Showing posts with label Anna Windsor. Show all posts
Showing posts with label Anna Windsor. Show all posts

Saturday, January 31, 2009

รวมไม่ฮิตอีโรติกโรแมนซ์

เนื่องจากมีหนังสือค้างที่ยังไม่ได้รีวิวหลายเล่มมาก เพื่อความรวดเร็วก็เลยขอเขียนถึงหลายเล่มในบลอกเดียวแล้วกัน แต่เนื่องจากหนังสือที่จะเขียนถึงนี่มันไม่ค่อยได้เรื่องนัก แทนที่จะเป็น การรวมฮิต ก็เลยรวมไม่ฮิตแล้วกัน

Sweet Surrender ของ มายา แบงค์

แม็กซ์คงไม่ตำหนิเล่มนี้มากหรอกนะ หากเบิร์คเลย์ไม่ทำการโฆษณาอวดอ้างเกินจริง ถ้าคุณลองผิดปกหลังของหนังสือเล่มนี้ แล้วดูตรงมุมล่างของเล่ม ก็จะสังเกตเห็นคำว่า "Erotic Romantic Suspense" และเนื่องจากแนวนี้เป็นแนวสุดโปรดของแม็กซ์ เราก็เลยตั้งความหวังไว้สูงมาก มากขนาดที่ลืมทำใจว่า มายา แบงค์เป็นคนแต่งเรื่อง Colter's Wife (เรื่องสามศรีพี่น้องที่ใช้เมียร่วมกัน)

แล้วก็ผิดหวัง เพราะมายาเขียนเรื่องแนว Romantic Suspense ไม่เป็น สุดท้ายก็เลยได้แค่คำว่า "Erotic" มาเท่านั้นเอง

เนื้อเรื่องไม่เสียหาย เรื่องของเกรย์ นายตำรวจที่คู่หูถูกฆ่าตาย เขาได้รับการขอร้องจากพ่อของเพื่อนให้ปลอมตัวเข้าไปสืบเรื่องราวของคนร้าย ผ่านทางเฟธ ซึ่งลูกสาวของแฟนสาวของคนร้าย (คนร้ายมีแฟน แฟนมีลูกสาวคือนางเอก โปรดอย่างง)

เฟธได้รับการอุปการะจากพ่อบุญธรรม ซึ่งเคยเป็นแฟนเก่าของแม่ หลังจากใช้เวลาหลายปีรับผิดชีวิตชีวิตของคนที่ควรจะต้องเป็นผู้ดูแลเธอ เฟธเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำงานในสำนักงานนักสืบเอกชน ในขณะเดียวกันเธอก็พยายามแสวงหา "ผู้ชาย" ที่ใช่

ชายในอุดมคติของเฟธต้องยอมรับ และชื่นชอบรสนิยมชนิด BSDM ของเธอได้ เฟธมองหาอย่างไม่สำเร็จ จนกระทั่งได้เจอกับเกรย์ นักสืบคนใหม่ที่เข้ามาร่วมงาน

เล่มนี้เป็นเรื่องการแสวงหาผู้ชายที่ใช่ของเฟธมากกว่าจะเป็นโรแมนติกสืบสวน เพราะพระเอกไม่เห็นจะสืบอะไร ผู้ร้ายก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร

คนที่มองหาอีโรติกโรแมนซ์ที่ฉากรักร้อนฉ่าก็ไม่น่าผิดหวัง แต่แม็กซ์คิดว่าตัวเองเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ ที่สำคัญแม็กซ์ไม่ชอบ.... (กำลังจะสปอยล์ คนไม่อ่านแต่คิดจะอ่านถอยไปค่ะ)

แม็กซ์ไม่ชอบที่ชายคนที่เกรย์ยอมให้เข้ามามีอะไรกะ เฟธ (สไตล์สอง/หนึ่ง) เขาเป็นนักสืบเอกชนคนที่เฟธคิดถึงในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของคนในครอบครัว (เธอคิดถึงเหล่านักสืบในสำนักงานของเธอเหมือนเป็นญาติสนิท ยกเว้นเกรย์ที่จุดไฟเธอติด) ถ้าเป็นตัวละครที่เป็นเจ้าของบาร์ที่เฟธไป เที่ยวยังให้ความรู้สึกดีกว่านะ

คะแนนที่ 63

Animal Lust ของเลซี่ เดนส์

ฟังชื่อแล้วอาจนึกว่าเล่มนี้มันคง... กันจนมันส์หยด แต่ก็ขอบอกว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษไปจากอีโรติค โรแมนซ์เล่มอื่นหรอกค่ะ เล่มนี้เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของพี่น้องสี่คนตระกูลมนุษย์หมี

