่ในเรื่อง ODWD แต่ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ สรุปว่าเอไลซ่าเจอกับคอลินอย่างไม่คาดคิด) และแม้เธอจะพยายามเล่าเรื่องให้คอลินฟัง เขาก็ยังคิดว่าเธอเป็นเด็กสาวฟุ้งซ่าน ชีวิตของเธอมันไม่แย่อย่างที่เป็นหรอก เขาปฏิเสธที่จะช่วย และยังไม่ยอมให้เธอเดินจากไป เพราะห่วงในความปลอดภัย เขาตั้งใจจะส่งตัวเอไลซ่าคืนให้กับผู้ปกครองของเธอ แต่เมื่อเขาค้นพบความจริงว่าสิ่งที่เอไลซ่าพูดเป็นความจริง คอลินก็เปลี่ยนใจ

เรื่องนี้ถือว่าสนุกใช้ได้ค่ะ สำหรับเรื่องสั้น ทั้งคอลินและเอไลซ่าเป็นตัวละครที่โอเค (นั่นคืออ่านได้ไม่ต้องคิดมาก) แต่เพราะเป็นเรื่องสั้นเราจึงรู้สึกเหมือนทุกอย่างโดนเร่ง ไม่ว่าจะเป็นความรักที่เกิดชั่วข้ามคืน (และมันก็ข้ามคืนจริง ๆ)

คะแนนที่ 63

After Midnight ของลิซ คาร์ไลร์

นี่เป็นเรื่องที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดในชุด (ถ้าอ่านบลอกของแม็กซ์มานานพอ และเห็นชื่อลิซบนปกเล่มนี้ ก็น่าจะเดากันออกนะคะ) และเหตุผลที่เราชอบก็ทุเรศมาก เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่อง หรือตัวเอกในเล่ม แต่เป็นเพราะเล่มนี้เราได้เห็นโรธเวลล์

ง่าย ๆ แค่นั้นแหละ

เล่มนี้ถือเป็นเล่มแรกจริง ๆ ในชุด Never หรือเรื่องราวของพี่น้องตระกูลเนวิลล์ เป็นเรื่องราวของหลานสาวของบารอนโรธเวลล์ (พระเอกเล่มสามในชุดเรื่อง Never Romance a Rake) ที่ถูกคุณอาส่งมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนของมิสซิสแฮร์ริสตั้งแต่แม่ของเธอ ตายลง มาร์ตินิคไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของโรธเวลล์ เธอเป็นลูกติดที่แม่ของเธอแต่งงานกับพี่ชายของโรธเวลล์ และเมื่อทั้งพ่อเลี้ยงและแม่ของเธอตายลง เธอก็ถูกส่งมาที่อังกฤษเสมือนเป็นสัมภาระที่ไม่มีใครต้องการ

นี่เป็นปมในใจของเธอพอสมควร เมื่อมาร์ตินิคอายุได้สิบเก้าปี ทั้งอาทั้งสองของเธอก็เิดินทางมาอังกฤษเพื่อหาคู่ครองที่เหมาะสมให้ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่ได้ต้องการเลย เธออยากใช้ีชีวิตเหมือนอาสาวแซนเธียที่มีอิสระในการใช้ชีวิต ทำงานในบริษัทเดินเรือของตระกูล แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีทางเลือก เมื่อเหตุการณ์เข้าใจผิดเกิดขึ้น และมาร์ตินิคพบว่าตัวเองหมั้นหมายกับขุนนางหนุ่มผู้อื้อฉาว

บอกตามตรงนะคะ ถ้าเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องสั้น แม็กซ์คงจะชอบมากกว่านี้อีก เพราะมีองค์ประกอบที่เราชอบครบถ้วน โดยเฉพาะภูมิหลังของจัสตินพระเอกที่ได้ใจเรามาก มาร์ตินิคเองก็เป็นนางเอกที่น่าสนใจ มีประเด็นให้เล่นได้เยอะ แต่ด้วยข้อจำกัดที่เป็นเรื่องสั้นทำให้ทุกอย่างดูเร่งไปหมด

