Showing posts with label Larissa Ione. Show all posts
Showing posts with label Larissa Ione. Show all posts

Sunday, March 22, 2009

Desire Unchained // Larissa Ione

ท่ามกลางหนังสือชุดแนวพารานอมอลที่ออกมาดาษดื่นในตลาด หนังสือเรื่อง Pleasure Unbound โดด เด่นมากกว่าเล่มไหนที่แม็กซ์อ่านเมื่อปีที่แล้ว และเืมื่อคิดว่า หนังสือเล่มนั้นเป็นเพียงเล่มแรกของชุด ก็ิยิ่งทำให้แม็กซ์เกิดความอยากอ่านเล่มต่อ ๆ มาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่า เล่มสองและสามในชุดจะออกขายติด ๆ กัน ห่างกันเพียงแค่สองเดือน

และหลังจากอ่านเล่มนี้จบลง ก็บอกได้เลยค่ะว่า ลาลิสสาคนแต่งเรื่องชุดนี้กลายเป็นหนึ่งในนักเขียนแนวพารานอมอลแถวหน้าที่ แม็กซ์อยู่ในอาการที่เรียกว่า ต้องอ่านแล้วล่ะ เพราะไม่น่าเชื่อนะคะ (เมื่อคิดว่าเล่มแรกดีมาก) เล่มที่สองในชุดนี้ ยังสนุกมากกว่าเสียอีก

Desire Unchained ของลาลิสสา ไอโอน

อย่างที่เกริ่นนำไปแล้วนะคะ เล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุดเดมอนนิก้า ซึ่งเป็นเรื่องราวของสามพี่น้องปีศาจสายพันธ์ซิมินัส (ซึ่งเป็นหนึ่งในปีศาจทางเพศ) ที่ร่วมกันบริหารโรงพยาบาลสำหรับปีศาจ และเช่นเดียวกับหนังสือชุดทั่ว ๆ ไป หนังสือชุดนี้ก็เดินตามรอยสูตรตัวละครที่เป็นองค์ประกอบของเรื่องในหนังสือ ชุดไตรภาคนั่นคือ

พี่ชายใหญ่ผู้รับผิดชอบ (อายโดลอนใน Pleasure Unbound)

น้องคนรองผู้ง่าย ๆ สบายกับชีวิต (เชดในเล่มนี้แหละ)

และน้องคนเล็กผู้ทุกข์ทรมาน (ราธใน Passion Unleased ที่ยังไม่ออกขาย)

แม็กซ์ไม่ค่อยจะตื่นเต้นกับการได้อ่านเรื่องของเชดเท่าไหรนักหรอกนะคะ อย่างน้อยก็จนกระทั่งได้อ่านตัวอย่างหนังสือที่ลาลิสสาโฆษณาไว้ในเว็บไซด์ ของเธอ จากนั้นเราก็อยากอ่านเล่มนี้มาตลอด เพราะมันเป็นการเล่นประเด็นที่เราชอบมาก ๆ ประเด็นนึง

เชดเป็นปีศาจซิมินัสที่กำลังจะอายุครบหนึ่งร้อยปี และนั่นหมายความว่า เขาจะเจริญเต็มวัยเต็มที่ และจะสามารถสืบพันธุ์ได้ และสำหรับซิมินัสนั่นเป็นเหมือนคำสาป เพราะซิมินัสที่อายุครบร้อยปีแล้วยังไม่มีคู่เป็นตัวเป็นตน พวกเขาจะกลายเป็นปีศาจที่กระหายหิวทางเพศอย่างรุนแรง และไม่สนใจความผิดชอบชั่วดีอีกต่อไป เชดก็เสียพี่ชายไปให้กับความบ้าคลั่งแล้วคนนึง

และยิ่งทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีก เพราะเชดยังโดนคำสาปจากพ่อมดเมื่อแปดสิบปีก่อน เมื่อเขาย่องไปตีท้ายครัวพ่อมด ทำให้โดนสาปให้ไม่รู้จักความรัก และเมื่อใดก็ตามที่เขารักหญิงสักคน เชดก็จะกลายเป็นเงาตลอดไป ไร้ตัวตัว ไร้ร่าง และอยู่อย่างทรมาน ดังนั้นนี่จึงเป็นข้ออ้างที่เชดใช้ชีวิตอย่างที่เขาใช้ จากหญิงคนนึงไปยังอีกคน ทุกอย่างก็เพื่อความสุขทางกาย

