Showing posts with label Victoria Alexander. Show all posts
Showing posts with label Victoria Alexander. Show all posts

Sunday, February 8, 2009

The Last Man Standing // Victoria Alexander

อย่างที่บอกค่ะ อาทิตย์ที่ผ่านมา แม็กซ์ตัดสินใจใช้การสะสางหนังสือค้างเก่าของวิคทอเรีย อเล็กซานเดอร์ที่ตัวเองซื้อมาทิ้งค้างไว้นาน

เราเลือกที่จะเริ่มอ่านชุด The Last Man Standing ซึ่งเ็ป็นเรื่องของเพื่อนสี่คนที่เดิมพันกันว่า ใครจะรักษาชีวิตโสดไว้ได้นานที่สุด แม็กซ์เขียนรีวิวของหนังสือสองเล่มแรกในชุดไปแล้ว และนี่คือสองเล่มสุดท้ายในชุดค่ะ

โดยรวมแล้วแม็กซ์ขอเรียกหนังสือชุดนี้ว่า ไร้น้ำหนัก ไม่ใช่ว่าไร้สาระนะคะ แต่ไม่มีอะไรมากพอที่จะดึงดูดใจแม็กซ์ให้จดจำมันได้นานนักหรอก พล็อตเรื่องง่าย ๆ เรื่องราวของหนุ่มสาวที่ชีวิตดีพร้อมทุกอย่าง ตัวละครในเรื่องเกือบทุกคนเป็นคนดี พระนางเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่อบอุ่น (ซึ่งไม่ใช่ความผิดอะไรนะคะ) แล้วมีชีวิตอย่างเจ้าชายเจ้าหญิงในฝัน นี่เป็นความรักอย่างเทพนิยาย ชนิดที่ไม่มีแม่มด หรือแม่เลี้ยงใจร้ายมาวุ่นวายกับตัวเอก

ในหนังสือสองเล่มสุดท้ายในชุด พล็อตเรื่องที่ใช้ก็เ็ป็นพล็อตที่นักอ่านโรแมนซ์คุ้นเคยอย่างมาก และไม่ใช่แค่หนังสือโรแมนซ์เท่านั้นนะคะที่ใช้ แม็กซ์คิดว่ามันเป็นพล็อตสุดฮิตในเมืองไทยอีกด้วย เราเจอหนังหรือละครที่ใช้พล็อตอย่างนี้หลายรอบมากเลย

Secrets of a Proper Lady ของวิคทอเรีย อเล็กซานเดอร์

หนังสือเล่มที่สามในชุด และเป็นเรื่องที่ใช้พล็อตแนวที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดพล็อตนึง การปลอมตัวเป็นสาวใช้ของนางเอก และที่มากไปกว่านั้น พระเอกของเราก็ปลอมตัวเป็นคนสนิทของตัวเองมาคบกับนางเอกเช่นกัน

เลดี้คอร์เดเลียได้รับการบอกกล่าวจากผู้เป็นบิดาถึงการจับคู่เธอกับนัก ธุรกิจจากอเมริกาที่ชื่อว่า เดเนี่ยล ซินแคลร์ การจับคู่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การบอกกล่าวเฉย ๆ แต่เป็นแรงกดดันที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับ เมื่อบิดาบอกเธอว่า ความร่ำรวยของตระกูลขึ้นอยู่กับการแต่งงานของเธอ เพราะเขาและพ่อของเดเนี่ยลต้องการร่วมทุนกิจการกัน แต่มันจะไม่เกิดขึ้นถ้าทั้งสองหนุ่มสาวไม่แต่งงานกัน

แต่คอร์เดเลียผู้ซึ่งอยู่เป็นสาวโสดเพราะเลือกมาก ไม่ใช่เพราะไม่มีใครขอแต่งงาน ไม่คิดว่าเธอจะตกลงแต่งงานง่าย ๆ กับชายที่ไม่รู้จักได้ เธอคิดแผนการบรรเจิดขึ้น เธอเ้ข้าไปตีสนิทกับวอร์เรน ชายผู้ซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวของเดเนียล เพียงแต่เธอไม่ได้พบกับเขาในชื่อของตัวเอง เธอยืมชื่อซาร่าห์ ซึ่งเป็นคนสนิทส่วนตัว (หรือ Companion) มาใช้ สิ่งที่คอร์เดเลียไมู่รู้ก็คือ ชายคนที่เธอพบเจอนั้นไม่ใช่วอร์เรน หากแต่เป็นเดเนียลเอง

ความสับสนและเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้น เมื่อคอร์เดเลียพบว่าวอร์เรนเป็นคนที่น่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกกดดันจากการที่ต้องช่วยรักษาความมั่งคั่งของครอบครัว ไว้ด้วยการแต่งงานกับเดเนียล ส่วนเดเนียลซึ่งใช้ชีวิตเป็นอิสระจากบิดาด้วยการสร้างฐานะด้วยตัวเอง เขาไม่มีความตั้งใจจะแต่งงานกับคอร์เดเลียเลย แต่การได้พบกับซาร่าห์ ก็เริ่มทำให้เขาคิดว่า บางทีการแต่งงานก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่ไม่ใช่กับคอร์เดเลีย

หนังสือเรื่องนี้เหมือนละครไทย (หรือนิยายไทย) หลายเรื่อง ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้ดูถูกประเทศไทยหรอกนะคะ อันที่จริงฝรั่งก็ใช้พล็อตนี้ไม่น้อย เพียงแต่ก็หลายปีแล้วนะคะที่เราไม่ได้อ่านเจอพล็อตนี้ ซึ่งพอได้เจอก็แปลกดีในรูปแบบนึง แน่นอนว่าไม่ถูกใจแม็กซ์ แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด จนถึงกับทำให้เราเกลียดเล่มนี้

ส่วนหนึ่งคงเพราะธีมเรื่องมันไม่ซีเรียส มันไม่มีอะไรซีเรียสในเนื้อเรื่องเลย กระทั่งตอนที่พ่อของคอร์เดเลียบอกว่า ความร่ำรวยของครอบครัวจะลดน้อยถอยลงไป มันก็ไม่ใช่การกดดันลูกสาวให้ต้องยอมพลีกายเพื่อรักษาครอบครัวเองไว้ คอร์เดเลียมีทางเลือกเสมอ การปฏิเสธเดเนียลไม่ได้ทำให้ครอบครัวหมดตัว และทั้งพ่อ แม่ พี่สาวของเธอจะยอมรับการตัดสินใจของเธอเสมอ

มันเป็นประสบการณ์การอ่านแบบไร้ความกดดัน เพราะตัวละครในเรื่องไม่มีแรงบีบคั้นอะไรจากพล็อตเรื่องเลย กระทั่งประเด็นที่ทั้งคอร์เดเลียและเดเนียลหลอกลวงกันและกันว่าเป็นคนอื่น ก็ยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะส่งผลต่อการกระทำของตัวละครในเหตุการณ์ที่ตามมา หลังความจริงเปิดเผยด้วยซ้ำ

เราไม่ถึงกับจะบอกว่า ควรถอยห่างจากเล่มนี้นะคะ แม็กซ์เชื่อว่า มีนักอ่านบางกลุ่มที่คงชอบเรื่องแนวนี้ เพราะมันอ่านแล้วสบายใจ มีแต่คนดี ๆ เต็มไปหมดทั้งเรื่อง พระเอกนางเอกก็ไม่เลวร้ายอะไร แต่สำหรับแม็กซ์มันอาจจะดีเกินไปค่ะ

คะแนนที่ 43

และตามมาด้วยเล่มสุดท้ายในชุด

Seduction of a Proper Gentleman ของวิคทอเรีย อเล็กซานเดอร์

โอลิเวอร์ ลีย์ตันเป็นผู้ชนะในเดิมพันระหว่างเพื่อน เขาเป็นชายคนสุดท้ายในบรรดาหนุ่มสี่คนที่รักษาความโสดของตัวเองเอาไว้ได้ ปัญหาก็คือ โอลิเวอร์ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะ เขาพร้อมที่จะเปิดหัวใจตอบรักความรัก เขาอยากแต่งงาน ถ้าเพียงเขาเจอหญิงสาวที่เขารัก แต่กลับกลายเป็นเขาที่ชนะการแข่งขัน เพื่อนทั้งสามล้วนมีความสุขไปกับชีวิตแต่งงานกับหญิงสาวที่พวกเขาพอใจ แต่โอลิเวอร์ชนะเดิมพัน รางวัลก็คือเงินไม่กี่เพนนี กับเหล้าหนึ่งขวด