ใน "มาร์ติน" เป็นนิยายที่เปิดเรื่องได้ไม่โรแมนติกที่สุด เมื่อนางเอกเสียความสาวให้กับชายอื่นที่หวังหลอกฟัน ด้วยความเสียใจ เธอหนีเตลิดจนไปพบกับปราสาท (นึกถึงเรื่องปราสาทมืดเอาไว้) และครอบครัวที่เก็บตัวเงียบ และมีพฤติกรรมประหลาด ด้วยความที่เป็นเรื่องสั้น และอีโรติค ดังนั้นจึงใช้เวลาไม่นานเลยที่จะเริ่มมีฉากพรรณอย่างว่า และเนื่องด้วยเจนเป็นคู่ของพี่น้องสองคนที่เป็นฝาแฝดกัน (มนุษย์หมีในเรื่องจะรู้ว่าหญิงใดเป็นคู่ของตนนั้นจากกลิ่น และกลิ่นของเจนก็ถูกใจทั้งมาร์ติน และแม็ค) ทำให้พ่อของพวกเขาเอ่ยปากขับไล่เจนออกจากบ้าน เพราะเคยมีประสบการณ์แย่งผู้หญิงคนเดียวกับน้องชายของตัวเองมาแล้ว และไม่อยากให้ลูกชายสองคนต้องมาทะเลาะกันอีก

เรื่องนี้แม็กซ์ยกให้แย่ที่สุดในชุดค่ะ

ใน "แม็ค" หลังจากผิดหวังความรักในเรื่องสั้นเรื่องแรก แม็กออกเดินทางไปยังบ้านเกิดของบิดาในยุโรป เพื่อเข้าราชสำนักของเหล่ามนุษย์หมี และแม้จะพยายามทบทวนความรู้ทางภูมิศาสตร์ แม็กซ์ก็ยังระบุที่ตั้งของฉากในตอนนี้ไม่ได้ ในขณะเดียวกัน นางเอกของเรื่อง (จำ ชื่อไม่ได้) ซึ่งเป็นน้องสาวของกษัตริย์แห่งหมี ก็กำลังมองหาคู่ที่เข้มแข็งพอที่จะไม่กลัวพี่ชายนิสัยเสียของเธอ และเธอก็ได้เจอกับแม็ก

เล่มนี้แม้จะอ่านไปงงไป ก็ถือว่าดีที่สุดในเล่มนะ

ใน "โอริน" มาถึงตอนที่สาม แม็กซ์เริ่มรำคาญกับเหล่ามนุษย์หมีแล้วค่ะ ก็เลยไม่ค่อยมีความอดทนพยายามทำความเข้าใจเนื้อเรื่องนัก โอรินเป็นลูกชายคนโตในบรรดาสี่คน เขามีปมในชีวิตเพราะไม่แน่ใจว่าใครเป็นพ่อของตัวเองกันแน่ (เพราะแม่ ถูกแย่งระหว่างพี่น้องสองคน) ดังนั้นเมื่อเขาได้พบกับลูกสาวของเพื่อนบ้านซึ่งมีบรรดาศักดิ์ แม้จะห้ามใจไม่ให้เคลมเธอได้ โอรินก็ยังปฏิเสธที่จะสานต่อความสัมพันธ์ให้มากกว่านั้น เพราะเขากลัวว่าเธอจะรับไม่ได้กับความเป็นหมีของเขา

ใน "เดวอน" น้องนุชสุดท้อง เขาต้องรอนับสิบปีหลังจาก "มาร์ติน" สำหรับหญิงที่เขาแอบหลงรักมาตลอดชีวิต เธอแต่งงานกับคนอื่นด้วยความโง่ของเขาที่ไม่รู้ใจตัวเองว่ารักเธอ เขารอจนเธอเป็นม่าย ก่อนที่จะพาตัวเองกลับเข้าชีวิตเธอีกครั้ง

อย่างที่บอกค่ะ งานนี้มันรวมไม่ฮิตนะ คะแนนก็เลยได้แค่ 53 สำหรับสี่เรื่องรวมกัน

The Sailkeeper's bride ของแอนนี่ วินเซอร์

เล่มนี้เป็นหนังสือเก่ากึกของแอนนี่ วินเซอร์ที่เขียนให้กับอีลอร่าสเคฟ สมัยเริ่มต้นสนพ.ใหม่ ๆ เมื่อเกือบสิบปีก่อน แอนนี่เป็นหนึ่งในนักเขียนรุ่นบุกเบิกของอีลอร่า เรื่องของเธออยู่ในแนวฟิวเจอร์ริสติคไซไฟ เรื่องราวของโลกอนาคต เหล่ามนุษย์ต่างดาวที่มีค่านิยมทางเพศที่แตกต่างจากมนุษย์อย่างพวกเรา

ดังนั้นจึงคาดหวังได้ว่าในเล่มนี้ เหล่าครอบครัวพระเอก ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวหรือญาติ ก็ล้วนเข้ามาแชร์นางเอกกันอย่างพร้อมหน้า

อ่านเล่มนี้แล้วทำให้ผิดหวังค่ะ แม็กซ์ไม่เคยอ่านงานของแอนนี่มาก่อน แต่เนื่องจากแอนนี่ กำลังจะกลายร่างเป็นแอน วินเซอร์ นักเขียนของสนพ.บัลเลนไทน์ที่จะมีผลงานชนิดสามเล่มติดกันในชุด Bound by something ที่ดูท่าน่าอ่าน แม็กซ์ก็เลยไปขุดเอาเล่มนี้มาอ่าน

แล้วก็แป๊ก...อย่างแรง

เรื่องที่อ่านน่าชวนเวียนเฮด ตัวละครเยอะจนงง ตัวละครที่วัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเรื่องนั้น การอธิบายโลกในเรื่องไม่มีความชัดเจน อ่านแล้วไม่มีประเด็นใด ๆ ทั้งสิ้น

