Showing posts with label Cynthia Eden. Show all posts
Showing posts with label Cynthia Eden. Show all posts

Saturday, January 31, 2009

Hotter After Midnight // Cynthia Eden

เนื่องจากว่าเอาที่คั่นหนังสือพร้อมลายเซ็นต์ของนักเขียนคนนี้มาเยอะมาก ก็เลยรู้สึกติดค้างว่า ควรจะต้องรีบอ่านเล่มนี้โดยด่วน ก็เลยลัดคิวเขียนถึงเล่มนี้ก่อน Don't temp me นะคะ

โดยรวมแล้วเล่มนี้ถือว่าเป็นแนวพารานอมอลที่ใช้ได้ และยิ่งถ้าคิดว่า นี่เป็นผลงานชิ้นแรกของซินเธีย แม็กซ์บอกพูดได้เลยว่า เธอเป็นนักเขียนที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

แต่หากพูดในฐานะของนักอ่านที่อ่านเรื่องแนวพารานอมอลมาจนเปื่อยแล้ว แม็กซ์ก็คงต้องบอกว่า เล่มนี้ไม่มีอะไรใหม่ให้น่าค้นหา หรือน่าติดตามมากนัก

เรื่องของด็อกเตอร์เอมิลี่ จิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญในด้านการบำบัดรักษาสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นที่ไม่ใช่ มนุษย์ เอมิลี่อาจจะเป็นเพียงคนธรรมดา แต่เธอมีความสามารถพิเศษในการรับรู้ว่า "ใคร" คือมนุษย์ และใครคือคนอืน (คนอื่นเป็นชื่อเรียกคนที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่อยู่ปะปนกับพวกเราคนธรรมดา)

เอมิลี่ถูกเรียกตัวไปโดยตำรวจที่รู้จักกัน (ซึ่งตลอดทั้งเรื่อง คนแต่งก็ไม่ยอมเฉลยว่าเธอรู้จักกับตำรวจนายนั้นได้ยังไง ทั้งที่ทำเหมือนมันจะเป็นประเด็น แต่ก็ตกไปซะเฉย ๆ) ให้ไปดูสถานที่เกิดเหตุ เพื่อให้บอกว่าเหยื่อที่ตายนั้นเป็นคนธรรมดา หรือคนอื่น

การทำงานครั้งนี้ก็ทำให้เธอได้เจอกับคอลิน นายตำรวจหนุ่มผู้มีความลับ ซึ่งเอมิลีรู้ในทันทีที่ได้พบเขาว่าเขาคือชิฟเตอร์ หรือคนที่กลายร่างได้ และในโลกในซินเธีย อีเดน ชิฟเตอร์เป็นกลุ่มคนอื่นที่น่ากลัวที่สุด เพราะพวกนี้มีสองร่าง และบ่อยครั้งที่ความเป็นสัตว์มีอำนาจควบคุมเหนือด้านที่เป็นมนุษย์

แต่เอมิลี่ก็ไม่อาจกำจัดความรู้สึกผูกพันและชิดใกล้คอลินได้ อย่างรวดเร็วพวกเขาก็เริ่มความสัมพันธ์กัน

และอย่างที่แม็กซ์บอก เล่มนี้สนุกอ่านได้เพลินนะคะ เรื่องราวผสมระหว่างโรแมนซ์และการสืบสวนทำได้ดี ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกก็เขียนดี เพียงแต่อย่าคาดหวังจะเจออะไรใหม่ที่ใช้ความคิดสร้างสรรเท่านั้นเอง

หลายประเด็นในเรื่องถูกเปิดออก แต่ไม่มีการบอกเล่าอย่างจริงจัง ตัวร้ายก็ดูแบนราบ ประมาณ "กูเลวเพราะอยากเลว" แต่ก็คิด (เอาเอง) นะคะว่า เนื่องจากเล่มนี้เป็นเพียงเล่มแรกในชุด คาดว่าเล่มต่อ ๆ ไป น่าจะมีการลงในรายละเอียดมากขึ้น