บางครั้งชีวิตก็ไม่ยุติธรรมอย่างนั้น

แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแคธลีน แม็คเดวิด สาวชาวสก๊อตที่เดินทางมาลอนดอนเพื่อแต่งงานกับโอลิเวอร์ การแต่งงานที่โอลิเวอร์ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

แม็กซ์บอกเลยนะคะว่า ชอบพล็อตเปิดเรื่องนี้มาก เราคิดว่ามันน่าสนใจ แคธลีนตกลงใจแต่งงานกับโอลิเวอร์เพื่อล้างคำสาปที่เมื่อห้าร้อยปีก่อน คนในตระกูลของเธอและเขาปฏิเสธการแต่งงานระหว่างกัน ซึ่งทำให้นับจากนั้นคนทั้งสองครอบครัวล้วนเสียชีวิตลงในวัยเยาว์ แคธลีนมีแผนการบางอย่างที่จะ "จับ" โอลิเวอร์ให้อยู่ และแม็กซ์คิดว่าพล็อตแนวนี้มันดูน่าสนใจดี

ก่อนที่เรื่องจะพลิกจากความน่าสนใจเป็นความน่าเบื่ออย่างยากจะบรรยาย เพราะวิคทอเรียเลือกที่จะใช้พล็อตเก่าแก่อันดับหนึ่งในโรแมนซ์น่ะสิ จู่ ๆ แคธลีนก็เกิดอาการความจำเสื่อม และถูกส่งตัวไปยังบ้านของโอลิเวอร์ และทำให้สาวสายความจำเสื่อมเริ่มผูกพันกับเอิร์ลหนุ่มสุดหล่อ

เช่นเดียวกับเล่มอื่น ๆ ในชุดนะคะ มันไม่ได้เลวร้าย แต่มันไม่น่าสนใจ โอลิเวอร์เป็นพระเอกดีเลิศ เขาเป็นท่านเอิร์ลที่ดี เป็นลูกชายผู้ดูแลแม่ และรักครอบครัว เป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เอาเปรียบหญิงสาวความจำเสื่อมที่มาอาศัยอยู่ในบ้าน เขารักแท้ขนาดพูดกับแคธลีนว่าเขาจะรอจนกว่าเธอจำเรื่องราวทุกอย่างได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่มีใครอื่นในชีวิต ไม่สำคัญว่ามันจะนานแค่ไหน โอลิเวอร์ก็พร้อมจะรอ

ส่วนแคธลีนเมื่อความจำเสื่อมก็เป็นสาวเฟอร์เฟ็คในโรแมนซ์ เธอเป็นคนดี อาจจะสับสนเพราะจำความไม่ได้ แต่เธอก็ดูเหมาะสมกับโอลิเวอร์ทุกอย่าง อุปสรรคเดียวในความรักของทั้งสองก็คือ ความทรงจำที่หายไป (ทำให้ไม่มีใครแน่ใจว่าแคธลีนมีครอบครัวแล้วรึยัง)

สำหรับแม็กซ์แล้ว มันเป็นทิศทางของเรื่องที่เราไม่ชอบ เราอยากให้แคธลีนเจ้าเล่ห์มากกว่านี้ เราอยากเห็นโอลิเวอร์ดีแตก แต่มันไม่เกิดในเรื่องนี้ ทุกอย่างมันสมูทไปเสียหมด เรื่องราวความรักของชายหญิงที่เหมาะสม เ็ป็นคนดี