น่าเสียเวลามาก

สำหรับคนที่อยากรู้พล็อตขอเล่าอย่างคร่าวที่สุด เพราะไม่มีอะไรจะเล่าค่ะ เล่มนี้เป็นเล่มสองในชุด จอร์เจียเป็นชาวโลกธรรมดาอย่างเราท่าน เธอถูกกำหนดให้เป็นบุคคลผู้จะมาช่วยเหลือโลก (ในเรื่อง ไม่ใช่โลกมนุษย์นะคะ) จากที่เคยเป็นมนุษย์ธรรมดา จอร์เจียมายังโลกแห่งใหม่พร้อมกับพลังพิเศษที่แม็กซ์ไม่ค่อยเข้าใจนักว่ามัน ทำอะไรได้ เพราะเรื่องมันไม่น่าสนใจที่จะต้องทำความเข้าใจขนาดนั้น

ขอข้ามไปที่คะแนนเลยแล้วกันที่ 27

4. Touch of Gypsy Fire ของไซโลห์ วอร์คเกอร์

ปกติแม็กซ์ชอบงานของไซโลห์นะ แต่ขอยกเรื่องนี้ไว้สักเรื่องแล้วกัน หนังสือที่ห่วย ๆๆๆๆๆๆ (คงเข้าใจความรู้สึก) ไม่อยากให้ใครหลงมาอ่าน ขนาดที่ว่า ถ้าคุณได้ไฟล์เล่มนี้มาฟรี ๆ ก็ขอความกรุณาอย่าอ่านแล้วกัน สงสารสมองคุณเองบ้าง

เรื่องนี้เปิดเรื่องแบบย้อนไปมา พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันที่จู่ ๆ พระเอกก็ได้ข่าวว่านางเอก ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยอยู่กินกันมาหลายปีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาเริ่มออกเดินทางตามหา จากนั้นก็เล่าย้อนความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เริ่มจากเพื่อนร่วมรบ ก่อนกลายเป็นคู่รัก แต่พระเอกไม่เคยรักนางเอก ในขณะที่เขารักเธอหมดใจ แต่แล้วศัตรูในอดีตของนางเอกก็ตามเธอมาทัน เธอถูกจับตัวไปโดยปีศาจ (โดนสารพัดที่จะโดนอะไรได้) โดยที่พระเอกไม่รู้อะไรเลย เพราะตอนนั้นทะเลาะกันพอดี แล้วก็มาต่อด้วยการช่วยเหลือเธอออกมา แต่เธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เล่าได้แค่นี้ล่ะค่ะ เพราะไม่ได้ตั้งใจอ่าน หลังจากเจอพล็อตแบบนี้ บอกตามตรงว่าไม่ชอบค่ะ

คะแนนที่ 10

Bound by Shadow // Anna Windsor

นี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่เข้าสูตรว่าออกเดือนละเล่ม สามเดือนติดกัน เพื่อให้น้องแอนนากลายเป็นนักเขียนระดับนิวยอร์คไทม์ให้ได้ แต่ดูลาดเลาก็คิดว่ายากเหมือนกัน เพราะเดือนนี้ (มิถุนายน) เป็นเดือนที่มีการแข่งขันกันสูงสุดสุดในตลาดหนังสือโรแมนซ์ เพราะทั้ง The Hallow ของเจ้าแม่โรแมนซ์ตลอดกาลนอร่า โรเบิร์ตก็ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งถึงสามอาทิตย์ติดกัน (ซึ่งหาได้ยากมากสำหรับหนังสือโรแมนซ์) พอ The Hallow ชักแผ่วเจ๊เจอาร์ วาร์ดก็ส่ง Lover Enshirned มาครองอันดับหนึ่งแทน ตอนนี้แม็กซ์ก็เลยกำลังรอดูอันดับอาทิตย์นี้ค่ะ (ผลจะออกอย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้) ว่าเรื่องนี้จะฟันฝ่าไปติดอันดับกะเขาได้ไหม

วกกลับมาพูดเรื่องนักเขียนกัน แอนนา วินเซอร์เป็นหนึ่งในเหล้าเก่าที่ถูกจับแปลงโฉมใส่ลงในขวดใหม่ เพราะเดิมเธอคือนักเขียนของสนพ.อีลอร่าสเคฟ ที่ชื่อว่า แอนนี่ วินเซอร์ แต่ที่เหนือความคาดหมายไปกว่านั้นก็คือ แอนนี่ในร่างของแอนนา พัฒนาฝีมือขึ้นมาจนแทบเป็นคนละคนทีเดียว

อ่านแล้วรู้รึกยังว่าแม็กซ์ชอบเล่มนี้

Bound by Shadow ของแอนนา วินเซอร์

นอกเหนือจากชื่อพระเอกที่ดันไปเหมือนพระเอกอีกคนที่แม็กซ์กรี๊ดสลบ หนังสือเรื่องนี้มีการดำเนินเรื่องที่น่าติดตาม และตัวละครที่ทำได้อย่างที่คนแต่งโฆษณาว่าเก่งยังงั้นยังงี้

