Showing posts with label Madeline Hunter. Show all posts
Showing posts with label Madeline Hunter. Show all posts

Monday, February 16, 2009

The Rules of Seduction // Madeline Hunter

หลังจากผิดหวังกับหนังสือที่เรารู้สึกชัวร์ว่าสนุก (แต่หลายเล่มกลับกลายเป็นชั่วไป) ก็มาถึงเล่มที่เราไม่คาดหวัง เพราะผิดหวังกับเล่มก่อนหน้าของเธอมาหลายเล่มติดกัน เราก็ได้เจอเพชรแท้ของสิ้นปี 2549 แล้ว

กฎแห่งการล่อลวง (ตั้งชื่อบลอกเหมือนล่อพวกจิตอกุศลมาอ่านเลย) หรือ The Rule of Seduction เป็นหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของแมดเดลีน ฮันเตอร์ หนังสือที่ดูธรรมด้าธรรมดา พล็อตเรื่องแสนจะจำเจ แต่ไหงกลายเป็นหนังสือสนุกขึ้นมาได้

เฮย์เดน รอธแวล (ขอร้องล่ะ ผู้ชายชื่อเฮย์เดนนี่นะ นั่นคือความคิดแรกของเรา แต่พออ่านจบเรื่องเสียงความคิดเราก็กลาย โอ้เฮย์เดนจ๋า) เดินทางมาที่บ้านของนางเอก เพื่อพบกับญาติซึ่งเป็นผู้อุปการะนางเอก และกลับไปพร้อมกับทรัพย์สินทุกอย่างที่ญาติเธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ เพราะญาติไม่ยินดีที่จะเลี้ยงดูเธออีกต่อไปแล้ว เพราะแค่เลี้ยงตัวเองและน้องสาวก็แทบไม่พอ ทั้งที่ก่อนหน้าครอบครัวเธอถือเป็นผู้มีอันจะกินไม่น้อย คำอธิบายที่เธอได้รับกับการเปลี่ยนแปลงสถานภาพก็คือ เฮย์เดนตัดสินใจถอนเงินของตระกูลเขาออกจากธนาคารที่ญาติของเธอเป็นหุ้นส่วน อยู่ ทำให้ญาติของเธอต้องหมดตัวเพราะล้มละลาย นั่นทำให้อเล็กเซียนางเอกของเราเกลียดพระเอกอย่างมาก

เห็นรึยังคะว่าเรื่องไม่มีอะไรใหม่เลย และยังคาดเดาได้ง่ายกว่านั้นอีก เพราะพระเอกของเราต้องไม่ใช่คนใจไม้ใส่ระกำอย่างนั้นจริงไหม

จริงค่ะ

เพราะอันที่จริงเฮย์เดนไม่ได้เป็นผู้ทำลายญาติของเธอ หากแต่เขาค้นพบการฉ้อโกงเงินของธนาคารที่ญาติของเธอทำกับลูกค้าของธนาคาร เขาจึงเดินทางมาเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายชดใช้ และเขาจะยอมปิดปากเงียบกับการกระทำความผิดนั้น

ญาติของนางเอกยอมชดใช้ แต่ไม่วายที่จะอ้างเหตุผลที่เป็นการทำลายชื่อเสียงของพระเอก ซึ่งพระเอกก็ยังคงเป็นพระเอกที่ยึดมั่นในความพูดของตัวเองไม่ยอมเปิดเผยความ จริงแม้ว่าจะถูกเข้าใจผิด

หนังสือเรื่องนี้ไม่ได้หวือหวา แต่เป็นหนังสือที่ตัวละครเป็นผู้เดินเรื่อง เราได้รู้จักับเฮย์เดน น้องชายของท่านมาร์ควิสผู้ที่รับผิดชอบการเงินของครอบครัว คนที่ทำทุกอย่างด้วยความประสิทธิภาพดั่งหุ่นยนต์แต่กลับห้ามใจตัวเองกับนาง เอกไม่ได้ ผู้ชายคนที่ (โคตร) มีเกียรติ จนเรายังอ่อนละลายไปกับเขา ผู้ชายคนที่คิดว่าวิชาคณิตศาสตร์เป็นเครื่องพักผ่อนยามว่าง ผู้ชายที่รักนางเอกมาพอจะบอกรักกับนางเอกก่อน และรักมากพอจะยอมปล่อยให้นางเอกเดินจากไป ถ้านั่นหมายความว่าเธอจะได้อยู่กับผู้ชายที่เธอรัก

