Showing posts with label J.D. Robb. Show all posts
Showing posts with label J.D. Robb. Show all posts

Sunday, February 8, 2009

Memory in Death // J.D. Robb

ไม่ใช่เป็นเพราะความเบื่อหน่ายหรอกนะคะที่ทำให้แม็กซ์เก็บเรื่อง "ความทรงจำในความตาย" เอาไว้เสียเกือบปี จึงได้ฤกษ์เอามาอ่าน แต่เป็นเพราะความเสียดายอย่างจับจิตจับใจ ชนิดที่รู้ตัวล่วงหน้าว่า ถ้าอ่านเรื่องนี้เข้าให้ก็ต้องรอเล่มต่อไปอีกตั้งหกเดือนกว่าเล่มใหม่จะออก เลยทำให้เก็บซุกซุกเอาไว้ให้พ้นหูพ้นตา จะได้ไม่ต้องอ่าน

บางครั้งแม็กซ์ก็แปลกอย่างนี้ล่ะค่ะ หนังสือที่อยากอ่านมาก ๆ กลับไม่ยอมอ่าน เพราะเสียดาย อยากเก็บไว้ให้นานที่สุด

ดังนั้น Memory in death จึงถูกดองไว้ปีกว่า (นับจากเล่มปกแข็งออกขาย) แม็กซ์จึงตัดสินใจอ่าน ไม่ใช่เพราะไม่เสียดายหรอกนะคะ แต่เพราะได้ Born in death มาแล้ว ดังนั้นจึงมีเล่มต่อไปมาแทน ก็เลยได้เวลาอ่านเสียที

และก็

คงไม่ต้องบอกหรอกนะคะ คนที่รู้จักแม็กซ์ดีคงรู้ว่าแม็กซ์เนี่ยสาวกชุดนี้ขนาดไหน คำชมพื้น ๆ ไม่เหมาะหรอกคะ ต้องเป็นคำสรรเสริญเชิดชู พร้อมทั้งขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ดลบัลดาลใจให้นอร่า โรเบิร์ตให้กำเนิดตัวตนอีกนามนึงของเธอ

เจ.ดี. ร็อบบ์เป็นนักเขียนที่ดีที่สุด

สั้น ๆ ง่าย ๆ แค่นั้น

เมมโมรี่ไม่ใช่หนังสือที่ดีที่สุดในชุด (สำหรับแม็กซ์แล้ว ยังคงเป็นกลอรี่ อินเดธเสมอ เพราะหนังสือเล่มนี้ทำให้แม็กซ์กลับมาอ่านชุดนี้อีกครั้ง หลังจากอ่านเล่มแรกไปแล้วไม่ชอบ --- เห็นไหมว่าแม็กซ์ในวัยเด็ก โง่ขนาดไหน อ่านงานระดับมาสเตอร์พีชแล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำ --- แต่นั่นคืออดีต เพราะเมื่อแม็กซ์ได้อ่านกลอรี่ เสียงคร่ำครวญทุกคำก็ดังออกมาเป็น อีฟ&โร้ค

แต่แม้จะไม่ใช่งานที่ดีที่สุด แต่เล่มนี้ถือเป็นหนังสือที่ใกล้เคียงกับแนวคริสต์มาสมากที่สุดที่เจดีจะเขียนได้แล้วค่ะ อะไรน่ะหรือ

เพราะเล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านแล้วมีความกดดันในเนื้อเรื่องน้อยที่สุดเล่ม หนึ่ง ถ้ามันจะเป็นไปได้ สำหรับหนังสือแนวฆาตกรรมสืบสวนนะ เรื่องราวช่วงใกล้วันคริสต์มาสในชีวิตของอีฟ ดัลลาสที่ต้องเผชิญหน้ากับอดีต

เมื่ออดีตคนที่เคยดูแลเธอสมัยเด็กกลับมาพบเธอ นี่ไม่ใช่การพบกันที่ชื่นมื่นหรอกนะ เพราะทรูดี้เป็นไม่ใช่คนที่เหมาะสมนักในการดูแลเด็กกำพร้า หล่อนอาศัยช่องว่างทางกฎหมายหาประโยชน์จากบรรดาเด็กที่ทุกข์ทรมานอยู่แล้ว ครั้งนี้เมื่อทราบข่าวถึงความร่ำรวยของสามีเศรษฐีของอีฟ ทรูดี้ก็คิดแผนการแบล็กเมลล์โดยข่มขู่ว่าจะเปิดเผยอดีตของอีฟให้กับสื่อมวล ชนรับรู้

