Showing posts with label Nalini Singh. Show all posts
Showing posts with label Nalini Singh. Show all posts

Tuesday, February 10, 2009

จับฉ่ายหนังสือ

ถือเป็นการเก็บตกหนังสือที่ได้อ่านในช่วงที่ผ่านมาแล้วกันค่ะ มีหลายเรื่องหลายแนว หนุกบ้างไม่หนุกบ้างปนกันไป

1. Bound by Marriage ของนรินี ซิงค์ นักเขียนชื่อคล้ายคนไทย แต่ต้องสงสัย (โดยแม็กซ์) ว่าจะเป็นคนที่มีเชื้อสายอินเดีย หนังสือที่อ่านอ่านไปต้องพลิกกลับมาดูหน้าปกอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ฮา ร์ลิควิน เพรสเซ่น เพราะพล็อตเรื่องมันเหมือนยังกะแกะ เรื่องราวที่นางเอกตกลงแต่งงานกับพระเอกเพื่อแลกกับการที่เขาจะช่วยเธอรักษา ไร่อันเป็นสมบัติสำคัญของตระกูลเอาไว้ได้ พระเอกที่ใจแข็งต่อความรัก และเย็นชา ยกเว้นในห้องนอน พล็อตอาจจะเหมือนนะคะ แต่แม็กซ์ชอบวิธีการเขียนและการดำเนินเรื่องของนักแต่งคนนี้ เน่าแต่มีเครื่องกรองอากาศค่ะ อากาศก็เลยบริสุทธิ์ เป็นหนังสือเล่มสั้นหนาเพียง 180 กว่าหน้า อ่านแป๊บเดียวจบค่ะ อ่านแล้วเลยทำให้ชอบงานของนักเขียนคนนี้ค่ะ แต่คิดแล้วอาจจะช้าไปสักหน่อย เพราะมีเพื่อนหลายคนรายงานมานานแล้วล่ะค่ะว่าคนนี้ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ของวง การเลยทีเดียว

2. I'm in no moon for love ของราเชล กิ๊บสัน หนังสือที่แม็กซ์อาจจะชอบมากถ้าได้อ่านสักเมื่อห้าปีก่อน แต่ ณ เวลานี้ แม็กซ์เปลี๋ยนไป เกรดของเรื่องก็เลยอยู่แค่ในระดับกลางทั้งที่มีองค์ประกอบทุกอย่างครบที่จะ เป็นหนังสือที่ดีมากได้ แต่ไม่รู้ว่าเพราะสูตรสำเร็จมากเกินไปรึเปล่า ก็เลยทำให้เกรดไม่สูงอย่างที่คิด จุดเด่นของเรื่องนี้ก็คือการให้ความสนใจกับตัวพระเอกเป็นหลัก หนังสือโรแมนซ์ส่วนใหญ่จะเน้นที่นางเอก และทุกอย่างเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับนางเอก แต่เล่มนี้เป็นหนังสือไม่กี่เล่มที่คนอ่านได้รู้จักพระเอกดีกว่านางเอกค่ะ เรื่องราวการค้นพบตัวเองของเซบาสเตียนนักข่าวชื่อดังที่เดินทางไปแล้วทั่ว โลก ที่สุดท้ายก็กลับมาบ้านเพื่อทำความรู้จักกับพ่อของตัวเองที่ห่างเหินกันไป นาน และในเวลาเดียวกันเขาก็ได้พบกับแคลร์ที่เคยเป็นเพื่อนในวัยเด็ก ซึ่งบัดนี้กลายมาเป็นนักเขียนนิยายโรแมนซ์ไปแล้ว แต่แคลร์ก็ยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคิดเรื่องความรัก เธอเพิ่งเดินไปพบคู่หมั้นของเธอมีอะไรกะช่างซ่อมซึ่งเป็นผู้ชายอีกคน ไม่ต้องสงสัยว่าแคลร์ช็อคหนัก และในวันรุ่งขึ้นก็ตื่นมาพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงเดียวกับเซบาสเตียน หนังสืออาจเริ่มต้นด้วยพล็อตแนว One night stand แต่ความรักของเซบาสเตียนและแคลร์ต้องใช้เวลา ความรักที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อย ความรู้สึกผูกพักที่ลึกซึ้งมากขึ้น