เฮย์เดนเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้เรื่องพล็อตง่าย ๆ นี่ได้ผล จากภายนอกที่เป็นผู้ชายเย็นชา ภายในเขาก็เย็นชา เพียงแต่เฉพาะกับอเล็กเซียเท่านั้นที่เขากลายเป็นผู้ชายอีกคน ผู้ชายที่ห้ามตัวเองไม่ให้มีความสัมพันธ์กับสาวบริสุทธิ์ไม่ได้ แต่ก็มีเกียรติพอที่จะยอมแต่งงานกับเธอ แม้ว่าจะไม่มีใครเลยที่เรียกร้องให้เขาทำ

อ่านเรื่องนี้แล้วขอเตือนว่าอย่าไปสนใจคำบรรยายเรื่องที่ด้านหลังปกมาก นัก เพราะไม่ตรงกับความเป็นจริง ถ้าคุณอ่านโดยคาดว่าจะเจอกับเฮย์เดนที่เป็นอัลฟ่าเมลแล้วล่ะก้อ บอกเลยว่าผิดหวังแน่ค่ะ แต่เขาก็ไม่ใช่เบต้า เขาเป็นเพียงคนที่รู้ใจตัวเอง และกล้าที่จะทำตามหัวใจเรียกร้องโดยไม่สนใจว่ามีใครคาดหวังให้เขาทำหรือไม่

ทั้งเรื่องนางเอกเข้าใจพระเอกผิดว่าเขาเป็นคนที่ทำลายครอบครัวของเธอ และพระเอกก็ถูกผูกพันโดยคำพูดของตัวเองทำให้ไม่สามารถบอกความจริงได้ ปกติเราไม่ชอบเรื่องอย่างนี้มากนัก เพราะมักรู้สึกว่าทำไมไม่พูดกันให้รู้เรื่องไปเสียที (วะ) แต่อย่างที่บอกมาตลอด เรื่องนี้ได้ผล เรานั่งชื่นชมกับเรื่องราวที่นางเอกค่อยตกหลุมรักพระเอกมากขึ้นทุกวันทุกวัน แม้ว่าสมองจะบอกเธอว่าเขาเป็นคนโหดร้ายที่ทำลายคนที่เธอรัก และมองเห็นพระเอกที่พยายามถามตัวเองเป็นร้อยครั้งว่าทำไมถึงเป็นผู้หญิงคน นี้ ผู้หญิงที่เขาแน่ใจว่ารักผู้ชายคนอื่น (แม้ว่าเขาจะตายไปแล้ว)

เรื่องนี้เป็นเล่มแรกในชุด (อย่างน้อยสามเล่ม) และเหมือนทุกครั้งคนแต่งก็เก่งพอจะทำให้เรารู้สึกอยากอ่านเล่มถัดไปในชุด แม้ว่าเรื่องของเอเลียตน้องชายของเฮย์เดนจะไม่ดูน่าสนใจ แต่สำหรับคริสเตียนพี่ชายคนโต คนที่หายไปโดยไร้ร่องรอยเป็นเวลาเกือบสองปี (และทำให้ในระหว่างนั้นเฮย์เดนต้องเข้ามาจัดการด้านการเงินของตระกูล) และกลับมาโดยที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนที่เราสนใจมากที่สุด

และถ้าไม่เป็นการโอ้อวดเกินไป เราก็ขอทายเอาไว้เลย ณ วันนี้ว่า นางเอกของคริสเตียนคงจะเป็นโรส ญาติของอเล็กเซีย คนที่เข้าใจผิดว่าเฮย์เดนเป็นผู้ทำลายครอบครัวของเธอ

บอกได้คำเดียวว่าอยากอ่านค่ะ

The Rules of Seduction // Madeline Hunter (Con'd)

วันนี้บลอกเกี่ยวกับเรื่อง The Rule of Seduction ของแมดเดลีน ฮันเตอร์เป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้ว อาจเพราะว่าวันนี้งานไม่ค่อยมีให้ทำ ก็เลยฟุ้งซ่าน แต่ก็เป็นไปได้มากที่เราถูกใจหนังสือเรื่องนี้มากจนไม่อาจลืมเลือนออกไปจาก ใจได้โดยง่าย