แต่ก่อนที่ทรูดี้จะสร้างปัญหาวุ่นวายมากไปกว่านี้ ก็มีใครสักคนฆ่าเธอ และมันก็กลายเป็นหน้าที่ของอีฟในการสืบสวนค้นหาความจริง

หลังจาก Origin in death หนังสือที่เต็มไปด้วยความเศร้า (แม็กซ์อ่านเล่มนั้นไปแล้วน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวหลายรอบมาก เป็นหนังสือที่แม็กซ์เชียร์ผู้ร้ายสุดใจขาดดิ้น) เล่มนี้เบากว่ามาก และเจดีก็พาคนอ่านกลับไปพบกับตัวละครหลายคนในชุด ไปติดตามว่าพวกเขาเป็นยังไงกันบ้างแล้ว

แต่คงไม่มีฉากไหนน่าอ่านเท่ากับคืนวันคริสต์มาสอีฟที่โร้คใช้เวลาอยู่กับ อีฟตามลำพัง คริสต์มาสปีก่อนเป็นไปด้วยความวุ่นวายจากอีกคดีนึง (คงต้องไปตามอ่านกันเอง) แต่สำหรับปีนี้ในเมมโมรี่ มันเต็มไปด้วยความทรงจำ ฉากที่ซัมเมอร์เซ็ทพูดกับโร้คว่า เขาไม่เคยใช้เวลาช่วงคริสต์มาสอยู่บ้านเลยสักครั้ง จนกระทั่งถึงอีฟ ความคิดของโร้คในตอนนั้นยิ่งกว่าคุ้มค่าในการอ่าน เพราะเขาไม่ต้องการรับรู้ว่าเขาอยู่กับความโดดเดี่ยว จนกระทั่งอีฟก้าวเข้ามาในชีวิตไม่มีความหมายอะไรในการใช้เวลาช่วงคริสต์มาส ที่บ้าน

แล้วฉากที่โร้คคิดอีกล่ะ ที่เอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เขาสะสมมาช่วงชีวิตชั่งน้ำหนักกับผู้หญิงคนที่ เป็นภรรยาของเขา และมันมีค่าน้อยกว่า สำหรับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในโลก นั้นอ่านเป็นการบ่งชี้ถึงความรักที่เขามีให้กับตำรวจของเขาเป็นอย่างดี

สิ่งที่ดีที่สุดในหนังสือชุดนี้ก็คือตัวละคร คุณคิดว่าคุณรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับอีฟ&โร้คแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ คุณคิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองมาถึงจุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว แต่ก็พบว่ามันยังพัฒนาไปได้ดีกว่านี้อีก

สิ่งที่แม็กซ์ชอบมากก็คือพัฒนาการของอีฟ ถ้าคนที่อ่านยังจำกันได้ คงนึกออกว่า สาเหตุที่ทำให้อีฟทะเลาะกับโร้คเป็นบ้าเป็นหลังในเรื่องกลอรี่ก็เนื่องมาจาก เจ้าเพชรเม็ดโตที่เขาซื้อให้เธอเป็นของขวัญ อีฟมีปัญหาในการรับของขวัญเสมอ แต่หลังจากยี่สิบเล่ม กับเวลาเกือบสองปีในเรื่องผ่านไป เธอเริ่มสบายใจในการเป็นผู้รับมากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่แม็กซ์คาดหวังจะได้เห็นในการอ่านหนังสือชุด เพราะตัวละครไม่ได้ตายนะคะ จะได้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

หนังสือชุดนี้อาจไม่ใช่โรแมนซ์เต็มตัว แต่คุณคงปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่าความสัมพันธ์ระหว่าอีฟ & โร้คถือเป็นส่วงประกอบสำคัญของเรื่อง ที่ทำให้หนังสือชุดนี้เหนือกว่าหนังสือแนวสืบสวนชุดอื่น คุณอาจจะไม่ตกหลุมรักกับตัวละครทั้งสองภายในเล่มเดียวที่คุณอ่านหรอกนะ สำหรับแม็กซ์แล้ว มันต้องใช้สองเล่มค่ะ แม็กซ์จึงมองผ่านความแข็งกระด้างของอีฟเข้าไปภายในได้