3. Arousing Suspicion ของแมเรี่ยน สติลลิงค์ หนังสือที่ได้เกรดเอจากออลอะเบ้าท์โรแมนซ์ ซึ่งเป็นเว็บไซด์ชื่อดัง แต่ใครจะรู้บ้างว่าก่อนที่แมเรี่ยนจะกลายมาเป็นนักเขียน เธอเป็นหนึ่งในนักวิจารณ์หนังสือที่ทำงานให้กับเว็บไซด์แห่งนั้น ดังนั้นคงไม่แปลกถ้าแม็กซ์จะบอกว่า ไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหรหรอกนะกับเกรดที่เห็น แต่ส่วนตัวแม็กซ์ก็ขอบอกว่า มันไม่ใช่เอสำหรับแม็กซ์ ไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ อยู่ในระดับทีอ่านได้ จนกระทั่งฉากที่นางเอกไปเผชิญหน้ากะสามีเก่าแล้วโดนข่มขู่ นางเอกไม่มีความเข้มแข็งอะไรแม้แต่อ่าน ทำให้การอ่านนับจากนักดิ่งลงเหว หนังสือแนวสืบสวนที่นางเอกเป็นนักทำนายความฝันซึ่งเข้าไปพัวพันกับการ ฆาตกรรมหลายศพ ที่เธอตกเป็นเป้าหมายของฆาตกรโหดนั้น ตัวจริงของฆาตกรเมื่อเฉลยไม่เป็นที่น่าแปลกใจด้วยซ้ำ ปริศนาไม่ลึกลับหรือต้องคาดเดาอะไร จะมีที่น่าสนใจอยู่บ้างก็คงเป็นอีธานพี่ชายของพระเอกที่ปรากฎตัวในฐานะเจ้า ของบริษัทนักสืบเอกชนชื่อดังและร่ำรวย พร้อมด้วยอดีตอันลึกลับ

4. Dangerous Games ของโลร่า ลีย์ เป็นอีกเล่มที่แม็กซ์คาดหวังไว้ไม่น้อย ก็พระเอกเป็นทหารหน่วยซีล หนังสือจากปลายปากกาของนักเขียนที่การันตีความฮ็อต พล็อตเรื่องแนวโรแมนติกสืบสวน คนอ่านจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก แต่สรุปว่า ต้องการอีกเยอะค่ะ เพราะนอกจากเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเซ็กซ์แล้ว แทบจะไม่มีอะไรเลย อ่านแล้วอึ้งในความมั่วของคนแต่ง ที่อยู่ดีดีก็เอาทหารหน่วยซีลไปทำงานให้กับหน่วยปราบปราบยาเสพติด ทำยังกะว่าจะร่วมมือกันได้ง่าย ๆ แล้วยังเรื่องบังเอิญสารพัดที่เกิดในเรื่องนั่นอีก เริ่มตั้งแต่เจ้านายนางเอกติดต่อให้พระเอกเข้าไปร่วมกลุ่มทำงาน เมื่อพระเอกปฏิเสธโอกาสจึงมาถึงนางเอกซึ่งบังเอิญเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิท ที่สุดของพระเอก และที่น่าเกลียดต่อก็คือ เมื่อพระเอกรู้ว่านางเอกซึ่งเป็นตำรวจ เป็นตำรวจนะ มาทำงานเสี่ยงอันตรายก็ไปสั่งให้เจ้านายนางเอกดึงตัวนางเอกออกจากคดี แล้วตัวพระเอกจะเข้าไปทำแทน ซึ่งเจ้านายนางเอกก็ตกลง มันอะไรกันวะ โคตรมั่วเลย เรื่องราวความมั่ว (เพราะไม่หาข้อมูล) ก็ดำเนินต่อไป เมื่อแม้จะรู้ว่าคนร้ายรู้แล้วว่านางเอกเป็นสายตำรวจปลอมตัวไป ก็ยังไม่คิดจะเอาตัวนางเอกออกไปคุ้มกัน ยังปล่อยให้ปลอมตัว (ที่ทุกคนรู้แล้วว่านางเอกเป็นตำรวจ) โดยคิดเอาเองว่าผู้ร้ายจะต้องหาทางแก้แค้นนางเอกเป็นแน่ ซึ่งนี่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของผู้ร้ายที่หวังจะประสบความสำเร็จในอาชีพหรอกนะ แต่เนื่องจากเป็นพระเอกก็แน่นอนย่อมคาดการณ์ถูก ทั้งที่โอกาสที่จะเกิดขึ้นอย่างนั้นแทบจะเป็นศูนย์ สรุปว่าเรื่องนี้นอกจากเซ็กซ์แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย (แต่แค่นั้นก็มากเกินพอสำหรับหลายคนแล้วล่ะ)