แต่บางครั้งความดีมันไม่ได้น่าสนใจ

และสุดท้ายประเด็นที่ขัดใจเรามากที่สุด (สปอยล์) ก็ คือการเอาเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง มันพลิกทิศทางของเรื่องในชุดไปหมด แล้วก็ทำลายเนื้อเรื่องด้วย อาการความจำเสื่อมของแคธลีนถูกอธิบายได้ด้วยเวทมนตร์ แล้วยังคำสาปนั่นอีก มันทำให้แคธลีนดูปัญญาอ่อนไปเลย เมื่อเธอออกอาการเชื่อถือคำสาปจนไร้เหตุผล

คะแนนที่ 40

สรุปรวมเรื่องในชุดนี้ ถ้าดูจากคะแนนอาจจะน้อยมาก (ส่วนใหญ่ได้ F) แต่แม็กซ์ก็ยังคิดนะคะว่า ต้องมีนักอ่านอีกหลายคนที่น่าจะชอบวิธีการเขียนเรื่องของวิคทอเรีย เธอเป็นคนที่เขียนเรื่องพล็อตแนวไร้น้ำหนัก (พล็อตชนิดที่ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ เลยในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งภายนอกกับตัวร้าย หรือความขัดแย้งภายในระหว่างตัวเอกกันเอง) ได้ดีมากคนนึง ปัญหาของแม็กซ์ต่อมันก็คือ แม็กซ์ไม่ชอบเรื่องที่ไร้ความขัดแย้ง ดังนั้นนี่อาจเป็นความผิดของเราเองที่ไม่ชอบงานของเธอ

Friday, February 6, 2009

A Little Bit Wicked // Victoria Alexander

อย่างที่บอกค่ะ ช่วงนี้กำลังกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์หนังสือของวิคทอเรีย อเล็กซานเดอร์อยู่ เพราะชักจะรู้สึกผิดมากแล้วที่ซื้อหนังสือของเธอมาเก็บไว้เป็นสิบเล่ม แต่ไม่ได้อ่านสักที (เล่มสุดท้ายของเธอที่แม็กซ์อ่านก็เรื่อง Her Highness, My Wife ที่อ่านไปตั้งแต่ปี 2002 หรือเมื่อเจ็ดปีก่อนโน่นแนะ เล่มที่ซื้อหลังจากนั้นก็เก็บ แล้วก็เก็บ แล้วก็ซื้อมาเพิ่ม จนสะสมกองโตแล้ว)

หนังสือของวิคทอเรียที่โด่งดังมาก็คือชุดของคนในตระกูลเอฟฟิงค์ตัน ที่เขียนกันมาถึงรุ่นลูกกันแล้ว แต่เล่มนี้ไม่ใช่เรื่องของคนในตระกูลหรอกนะคะ แต่แน่นอนว่าก็ยังมีคนในตระกูลนี้เข้ามาเป็นตัวละครรองให้เห็นกันอยู่ดี

A Little Bit Wicked ของวิคทอเรีย อเล็กซานเดอร์

เล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุด The Last Man Standing ที่เป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อนสี่คนที่ท้าพนันกันว่าใครจะเป็นคนสุดท้ายใน กลุ่มของพวกเขาที่รักษาความโสดเอาไว้ได้ ทั้งสี่หนุ่มนี้เป็นเพื่อนสนิทกับโจนาธอน เอฟฟิงค์ตัน (พระเอกในเรื่อง Let it be love ซึ่งแม็กซ์ยังไม่ได้อ่านหรอก) และเริ่มต้นการเดิมพันกันหลังจากโจนาธอนสละโสดอย่างไม่คาดฝัน

พระเอกในเล่มนี้คือกิเดีียน เพียร์แซล ไวส์เคาท์วาร์ตันที่เกิดอาการปิ๊งกับจูดิธ เลดี้เชสเตอร์อย่างรุนแรง ทั้งสองรู้จักกันแบบผิวเผินมาหลายปี จนกระทั่งงานเลี้ยงในวันนึง ทั้งคู่ก็เริ่มมองเห็นกันและกันอย่างจริงจัง แต่กระนั้นทั้งกิเดียนและจูดิธก็ไม่คาดคิดว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมีอะไรมากเกินไปกว่าเซ็กส์