เนื่องจากเป็นหนังสือชุดแนวพารานอมอล (อีกแล้ว) แม็กซ์ขอเริ่มด้วยการร่ายพล็อตคร่าว ๆ ของทั้งชุดก่อนแล้วกัน ริแอนน่าเป็นซิบิล หรือแปลความได้ภาษามนุษย์ว่า กลุ่มนักรบสาวที่สืบเชื้อสายพลังเหนือธรรมชาติ เหล่าซิบิลจะได้รับการฝึกฝนจากสำนักแห่ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรัสเซียสำหรับคนที่มีพรสวรรค์ด้านดิน (ซึ่งเป็นสำนักของริแอนน่า) ในไอร์แลนด์สำหรับไฟ และกรีซสำหรับลม

ริแอนน่าและเพื่อนอีกสองคน (ก็นางเอกในอีกสองเล่มถัดไปนั่นแหละ) เป็นกลุ่มซิบิลที่คอยดูแลพื้นที่แมนฮันตันด้านเหนือ ศัตรูของพวกเธอก็คือพวกลีเจิน (Legion) ซึ่งเหล่าซิบิลก็ไม่รู้ข้อมูลของพวกนี้มากนักหรอก (ดังนั้นคนอ่านก็เลยไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพวกนี้ด้วย) นอกจากว่า พวกนี้น่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดาแต่มีความไอคิวสูงโคตร และคงค้นพบตำราโบราณในเรื่องพิธีกรรมเหนือธรรมชาติ พวกนี้มีเป้าหมายในการครองโลก (โอเค แม็กซ์ยอมรับว่าพล็อตมันเห่ยนะ แต่อย่างน้อยพระเอกของเราก็รู้สึกอย่างนั้น และบอกกะริแอนน่าไปในเรื่อง)

เกิดคดีที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันสองคดีขึ้น หนึ่งคือการบุกปล้นพิพิธภัณฑ์เพื่อขโมยวัตถุที่มีพลังเหนือธรรมชาติแฝงอยู่ และการฆาตกรรมลูกชายวัยสิบขวบของวุฒิสมาชิก ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องสงสัยสำคัญก็คือซิบิลที่คอยดูแลแมนฮัตตันด้านใต้

แน่นอนว่า ริแอนน่าไม่เชื่อว่าซิบิลผู้นั้นจะเป็นคนร้าย ก็ไม่มีซิบิลที่เลวอยู่ในโลก แม็กซ์ไม่ชอบทัศนคตินี้เท่าไหรหรอกนะคะ มันงี่เง่าไปนิดนึง แต่ยังดีที่ว่ามันไม่มากพอจะบั่นทอนความสนุกในเรื่อง ดังนั้นเมื่อแอนดี้ (ผู้หญิงนะคะ) ตำรวจแห่งหน่วย OCU (ที่แปลเป็นไทยให้เข้าใจว่า ตำรวจที่ดูแลคดีเหนือธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าตำรวจจะเชื่อว่ามีเรื่องเหนือธรรมชาตินะคะ แต่เป็นคดีที่มีองค์ประกอบเหนือธรรมชาติ จำพวกพิธีกรรมอย่างนี้) และคู่หูของเธอ ครีด มาขอคำปรึกษา ริแอนน่าจึงถูกดึงเข้าไปเกี่ยวกับคดีทั้งสองนี้จนได้

เรื่องมันยุ่งก็ตรงที่ว่า ครีดไม่ใช่ตำรวจธรรมดา อันที่จริงเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาด้วยซ้ำ ตลอดชีวิตครีดและฝาแฝดของเขา (แม็กซ์ยังไม่แน่ใจว่าโดมินิกเป็นน้องหรือพี่นะ) มีชีวิตแบบต้องแบ่งร่างกับ "คนอื่น"

โปรดอย่าคิดว่าคนอื่นที่จะมาในรูปของมนุษย์ต่างดาวที่ยึดครองร่างของมนุษย์ (Re. The Host ของสเตฟานี ไมเยอร์) แต่ในยามที่ครีดควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาจะกลายร่างเป็นคลื่นพลังงานที่มีตัวตนไม่คงที่นัก และสติสะตังก็ไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร เกือบครึ่งเรื่องแรก เจ้า "คนอื่น" เนี่ยเรียกร้องที่จะฆ่าริแอนน่า

ครีดไม่รู้ว่าเขาคืออะไร เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทไหนกันแน่ และเมื่อเขาเข้าไปช่วยเหลือริแอนน่าจากผู้ร้าย เขาก็ถลำลึกลงไปมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อริแอนน่ารู้ว่า เขาไม่ใช่มนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอเริ่มค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเขา ในขณะเดียวกันก็พยายามสืบหาความจริงว่าพวกลีเจินต้องการอะไรกันแน่