5. Mistress of Redemption ของโจอี้ ดับเบิ้ลยู ฮิลล์ เลือกเล่มนี้มาอ่านเพราะโฆษณาตั้งแต่ต้นว่าพระเอกเล่มนี้เป็นผู้ร้ายชนิดที่ ร้ายมาก ๆ ในเล่มอื่น ร้ายขนาดที่คนแต่งเองยังไม่คิดว่าจะทำให้เขากลับมาเป็นพระเอกได้ และเมื่ออ่านจบก็ขอบอกว่าพฤติกรรมในอดีตของพระเอกรายนี้ร้ายสมราคมค่ะ ร้ายกว่าที่คิดเยอะมาก ร้ายจนขนาดที่ถ้ารู้มาก่อนล่วงหน้า แม็กซ์ก็คงเลือกจะไม่อ่านเล่มนี้ (แต่กว่าจะรู้ก็เกือบจบเรื่องแล้วแหละ) แต่อาจเพราะเนื้อเรื่อง พอถึงจุดความเลวที่แม็กซ์คิดว่าตัวเองไม่น่าจะยอมรับได้ แม็กซ์กลับปล่อยวางมันและอ่านต่อจนจบเรื่อง หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับทุกคน และแม็กซ์ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเหมาะกับใครหรือเปล่า ทั้งพระเอกและนางเอกในเรื่องไม่ใช่มนุษย์ชนิดที่คุณอยากจะพบเจอในชีวิต แต่เรื่องราวของพวกเขาก็คงความน่าสนใจ จุดที่แม็กซ์ไม่ชอบและคิดว่าเป็นข้อด้อยที่สุดของเรื่องก็คือการเลือกทำให้ เรื่องนี้กลายเป็นแนวพารานอมอลไป การเอานรกเข้ามามีบทบาทในเรื่องอาจเป็นทางออกที่ดีในการไถ่บาปให้ตัวเอก แต่มันกลับมาเป็นหาทางออกที่ด้อยด้วยปัญญาไปสักหน่อย แม็กซ์ชอบเรื่องราวที่ตัวละครเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเองด้วยปัญญาของ ตนมากกว่า อาจเป็นเพราะความคิดพื้นฐานของแม็กซ์ที่เป็นศาสนาพุทธที่คิดว่าทุกอย่าง บรรลุได้ด้วยปัญญา ไม่ใช่การไถ่บาปกับพระเจ้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ผิดหวังค่ะ และแม็กซ์ก็รับเอาโจอี้เข้าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่น่าติดตาม และทำให้หนังสือที่กำลังจะออกใหม่ของเธอกลางปีนี้เรื่อง The Vampire Queen's Servant ดูน่าสนใจขึ้นมาอย่างมาก

Saturday, February 7, 2009

Slave to sensation // Nalini Singh

ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นเรื่องมิตรภาพนะคะ

เรากลับมารีวิว หนังสือกันดีกว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของพี่บานกะหนังสือโรแมนซ์ของเรา แม็กซ์ก็ได้ฤกษ์อ่านหนังสือชุดไซของนรินี ซิงค์เสียที หลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานสองนานว่าดีหนักหนา

ตอนนี้หนังสือชุดนี้ ออกมาแล้ว 3 เล่มใหญ่ กะอีกหนึ่งเรื่องสั้น โดยรวมคงบอกว่า คำร่ำลือเชื่อถือได้ค่ะ สนุกดี อาจจะไม่ถึงกับเป็นชุดที่ดีที่สุด แต่ก็ใกล้เคียงล่ะ โดยเฉพาะเล่มสามที่ชอบมาก

ใน Slave to sensation ที่คนไทยหัวคิดกว้างไกลตั้งชื่อให้ราวกับ ชู้รักเรือล่ม เป็นเล่มที่เปิดชุดได้น่าสนใจ ไม่ถึงกับถูกใจแม็กซ์แบบโดนเต็ม แต่ก็น่าสนใจพอจะทำให้แม็กซ์หยิบเล่มสองมาอ่าน

ในโลกของชุดนี้ โลกมนุษย์ของเราถูกแบ่งออกเป็นสามชนเผ่า ชาวไซที่มีพลังจิต และสามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านไซเน็ต คอนเซ็ปต์คล้ายกับอินเตอร์เน็ตนี่แหละ แต่เป็นการเชื่อมต่อกันทางจิต ว่ากันว่าไซที่ตัดขาดออกจากไซเน็ตก็จะต้องตาย เพราะไม่ได้รับสัญญาณตอบสนองกลับจากจิตคนอื่น นอกจากไซแล้ว ยังมีพวกมนุษย์กลายร่าง ซึ่งก็คล้ายกับมนุษย์หมาป่า เพียงแต่มีมากชนิดกว่า กลุ่มนี้จะแยกกันอยู่เป็นกลุ่มเผ่า ดูเหมือนว่าจะแยกออกจากกัน ทำให้พวกไซมองว่าพวกนี้ป่าเถื่อน ไม่น่ากลัว แล้วกลุ่มสุดท้ายก็คือมนุษย์ธรรมดา ซึ่งอ่านถึงเล่มสามแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่ามีบทบาทอะไร แต่คงจะเปลี่ยนไปเพราะนางเอกเล่มสี่คือมนุษย์