ไม่น่าเชื่อว่าเราชอบหนังสือที่เรียบง่ายอย่างเช่นเล่มนี้ ไม่มีความพิศดารแปลงกาย พระเอกไม่ใช่ยอดมนุษย์ ไม่ใช่สายลับเก่งกล้า เขาไม่ใช่กระทั่งขุนนางมียศศักดิ์ ที่สำคัญเขาไม่ใช่พระเอกแบบที่เราชอบ ไม่ใช่ตัวร้ายกลับใจ หากแต่เป็นผู้ชายที่เราคิดว่าหาเจอได้ในชีวิตประจำวัน เขาไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาเป็นคนที่เราคิดอยากจะเป็น (ไม่ใช่อยากจะเป็นผู้ชายนะ แต่เราอยากเป็นคนที่มีข้อผิดพลาด แต่มีความดีพื้นฐานทำให้รู้ว่าการกระทำของตัวเองผิด และคิดหาทางแก้ไข ทั้งยังมีเกียรติมากพอที่จะรักษาคำพูดของตัวเองเอาไว้)

อะไรที่ทำให้เราชอบหนังสือเรื่องนี้เหลือเกิน ส่วนหนึ่งอาจเพราะอ่านหนังสือไม่สนุกมาหลายเล่มก็ได้ แต่สาเหตุหลักใหญ่อาจเป็นเพราะเจ้าความเรียบง่ายนี่เอง ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างมาก

หนังสือเปิดเรื่องอย่างหนังสือโรแมนซ์ยุคโบราณทั่วไป (แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ยุครีเจนซี่นะคะ เราคิดว่าน่าจะเป็นช่วงยุควิคตอเรียมากกว่า) ท่ามกลางฉากหลังเป็นเรื่องราวที่เกิดอาการพานิคกันทั่วเกาะอังกฤษทำให้หลาย ธนาคารล้มละลาย (เห็นไหมเราบอกแล้วว่าเรื่องไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น) เฮย์เดน รอธเวลปรากฎกายขึ้นในชีวิตของอเล็กเซีย เวลบอร์น

หนังสือเรื่องนี้พระเอกไม่ได้ตกหลุมรักนางเอกเพียงชั่วแรกเห็น (แล้วก็จัดการลากมาทำเป็นเมียเก็บเหมือนหนังสือดังบางเรื่อง) เขาช่วยเหลือนางเอกเพราะความรู้สึกผิด (บอกแล้วว่าเขาเป็นคนดีมาก) ที่ตัวเองทำลายชีวิตนางเอก และอย่างไม่รู้ตัวเขาก็ค่อยตกหลุมรักเธอ

การดูเฮย์เดนตกหลุมรักนางเอกไม่สนุกเท่ากับการดูอเล็กเซียตกหลุมรักเขา เพราะทั้งเรื่องเธอเชื่อว่าเขาเป็นคนเลว แต่นั่นไม่อาจหยุดความรู้สึกของเธอได้

ฉากหนึ่งที่พระเอกแอบติดตามนางเอกจากลอนดอนมายังบริสโทลแล้วมารอนางเอกอยู่ ที่โรงแรม เมื่อเขาแอบมองปฏิกริยาของนางเอกเมื่อทราบข่าวจากคนรับใช้ว่าพระเอกมารอเธอ อยู่เป็นฉากที่เราชอบมากที่สุดฉากหนึ่งในเรื่อง เมื่อเขามองเห็นอาการของนางเอกที่นิ่งเฉยไม่ยินดียินร้าย นี่คือความคิดของเขา

"It took him amoment to conqure the hallow reaction that opened inside him. He had not expected her to be pleased by his pursuit, although a small, romantic fantasy had emerged in which she expressed so much delight in his arrival that she could not find the heart to scold. He knew better than to anticipate a joyful reunion, however, and knew a good row was the more likely result when he found her that would have been preferable to what he had just seen . He did not like the visible evidence of just how indifferent she truly was."