ก่อนจะพูดถึงข้อดี เราว่ากันด้วยข้อเสียก่อนแล้วกัน แม็กซ์อ่านเล่มนี้ด้วยความไม่เชื่อว่า ซีบิลมีน้ำยาอะไรเลย นั่นเพราะขนาดทำสงครามต่อสู้กับลีเจินมานับร้อยปี ซิบิลไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับลีเจินสักนิด ไม่รู้ว่าใครเป็นสมาชิก หรือมีแผนอะไร ไม่เคยพบตัวจริงเสียงจริงของลีเจินสักคน ที่ต่อสู้ก็เป็นเหล่าลูกน้องที่ถูกสร้างด้วยเวทมนตร์ อ่านแล้วรู้สึกว่า ถ้าโลกต้องพึ่งพาซีบิลในการรอด โลกคงอยู่มาถึงทุกวันนี้ไม่ได้หรอกนะ

ความขัดใจอีกเรื่องก็คงเป็น การที่นางเอกไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์กับพระเอก แน่นอนว่าครีดไม่ใช่มนุษย์ เขามีร่างอื่นที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ แต่ในเรื่องก็พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า แม้กระทั่งร่างอื่นของครีด ก็ยังช่วยเหลือริแอนน่า อันที่จริงร่างนั้นเชื่อฟังริแอนน่าอย่างมากด้วยซ้ำ แต่หลายเหตุการณ์ที่ความภักดีของครีดถูกตั้งคำถาม ริแอนน่ากลับนั่งเฉย ไม่ออกมาปกป้องครีด คนที่ช่วยเหลือครีดสุดกำลังกลับเป็นแอนดี้คู่หูของเขามากกว่า และนั่นทำให้หลายครั้งแม็กซ์นึกอยากให้แอนดี้เป็นนางเอกแทน (แม้จะมีมีสป๊าค์กระหว่างครีดกะแอนดี้เลยก็ตาม แต่เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างที่คู่หูควรจะเป็น)

แต่ก็ยังดีค่ะ ที่ถึงริแอนน่าจะเฉยเป็นส่วนใหญ่ เวลาที่ครีดโดนกล่าวหาจากซิบิลคนอืน แต่เธอก็ไม่เคยเชื่อในคำกล่าวหา เพียงแต่เธอไม่กล้าที่จะออกความเห็นขัด ซึ่งพยายามมองในแง่ดี แม็กซ์คิดว่า มันเป็นวิธีที่คนแต่งใช้ในการแสดงให้คนอ่านเห็นถึงการเติบโตของริแอนน่า ในฐานะของหัวหน้ากลุ่มซิบิล เธอยังไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง จึงกลัวที่จะขัดแย้งกับสมาชิกในกลุ่ม (ที่เห็นว่าครีดเป็นตัวอันตราย) เธอจึงเงียบ แต่ในท้ายที่สุด ในตอนที่สำคัญที่สุด เมื่อ "ผู้ให้กำเนิด" ครีดมารับตัวเขาไป ริแอนน่าเป็นคนเดียวที่บุกไปช่วยเหลือเขา และเชื่อในตัวเขาร้อยเปอร์เซ็นต์

นั่นมันไถ่โทษที่เธอนิ่งเฉยตลอดเรื่องได้ (บ้าง)

มาจุดที่แม็กซ์ชอบกัน แน่นอนว่าพระเอกเรื่องนี้เป็นหนึ่งในล้าน ที่อาจพอหาได้ตามหน้าหนังสือโรแมนซ์เท่านั้น ครีดรู้ว่าตัวเองแตกต่าง แต่เขาไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกันแน่ นอกจากว่าเขารักริแอนน่า และทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ร่วมกับเธอ ฉากที่เขาพูดในการขออนุญาตแต่งงานกับเธอในทำนองที่ว่า ถ้าเขาไม่อาจอยู่กับเธอโดยไม่เป็นอันตรายได้ เขาก็อยากจะตายเสียดีกว่า มันโดนใจแม็กซ์นะ

แม็กซ์ชอบที่เขาไม่หมดหวัง แม้จะรู้ว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับซิบิล และสิ่งประหลาดอย่างเขาที่จะมีความรักและจบลงอย่างมีความสุข และเพราะอย่างนี้ แม็กซ์จึงเชื่อได้ว่า ทำไม "คนอื่น" ร่างที่ครีดกลายเป็น จะควบคุมตัวเองในตอนท้ายที่สุดได้

เล่มนี้ถือเป็นการเปิดเรื่องที่ดีค่ะ ทำให้ชุดนี้เป็นอีกชุดนึงที่น่าสนใจ แต่แม็กซ์ยังคิดอยู่นะคะว่า เล่มที่เหลือจะมีอะไรให้น่าสนใจอีกไหม เพราะดูการจับคู่พระเอกนางเอกแล้ว มันจะทำให้พล็อตเรื่องแตกต่างไปจากเรื่องของครีดและริแอนน่าอีกไหม (ในเมื่อนางเอกเป็นซิบิล และพระเอกก็เป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกับ "คนอื่น" อีกแล้ว)

คะแนนที่ 70

Friday, January 23, 2009

Bound by Flame // Anna Windsor

นี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่แม็กซ์อยากอ่านค่ะ หลังจากประทับใจพอควรกับเล่มแรกในชุด ที่สนุกเหนือกว่าที่คาด พอได้เล่มนี้มาจากร้านหนังสือก็เลยรีบอ่านทันที