จนกระทั่งเขาถูกกลุ่มนักค้าอวัยวะปีศาจในตลาดมืดจับตัวมา และหญิงสาวที่ถูกขังอยู่ในห้องเดียวกับเขาก็คือคนจากในอดีตอันเสเพลของเขา นั่นเอง เพียงแต่คราวนี้รูน่าไม่ใช่มนุษย์ผู้ไร้เดียงสา และหลงรักชายที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นปีศาจ เพราะการทรยศของเชด (ที่ยุ่งกับผู้หญิงอื่นระหว่างที่กำลังคบกับเธอ) ทำให้รูน่ากลายเป็นเหยื่อของมนุษย์หมาป่า ทำให้เธอสูญเสียความเป็นมนุษย์ของตัวเองไปด้วย ทำให้เธอต้องก้าวเข้าสู่ด้านมืดอันเป็นโลกของปีศาจ

แม็กซ์คิดว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกในชุดหรอกนะคะ ก็สามารถเข้าใจความเป็นไปในเนื้อเรื่องได้อย่างไม่น่าปวดหัวอะไร เพียงแต่ถ้าอ่านเล่มนี้ก่อนเล่มแรก ก็จะมีสปอยล์ของเล่มแรกโผล่มายุ่บยั่บไปหมดเท่านั้นเอง (หลายอย่างที่เป็นไคลแม็กซ์ในเล่มแรกก็ถูกเฉลยซะงั้นในเล่มนี้) และนั่นรวมทั้งตัวตนของหัวหน้าแก๊งค์ค้าอวัยวะปีศาจซึ่งเป็นตัวร้ายที่ต่อ เนื่องมาจากเล่มแรกด้วย

ดังนั้นบอกก่อนเลยนะคะว่า ถ้าอ่านต่อก็จะเป็นสปอยล์แล้ว แม็กซ์จะไม่กาสีดำนะคะ เพราะคิดว่าคงเล่าอะไรไม่ได้ถ้ามัวแต่กลัวสปอยล์ หยุดอ่านตรงนี้แล้วกันค่ะ ถ้าไม่อยากรู้

เป็นอย่างที่แม็กซ์คาดไว้ หัวหน้าแก๊งค์ค้าอวัยวะก็คือคนจากอดีตของสามพี่น้องนั่นเอง (ซึ่งก็คือโร้ค พี่ชายคนโตที่ถูกเข้าใจกันว่าตายไปแล้ว) ไฟไหม้อันเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนคิดว่าโร้คตาย ได้ทำลายรูปลักษณ์ของเขา (และยิ่งไปกว่านั้นทำลายความสามารถทางเพศของเขาด้วย ทำให้โร้คซึ่งเป็นปีศาจสายพันธุ์ทางเพศ ไม่อาจมีเซ็กส์ได้ มันยิ่งทำให้เขาคลั่งเข้าไปใหญ่) และโร้คคิดว่า คนที่วางแผนกำจัดเขาก็คือ น้องชายทั้งสามของเขานั่นเอง

แม้ว่าเชดจะปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่เหตุผลก็ใช้ไม่ได้กับชายที่ต้องการแก้แค้น โร้ควางแผนที่จะตอบแทนเชดอย่างเจ็บปวด และเพราะเขาล่วงรู้ถึงคำสาปที่เชดกำลังเผชิญ เขาจึงต้องการให้เชดได้รับผลการคำสาปนั้น ด้วยการหลอกให้เชดและรูน่ากลายเ็ป็นคู่กัน (ผ่านการควบคุมทางจิตใจที่โร้คมีความสามารถ)

และเชดรู้ดีว่า เขาจะต้องตำหลุมรักรูน่าในไม่ช้า ทางออกเดียวของเขาก็คือ ฆ่ารูน่าก่อนที่เขาจะรักเธอจนหมดใจ (และตัวตนของเขาก็จะสลายไปเพราะความรักนั้น)