แปลว่า (โปรดกรุณาให้อภัย เราไม่ใช่นักแปลค่ะ) "เขาต้องใช้เวลาสักใหญ่กว่าที่จะเอาชนะความรู้สึกว่างเปล่าภายในกายเขาได้ เขาไม่ได้ถึงกับคาดว่าเธอจะดีใจที่เห็นเขาติดตามเธอมา แม้ว่าความเพ้อฝันเล็กน้อยของเขาจะหวังให้เธอแสดงความรู้สึกยินดีกับการมา ของเขามากพอที่จะไม่ต่อว่า แต่เขารู้ดีเกินกว่าจะคาดหวังการพบกันที่เต็มไปด้วยความสุข อย่างไรก็ตามเขาก็ยังพอใจกับการโต้เถียงกันเล็กน้อยมากกว่าการที่เธอแสดงให้ เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอไม่มีความรู้สึกใดต่อเขาสักนิดเดียว"

ชอบค่ะ ผู้ชายใจน้อย

อดทนหน่อยแล้วกันค่ะ ตอนนี้กำลังบ้าเรื่องนี้ ไม่รับประกันว่าจะมี The Return of the Rule of Seduction Part III หรือไม่นะคะ

Saturday, February 7, 2009

Lesson of Desire // Madeline Hunter

เมื่อวานแม็กซ์โฆษณาไปบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับ เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในอิตาลี และในบลอกของแม็กซ์จะเป็นอะไรได้นอกจากมันจะต้องเกี่ยวกับหนังสือ

ก่อนอื่นคงขอพูดถึงวีดีโอเทรลเล่อร์กันก่อนนะคะ แม็กซ์เห็นมาเยอะแล้วเพราะกำลังเป็นเทรนด์ฮิตที่นักเขียนจะสั่งให้ทำวีดีโอ เทรลเล่อร์เพื่อโฆษณาหนังสือของตัวเอง แต่แม็กซ์ชอบเวอร์ชั่นนี้นะคะ แม้การแต่งตัวจะไม่ถูกกะยุคนัก แต่ดูโปรดักชั่นแล้วรู้สึกว่าลงทุนใช้ได้ แล้วก็ตัดเอาส่วนสำคัญของเรื่องมาให้คนอ่านเห็นกัน

สำหรับคนที่ไม่สังเกต รูปผู้ชายกะผู้หญิงที่แม็กซ์ลงในบลอกโน้น ก็คือคนที่เล่นเป็นเอลเลียต และฟีดร้า พระเอกและนางเอกของหนังสือเล่มนี้

Lessons of Desire เป็นหนังสือเล่มที่สองในชุด ที่ด้านหลังเล่มโฆษณาว่า ซีรี่ย์ของพี่น้องตระกูลโรธเวลล์ แต่ถ้าเอากันจริง ก็ไม่ใช่เฉพาะตระกูลโรธเวลล์หรอกที่จะมีเรื่องในซีรี่ย์นี้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เล่มสามก็น่าจะเป็นเรื่องของคริสเตียนพี่ชายคนโต และคนเดียวที่ยังไม่มีเมีย แต่ก็ไม่ใช่ กลับเป็นเรื่องของคนอื่น (ขอบ่นหน่อยนะ โคตรอยากอ่านเรื่องของคริสเตียนเลย และแมดเดลีนก็เหมือนนักเขียนส่วนใหญ่ที่รู้ว่าคนอ่านรออยู่ โดยทำให้คนอ่านรอต่อไปเรื่อย ๆ)

หลังจากความน่าทึ่งของ The Rule of Seduction หนังสือแนวประวัติศาสตร์ที่ถือว่าเป็นเล่มที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่แม็กซ์ได้ อ่านในปีที่แล้ว ก็มาถึงเล่มนี้เรื่องราวของเอลเลียต น้องชายคนเล็กที่ดูแล้วไม่เห็นจะน่าสนใจสักนิด (แต่ก็นั่นแหละใครจะดูน่าสนใจถ้าเอามาเทียบกับคริสเตียน)

แต่ก็เหมือนกับความไม่น่าสนใจของเฮย์เดน (พระเอกเรื่อง TROS) เอลเลียตก็กลายเป็นพระเอกที่น่าจดจำมาก ๆ คนนึง

ใน TROS เอลเลียตดูเป็นเหมือนน้อง ชายคนเล็กในตระกูลขุนนางส่วนใหญ่ เป็นนักวิชาการ อารมณ์ดี และดูจะมีรอยแผลจากการแตกร้าวระหว่างบิดาและมารดาน้อยที่สุด แต่แค่ได้อ่านบทแรก เราก็รู้กันได้ชัดเจนว่า เอลเลียตมีด้านที่ลึก และมืดกว่านั้น เขาเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการ (จากเล่มแรกที่ออกมามีบทบาท) ได้น่าเชื่อที่สุด เพราะแมดเดลีนไม่ได้ทำให้เอลเลียตเปลี่ยนแปลงสักนิด เพียงแต่ในเล่มที่เขาเป็นตัวเอก เรามองเห็นด้านลึกของเขา ไม่ใช่แค่ฉากหน้าที่เขาโชว์ต่อสังคมภายนอก