อย่างรวดเร็วทั้งสองเริ่มความสัมพันธ์กันทางร่างกาย แต่ในทางจิตใจทั้งคู่ค่อย ๆ เรียนรู้กันและกันมากขึ้น กิเดียนเริ่มรู้สึกว่า ความโสดที่เขาหวงแหนเอาไว้ไม่ใช่สิ่งมีค่าอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเขาได้พบกับผู้หญิงที่เข้าใจเขามากกว่าใคร แต่อุปสรรคสำคัญในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็คือ อดีตของจูดิธ เธอเจ็บช้ำหนักมากจากการแต่งงานกับสามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว เจ็บจนเธอไม่เชื่อในความรักอีก และเมื่อเป็นที่ชัดเจนว่ากิเดียนต้องการบางอย่างมากกว่าร่างกาย เธอก็ตัดสินใจที่จะจบความสัมพันธ์ของทั้งสอง

หนังสือเรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างจากเล่มอื่น ๆ ในชุด (แม็กซ์อ่านไปแล้วสามเล่มค่ะ) และแตกต่างจากงานที่วิคทอเรียเขียนให้กับเอว่อนด้วย (แต่มีส่วนคล้ายกับงานสมัยที่เธอเขียนให้ดอร์เชสเตอร์) พล็อตเรื่องในเล่มนี้ค่อนข้างหนักกว่าปกติ แต่ไม่ถึงกับหนักมากอะไรหรอกนะคะ แต่ไม่ใช่สไตล์ของคนที่อ่านงานของวิคทอเรียระยะหลังจะคุ้นเคยกัน

แต่ก็เหมือนงานเล่มอื่น ๆ ของวิคทอเรียที่เนื้อเรื่องมุ่งเน้นที่ตัวละครเป็นหลัก ในส่วนของพล็อตเรื่องแทบจะไม่มีอะไรให้ต้องคาดเดา ไม่มีความลึกลับ สืบสวน หรือตามลุ้น ทุกอย่างเป็นการเล่นไปกับอารมณ์ของตัวละคร และแม็กซ์รู้สึกว่า เล่มนี้อารมณ์ที่เล่นค่อนข้างมืดเมื่อเทียบกับเล่มอื่น ๆ ของเธอ (แต่โปรดอย่าคิดว่าระดับจะเทียบเท่ากับงานของแมรี่ โจ พุทเ่น่ย์นะคะ เพียงแค่มันหนักกว่าเล่มอื่นในชุดเดียวกันเท่านั้นเอง)

ส่วนที่เรารู้สึกรำคาญนิดหน่อย ก็คงเป็นพล็อตเรื่อง "ใครจะเป็นคนแต่งงานคนสุดท้าย" ที่เอามาเป็นชื่อชุดนี่แหละ เพราะเราไม่รู้สึกว่า มันมีน้ำหนักอะไรกับเรื่องแม้แต่น้อย การเดิมพันไม่ได้เป็นไปเพื่อเงินจำนวนมาก หรือความท้าทายอะไร เป็นแค่ก็พูดกันของเพื่อนสนิท ไม่มีผล หรือปัจจัยอะไรกับเรื่องในชุดเลยทั้งนั้น

เป็นหนังสืออีกเล่มนะคะที่เราหยิบขึ้นมาอ่านแล้วไม่ตรงกับความคาดหวัง (ที่อยากอ่านเรื่องเบา ๆ ไร้สาระ) ก็เลยทำให้ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหรนัก แต่เล่มที่จะรีวิวในวันพรุ่งนี้ตรงสเป็คความต้องการของเรามาก และขอบอกว่า คนที่คิดถึงงานของจิล บาร์เน็ตต์น่าจะพอยิ้มออกมาได้บ้าง เพราะเล่มนี้ (ที่จะเขียนในวันพรุ่งนี้) อ่านแล้วให้อารมณ์คล้ายกับงานของจิลมากที่สุดเล่มนึงที่แม็กซ์เคยอ่านมาเลย ทีเดียว