คะแนนที่ 67

สุดท้าย สำหรับคนที่สนใจที่คั่นหนังสือพร้อมลายเซ็นต์ของคนแต่งเรื่องนี้ แม็กซ์ยังพอมีเหลือกะตัวอยู่บ้างค่ะ แต่เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายหนังสือให้คนแต่งเขาหน่อย แม็กซ์ขอ Proof of purchase ช่วยสแกนส่งเมลล์มาให้แม็กซ์ พร้อมที่อยู่ แล้วจะส่งไปให้ค่ะ

When he was bad // An Anthology

คำพูดที่ควรใช้พูดต่อชื่อเรื่องนี้ก็คือ When he was bad, the book is really really good.

และนี่เป็นคำชมที่สูงมากนะที่แม็กซ์ให้กับหนังสือรวมเรื่องสั้น เพราะปกติไม่ค่อยชอบหรอกนะคะ เท่าที่นึกออก อ่านโรแมนซ์มาเป็นสิบปี ชอบเรื่องสั้นจริง ๆ มาก ๆ แค่สามเรื่อง แต่สองเรื่องในเล่มนี้ถือว่าอยู่ในระดับดี และดีมาก อาจเพราะเรื่องสั้นในเล่มนี้เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว (ปกติเรื่องสั้นจะหนาประมาณร้อยหน้า แต่ในเล่มนี้แต่ละเรื่องยาวประมาณร้อยห้าสิบหน้า)ก็ได้ แม็กซ์ไม่รู้เหมือนกัน

แต่สิ่งที่ทำให้แม็กซ์ทึ่งก็คือ เรื่องสั้นสองเรื่องที่อยู่ในเล่มนี้ ถึงจะเป็นแนวพารานอมอลทั้งคู่ แต่ก็มีสไตล์การเขียนและการดำเนินเรื่องที่แตกต่างกันสุดขั้ว

เรามาว่ากันทีละเรื่องค่ะ

Miss Congeniality ของแชลลี่ ลอว์เรนตัน

ขอบอกไว้เลยนะคะว่า ตอนนี้แชลลี่ ลอว์เรนตันกลายเป็นนักเขียนโปรดของแม็กซ์ไปแล้ว หลังที่เขียน The Beast in him ได้น่ารักโคตร ๆ เล่มนี้ก็ตามรอยเดิม ไม่ใช่ว่าพล็อตเหมือนเดิมนะคะ แต่เป็นที่ความน่ารักของการดำเนินเรื่องยังมีอย่างครบถ้วน

มีหนังสือไม่กี่เล่มหรอกนะคะที่ทำให้แม็กซ์อ่านไปยิ้มไปได้ตลอดเวลา

ไอรีน คอนริดจ์ และ นีล แวน โฮลซ์รู้จักกันมากว่าเจ็ดปี นับตั้งแต่ตอนที่เขาอายุยี่สิบปี และเป็นซีเนียร์ในรั้วมหาวิทยาลัยและได้เจอสาวสวยที่ถูกใจอย่างจังเข้า แวน (ชื่อที่พระเอกเราบอกให้คนอื่นใช้) ก็ตามประกบตามจีบไอรีนที่เขาคิดว่าเป็นน้องใหม่เฟรชชี่วัยสิบแปดทันที ก่อนที่จะได้รู้ความจริงว่า สาวไอรีนของเราไม่ใช่นักศึกษา หากแต่เป็นศาตราจารย์ที่ได้รับเชิญให้มาสอนในมหาวิทยาลัยของเขา

ใช่แล้ว ไอรีนเป็นเด็กอัจฉริยะ เธอจบปริญญาเอกสามใบ ไม่ต้องนับปริญญาโท เธอเก่งกาจเหนือคน และรู้ดีถึงความชาญฉลาดของตัวเอง และเหนือกว่านั้น เธอรู้จักข้อด้อยตัวเองด้วย เธอรู้ว่า ไม่ใช่คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีนักหรอก อันที่จริงเธอมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว เธอเป็นอาจารย์ที่ร้ายกาจ และคงเป็นคู่รักที่ไม่ดีนัก เธอไม่เห็นว่าการแลกเปลี่ยนของเหลวระหว่างชายหญิงมันน่าจะพิศมัยตรงไหน (ดังนั้นไอรีนจึงไม่คิดที่จะมีคู่รัก)