เอลเลียตรับมอบหมายภารกิจจากคริสเตียน พี่ชายคนโตและหัวหน้าครอบครัวให้ตามหาบันทึกความทรงจำของอดีตสส.ที่เพิ่ง เสียชีวิตลง ซึ่งในนั้นมีเรื่องราวที่จะทำลายชื่อเสียงของผู้เป็นบิดาของพวกเขา การตามหาพาเขาไปยังอิตาลี และผู้หญิงที่น่าทึ่งที่เขาไม่อาจลืมได้

ฟีดร้า แบลร์เป็นหญิงสาวยุคใหม่ เธอเป็นลูกนอกสมรสของสส.คนนั้น กับสตรีนักคิดชื่อดังแห่งยุค มารดาของเธอเป็นผู้ริเริ่มความเชื่อในอิสรภาพของสตรีโดยการไม่ยอมแต่งงาน เพราะการแต่งงานจะทำให้หญิงตกอยู่ใต้อาณัติของชาย (เพราะในยุคนั้นหญิงที่แต่งงานแล้วไม่มีสิทธิใดเลย ต้องใช้สิทธิผ่านสามี) เธอใช้ชีวิตตามความเชื่อของมารดา อยู่อย่างเป็นอิสระ เป็นคนนอกที่สังคมชั้นสูงไม่ยอมรับ แต่ก็น่าสนใจพอจะถูกรวมเข้าไว้ในโลกแห่งนักคิด

การพบกันของทั้งคู่ในอิตาลีห่างไกลจากคำว่า โรแมนติก เมื่อฟีดร้าและความแปลกของเธอไม่เป็นที่ต้อนรับของสังคมชาวเนเปิ้ลล์ เธอถูกคุมขังเพราะทำให้ชายหนุ่มในเมืองตกหลุมรักอย่างจังจนออกมาดวลกัน และมีเพียงเอลเลียตเท่านั้นที่ช่วยเธอได้ เพื่อช่วยเธอ เอลเลียตรับเป็นผู้ดูแลเธอตลอดการเดินทางในอิตาลี และนั่นไปสู่การเดินทางที่งดงาม และน่าสนใจที่สุด

ไม่นับถึงการบรรยายฉากในอิตาลีที่แทบจะทำให้เห็นภาพ และการรู้ว่า Historical Romance ก็ มีเกิดขึ้นที่ประเทศอื่นนอกจากอังกฤษและเมกาได้ ตัวละครในเล่มนี้น่าสนใจ เอลเลียตอาจมีแผนการในการยับยั้งไม่ให้ฟีดร้าตีพิมพ์บันทึกของพ่อเธอ แต่เขาไม่เคยเล่นละครหลอกเธอ เขาตรงไปตรงมากับเธอเสมอ และในขณะเดียวกัน เขาก็ยอมรับความเป็นเธอได้

เขายอมรับความแตกต่างจากหญิงอื่น ความมีอิสระของเธอ โดยที่ไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง สิ่งที่แม็กซ์ทึ่งก็คือ ท่ามกลางความเข้มแข็งของฟีดร้า เอลเลียตกลับไม่ใช่พระเอกแนวเบต้า เขาเป็นอัลฟ่าเมลอย่างเต็มตัว โดยที่ไม่ทำลายเรื่องลงสักนิด

เอลเลียตแตกต่างจากเฮย์เดน แต่ก็เหมือนพี่ชายเขาที่ทำให้แม็กซ์ใจละลายไปกับพระเอกอีกคนจากตระกูลโรธเวลล์ได้

พ่อแม่บ้านนี้เลี้ยงลูกชายได้ดีจริง ๆ แต่ละคนทำเอาหัวใจแม็กซ์อ่อนยวบ

แม็กซ์ทึ่งเพราะเอลเลียตแทบจะไม่มีอะไรเหมือนเฮ ย์เดนเลย แต่ก็กลับเหมือนกันอย่างมาก เฮย์เดนพูดกับเอลเลียตในเรื่องว่า เขาจะไม่รั้งผู้หญิงที่เขารักให้อยู่กับเขา เขาจะปล่อยให้เธอเดินจากไปอยู่กับคนที่เธอรักดีกว่า นั่นคือเฮย์เดนที่แม็กซ์รัก และกรี๊ดสลบ ในขณะเดียวกันเอลเลียตกลับเข้าใจสาเหตุที่พ่อของเขาต้องวางแผนส่งชู้รักของ มารดาไปตายในสงคราม เพื่อให้หญิงที่รักอยู่กับเขาต่อไป