สำหรับเล่มนี้คะแนนที่ 47

What a Lady Wants // Victoria Alexander

ก่อนเข้ารีวิว ขอบอกหน่อยแล้วค่ะว่า แม็กซ์อัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเรื่องฉบับแปลของหนังสือในลิสต์ท็อปร้อยของ แม็กซ์แล้วนะคะ แต่คิดว่าข้อมูลคงจะยังไม่ครบหรอกค่ะ เพราะเราไม่ใช่กูรูตัวจริงเสียงจริง ดังนั้นถ้าใครมีข้อมูลจะเพิ่มเติมก็ช่วยบอกด้วยนะคะ

กลับมาที่รีวิววันนี้กันค่ะ หลังจากที่โฆษณาซะน่าสนใจว่า เรื่องนี้ทำให้แม็กซ์คิดถึงงานของอดีตของจิล บาร์เน็ตต์ เราก็ยังขอยืนยันคำพูดของตัวเองนะคะ เพียงแต่คงต้องอธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย

หนังสือเล่มนี้ยังเทียบกับงานของจิลไม่ได้หรอกนะคะ แต่องค์ประกอบหลายอย่างในเรื่องทำให้เรานึกถึง โดยเฉพาะความมุ่งมั่นของนางเอกในการแต่งงานกับพระเอก

What a Lady Wants ของวิคทอเรีย อเล็กซานเดอร์

หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากเรื่อง A Little Bit Wicked ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุดอย่างชัดเจน และเป็นเล่มที่ตรงกับความต้องการในการอ่านหนังสือง่าย ๆ สบาย ๆ เพื่อผ่อนคลาย (ในช่วงชีวิตที่กำลังเครียดอยู่ตอนนี้)

หนุ่มคนที่สองในบรรดาผองเพื่อนที่เดิมพันกันว่า จะรักษาความโสดให้เหลือเป็นคนสุดท้าย ไนเจล คาเวนดิช เป็นลูกชายของไวส์เคาท์ และเขาก็ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าในเรื่องความเสเพล วันนึงขณะที่กำลังย่องไปตีท้ายครัวของเลดี้คนนึง สามีของเจ้าหล่อนบังเอิญกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด เป็นผลให้หนุ่มไนเจลต้องปีนออกทางหน้าต่าง และหนีตายมายังบ้านข้าง ๆ

บ้านที่เฟลิซิตี้ มาร์วิลล์กำลังอธิษฐานของพรจากดวงดาวอยู่ เฟลิซิตี้เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวที่อบอุ่น (แต่น่าเบื่อ) เธอเป็นสาวสวยที่เพียบพร้อม ดังนั้นเฟลิซิตี้จึงไม่คิดเลยว่า เธอจะเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มหญิงสาวที่เริ่มต้นฤดูกาลออกงานพร้อมกันที่ยังไม่ ได้แต่งงาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเฟลิซิตี้ไร้คนมาสนใจหรอกนะคะ เธอมีคนมากหน้าหลายตาขอแต่งงาน แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอรู้สึกว่า เขาคือคนที่ใช่ เขาคือคนที่จะทำให้ชีวิตของเธอน่าสนใจ และน่าตื่นเต้น

จนกระทั่งเธอได้พบกับไนเจลที่หนีเข้ามาในบ้านของเธอ เฟลิซิตี้ถือว่านั่นคือคำตอบของดวงดาว ที่มอบผู้ชายที่ตื่นตาตื่นใจคนนี้มาให้ และเธอตั้งใจจะแต่งงานกับเขาให้ได้

แผนการเริ่มต้น เฟลิซิตี้ติดต่อแมดเดลีน น้องสาวฝาแฝดของไนเจล และเสนอตัวเป็นหญิงสาวที่เหมาะสมกับหนุ่มเสเพลคนนี้ ซึ่งแมดเดลีนก็เห็นด้วย และจัดการให้เฟลิซิตี้ได้รับบัตรเชิญไปร่วมงานเลี้ยงเดีียวกับไนเจล จนกระทั่งเขาเริ่มสังเกตเห็นหญิงสาวคนนี้อย่างจริงจัง