แม็กซ์ชอบหนังสือเล่มนี้เพราะความซื่อตรงต่อตัวละครค่ะ เื่รื่องราวในชุดเดมอนนิก้า เป็นเรื่องราวของปีศาจ (ที่ไม่ใช่ปีศาจอย่างที่เรารับรู้ทั่วไปหรอกนะคะ) ที่มีทั้งปีศาจที่ดี และเลว แต่โดยเนื้อแท้แล้ว พวกเขาคือปีศาจ ดังนั้นความรุนแรงจึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต (เพราะคุณมีชีวิตอยู่อย่างเป็นอมตะ ร่างกายสามารถรักษาตัวเองได้ ความเจ็บปวด และเลือดออกจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรอีกต่อไป) ทำให้หลายฉากอาจจะดูรุนแรงไปบ้างนะคะ แต่มันสมจริง และสมกับคาแร็คเตอร์ที่คนแต่งวางไว้ให้ตัวละคร

อย่างฉากที่อายโดลอนซึ่งเป็นศัลยแพทย์ในโรงพยาบาล (ที่รักษาปีศาจ) เห็นด้วยกับราธเรื่องการฆ่ารูน่า มันไม่ใช่การกระทำที่เขาอยากทำ แต่เขารู้ว่ามันจำเป็น เพราะทางเลือกอีกอย่างนึงเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้ (เพราะนั่นคือการเสียเชดไป และอายโดลอนก็รักน้องชายของเขามากพอที่จะข้ามเส้นแห่งความถูกต้องดีงาม)

เช่นเดียวกับในเล่มแรกที่แม็กซ์ชอบบรรยากาศในโลกปีศาจที่ลาลิสสาสร้าง ขึ้น แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนเท่ากับใน PU เพราะเรื่องราวเน้นไปที่ตัวละครมากกว่า

และเชดเป็นตัวละครที่ผิดคาดค่ะ เขามีความลึกมากกว่าความเสเพลที่แสดงออกให้เห็น ในขณะเดียวกันรูน่าก็เข้มแข็งสมกับที่คนแต่งกำหนดให้เธอเป็นมนุษย์หมาป่า ทั้งคู่หนีออกมาจากที่คุมขังของโร้คด้วยกัน แต่ผลพวงของการกลายเป็นคู่กันทำให้ทั้งสองไม่อาจแยกจากกันได้ เรารู้สึกถึงความต่อเนื่องกันระหว่างเชดและรูน่า และเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า ทำไมพี่น้องของเชดถึงได้แน่ใจว่า หากเชดเลือกหญิงใดเป็นคู่แล้ว เขาจะต้องตกหลุมรักเจ้าหล่อนได้อย่างไม่ยากเย็นกัน เพราะเชดไม่ใช่พระเอกชนิดที่ปฏิเสธความรัก แต่วิ่งหนีความรักเพราะกลัวคำสาป ในอีกนึงเราก็มีคิดเหมือนกันว่า รูน่าเฮงพอดีที่เข้าใจชีวิตของเชดในช่วงนี้ (ทำให้เธอกลายเป็นนางเอกของเขาในที่สุด) แต่ความโดดเด่นของรูน่าเองก็มีความพิเศษ และเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ความคิดนี้ไม่ถึงกับกลายเป็นประเด็นน่าขัดใจใหญ่ อะไร

แล้วเราก็ชอบที่ตัวร้ายในเรื่องนี้มีมิติ โร้คไม่ใช่ตัวร้ายชนิดที่แม็กซ์แอบเทใจให้หรอกนะคะ ก่อนหน้าที่จะเกิดการลอบทำร้าย เขาก็ไม่ใช่ปีศาจที่ดีนัก มีเพียงอายโดลอนคนเดียวที่เข้าถึงจิตใจของเขาได้ (และมันก็ถูกพูดถึงผ่านเรื่อง PU ไปเยอะพอสมควร) ในขณะที่เชดและราธก็ไม่ค่อยจะชอบใจพี่ชายคนนี้นัก แต่กระนั้นการที่เขากลายสภาพเป็นคนโฉดและเลวชนิดเกินพิกัดก็มีเหตุผล เขาอาจจะเข้าใจผิดว่าน้องชายทั้งสามวางแผนทำร้ายเขา (ซึ่งเขาคิดผิดในทางนึง แต่ก็ถูกในอีกทางนึง) นั่นใำ้ห้เขามีเหตุผลเพียงพอในการตามจองเวรน้องชาย และแม็กซ์ก็ชอบที่แม้กระทั่งโร้คเองก็ยังมีความรัก (ซึ่งมันกลายเป็นจุดจบของเขาเช่นกัน)