ในเล่มนี้นางเอกซาซ่า ดันแคนเป็นไซที่มีพลังในระดับคาร์ดินัล หรือพลังสูงสุดในหมู่ไซด้วยกัน ปัญหาก็คือ เธอกลับไม่แสดงออกว่ามีความถนัดในด้านใดเป็นพิเศษ ทำให้เธอไม่มีวันที่ก้าวสู่จุดสูงสุดของการเป็นสภาผู้ปกครองชาวไซ ดั่งเช่นที่แม่เธอเป็นได้

ซาซ่าได้รับภารกิจจาก แม่ของเธอให้ติดต่อธุรกิจกับลูคัส หัวหน้าเผ่าเสือดาวในโครงการร่วมสร้างบ้านเพื่อขายให้กับชาวกลายร่าง แต่ที่ลูคัสต้องการไม่ใช่ผลกำไร หากแต่เป็นการสืบข่าวจากเธอเพื่อหาความจริงที่เกิดขึ้นในคดีฆาตกรรมต่อ เนื่องหญิงสาวชาวกลายร่าง เขาสงสัยว่าคนร้ายจะต้องเป็นหนึ่งในสภาผู้ปกครองไซ

ในขณะเดียวกันซาซ่าก็ กำลังถึงทางตัน เพราะเธอเป็นไซที่บกพร่อง เธอมีความรู้สึกซึ่งเป็นของต้องห้ามในโลกของเธอ และการได้พบกับลูคัส เธอก็รู้ว่าเวลาของเธอกำลังจะหมดลง

แม็กซ์ชอบจินตนาการ ของคนแต่งค่ะ เธอสร้างโลกได้มีความชัดเจน เห็นภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยัดเยียดข้อมูลให้มากจนเกินไป ในแต่ละเล่มที่อ่าน คุณจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกในเรื่องมากขึ้น แม็กซ์ชอบที่เธอไม่ทำให้แม็กซ์หงุดหงิดประเภทเอาความลับมาล่อ แล้วก็เก็บไว้ไม่อธิบายจนกระทั่งเล่มที่สิบห้า ในหนังสือชุดนี้ทุกอย่างค่อย ๆ เปิดเผยโดยไม่ขัดกับเนื้อเรื่อง

ชาวไซทุกคนจะถูกส่ง บำบัดตั้งแต่เด็กเพื่อไม่ให้มีความรู้สึกเนื่องจากเมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อน มีการวิจัยออกมาพบว่า วิธีนี้เป็นทางเดียวที่จะช่วยหยุดยั้งความรุนแรงในหมู่ไซได้ เพราะชาวไซเป็นกลุ่มที่มีฆาตกรโรคจิต และต่อเนื่องมากที่สุดในมนุษยชาติ แต่การบำบัดกลับทำให้ชาวไซสูญเสียความสามารถทางด้านศิลปะไป พวกเขาไม่รู้รับถึงความงดงาม ไร้ความรู้สึก และเย็นชา

แต่ในเล่มนี้เราได้ รับการเปิดเผยว่า โลกของไซไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคาดคิด สภาของชาวไซเองปกปิดความลับไว้มากมาย รวมทั้งฆาตกรต่อเนื่องชาวไซ ที่ทุกคนคิดว่าสูญพันธุ์ไปหมดแล้วจากการบำบัด ในเล่มนี้เราเริ่มรับรู้ถึงความบกพร่องของวิธีการบำบัด

และเราได้รับรู้ว่าซาซ่าไม่ได้บกพร่อง หากแต่เธอกลับเป็นไซที่มีความสามารถที่ไม่เป็นที่ต้องการในสังคมไซภายหลังการบำบัด

และสุดท้ายเราก็ได้รับรู้ว่า การตัดขาดจากไซเน็ตเป็นสิ่งที่ทำได้

คะแนนที่ 70

ว่าจะรีวิวเล่มสองต่อเลย แต่ขี้เกียจแล้วค่ะ

Vision of Heat // Nalini Singh

อ่านเล่มนี้จบไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วล่ะค่ะ แต่เรื่องยุง ๆ ในชีวิตมันแทรกเข้ามาเยอะก็เลยไม่ถึงคิวเขียนสักที ทั้งที่หนังสือก็สนุกสมคำคุยนะ ที่สำคัญเทรนด์ของหนังสือชุดนี้มันน่าอ่านด้วย เพราะมันหนุกขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละเล่ม