ความแตกต่างที่ไม่ว่าด้านใด ก็คือความรัก

ฉากที่แม็กซ์กรี๊ด (ออกมาจริง ๆ) มาก ก็คงเป็นฉากที่เอลเลียตเห็นฟีดร้าวางต้นฉบับบันทึกของบิดาทิ้งไว้ เขาชั่งใจว่าจะดึงข้อความส่วนที่ทำลายชื่อเสียงของพ่อเขาออกไปดีไหม ก่อนจะคิดว่า หากเขาทำ มันเป็นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟีดร้าโกรธ และอาจจะตัดเขาออกไปจากชีวิต นั่นคือสิ่งที่ห้ามเอลเลียตไว้ แค่ความคิดที่ว่าเธออาจจะโกรธ

แล้วฟีดร้าล่ะ เมื่อเธอตื่นขึ้นมา แล้วนึกได้ว่าวางต้นฉบับทิ้งไว้ แล้วก็นึกให้เอลเลียตหยิบหน้าเจ้าปัญหานั้นออกไป เขารู้ว่านั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะเธอจะไม่ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับพ่อเรื่องตีพิมพ์ต้นฉบับ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยเอลเลียตรักษาชื่อเสียงของตระกูลไว้ได้

คนที่อ่านเรื่องนี้แล้วคาดหวังว่าจะได้เจอกับการ ผจญภัยสุดมันส์คงต้องผิดหวัง เพราะบทเรียนของความปรารถนาเล่มนี้ก็เหมือนกับเล่มก่อนหน้าอย่างกฎแห่งการ ล่อลวง ที่ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองของมัน ความดื่มด่ำ ละเมียดละไมอย่างที่สุดจากปลายปากกาของแมดเดลีน ฮันเตอร์

คะแนนที่ 87 (ดีกว่า TROS นิดเดียวตรงที่เล่มนี้ฮ็อตกว่า)

Tuesday, January 20, 2009

The Sins of Lord Easterbrook // Madeline Hunter

แม็กซ์หายหน้าไปวันนึง เพราะหนังสือเล่มนี้แหละ นี่เป็นหนึ่งในหนังสือที่แม็กซ์รอคอยมานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่แม็กซ์อ่านเจอตัวละครที่ชื่อมาร์ควิสแห่งอีสเตอร์บรูคในเรื่อง The Rules of Seduction เขาเป็นตัวละครที่ลึกลับ (พระเอกในนิยายโรแมนซ์ก็เ็ป็นเช่นนี้เสมอไม่ใช่หรือ) ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์จนทำให้เราอยากอ่านเหลือเกิน

และในที่สุดแม็กซ์ก็ได้หนังสือเล่มนี้มาอยู่ในมือเมื่อวานนี้ และนี่เป็นเหตุผลที่เราไม่ได้บลอกเมื่อวานแหละ

The Sins of Lord Easterbrook ของแมดเดลีน ฮันเตอร์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มทีสี่ในชุดที่เล่าเรื่องราวของสามพี่น้องตระกูลโรธ เวลล์ (ถ้าสงสัยว่ามีพี่น้องสามคน ไหงกลายเป็นมีสี่เล่ม ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะคะ เพราะว่าเล่มสามในชุดเล่าเรื่องราวของตัวละครที่ไม่ใช่ญาติของสามพี่น้องนี้ แต่เป็นญาติของนางเอกเล่มแรก) สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องในชุดนี้มาก่อนเลย เราคิดว่าไม่น่ามีปัญหาในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง เพียงแค่คุณอาจจะไม่ได้เกิดอาการกรี๊ดสลบไปกับอีิสเตอร์บรูคเหมือนแม็กซ์ เท่านั้นเอง