และเพราะเธอรู้จักตัวเองดี เธอจึงไม่เคยเชื่อเลยว่าแวนจะจีบเธอจริงจัง

ส่วนแวนก็ไม่ได้คิดที่จะจริงจังกับไอรีน เขาเป็นเสือผู้หญิง (ควรจะเรียกว่าหมาผู้หญิง เพราะแวนเป็นมนุษย์หมาป่า) เป็นลูกชายของอัลฟ่า และกำลังจะเป็นอัลฟ่า ผู้หญิงควรจะวิ่งไล่จับเขาสิ แต่ไอรีนกลับไม่สน จนกระทั่งคืนวันนึง เมื่อไอรีนข้ามเขตพรมแดนเข้าไปในเขตของสิงโตและไฮยีน่า (พวกกลายร่าง) และแวนเข้าไปช่วยชีวิตเธอ (ความจริงคือ ไอรีนช่วยตัวเองเกือบเสร็จแล้วล่ะ แวนถึงโผล่ไปถึง) ทางเดียวที่เขาจะหยุดยั้งคำสั่งฆ่าไอรีน เนื่องจากเธอรู้ความจริงเกี่ยวกับพวกกลายร่าง ก็คือรับเธอเข้ามาเป็นคู่ชีวิต

ซึ่งแวนก็บอกตัวเองว่า โอเค ไม่เห็นจะเป็นเรื่องยากเลย เพราะเขาไม่เคยเชื่อในเรื่องคู่ชีวิตอยู่แล้วนี่ เขาเพียงแต่ต้องการปกป้องไอรีนเท่านั้นเอง

แต่ในหนังสือโรแมนซ์ คนอ่านก็คงรู้ว่า ไม่มีอะไรง่ายหรอกนะ

ก่อนอื่นคงต้องพูดว่า พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นและถูกใจแม็กซ์ก็คือ การเขียน การวางตัวละคร การใช้คำพูด (หรือพูดให้ถูก ก็คือองค์ประกอบทุกอย่างในเรื่อง) มันสุดยอด ทั้งลงตัว ไม่ขาด ไม่เกิน และน่ารักมาก ๆๆๆๆ

ไอรีนไม่ใช่นางเอกที่น่ารัก แต่เธอเหมาะกับแวนที่สุด นิสัยประหลาด ๆ ความเพี้ยนของไอรีนพอเหมาะพอดีกับแวน มันทำให้แม็กซ์เชื่อในความรักของทั้งคู่

คะแนน (เฉพาะเรื่องนี้) ที่ 83

Wicked Ways ของซินเธีย เอเดน

ในขณะที่เรื่องของแชลลี่เบาโหยง (ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ดีนะคะ) เน้นที่เสียงหัวเราะ บทสนทนา และตัวละคร ในเรื่องนี้ของซินเธีย เอเดนเป็นแนวพารานอมอลที่เราคุ้นเคยกันดี พระเอกที่เป็นอดีตเอฟบีไอ และเป็นเพื่อนบ้านของนางเอก ได้ช่วยชีวิตนางเอกไว้จากคู่เดทที่บังเอิญเป็นแวมไพร์ และพยายามฆ่านางเอก และแม็กซ์บอกรึยังว่าพระเอกของเราเป็นมนุษย์หมาป่า

เช่นกัน พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่ให้ค้นหา แต่ก็เช่นเดียวกันกับเรื่องแรก การเขียนของซินเธียทำให้พล็อตเรื่องที่ดูเก่าเก็บอันนี้น่าสนใจขึ้นมาได้