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน แม็กซ์ไม่เร่งหรือเชียร์ให้อ่านหรอกนะคะ เพราะหนังสือชุดนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน โร้คอาจเป็นพระเอกในฝันของนักอ่านโรแมนซ์ และอีฟไม่ใช่นางเอกอายุสิบแปดที่เป็นลมเมื่อเห็นเลือด และท้ายที่สุดโร้คอาจเป็นตัวละครที่แม็กซ์พร่ำเพ้อหา แต่อีฟเป็นตัวละครที่ทำให้หนังสือชุดนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกของหนังสือ (สำหรับแม็กซ์)

Friday, January 23, 2009

Innocent in Death // J.D. Robb

เพราะสุดสัปดาห์นี้แม็กซ์เป็นคนดี (ว่าเข้าไปนั่น) ก็เลยให้รางวัลตัวเองด้วยการหยิบหนังสือที่รู้แน่แก่ใจว่าจะต้องดีสุดสุดมาอ่าน

อะไรทำให้แม็กซ์มั่นใจตั้งแต่ก่อนอ่านว่า เล่มนี้จะเป็นหนังสือสนุกน่ะเหรอ

ก็เพราะชื่อที่ติดอยู่บนปก และคำสองคำบนชื่อเรื่อง นั่นก็เจดี ร็อบบ์ และอินเด็ธ

แม็กซ์อาจบอกหลายคนว่าตัวเองเบื่อง่าย และชอบอะไรได้ไม่นาน แต่นี่คือข้อยกเว้น แม็กซ์รู้ตัวว่าจะรักโร้คตลอดไป และแม็กซ์ก็มั่นใจในตัวนอร่า โรเบิร์ต (ก็เจดี ร็อบบ์นั่นแหละ) ว่าจะไม่มีวันทำให้แม็กซ์ผิดหวัง

Innocent in death ของเจดี ร็อบบ์

ได้ยินเสียงเล่าลือมานานแล้วล่ะค่ะว่า เล่มนี้ถือว่าเป็นเล่มที่ดีที่สุดเ่ล่มนึงในตำนานเรื่องราวของอีฟ และโร้คแห่งโลกอนาคต อันที่จริงไม่ต้องลือก็เชื่ออยู่แล้วนะคะ และยิ่งรู้ว่าเล่มนี้เป็นเล่มที่มีพล็อตประมาณอีฟและโร้คมีเรื่องไม่ลงรอย กันรวมอยู่ด้วย ก็ยิ่งแน่ใจ เพราะหนังสือในชุดที่แม็กซ์ชอบมากกว่าเล่มอื่น ก็ล้วนแต่เป็นเล่มที่ทั้งคู่ขัดใจกัน เพราะเวลาจะดีกันนี่นะ มันช่าง.... ซู้ดยอดไปเลย (และแม็กซ์ไม่ได้หมายถึงเซ็กส์ ถึงเซ็กส์มันจะดีมากไม่แพ้กันก็ตาม)

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องชุดนี้ ก็อยากจะบอกว่า ไสหัวไปอ่านเสีย (ขออภัยในคำไม่สุภาพ) เพราะเกิดมาชาตินึงก็ควรจะได้อ่านหนังสือที่... (ดูไม่ถูกแล้ว น้ำตามันจะไหลลงมาด้วยความตื้นตัน) แต่ก็ขอบอกพร้อมกันว่า หนังสือชุดนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน ถ้าคุณชอบนางเอกที่ใส ซื่อ บริสุทธิ์ เรียบร้อย ยอมให้พระเอกด่าวันละสามรอบหลังอาหาร หรือตบตามใจชอบแล้วก็ยอมคืนดีเพราะพระเอกบอกรัก ก็คงไม่ชอบอีฟ เพราะเธอคือด้านตรงข้ามที่แม็กซ์พูดไป

แต่อีฟก็ไม่ใช่ผู้หญิงแข็งกร้าว ตั้งแต่อ่านชุดนี้มา แม็กซ์ว่าเล่มนี้เราได้เห็นด้านที่อ่อนแอของอีฟมากทีสุด (สปอยล์ -- เธอถึงกับร้องไห้) และนั่นแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรืออย่างน้อยก็ไม่มากขนาดนี้