ในเล่มสองของชุดเหนือจริงที่เล่าเรื่องราวของชนสามกลุ่ม มนุษย์ ไซ และชาวกลายร่าง ก็เป็นเรื่องความรักระหว่างระหว่างหนุ่มกลายร่าง พันธุ์เสือ กะสายชาวไซที่คราวนี้มีความสามารถพิเศษในเรื่องการทำนายอนาคต

เฟธ ไนท์สตาร์เป็นหนึ่งในคนจำนวนไม่มากนักที่มองเห็นอนาคต แต่ความสามารถของเธอถูกจำกัดไว้เฉพาะในเรื่องการทำนายอนาคตทางด้านธุรกิจ เท่านั้น แต่แล้วลางส่อเค้าความล่มสลายของสังคมชาวไซก็มาถึงเมื่อเฟธเริ่มมองเห็น เหตุการณ์การฆาตกรรม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือน้องสาวของเธอ และเฟธรู้ดีกว่า เธอไม่อาจได้คำตอบที่เป็นจริงหากถามคนในเผ่าพันธุ์เดียวกับเธอ เพราะนั่นอาจหมายถึงการที่เธอต้องถูกส่งไปบำบัด (ซึ่งนั่นก็เทียบได้กับการถูกส่งไปโรงพยาบาลบ้า) ทำให้เธอดั้งดนไปพบกับซาซ่า ดันแคนชาวไซอีกคนที่ตัดขาดจากสังคมชาวไซออกไปอยู่กับกลุ่มกลายร่าง (หรือก็คือนางเอกเล่มหนึ่งนั่นเอง) และนั่นทำให้เธอได้พบกับวอห์น หนึ่งในผู้คุมกฎ (แม็กซ์ตั้งชื่อให้เอง เทียบกะหนังจีน) ของเผ่าเสือดำ ที่สอนให้เธอรู้จักความรู้สึก

ในสังคมชาวไซ ความสมบูรณ์แบบคือการไร้ความรู้สึก เพราะความรู้สึกเป็นบ่อเกิดแห่งความรุนแรง เป็นอารมณ์ที่ชาวไซไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ความเย็นชา และความเงียบคือหนทางออกของชาวไซ ซึ่งในเล่มนี้ก็เริ่มเผยให้เห็นแล้วว่า ความเชื่อนั้นไม่เป็นความจริงเลยสักนิด

และในเล่มนี้อีกเช่นกันที่เผยให้เห็นความแตกแยกของชาวไซ เราเริ่มรับรู้ถึงกลุ่มต่อต้านที่ต้องการล้มล้างระบบความเงียบ การต่อต้านที่เฟธถูกดึงเข้าไปเกี่ยวอย่างไม่รู้ตัว

เล่มนี้มีความเหมือนกะชุดคาร์พาเธียนของคริสตีน ฟีแฮนบ้างเมื่อวอห์นพระเอกออกอาการแวมไพร์ขี้หวง ประเภทมองเห็นหน้านางเอกครั้งแรกก็รู้ว่า นี่คือคู่ของตน แต่ด้วยปลายปากกาของนรินีก็ทำให้ดูไม่น่ารำคาญ และไม่งี่เง่าจนเกินไป แม็กซ์ชอบที่วอห์นไม่ยอมรับว่าเฟธบอบบางหรืออ่อนแอ ซึ่งต่างจากพระเอกโรแมนซ์ทั่วไปที่พบเห็นในเล่มอื่น วอห์นรู้ว่าเฟธเข้มแข็งกว่านั้น และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเข้มแข็ง เป็นผู้หญิงที่คู่ควรกับเขา

พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ซึ่งต่างจากเล่มแรกที่ยังมีพล็อตในส่วนของการฆาตกรรมเข้ามาเกี่ยว แต่ในเล่มนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้งภายในล้วน ๆ เป็นเรื่องการตัดสินใจของเฟธที่ต้องละทิ้งทุกอย่างที่ตนเองรู้จัก เพื่อผู้ชายที่เธอแทบไม่รู้จักเลย

และก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า นรินีมีความสามารถเพียงใดในการเขียนเรื่องที่แตกต่างกันในมุมมองได้ออกมาดีไม่แพ้กัน

คะแนนที่ 75

และนี่ไม่ใช่การโฆษณาล่วงหน้า แต่แม็กซ์อยากจะบอกว่า เล่มสามในชุดนี้ดีกว่าเล่มหนึ่งกะสองเสียอีก