ส่วนเดียวในเรื่องที่แม็กซ์ไม่ชอบก็คือ เรื่องความรักของคู่รอง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาจากเล่มแรก ข่าวว่าความรักของคู่นี้จะลงเอยในเล่มสาม แม็กซ์ไม่แน่ใจว่าเราไม่อยากอ่านเรื่องของเจมและไคแนนเป็นเพราะเราชอบเชดและ รูน่ามาก ๆ จนไม่อยากให้คนแต่งไปเสียเวลากับคู่อื่น หรือว่าเรื่องราวของสองคนนั้นมันจะไม่ได้เรื่องจริง ๆ

ความน่าปวดหัวของหนังสือชุดนี้ก็คือ มีคำศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับปีศาจเยอะหน่อยนะคะ โดยที่ไม่มีคำอธิบายให้ไว้ในหนังสือ ซึ่งเรื่องนี้ทางลาลิสสาเองก็คงรู้ดี (เพราะแม็กซ์ก็เป็นคนอ่านคนนึงที่บ่นให้เธอฟัง) เธอจึงจัดทำหนังสือที่เรื่องว่า The Demonica Compendium ซึ่งรวบรวมคำศัพท์ และรายชื่อตัวละครเด่น ๆ ในชุดเอาไว้ คนที่สนใจก็ลองคลิกไปอ่านกันได้นะคะ ลิงค์อยู่ที่ไซด์บาร์ด้านขวาบนสุดค่ะ ในเล่มนี้ยังมีเรื่องสั้นที่เป็นตอนที่โร้ค,อายโดลอน, และเชดเข้าไปช่วยราธมาจากบรรดาญาติแวมไพร์ที่หมายเอาชีวิตเขาด้วยค่ะ

คะแนนที่ 83

Friday, January 23, 2009

Pleasure Unbound // Larissa Ione

นี่เป็นหนังสือที่แม็กซ์อยากอ่านมากที่สุดในช่วงสองสามเดือนที่ผ่าน เพราะหลังจากได้เข้าไปอ่านบทที่หนึ่งที่โพสต์ไว้ในเว็บไซด์ของคนเขียนแล้ว เราก็รู้สึกว่าเล่มนี้มันเป็นอะไรที่มากกว่า "หนังสือแนวพารานอมอลอีกชุด" ที่วางขายกันเกลื่อนเต็มตลาดตอนนี้

ในฐานะของคนที่อาจจะยังไม่เบื่อพารานอมอล แม็กซ์ก็ยังรู้สึกว่า มันชักจะมากเกินไปซะแล้วนะสำหรับงานเขียนแนวนี้ มันมาเป็นชุดต่อเนื่องกัน เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ หลายเล่ม หลายชุดดูแทบจะไม่แตกต่าง หรือมีชุดเด่นอะไรเหนือชาวบ้านสักนิด (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีของดีโผล่มาให้เห็นนาน ๆ ครั้งนะคะ)

ถ้าอ่านรีวิวของแม็กซ์ก็จะเจอคำพูดว่า "ก็โอเคค่ะ อ่านได้" นี่เป็นความรู้สึกส่วนใหญ่ที่แม็กซ์มีกับแนวนี้ในตอนนี้ ยกเว้นงานที่โดดเด่นออกมาไม่กี่เล่ม