และก็ถือว่าเป็นอีกเล่มที่ไม่เลวเลย เราคิดว่าดีกว่าเล่มแรกเสียอีก

Bound by Flame ของแอนนา วินเซอร์

ก่อนอื่นขอแนะนำว่า สำหรับคนที่คิดจะอ่านเล่มเรื่องชุดนี้ แต่ยังไม่ได้อ่านเล่มแรก ก็ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งอ่านเล่มนี้ หรือกระทั่งอ่านรีวิวเลยนะคะ เพราะมันสปอยล์เล่มแรกไว้เยอะเลยล่ะค่ะ

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของซินด้า ผู้ซึ่งเป็นซิบิลแห่งไฟ (ถ้าจะอธิบายซิบิลง่าย ๆ ก็คงต้องบอกว่า เป็นกลุ่มผู้หญิงที่มีพลังเหนือธรรมชาติ แต่ละคนจะมีลักษณะเด่นตามธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ) และนิค โลเวลล์ ซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝด (หรืออาจจะพี่ชายก็ได้ เรื่องไม่ได้บอกไว้ชัดเจน) ของพระเอกเล่มแรก

เช่นเดียวกับพระเอกเล่มแรกนิคเป็นเคอร์ซัน (แปลง่าย ๆ ก็คือเป็นปีศาจนั้นแหละ เป็นมนุษย์ที่กลายร่างเป็นปีศาจได้) แต่นิคมีความควบคุมปีศาจในกายได้ดีกว่าที่ครีดเป็นในเล่มแรก เขาและกิเดี้ยน (ชื่อปีศาจที่อยู่ในตัวเองซึ่งนิคตั้งให้) อยู่ร่วมกันได้ ดังนั้นนิคจึงไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีกรรมเพื่อสะกดปีศาจอย่างที่ครีดต้องทำ

เรื่องราวในเล่มนี้ก็ต่อเนื่องจากเล่มแรกนี่แหละ เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างซิบิลและกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ลีเจิน ซึ่งหลังจากพ่ายแพ้ไปในเล่มแรก ลีเจินก็เงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่จะกลับมาอาลวาดด้วยการไล่ล่าฆ่าซิบิลแห่งไฟทั่วโลก ซินด้าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกตามล่า แต่เธอรอดมาได้

พล็อตเรื่องจึงเป็นการตามหาความจริงว่า ใครอยู่เบื้องหลังการตามฆ่าซิบิลแห่งไฟ และเรื่องราวของนิคในการตามหาน้องชายของเขานั่นก็คือเจค (การอธิบายเกี่ยวกับเจคมันค่อนข้างยากนะคะ ขอบอกว่าให้ไปอ่านเล่มแรกแล้วกันจะเข้าใจขึ้น แต่ประเด็นคือเจคก็เป็นมนุษย์กึ่งปีศาจเช่นเดียวกับครีดและนิค) ซึ่งเจคถูกกลุ่มลีเจินควบคุมและบังคับให้ทำร้ายพวกซิบิลอยู่ ดังนั้นนิคจึงจำเป็นต้องเลือกระหว่างน้องชาย และหญิงที่เขารัก

แม็กซ์ชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มแรกค่ะ เขียนได้ดีกว่า เรื่องราวน่าติดตามกว่า ไม่ได้บอกว่ามันดีมาก ๆ แต่ถือว่าสอบผ่านอย่างสบาย ที่สำคัญแม็กซ์ชอบความสัมพันธ์ระหว่างนิคและซินด้า การที่เธอเลือกเขา แม้จะได้รับคำขาดจากมาเธอร์ซึ่งเป็นหัวหน้าซิบิลแห่งไฟบอกให้เธอเลิกกับนิ คเสีย ไม่อย่างนั้นจะขับเธอออกจากซิบิล แต่ซินด้าก็ยังเลือกนิค ประเด็นนี้ถูกใจมาก เพราะแม็กซ์ขัดใจกับริแอนน่านางเอกเล่มแรกมาก ที่กว่าจะเปิดใจยอมรับตัวตนของครีดก็เกือบจบเรื่องไปแล้ว แต่เล่มนี้ซินด้าไม่มีปัญหาในการต่อสู้กับคนที่มองนิคในแง่ร้าย เธอยอมรับความเป็นปีศาจของเขาได้

บอกส่วนที่ชอบไปแล้ว ก็ต้องพูดส่วนที่ไม่ชอบ ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอกหรอกค่ะ แม็กซ์งงกับปฏิกริยาของครีดในเรื่องที่เกี่ยวกับเจค เพราะครีดก็ถือเป็นพี่ชายของเจคเหมือนกัน แต่ดูเหมือนในเรื่องนี้จะมีนิคเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ห่วงใยสวัสดิภาพของ น้องชายคนนี้ ครีดดูเหมือนคนอื่นที่ไม่ยินดียินร้าย แม็กซ์ไม่ชอบปฏิกริยาอย่างนี้จากคนที่เคยเป็นพระเอกหรอกนะคะ

โดยรวมชอบเล่มนี้เพราะชอบพระเอกนางเอก และวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติต่อกัน ในฐานะของเพื่อนร่วมรบ และคนรัก แม็กซ์มองเห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงจะไปกันได้อีกยาวนาน แต่ในขณะเดียวกันปัญหาที่ตามติดมาจากเล่มแรกในเรื่องความไม่มีน้ำยาของซิบิล ก็ยังมีอยู่ครบถ้วนค่ะ