Caressed by Ice // Nalina Singh

กว่าจะได้ฤกษ์เขียนถึงเล่มนี้ก็อ่านจบไปหลายวันแล้ว ทั้งที่เล่มนี้ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่สนุกมากที่สุดเล่มนึงที่แม็กซ์ได้ อ่านในปีนี้เลยนะคะ แต่ก็เหมือนมีอะไรเข้ามาแทรกทำให้ไม่ได้เขียนถึงสักที

เล่มสามในชุด Phy/Changeling ของนรินี ซิงค์ เล่มที่แม็กซ์ถือว่าดีที่สุดในชุด ลงตัวที่สุด น่าอ่านและน่าติดตามที่สุด

จุดเด่นของหนังสือชุดนี้ก็คือ ข้อมูลไม่ถูกปล่อยออกมาจนคนอ่านมึนกะบาลซึ่งต่างกับหนังสือแนวพารานอมอลชุด อื่น ๆ นรินีค่อยปล่อยข้อมูลตามแต่ที่จำเป็นออกมา ตัวละครก็ไม่ถึงกับเดินผ่านฉากแล้วพร่ำพูดแต่ว่า "กูเป็นพระเอกเล่มถัดไปนะโว้ย" หากแต่ตัวละครทุกตัวของเธอที่ออกมา มีส่วนสำคัญในเรื่อง

และหลังจากที่โฟกัสให้ความสำคัญกับเผ่าเสือดาวมาสองเล่ม ในเล่มนี้จุดสนใจก็มุ่งไปที่เผ่าหมาป่า เล่าเรื่องราวของเบรนน่า หญิงสาวที่เป็นผู้รอดตายเพียงหนึ่งเดียวจากฆาตกรโรคจิตในเล่มหนึ่ง

เบรนน่าเป็นนางเอกชนิดที่แม็กซ์อดไม่ได้ที่จะชอบ เธอเป็นนางเอกประเภทที่ดีที่สุด ไม่กล้าจนน่ารำคาญ ไม่หงอจนน่ากระทืบ เธอผ่านประสบการณ์ที่เลวร้าย ถูกฆาตกรโรคจิตจับตัวไปทรมานเสียนานสองนาน จิตใจถูกบุกรุก (จากพลังจิตของคนร้าย) แต่เธอยังกล้าหาญ และที่สำคัญเธอกล้าที่จะรัก

เพราะต้องใช้ผู้หญิงที่มีความกล้าหาญอย่างยิ่งที่จะรักจัดด์ ลอเรนส์ เพราะเขาเป็นไซที่ไร้ความรู้สึก โดยเฉพาะในกรณีของเขา การไร้ความรู้สึกอาจเป็นทางเลือกเดียวที่เขามี นั่นเพราะคนที่มีความสามารถทางพลังจิตชนิดเดียวกับเขาล้วนแต่เป็นฆาตกร หรือไม่ก็บ้า เขาที่มีความสามารถเช่นเดียวกับเขาเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวไซตัดสินใจกำจัด ความรู้สึกของตัวเองออก เพื่อกำจัดความรุนแรงในสังคมของเธอ

และแม้ว่าจัดด์จะตัดขาดออกจากเครือข่ายของชาวไซ เขาก็ไม่อาจละทิ้ง "ความเงียบ" (ความเงียบเป็นชื่อเรียกการไร้ความรู้สึกซึ่งชาวไซสั่งสอนเด็กของพวกเขา) เพราะเขาเป็นตัวอันตรายต่อทุกคนที่อยู่ใกล้

ในโลกแห่งไซ จัดด์เป็นนักฆ่า เป็นหน่วยแอโรว์หรือมือสังหารที่กำจัดทุกคนที่เป็นศัตรูต่อความเงียบ แต่อีกด้านหนึ่งเขากลับเป็นกบฎที่ทำทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านสภาแห่งไซ เพื่อรักษาสิทธิของชาวไซ

จัดด์ต้องรับศึกหนัก หน้าที่หนึ่งเขาต้องต่อสู้เพื่อคนของเขา ในอีกด้านเขาก็ต้องกำจัดความรู้สึกที่เขามีให้เบรนน่า เพราะรู้ว่าถ้าเขาปล่อยความรู้สึกของตัวเองออกมา อาจหมายถึงความตายของผู้หญิงที่เขารักที่สุด