และเล่มนี้ตอนแรกแม็กซ์ก็เฉย ๆ นะ ที่ตั้งใจจะซื้อมาอ่านก็เพราะคนแต่ง ลาริสสาเป็นครึ่งหนึ่งในทีมเขียนของนามปากกาซิดนีย์ ครอฟ (ซึ่งมีสองคน อีกคนคือสเตฟานี ไทเลอร์) แม็กซ์ชอบงานของซิดนีย์ แม้จะไม่ได้รู้สึกว่ามันถึงจุดที่ดีที่สุดแล้ว (โอเค แม็กซ์ยอมรับว่าชอบเซ็กส์ในหนังสือของซิดนีย์ ) ทำให้แม็กซ์รู้สึกว่า ยังไงก็ต้องลองอ่านงานของลาริสสาดู จนกระทั่งเมือสองเดือนก่อนที่แม็กซ์เข้าไปเซิร์จในเว็บไซด์ของเธอ นับจากนั้นแม็กซ์ก็เฝ้ารอที่จะได้อ่านเล่มนี้

Pleasure Unbound ของลาริสสา ไอโอน

แม็กซ์ซื้อเล่มนี้เมื่อวานตอนเย็น และเริ่มอ่านทันที (แซงคิวเล่มที่กำลังอ่านค้างไว้เฉยเลย) เพราะอยากรู้เรื่องราวของเหล่าหมอในโลกปีศาจ

ปกติแม็กซ์ไม่ชอบหมอนักหรอกนะคะ มันเป็นอคติส่วนตัว แม็กซ์ว่าคนพวกนี้อีโก้สูงเกินไป ทำให้ไม่ค่อยชอบดูหนัง หรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับหมอนักหรอก (แม้ว่าจะชอบจอร์จ คลูนี่ย์ แม็กซ์ก็ยังไม่ดูอีอาร์) ดังนั้นคอนเซ็ปต์ของเรื่องชุดนี้ที่กำหนดให้ตัวละครเอกเป็นหมอที่รักษาในโรง พยาบาลที่มีไว้เพื่อเหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ไม่ได้ดูน่าสนใจนัก

แต่สิ่งที่ทำให้แม็กซ์สนใจก็คือ โลกปีศาจที่ลาริสสาสร้าง

ขออธิบายเกี่ยวกับคำว่าปีศาจหน่อยนะคะ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน ปีศาจในชุดนี้ไม่ใช่ปีศาจอย่างที่เราคิดกัน แต่เป็นอีกเผ่าพันธุ์นึงแยกต่างหากจากมนุษย์ เผ่าพันธุ์ที่ตามความเชื่อของพวกเขาถูกสร้างจากซาตาน แต่เช่นเดียวกับมนุษย์ที่แม้จะเกิดมาด้วยความบริสุทธิ์ ก็ยังมีมนุษย์บางคนแหกคอกกลายเป็นคนชั่วได้ เหล่าปีศาจก็เช่นกัน พวกเขาอาจจะถูกสร้างจากปีศาจ แต่ก็มีบางคนที่เป็นคนดี และแน่นอนว่าพระเอกของเราเป็นหนึ่งในนั้น

เอโดลอน (สะกด Eidolon) เป็นปีศาจสายพันธุ์ซิมินัส หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ นั่นก็เพราะเมื่ออายุครบหนึ่งร้อยปี พวกซิมินัสจะผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้มีความสามารถในการสืบพันธุ์ แต่ความสามารถนี้ก็มาพร้อมกับคำสาป เพราะถ้าพวกเขาไม่อาจหาหญิงสาวมาเป็นคู่ชีวิตได้ ซิมินัสจะถูกเร้าด้วยความต้องการอย่างรุนแรง ความต้องการที่จะสืบพันธุ์โดยไม่สนใจอะไรอีกแล้วในชีวิต

และสำหรับเอโดลอนที่กำลังจะอายุครบร้อยปี นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ เพราะเขามีภาระที่ต้องทำ เขาเป็นศัลยแพทย์ใหญ่ในโรงพยาบาลแห่งปีศาจและนั่นเป็นงานที่เขาชอบ เขามีน้องชายสองคนที่ต้องดูแล เขาไม่อาจกลายเป็นปีศาจกระหายเซ็กส์ได้ ดังนั้นเขาจึงมองหาคู่ (คำว่าคู่ในเรื่องก็เหมือนการแต่งงานของมนุษย์) แต่เขาเลือกเยอะ เพราะสำหรับซิมินัสแล้ว การมีคู่เป็นความสัมพันธ์ตลอดชีวิต ไม่มีการหย่า ไม่มีการร้างลา มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะตัดพวกเขาให้ขาดออกจากกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ไม่มีผู้หญิงมานักหรอกที่อยากเป็นคู่กับเขา