ในแง่นึง แม็กซ์คิดว่าเล่มนี้ดีกว่า Hotter after Midnight ซึ่งเป็นนิยายเล่มแรกของซินเธียเสียอีก (ซึ่งเล่มนั้นพล็อตเรื่องก็คล้าย ๆ กับเรื่องสั้นเรื่องนี้แหละ) และมันเป็นการแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของเธอ (หรืออาจจะหมายความว่า เธอเขียนเรื่องสั้นได้ดีกว่าเรื่องยาวก็ได้)

อย่างที่บอกค่ะเรื่องนี้บรรยากาศในเรื่องแตกต่างไปจาก Miss congeniality โดยสิ้นเชิง ผู้ร้ายในเรื่องทั้งโหด และเป็นภัยต่อนางเอก ในขณะที่พระเอกก็อัลฟ่าสุดสุด ประเภทรู้ว่านางเอกเป็นคู่ ก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเลย

โดยรวมถือว่าดีนะคะ เพราะเมื่อคิดว่า แม็กซ์ชอบ Miss Congeniality มากขนาดนี้ แต่ยังไม่คิดว่าเรื่องนี้ด้อยกว่ามากนัก

คะแนน (ของเรื่องนี้) ที่ 80

Tuesday, January 20, 2009

Midnight Sin // Cynthia Eden

เริ่มต้นอาทิตย์หน้า แม็กซ์จะเริ่มฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยการแจกหนังสือนะคะ แต่ขอบอกก่อนแล้วกันว่า เราไม่ได้ลงทุนแจกหนังสือใหม่หรือนะคะ แต่เ็ป็นหนังสือเก่าที่เรามีซ้ำสองเล่ม หรือหนังสือที่เราคิดว่าอาจจะมีคนอื่นที่ต้องการมันมากกว่าเรา (แปลว่าเราไม่ชอบ แต่เราคิดว่า น่าจะมีคนที่สนใจอยู่ข้างนอกนั่น)

มีทั้งหนังสือภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ถ้าไม่รังเกียจของเก่า ก็ช่วยกันร่วมสนุกหน่อยแล้วกันค่ะ

รา่ยละเอียดจะเริ่มโพสต์วันจันทร์นี้นะคะ

กลับมาที่รีวิวประจำวัน

Midnight Sin ของซินเธีย เอเดน

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือขนาดยาวเล่มที่สองซินเธีย และแม็กซ์ขอบอกว่า ถูกใจเรามาก และทำให้ตอนนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักเขียนใหม่ที่เราจับตามองมากที่สุดคนนึง แห่งปีนี้เลยค่ะ

เืรื่องนี้เป็นเล่มที่สองในชุด ต่อเนื่องกับ Hotter after midnight ที่ เล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งเดินปะปนกับเรา แม็กซ์ไม่คิดว่า คุณจำเป็นต้องอ่านเล่มแรกก่อนที่จะอ่านเล่มนี้หรอกนะคะ เพราะอย่างเราเนี่ยอ่านเล่มแรกจบไปแล้ว และเกือบจะลืมไปแล้วด้วย ยังหยิบเรื่องนี้มาอ่านได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร

เช่นเดียวกับเล่มแรก เรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม คราวนี้เหยื่อคือชายหนุ่มหน้าตาดี แข็งแรง และถูกมัด เขาตายโดยไม่มีบาดแผล และส่อว่าคนที่ฆ่าเขาคือผู้หญิงที่เขาพาเข้ามาในโรงแรมม่านรูด จากการค้นในที่เกิดเหตุ ตำรวจพบกระเป๋าถือที่ภายในมีบัตรประชาชนระบุชื่อ คาร่า มาโลน

ดังนั้นทอดด์ บรู๊คส์ และคอลินคู่หูจึงไปที่บ้านของหญิงผู้นั้นเพื่อสอบถามความเกี่ยวข้อง และเพียงแว่บแรกที่ได้พบกัน ทอดด์ก็เจอผู้หญิงในฝัน อันที่จริงคาร่าเป็นหญิงในฝันของชายทุกคน นั่นเพราะเธอคือซัสคิวบัส (หรือปีศาจทางเซ็กส์ ที่ได้พลังงานจากกิจกรรมทางเพศ) และเช่นเดียวกัน เพียงแว่บแรก คอลิน คู่หูของทอดด์ และพระเอกเล่มแรกในชุด ก็รู้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ส่วนเธอก็รู้ว่าคอลินเองก็ไม่ใช่คนปกติเช่นกัน