คำถามก็คือ ถ้าแม็กซ์ชอบชุดนี้มากขนาดนี้ กรี๊ดสลบบ้าไปแล้วขนาดนี้ ทำไมแม็กซ์ถึงดองหนังสือเล่มนี้ไว้เป็นปีกว่าจะหยิบมาอ่าน

คำตอบก็คือ แม็กซ์มันบ้าไง คนเรามีปฏิกริยาสองอย่างกับของที่ตัวเองชอบมาก ๆ อย่างแรกก็คือกระโจนเข้าใส่ทันทีที่ได้มาอยู่ในเงื้อมือ หรือเก็บเอาไว้เ็ป็นแท่นบูชา เฝ้ามองห่าง ๆ ด้วยความรักบูชา

สำหรับแม็กซ์เป็นทั้งสองอาการค่ะ เพราะรู้ว่าปีนึงจะมีหนังสือชุดอินเด็ธออกแค่สองเล่ม แม็กซ์จึงต้องเก็บสต๊อคเอาไว้ให้อุ่นใจว่า ยังไงก็จะต้องมีอินเด็ธใหม่ไว้อ่านแน่ ๆ มันอาจเป็นเหตุผลที่ยากเข้าใจ แต่เราก็อธิบายได้แค่นี้แหละ

สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านชุดนี้ หรืออ่านยังไม่ถึงเล่มนี้ เราก็คงบอกว่า เล่มนี้อ่านได้โดยไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มอื่นในชุดนะคะ เพียงแต่สำหรับคนที่ไม่รู้ถึงความยิ่งใหญ่ (และความน่าอิจฉา) ในความรักระหว่างอีฟและโร้ค ก็อาจจะไม่สามารถชื่นชมเล่มนี้ได้อย่างเต็มที่นัก เพราะแม้ชุดนี้จะเป็นเรื่องแนวสืบสวน แต่สิ่งที่ทำให้เรารัก รัก รัก และรักชุดนี้ก็คือตัวละคร

มีหนังสือเ่ล่มไหนบ้างที่คุณหยิบมาอ่านแล้วรู้สึกเหมือนเจอเพื่อนเก่า เล่มที่คุณอ่านเรื่องราวของเขาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับเพื่อน รับรู้ความไปเป็นในชีวิตของพวกเขา และเจดี ร็อบบ์ทำให้แม็กซ์รู้สึกเช่นนั้นกับตัวละครทุกตัวในเรื่องชุดนี้ ไม่เฉพาะอีฟและโร้คเท่านั้น (แต่ยอมรับเถอะนะว่าอีฟและโร้คคือหัวใจของชุด)

ในเล่มนี้อีฟต้องตามสืบคดีฆาตกรรมในโรงเรียน เมื่อครูหนุ่มตายโดยถูกวางยาพิษ ซึ่งเมื่อสืบลึกลงไป อีฟก็ได้พบว่าครูคนนี้เป็นเด็กหนุ่มธรรมดา เพิ่งแต่งงาน และเริ่มใช้ชีวิต เขาเป็นคนดี และควรจะมีอนาคตรุ่งโรจน์ เธอหาคนที่เป็นศัตรูกับเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ และเรื่องก็ยุ่งเพิ่มขึ้น เมื่อครูอีกคนในโรงเรียนซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก็ตายไปอีกคน

ในขณะที่ต้องตามสืบคดี เรื่องบ้านก็กำลังทำให้อีฟปวดหัวใจ เพราะคู่รักเก่าของโร้คโผล่ แม็คดาเลนน่าอาจเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เดินจากโร้คไป (ขณะที่เขายังไม่รวย และเมื่อสิบสองปีก่อน สมัยที่เขายังไม่เจอกับอีฟ) แม้เธอจะเชื่อใจสามีของเธอ แต่บางอย่างก็ทำให้เธอไม่มั่นใจ