วันนึงรถพยาบาลก็นำคนไข้ที่ไม่น่าจะได้รับการรักษามาที่โรงพยาบาล เธอคือเทย์ล่า ผู้ที่แรกเห็นคือ มนุษย์ แต่ที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายขึ้น เพราะเธอไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา หากแต่เป็นหนึ่งในกลุ่มนักล่าปีศาจ ศัตรูสำคัญของพวกเขา

ด้วยความเป็นหมอ เอโดลอนรักษาเธอ ทำให้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับเทย์ล่า และนำพาพวกเขาให้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น ทำให้เทย์ล่ารับรู้ว่า ปีศาจไม่จำเป็นต้องเลวเสมอไป และนักล่าปีศาจก็ไม่ใช่ฝ่ายพระเอกเสมอ

พล็อตเรื่องนอกจากเน้นความสัมพันธ์ระหว่างเอโดลอนและเทย์ล่า ก็ยังจับประเด็นเรื่องการค้าอวัยวะของปีศาจในตลาดมืดด้วย มีใครบางคนจับเหล่าปีศาจไปฆ่า และผ่าเครื่องในออกขาย เรื่องนี้ไม่ได้อธิบายชัดเจนนักว่า ทำไมถึงมีคนต้องการของเหล่านี้ นอกจากบอกว่าเอาไปทำเป็นเครื่องราง และใช้ในพิธีกรรม แต่เพราะประเด็นนี้ยังไม่ถึงจุดสรุปในตอนจบเล่ม แม็กซ์คิดว่าคงจะมีการอธิบายเพิ่มเติมกันต่อในเล่มถัดไป

ในฐานะเล่มแรกของชุด หนังสือเล่มนี้อยู่ในระดับที่ดีมาก ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อเสียนะคะ มันมี และแม็กซ์จะบ่นต่อไป แต่มันแนะนำตัวละคร และโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ในระดับที่ชัดเจนและน่าติดตาม ไม่มากขนาดดึงความสนใจไปจากตัวเอง แต่ก็มากพอจะทำให้แม็กซ์อยากอ่านเล่มสองต่อไป

แม็กซ์มีปัญหากับเทย์ล่าค่อนข้างมากในระหว่างที่อ่าน เธอเป็นนักล่าปีศาจเพราะแม่ของเธอถูกปีศาจฆ่า ในฐานะเดียวกันโดยที่เธอไม่รู้ เธอเองก็กลับเป็นลูกครึ่งปีศาจ ที่ด้านปีศาจกำลังแสดงตัวตนเพื่อยึดครองร่างของเธอ แม็กซ์มีปัญหากับการกระทำของเธอ แต่ก็เข้าใจนะว่าทำเธอถึงทำ เธอถูกสอนมาว่าปีศาจเป็นคนเลว และกลุ่มนักล่าคือครอบครัว แม็กซ์เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทรยศเอโดลอนหลายครั้งจนเป็นสาเหตุให้เพื่อนของเขา ต้องตาย โรงพยาบาลของเขาถูกทำลาย แต่ความเข้าใจก็ไม่ได้อ่านแม็กซ์รู้สึกเป็นบวกกับเธอได้

และแม็กซ์บอกรึยังว่าเล่มนี้เซ็กส์ฮ็อตทะลุหลังคาไปเลย (ข้อดีอีกข้อที่มองข้ามไม่ได้)

สำหรับคนที่ยังไม่เบื่อแนวพารานอมอล แม็กซ์แนะนำหนังสือชุดนี้ให้อ่านกันค่ะ มันอาจจะไม่ได้สร้างสรรน่าสนใจอย่างเรื่องของนรินี ซิงค์ แต่ก็ถือว่ามีองค์ประกอบทุกอย่างสำหรับหนังสือที่อ่านสนุกครบ (หรืออย่างน้อยองค์ประกอบที่แม็กซ์ชอบ)

คะแนนที่ 80