มีเพียงทอดด์เท่านั้นที่อยู่ในความมืด เขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา และมักถูกกันอยู่วงนอกทุกครั้งที่การสอบสวนเริ่มนำไปยังทิศทางที่พิลึก เขารู้สึกถึงความผิดปกตินี้ และไม่ชอบมันมากนัก โดยเฉพาะเขารู้แล้วว่า คู่หูของเขาก็มีบางอย่างที่แปลกเอามาก ๆ ดังนั้นในการฆาตกรรมครั้งนี้ ทอดด์ปฏิเสธที่จะถูกกันออกไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเริ่มชัดเจนเอามาก ๆ ว่า คาร่า เป็นเป้าหมายของฆาตกรโหดคนนี้ด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับเล่มแรกที่แม็กซ์ติว่า พล็อตเรื่องมันเป็นสูตรมากไปหน่อย เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นไปตามสูตรนะคะ ไม่ได้โดดเด่นในเรื่องความคิดสร้างสรรอะไรนัก แต่เพราะความโดดเด่นของตัวพระนางในเรื่องทำให้เราให้อภัยความพื้น ๆ ในส่วนของพล็อตไปได้เลย

โดยเฉพาะทอดด์ที่เรารู้สึกเฉยกะเขามาก ตอนที่เขาเป็นตัวละครรองในเล่มแรก (เราถูกใจตัวนีออลซึ่งจะเป็นพระเอกในเล่มสามในชุดมากกว่า) ก่อนที่จะเริ่มอ่านเล่มนี้ แม็กซ์ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอยากอ่านอะไรนัก แต่ทอดด์ (ซึ่งเป็นชื่อชนิดที่เราเกลียดมากเสียด้วย) ทำให้เราผิดคาด เพราะเขาดีเกินกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อเขาปักใจแล้วว่า เขารักคาร่า เขาก็ทุ่มเทร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื่อมั่นในตัวเธออย่างเต็มที่ และยอมเสี่ยงแม้จะทำให้หน้าที่การงานของตัวเองอยู่ในอันตราย

เรายิ่งชอบเขามากขึ้นกับการที่เขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนเดียวในเรื่อง ที่เต็มไปด้วยบุคคลที่มีความพิเศษเหนือมนุษย์ ทอดด์ไม่ได้ดูด้อยไปกับความเป็นคนธรรมดาของเขาเลย แม้ในตอนสุดท้ายของเรื่องที่เผชิญหน้ากับผู้ร้าย ก็เป็นทอดด์คนธรรมดาคนนี้นี่แหละที่ล้มคนร้ายลงได้

คาร่าเป็นตัวละครที่มีบทนิดหน่อยในเล่มแรก (คุณต้องช่างสังเกตและมีความจำดีพอสมควรถึงจะนึกถึงเธอออก แม็กซ์ลืมเธอไปแล้วแหละ จนกระทั่งมาสะดุดใจกับฉากนึง จนไปหยิบเล่มแรกมาเปิดอ่านอีกรอบ ถึงได้เจอตัวเธอ) ปกติเราไม่ชอบตัวละครทีเ่ป็นซัสคิวบัสมากนัก (มักรู้สึกว่าทำให้นางเอกดูปล่อยตัวมากเกินไปหน่อย) แต่คาร่าเป็นซัสคิวบัสแบบพิเศษ เพราะเธอไม่ชอบการมีความสัมพันธ์ชนิดฉาบฉวย เธอต้องการใครสักคนที่รักเธอ และยกให้เธอเป็นหนึ่งในดวงใจ เราเชื่อว่าเธอเจอผู้ชายคนนั้นในตัวทอดด์

โดยรวมสนุกดีค่ะ แม็กซ์ชอบ คะแนนที่ 73