คะแนนที่ 77

Thursday, January 22, 2009

Bound by Light // Anna Windsor

ตอนที่แม็กซ์เริ่มต้นอ่านหนังสือชุดนี้ใหม่ ๆ บอกตามตรงว่าไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เพราะเคยอ่านงานของนักเขียนคนนี้สมัยที่ยังใช้นามปากกาว่าแอนนี่ วินเซอร์แล้วไม่ชอบเอาอย่างรุนแรง ใช้คำว่าห่วยแตกก็ยังได้เลย

แต่พออ่านเล่มแรก Bound by Shadow ก็เปลี่ยนความคิด และเห็นด้วยอย่างรุนแรงว่า บรรณาธิการดีดีสักคนสามารถทำให้นักเขียนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้อย่างไม่น่า เชื่อ หนังสือเล่มแรกในชุดที่เปิดตัวขบวนการพิทักษ์โลกที่เรียกตัวเองว่าซิบิล ถือว่าสอบผ่านฉลุยเลยล่ะ และมันก็น่าสนใจมากพอที่จะทำให้แม็กซ์ติดตามอ่านเล่มสองทันที่ที่เล่มนั้น วางตลาด และก็เช่นเดียวกัน Bound by Flame ก็สนุกน่าอ่านไม่น้อยไปกว่ากันเลย

ดังนั้นแม็กซ์จึงไม่อยากโทษให้เป็นความผิดของตัวเองหรอกนะคะที่คาดหวังกับเล่มนี้ซึ่งเป็นเล่มสามในชุดอย่างมาก

แต่คงเพราะความคาดหวังมั้งคะ เราเลยรู้สึกว่าเล่มนี้ด้อยกว่าที่คิด


Bound by Light ของแอนนา วินเซอร์

หนังสือเล่มสุดท้ายในชุด The Dark Crescent Sisterhood ที่แม็กซ์ไม่ค่อยจะแน่ใจว่ามันจะเป็นเล่มสุดท้ายจริงไหม อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความฮิตของชุดนี้นะคะ ซึ่งถ้าฮิตเราก็คงได้มีโอกาสได้อ่านเล่มสี่ เล่มห้าต่อกันมาได้แน่ เพราะว่าก็ยังมีตัวละครเหลือและน่าสนใจให้แต่งต่ออีกหลายตัว

แต่กระนั้นตอนจบของเล่มนี้ก็ไม่ได้ค้างคาหรอกนะคะ ในสงครามระหว่างซิบิลและลีเจินคู่ปรับ ประเด็นนี้จบในเล่มนี้ล่ะค่ะ

อ้อ เราเกือบลืมเตือนไป สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเล่มหนึ่ง หรือเล่มสอง แล้วคิดจะอ่าน ก็ระวังสปอยล์ด้วยแล้วกันนะคะ ส่วนอะไรคือซิบิล อะไรคือลีเจิน ขออนุญาตให้กลับไปอ่านรีวิวของสองเล่มก่อนหน้าเล่มนี้ในชุดแล้วกันนะคะ ขี้เกียจอธิบายอีกรอบ

พระเอกในเรื่องนี้คือ เจค โลเวลล์ น้องชายคนเล็กแห่งตระกูลโลเวลล์ พี่น้องในตระกูลที่ไม่เหมือนตระกูลไหนที่คุณเคยได้พบมา เพราะเมื่อสองปีก่อน เจคเป็นเพียงเด็กชายวัยสิบขวบที่ถูกแม่ของตัวเองฆ่าบูชายัน และทำพิธีกรรมจนเขาเกิดใหม่ในฐานะปีศาจที่โตเต็มวัย ดังนั้นในแง่มุมนึงเขาคือผู้ใหญ่ แต่ก็ยังแฝงความไร้เดียงสาอย่างเด็กอยู่ด้วย (แม็กซ์ชอบการที่คนแต่งเขียนให้เจคไม่ค่อยเข้าใจคำศัพท์แสลงที่ตัวละครใน เรื่องใช้กันนะคะ มันแสดงให้เห็นชัดดี แต่ก็ด้วยความไม่สม่ำเสมอในการดำเนินเรื่อง ประเด็นนี้ก็ตกไป และไม่ถูกยกขึ้นมาใช้อีก)

สิ่งที่เจคต้องการเหนืออื่นใดก็คือ การกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง นั่นเพราะเขาแตกต่างจากพี่ชายทั้งสองคน ที่เป็นเพียงลูกครึ่งปีศาจ ทั้งครีด (พระเอกเล่มหนึ่ง) และนิค (พระเอกเล่มสอง)ที่แม้จะมีปีศาจแผงในกาย แต่พวกเขาก็ยังมีร่างที่เป็นมนุษย์เป็นหลัก ในขณะที่เจคเป็นปีศาจเต็มตัว

เจคซึ่งมีความพิเศษเหนือกว่าปีศาจในลักษณะเดียวกัน คือเขาสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ (ซึ่งไม่เหมือนกับการที่เขาเป็นมนุษย์แต่กลายร่างเป็นปีศาจได้เหมือนพี่ชาย) แต่ยิ่งเขาใช้เวลาเป็นมนุษย์นานเท่าใด ความสามารถที่ติดกับความเป็นปีศาจของเขาก็จะหมดลง และเจคจำเป็นต้องใช้มันในการต่อสู้กับศัตรูตัวร้าย