ไนเจลรู้ดีกว่า ถ้าเขาอยากจะรักษาชีวิตโสดของตัวเองเอาไว้ให้ได้ เขาต้องหลีกหนีให้ห่างจากเธอ เพราะเฟลิซิตี้ไม่ใช่ผู้หญิงชนิดที่เขาเคยยุ่งเกี่ยวด้วย เธอเป็นหญิงสาวที่เหมาะสมที่เขาเชยชมแล้วทิ้งไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่า เขาจะไม่อาจเลิกสนใจเธอได้เลย

หนังสือเรื่องนี้น่ารักนะคะ นี่เป็นคำจำกัดความที่ดีที่สุดที่แม็กซ์คิดออก เฟลิซิตี้แม้จะดูมุ่งมั่นในการแต่งงานกับไนเจล แต่เธอก็ไม่ได้ทำให้มันกลายเป็นการไล่ล่า เธอปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา ก็แค่เธอจัดการให้สถานการณ์มันเป็นใจนิดหน่อย เฟลิซิตี้ไม่เคยให้ท่า หรือปล่อยตัวกับไนเจล เธอแค่ปรากฎตัวในงานเลี้ยงเดียวกับเขา ไนเจลต่างหากที่เป็นคนที่ไม่อาจอยู่ห่างจากเธอได้ และก็การไม่อาจห่างจากเธอได้นี่เอง ที่สุดท้ายนำทั้งคู่ไปสู่ชีวิตแต่งงาน

เรื่องนี้ไม่มีตัวร้าย หรือตัวอิจฉานะคะ ทั้งไนเจลและเฟลิซิตี้มีครอบครัวที่ดี นั่นไม่ได้ทำให้แม็กซ์รู้สึกว่ามันเฟอร์เฟ็คเกินเหตุ เรารู้สึกว่า เหมาะสมกับความเบาสบายของเนื้อเรื่องดี

เราชอบบทสนทนาระหว่างไนเจลและเฟลิซิตี้ โดยเฉพาะตอนที่ไนเจลชักจะสังเกตเห็นแล้วว่า เฟลิซิตี้ปรากฎตัวในงานเดียวกับเขาบ่อยเกินไปแล้ว เขาเดินเข้าไปหาเธอ และพูดความเห็นนั้น ก่อนที่จะโดนเฟลิซิตี้ตอกกลับว่า เขาต่างหากที่เป็นคนตามเธอ และขอให้ไนเจลพูดตรง ๆ นะว่า สนใจเธอ ไม่ต้องมาแอบตามเธออย่างนี้หรอก มันน่ากลัว (แต่ความจริงก็คือ เฟลิซิตี้และน้องสาวของไนเจลทำแผนนี้ขึ้นมากัน)

ในช่วงบางขณะ ไนเจลยังออกอาการหนุ่มโสดอิสระ ซึ่งเราก็ว่าเหมาะกับเขาดี ไนเจลไม่ใช่คนเลวร้าย ก็แค่เขาเกิดในครอบครัวที่มีพ่อที่เก่งเหลือเกิน จนเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรเทียบเคียงเขาได้ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น ไนเจลเป็นชายหนุ่มที่ถูกเลี้ยงมาให้รู้จักความรับผิดชอบชั่วดี และนั่นคือการที่เขายอมแต่งงานกับเฟลิซิตี้เมื่อมีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น (และแม็กซ์ก็ชอบฉากที่พ่อของเขาบอกว่า ภูมิใจในตัวเขามาก)

เรื่องน่าอ่านง่าย สบายใจดีค่ะ ซึ่งถ้ามองในแง่ของโรแมนซ์ เราไม่รู้สึกว่าความรักระหว่างไนเจลและเฟลิซิตี้จะเป็นรักอันยิ่งใหญ่ ชนิดอ่านไปน้ำตามไหลพรากด้วยความซึ้งหรอกนะ แต่มันก็คือความรักในอีกรูปแบบนึง ความรักของชายและหญิงที่เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น และมีชีวิตอย่างไม่ยากลำบาก

คะแนนที่ 67