เรายอมรับว่าช่วงแรก ๆ ที่คู่รักเก่า่โผล่เข้ามา แล้วอ่านปฏิกริยาของโร้ค เราขัดใจนะ ซึ่งนั่นแสดงความสามารถของคนแต่ง เพราะทำให้เราเข้าใจอีฟว่าทำไมถึงมีปัญหากับแม็คดาเลนน่า ทั้งที่โร้คก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ทั้งคู่ไม่มีอะไรต่อกันแล้ว ในขณะเดียวกันคนแต่งก็เก่งอีกที่ทำให้เราเชื่อว่าโร้คไม่เคยคิดอะไรเกินเลย กับอดีตรักของตัวเองเลย แต่กระนั้นก็ยังทำให้เราขัดใจกับความไม่เข้าใจของเขาที่มีต่อความไม่สบายใจ ของอีฟ

เรื่องดำเนินไปทั้งการสืบคดีฆาตกรรม และเรื่องหัวใจวุ่น ๆ แม็คดาเลนน่าก่อเรื่องสารพัดเพื่อแยกอีฟและโร้ค ซึ่งโร้คตามสไตล์ผู้ชายก็ดูไม่ออกถึงมารยาสาไถของยัยนี่ ในขณะที่อีฟก็ไม่อาจพูดความรู้สึกตัวเองออกมาได้

เล่มนี้เป็นเล่มที่ทำให้แม็กซ์รู้สึกถึงความเป็นสามีภรรยากันระหว่างอีฟและ โร้คมากที่สุดค่ะ ความขัดแย้งที่เริ่มจากเรื่องที่ดูไม่เป็นเรื่อง การไม่พูดความรู้สึกของกันออกมา และการคืนดี

โอ้ การคืนดี จะมีอะไรสนุกกว่าอ่านการคืนดีระหว่างอีฟและโร้คอีกไหม

ปกติแม็กซ์จะวิจารณ์หนังสือชุดอินเด็ธออกเป็นสองส่วนค่ะ ส่วนความสัมพันธ์ของตัวเอง ซึ่งแม็กซ์ให้คะแนนเต็ม และส่วนคดีที่อีฟสืบ ซึ่งขอบอกว่าอ่านเล่มนี้แล้ว (สปอยล์) ดีใจที่ไม่คิดจะมีลูก แต่แม็กซ์ยังรู้สึกว่า (สปอยล์อีกแหละ ทำใจหน่อยนะคะ หนังสือสืบสวนก็อย่างนี้แหละ) หลาย อย่างมันบังเอิญมากไปหน่อย อย่างการที่อีฟสงสัยแม่ของคนร้าย เพราะว่าเธอเคยมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับคนตาย แต่สุดท้ายแล้ว ที่ลูกของเธอฆ่าคนตาย มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับความสัมพันธ์นั้น มันดูเหมือนการทำให้อีฟหันมาสนใจครอบครัวนี้เป็นพิเศษทั้งที่ไม่น่าจะเป็น อย่างนั้น สรุปว่า แม็กซ์คิดว่า การที่อีฟหันมาให้ความสนใจครอบครัวนี้ดูมันไม่สมจริงเท่าที่ควร

มีคนถามแม็กซ์ว่า อะไรเป็นจุดเด่นในงานของนอร่า โรเบิร์ต/เจดี ร็อบบ์ ซึ่งนอกจากตัวละครที่เธอเขียนได้ดีโคตร ๆ แล้ว แม็กซ์ก็คงบอกว่าเป็นที่ไดอะล็อคของตัวละคร แม็กซ์บอกเลยนะคะว่า คำพูดภาษาอังกฤษเท่ห์ ๆ ที่เราใช้อยู่ตอนนี้ กว่าครึ่งเอามาจากที่ตัวละครของเธอพูด คำพูดที่ฟังฉลาดและทันสมัย

ก่อนจะให้คะแนนก็ขอเตือนทุกคนเลยแล้วกันว่า แม็กซ์เป็นแฟนเกิร์ลของเจดี ร็อบบ์อย่างรุนแรง ดังนั้นคะแนนจึงมีแนวโน้มที่จะสูงอย่างไม่น่าเชื่อ คิดเอาแล้วกันค่ะว่า มีหนังสือของเจดี ร็อบบ์แค่สี่เล่มเท่านั้นที่ได้คะแนนไม่ถึงเก้าสิบ (และทั้งสี่เล่มก็อยู่ในระดับแปดสิบกว่า)

คะแนนเล่มนี้ที่ 93

ป.ล. ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองลืมรีวิวเรื่อง Born in death