แต่กระนั้นก็ยังมีสิ่งที่เจคต้องการยิ่งกว่าความเป็นมนุษย์ เธอมีชื่อว่ามาริลี เธอเป็นซิบิลแห่งลม เป็นหนึ่งในสามของทีมซิบิลนักสู้แห่งนิวยอร์ค และในขณะที่เพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอกำลังท้องแก่และไม่สามารถออกไปปกป้อง นิวยอร์คได้ตามปกติ มาริลีและเจคจึงถูกจับคู่กันเพื่อตามหาศัตรูตัวร้าย

และคราวนี้ก็ไม่ใช่ลูกกระจ๊อกที่รอคอยพวกเขาอยู่ แต่เป็นถึงบาร์โธโลมิว ออกัส ซึ่งเป็นปีศาจตัวที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ผู้ก่อตั้งลีเจิน แม็กซ์ชอบแรงกระตุ้นของออกัสในการเป็นตัวร้ายนะคะ เขาเป็นปีศาจตัวสุดท้ายในโลก ปีศาจที่เกิดขึ้นมาเอง ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น (ต่างจากพี่น้องตระกูลโลเวลล์) และเขาเหงา โดดเดี่ยว ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เขาทำทุกอย่างเพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับเขา ขึ้นมา เขาทนการอยู่ตามลำพังไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

เราเข้าใจว่าอะไรทำให้ออกัสต้องการเช่นนั้น วิธีการอาจเลวร้าย แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่ผู้ร้ายประเภทที่เกิดมาก็ตะโกนว่า "กูเลว กูเลว" แล้วก็ทำความชั่วโดยไม่มีเหตุผล

ความสัมพันธ์ระหว่างมาริลีและเจคต่อเชื่อมกันได้อย่างรวดเร็ว เธอยอมรับด้านที่เป็นปีศาจของเขาได้ง่ายดายมาก ซึ่งต่างจากสองเล่มแรก แม็กซ์ก็เลยไม่รู้ว่านี่รึเปล่าที่เป็นเหตุให้แม็กซ์รู้สึกว่า โรแมนซ์ในเรื่องไม่มีความน่าท้าทายนัก ทุกคนยินยอม พร้อมใจไปกับความสัมพันธ์ของคู่นี้ ไม่มีความขัดแย้งที่จริงจังนัก นอกจากเจครู้สึกว่าตัวเองเป็นปีศาจ ไม่เหมาะกับมาริลี

ส่วนที่ขัดใจแม็กซ์ที่สุดก็คงจะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างฝ่ายดีและ เลว หนังสือเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเหล่าซิบิลที่แม้ไม่ใช่พี่น้อง แต่ก็รักกันเหมือนเป็นเช่นนั้น แต่ในสงครามครั้งสุดท้าย พี่น้องชาวซิบิลที่สนิทกับมาริลีมากทีสุด กลับไม่ปรากฎตัวในบท แล้วยังเรื่องพี่ชายของเจคอีก ที่แม็กซ์ไม่รู้สึกถึงความผูกพันระหว่างกัน (ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ได้อ่าน Bound by flame แล้วล่ะ) เข้าใจนะคะว่า เจคไม่สนิทกับครีดและนิคมาก่อน แต่เราคาดหวังความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่มากกว่านี้น่ะ

อีกประเด็นที่เราตั้งข้อสังเกตก็คือ เราไม่คิดว่าแอนนาวางแผนเขียนเรื่องนี้ถี่ถ้วนนะคะ เพราะมันมีตัวละครที่ทำท่าจะลงเอยกันตั้งแต่เล่มหนึ่ง จู่ ๆ ก็รักล่มชนิดน้ำตาท่วมเลย เราคิดเอง (ตั้งแต่อ่านเล่มสอง) ว่าฝ่ายชายดูด้อยกว่าผู้หญิงไปหน่อยน่ะ แล้วมันก็จริง เพราะชายหนุ่มคนนี้ก็โดนฆ่าทิ้งไปเลยในเล่มสาม เราไม่คิดว่าแอนนาวางแผนนี้ตั้งแต่ต้น คิดว่าตอนแรกเธอคงตั้งใจให้ฝ่ายหญิงเป็นเพียงตัวประกอบธรรมดา แต่เขียนไปมันยิ่งพัน และสาวคนนี้เด่นขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าเธอคงหวังให้สนพ.เซ็นต์สัญญาจ้างเธอให้เขียนเรื่องตัวละครตัวนี้ต่อ

อยากจะสรุปว่า แอนนาเป็นคนที่เขียนหนังสือเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกได้ดีค่ะ แต่ความสัมพันธ์ในลักษณะอื่นยังถือว่าสอบตก เราอยากเห็นความเป็นพี่น้อง เพื่อนผ้องร่วมรบมากกว่านี้ แต่เล่มนี้ก็ไม่ได้แย่นะคะ โปรดอย่าเข้าใจผิด

คะแนนที่ 70