คริสเตียน ผู้ดำรงบรรดาศักดิ์มาร์ควิสแห่งอีสเตอร์บรูค เป็นผู้ชายที่แปลก เขาชอบเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่สุงสิงกับผู้คน แม้จะดูเหมือนเขารู้อะไรหลายอย่างเกินกว่าที่ควรจะเป็น ในฐานะของมาร์ควิส เขามีอำนาจที่จะทำทุกอย่างตามใจชอบ และนั่นหมายถึงเมื่อเขามองเห็นสตรีที่คุ้นเคย เขาก็ส่งคนรับใช้ออกไปลักพาตัวของเธอมาทันที

โปรดอย่าคิดว่า นี่มันเป็นเรื่องของพระเอกหื่นลากนางเอกมาทำชำเราหรอกนะ แมดเดลีน ฮันเตอร์เป็นนักเขียนที่สุขุมนุ่มลึกกว่านั้น คริสเตียนทำเช่นนั้นเพราะเธอคือ ลีโอน่า มอนต์โกเมอรี่ หญิงสาวที่เขาเคยมอบหัวใจให้เมื่อเจ็ดปีก่อน พวกเขาพบกันในมาเก๊า คริสเตียนที่ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวเองใช้ชื่อปลอมว่าเอ็ดมันด์ พบกับลีโอน่า เด็กสาววัยสิบเก้าปี ลูกสาวของพ่อค้าเดินเรือทะเลที่เขาไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย

ลีโอน่าไม่เคยลืมเอ็ดมันด์ แต่ไม่เคยคิดว่าเลยว่า ภารกิจที่พาตัวเธอออกจากมาเก๊ามาจนถึงอังกฤษจะทำให้เธอได้พบกับเขาอีกครั้ง เอ็ดมันด์เป็นความทรงจำที่เธอถวิลหา เป็นโอกาสในชีวิตที่ลีโอน่าคิดเสมอว่า เธอพลาดที่ปล่อยให้เขาหลุดมือไป แต่กระนั้นเธอก็ไม่เคยคิดว่า เขาคืออีสเตอร์บรูค

นั่นทำให้ทุกอย่างวุ่นวายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภารกิจของเธอไม่ใช่มีแค่ก็ติดต่อของหุ้นส่วนทางธุรกิจเดินเรือ ให้กับน้องชายที่บัดนี้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจเดินเรือเต็มตัวหลังจากที่บิดา ของพวกเขาตายลง แต่ยังมีการตามล้างแค้นกับกลุ่มคนที่กดดันพ่อของเธอจนตรอมใจตายอีก และหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องอาจจะเป็นอีสเตอร์บรูค

เป็นเวลาเจ็ดปีแล้วที่คริสเตียนเดินทางออกจากมาเก๊า แต่ลีโอน่าไม่เคยจางหายไปจากใจของเขา และแม้จะรู้ว่าอนาคตของทั้งสองไม่อาจเดินไปทางเดียวกันได้ เขาคืออีสเตอร์บรูคและต้องอยู่ในอังกฤษเพราะหน้าที่และความรับผิดชอบ ส่วนลีโอน่าก็มีภาระต้องดูแลกิจการเดินเรือของน้องชาย แต่เขาก็รู้ว่า เขาไม่อาจปล่อยให้ลีโอน่าหลุดมือไปได้อีก มันอาจะเป็นการเห็นแก่ตัว แต่คริสเตียนก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

ตั้งแต่การเผชิญหน้าครั้งแรก แม็กซ์ก็ได้รับรู้ถึงความลึกในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แม้เรื่องราวในมาเก๊าไม่เคยถูกเล่าออกมาตรง ๆ แต่ก็ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เลยสำหรับเราที่จะซึบซาบความโหยหาที่ทั้งคู่มีต่อกัน

คริสเตียนมีความลับที่เก็บซ่อน (ซึ่งถ้าอ่านบทแรกคนอ่านก็น่าจะพอรู้ว่ามันคืออะไร แต่แม็กซ์ไม่พูดถึงนะคะ แม้จะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในตัวตนของคริสเตียน แต่เราอยากให้ไปหาอ่านกันเองว่า มันคืออะไร) อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เขาคิดว่า เขาไม่เหมาะสมที่จะเป็นสามีหรือพ่อของใคร เขาไม่ได้บ้า เขารู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับมันอย่างไร

และก็มีแต่ลีโอน่าเท่านั้น ที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่เขาเป็น ไม่ใช่ตัวตนที่เขาแสดงออกให้โลกรับรู้ แต่เป็นตัวเขาที่แท้จริง ตัวตนที่เขาไม่อาจเป็นได้ หากไม่มีลีโอน่า