คะแนนที่ 70

The Merchant's Gift ของจูเลีย ลอนดอน

จาำกคำวิจารณ์ ส่วนใหญ่เขาชอบเรื่องนี้กันนะคะ เรื่องราวของเกรซลูกสาวของพ่อค้าผู้ร่ำรวยที่โดนแรงกดดันจากครอบครัวให้หา คู่แต่งงานที่เป็นขุนนางเพื่อยกระดับครอบครัวขึ้น ในขณะที่นับวันเธอก็เริ่มตกหลุมรักบาร์เล็ตต์พ่อค้าจากลีดส์ที่อยู่ในเมือง เดียวกับเธอ พล็อตหลักของเรื่องจึงเป็นการตอบหัวใจตัวเองของเกรซว่าเธอจะเลือกใครระหว่าง ชายที่เธอรัก กับชายที่เหมาะสม

และแม็กซ์ก็ไม่เหมือนกับคนทั่วไปอีกแล้ว เพราะเราไม่ชอบเรื่องนี้อ่ะ เราไม่ชอบความลังเลของเกรซ แม้จะเข้าใจนะว่าเธอต้องคิดเยอะในการตัดสินใจ แต่เราไม่ชอบผู้หญิงโลเลน่ะ

ถ้าคนอ่านสังเกตนิดนึงก็จะเจอว่าเรื่องนี้มีนางเอกจากเรื่อง The Hazards of hunting a duke โผล่มาให้เห็นนิดนึง โดยเป็นเพื่อนกับเกรซ ไม่ได้มีความสำคัญอะไรถึงขนาดต้องอ่านเล่มนั้นก่อนหรอกนะคะ (แต่อ่านก็ดีนะคะ เพราะเราชอบ THOHAD พอสมควร)

คะแนนที่ 57

Mischief's Holidy ของเรเน่ เบอร์นาร์ด

นี่เป็นเรื่องที่อ่อนที่สุดในชุดค่ะ ซึ่งถ้าไม่ได้ตอนจบของเรื่องมาช่วยไว้ คะแนนคงจะเทกระจาดมากกว่านี้อีก บอกตามตรงว่าเราคิดว่าเรเน่น่าจะเขียนได้ดีกว่านี้นะคะ แต่เป็นไปได้ว่าเธอเขียนเรื่องสั้นได้ไม่ดีนัก

พล็อตของเรื่องนี้คล้ายคลึงกับ The Merchant's Gift ที่นางเอกเป็นลูกสาวของพ่อค้าผู้ร่ำรวยและเรียนจบจากโรงเรียนของมิสซิสแฮ ร์ริส ผิดกันตรงที่พ่อของนางเอกเราไม่บีบบังคับลูกสาวให้แต่งงานกับขุนนางหรืออะไร เขารักลูกสาวและอยากให้เธอมีความสุข และนั่นอาจะทำให้เรื่องไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยน่ะสิ เพราะไม่มีพล็อต ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อย ๆ จะมีก็แค่ว่า นางเอกของเราเป็นคนที่ชอบเจอปัญหาแล้วได้ทำตัวน่าอาย ซึ่งก็ไม่เห็นจะเป็นประเด็นอีก (สำหรับแม็กซ์) เราอาจจะเข้าใจสังคมรีเจนซี่ไม่ดีพอ แต่เราไม่รู้สึกว่าการที่เธอทำกระโปรงเปื้อน หรือเล่นกับลูกหมามันจะเสียหายน่าอับอายร้ายแรงอะไร มันเป็นเรื่องน่าขำก็จริง แต่ไม่รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่

ความราบเรียบของเรื่องนี้คือข้อเสียใหญ่ที่สุด เรื่องราวในงานเลี้ยงช่วงวันคริสต์มาสที่พ่อของอลิสานางเอก เชิญลีแลนด์พระเอกของเรามาร่วมงาน สองหนุ่มสาวได้เจอกัน ปิ๊งกัน จีบกัน และลงเอยกัน มันไม่น่าสนใจน่ะ ไม่เลวร้ายนะ แต่ไม่น่าสนใจเลย

คะแนนที่ 53