สำหรับความคาดหวังที่เรามีอย่างท่วมท้นกับเล่มนี้ แม็กซ์ให้มันสอบผ่าน แม้จะไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบทุกอย่าง เรามีคำถามกับตัวละคร เราอยากรู้ว่า ถ้าคริสเตียนผูกพันกับลีโอน่ามากขนาดนี้ ทำไมเขาถึงรอตั้งเจ็ดปีถึงได้ตามตื้อเธอ ทำไมเขาไม่กลับไปมาเก๊าเพื่อหาเธอ ทำไมถึงต้องรอให้เธอมาอังกฤษ (ทั้งที่ไม่มีเหตุอะไรสนับสนุนเลยว่าเธอจะมาอังกฤษ) จากความรู้สึกที่แม็กซ์อ่านในเล่มนี้ มันเอ่อล้นจนทำให้เราสงสัยว่าทำไมคริสเตียนถึงรอถึงเจ็ดปี มันเป็นคำถามที่ผุดในใจเราตั้งแต่แรกที่เริ่มอ่าน และจบเรื่อง

คริสเตียนไม่เคยแคร์กับใคร หรืออะไรมากพอ คนที่อ่านเรื่องในชุดนี้มาตลอดจะรู้ว่า คริสเตียนเป็นอย่างไร การที่เขาลุกขึ้นมาตัดผม แต่งตัวเพื่อที่จะได้ไปปรากฎตัวต่อหน้าหญิงที่เขาเพิ่งเจอหลังจากเจ็ดปี บอกว่าเขารู้สึกกับเธออย่างไร โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูดอะไรให้สิ้นเปลือง และเพื่อลีโอน่าเขายอมออกงานสังคมทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะเขาต้องการให้คนยอมรับเธอ

ทั้งหมดนั้่นยิ่งทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเขาถึงได้รอตั้งเจ็ดปีโดยไม่ติดต่อกับลีโอน่าก่อนหน้านี้เลย

คำอธิบายนิสัยประหลาดของคริสเตียนที่เขาเป็นมาตลอดทั้งชุดนี้เป็นสิ่งที่ แม็กซ์ไม่คาดคิดมาก่อน เราบอกไม่ถูกนะคะว่า มันทำให้เรารู้สึกยังไง ทางนึงมันก็แปลกอย่างที่แมดเดลีนไม่เคยเขียนมาก่อน แต่อีกทางเราไม่ชอบที่ (สปอยล์) คน แต่งอธิบายนิสัยต่อต้านสังคมของคริสเตียนด้วยการบอกว่าเขารับรู้อารมณ์ของคน อื่นได้ เราอยากให้มันเป็นเหตุเป็นผลที่จับต้องได้มากกว่านี้ (หรืออะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับพารานอมอลน่ะ)

แต่ที่พูดทั้งหมดไป ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบเล่มนี้หรอกนะ เราชอบมาก เพราะตัวละครอย่างคริสเตียนได้ใจเราไปตั้งแต่ยังไม่เปิดเรื่องด้วยซ้ำ และในเรื่องเขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวในเรื่องที่เราไม่รู้สึกถึงความรัก ความหวัง และความต้องการที่เขามีต่อลีโอน่า เธอเป็นทุกสิ่งสำหรับเขา และเขาก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอ ในตอนท้ายเรื่อง แม็กซ์ผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่เห็นฉากดวล เพราะคริสเตียนน่าจะมีโอกาสได้โชว์ความเป็นพระเอกเต็มที่ (ทุกคนคิดว่าเขาจะแพ้ แต่มันไม่ใช่เลย)

เราชอบความสัมพันธ์ของสามพี่น้อง พี่น้องตระกูลโรธเวลล์รักกันในแบบที่ผู้ชายเป็นกัน ไม่เมโลดราม่าเรียกน้ำตา แต่ได้สัดส่วนพอดีกับความเป็นผู้ชาย (ที่ไม่ละเอียดอ่อนเหมือนผู้หญิง)

ข้อเสียที่เราเห็นก็คือ เราอยากให้หนังสือเล่มนี้หนาสักอย่างน้อยสี่ร้อยหน้า เพื่อที่จะได้เล่าเรื่องราวได้มากกว่านี้

แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเล่มจบเรื่องที่ประทับใจมาก สมกับที่เป็นชุดที่สนุกมาก ๆ ชุดนึงที่เราได้อ่าน คะแนนที่ 80