แม็กซ์เห็นตัวละครอย่างจัดด์แล้สวก็อดไม่ได้ที่จะชอบ ผู้ชายที่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เขาพยายามปฏิเสธเธอ แต่ก็ทำไม่ได้ และที่สำคัญเบรนน่าไม่ยอมให้ผู้ชายที่เธอรักปฏิเสธเธอง่าย ๆ เช่นกัน

โลกในหนังสือชุดนี้ช่างน่าสนใจ และน่าติดตาม ในสองเล่มแรกแม็กซ์ยอมรับว่ายังไม่ถึงกับติดใจโลกที่นรินีสร้างมากนัก แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเพราะเล่มนี้ที่ทำให้แม็กซ์ต้องบอกว่า กลายเป็นแฟนหนังสือของนรินีไปแล้ว

ในเล่มนี้เราได้รู้จักกับตัวละครที่แม็กซ์เห็นว่าสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือโกสต์ หรือผู้นำกบฎชาวไซ คนที่ยังอยู่ในเครือข่ายของชาวไซ แต่กลับต่อต้านวิธีการของไซในการกำจัดความรู้สึก ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่แม็กซ์ขอทายตอนนี้เลยแล้วกัน คนที่กลัวสปอยล์ก็ไม่ต้องอ่าน แต่ก็ไม่น่าจะเรียกว่าสปอยล์นะ เพราะแม็กซ์เดาเอาน่ะ คาเล็บสมาชิกแห่งสภาชาวไซคือคนที่แม็กซ์ต้องสงสัยว่าเป็นโกสต์

คะแนนที่ 90

Friday, February 6, 2009

Mine to Possess // Nalini Singh

แม็กซ์ชอบโลกที่นรินี ซิงค์สร้างขึ้นค่ะ มันเป็นโลกที่ซับซ้อนน่าติดตาม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ นั่นเพราะเทคนิคในการเล่าเรื่องของนรีนีเหนือนักเขียนที่ประสบการณ์เก๋าหลาย ขุม

ในแต่เล่มในชุดไซ/ชาร์เลนจิ้ง (หรือผู้มีพลังจิตและผู้แปลงร่างได้) จะนำเสนอคนอ่านถึงเรื่องราวในโลกยุคอนาคตที่มนุษย์โลกถูกแบ่งออกเป็นสามเผ่า พันธุ์ ผู้มีพลังจิตหรือไซซึ่งถือเป็นชนชั้นปกครอง มีอำนาจและเงินตรา (หรือเรียกว่าจักรวรรดิในสตาร์วอร์ก็ได้) และมนุษย์แปลงร่างที่ใช้ชีวิตติดอยู่กับธรรมชาติ ไม่ถึงกับเป็นศัตรูกับไซ แต่ก็ไม่ใช่พันธมิตร และมนุษย์ธรรมดาสามัญผู้เป็นเหมือนผิ้งงานที่อยู่ตรงกลาง

นรินีเก่งมากตรงที่แต่ละเล่มเธอจะให้รายละเอียดในโลกที่ซับซ้อนแห่งนี้อย่าง พอดิบพอดี ไม่มากขนาดขัดขวางความรักระหว่างตัวเอก หรือน้อยแบบให้ต้องไปติดตามอ่านกันต่อในเล่มถัดไป แล้วสร้างความหงุดหงิดให้กับคนอ่าน

ใน Slave to sention เล่มแรกเล่มเรื่องของลูคัสหัวหน้าเป่าดาร์คริเวอร์ เผ่ามนุษย์เสือที่แหกกฎร่วมทำธุรกิจกับไซเป็นครั้งแรก นั่นเพราะลูคัสต้องการสืบหาฆาตกรโรคจิตที่ไล่ล่าหญิงสาวจากเผ่าผู้แปลงร่าง และเขาก็ได้พบกับซ่าช่าหญิงสาวชาวไซที่ถูกสอนมาตลอดชีวิตว่าเธอ "บกพร่อง" นั่นเพราะซ่าช่ามีความรู้สึกซึ่งแตกต่างไปจากชาวไซทั่วไป ในเล่มนี้เราได้รับการแนะนำให้รู้จักโลกอันซับซ้อน เข้าใจว่าใครเป็นใครในโลกแห่งนี้

ใน Vision of heat เป็นเรื่องราวของเฟธชาวไซผู้มีญาณวิเศษในการมองเห็นอนาคต เธอถูกตามปองร้ายจากฆาตกรโรคจิตเช่นกัน (สำหรับคนที่สงสัยว่าทำไมมีฆาตกรโรคจิตเยอะจังในเรื่องชุดนี้ แม็กซ์ก็ขอบอกว่ามีคำอธิบายค่ะ คำอธิบายที่ดีเสียด้วยล่ะ) ทำให้เธอวิ่งไปหาชายคนเดียวที่ทำให้เธอแหกกฎทุกอย่าง และข้อมูลที่คนอ่านได้ในเล่มนี้ก็คือ ชาวไซไม่ได้อยู่นิ่งเฉยจากการถูก "ควบคุม" มีความพยายามปฏิวัติในกลุ่มชาวไซอยู่ ซึ่งพ่อของเฟธเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ

ส่วนเล่มสามที่จนกระทั่งบัดนี้ยังเป็นเล่มโปรดที่สุดของแม็กซ์อยู่ คือ Caressed by Ice เล่าเรื่องของจัดด์ชายชาวไซที่ตัดขาดจากไซเน็ตเพราะชีวิตรอดของครอบครัว แม้ว่าเขาจะเชื่อเสมอว่า คนอย่างเขาสมควรแล้วที่ต้องถูกควบคุม และในเล่มนี้เราก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการปฏิวัติในไซเน็ตเพิ่มมากขึ้น

และก็มาถึงเล่มนี้ Mine to Possess ที่เป็นเล่มแรกที่จับคู่ระหว่างชาร์เลนจิ้งและมนุษย์ธรรมดาสามัญ (ซึ่งไม่สามัญเท่าไหรหรอกนะ) เรื่องของเคลย์และหญิงสาวที่รักมาตลอดชีวิต

ครั้งแรกที่เทลลี่พบกับเคลย์ (แบบเผชิญหน้ากัน) เธออายุสามขวบ ส่วนเขาเก้าขวบ เคลย์ขาหัก เทลลี่ซึ่งเป็นเด็กที่หวาดกลัวโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล และจับมือเขาให้กำลังใจขณะรอ นับจากนั้นเคลย์เป็นผู้พิทักษ์ของเทลลี่ แต่เขาก็ไม่สามารถคุ้มครองเธอจากความโหดร้ายของพ่อบุญธรรมของเธอได้ โดยที่เคลย์ไม่รู้เทลลี่โดยทารุณกรรมสารพัดรูปแบบจากพ่อและแม่บุญธรรม และเมื่อเขารู้ ด้วยวัยสิบสี่ปี เคลย์หักห้ามความโกรธไม่ได้ และฆ่าคนเป็นครั้งแรก

นั่นทำให้มิตรภาพหยุดลง

แม็กซ์ไม่ได้บอกว่าชอบเทลลี่เพราะความเข้มแข็งของเธอ แต่แม็กซ์รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจการกระทำของเธอนะ เทลลี่อายุเพียงแค่แปดปีตอนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจบสิ้นลง เธอสูญเสียความมั่นคงในชีวิต เสียเคลย์ให้กับกฎหมาย และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธออาจไม่ใช่นางเอกที่เข้มแข็งที่สุด แต่แม็กซ์เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเทลลี่ถึงหลอกเคลย์ว่าตัวเองตายแล้ว เพื่อเริ่มต้นชีวิตโดยที่ไม่มีเขา ไม่ใช่ว่าแม็กซ์ชอบ แต่แม็กซ์เข้าใจ เธอเป็นเพียงแค่เด็กที่มีความคิดอ่านแบบเด็ก และเมื่อเวลาผ่านไป มันก็สายเกินกว่าจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตแล้ว

ยี่สิบปีผ่านไปเทลลี่เดินกลับเข้ามาในชีวิตของเคลย์อีกครั้ง คราวนี้เธอต้องการให้เขาช่วยเหลือในการตามหาเด็กในความดูแลของเธอที่หายตัว ไป แต่สำหรับเคลย์แล้วการได้รู้ว่าเทลลี่ยังมีชีวิตอยู่ และเลือกที่จะหลอกลวงเขาว่าเธอตายไปแล้ว เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะทนได้

เล่มนี้แม็กซ์ว่ามีพล็อตที่น่าติดตามอ่านมากที่สุดค่ะ แม้ว่าตัวละครจะไม่ถูกใจ (แต่ก็ยากจะหาใครที่เทียบจัดด์ได้นะ) นัก เทลลี่มีประสบการณ์เลวร้ายในอดีตซึ่งติดตามเธอมาในปัจจุบันมากเกินไป ส่วนเคลย์ก็เป็นตัวละครที่แม็กซ์รู้สึกเหมือนไม่รู้จักดี (ฉากที่เขาออกในเล่มก่อนหน้า ก็ไม่ได้ทำให้แม็กซ์สนใจอะไร) นอกจากว่าเขารักเทลลี่ยิ่งกว่าอื่นใด (และนั่นถือเป็นข้อดีนะ)

พล็อตหลักของเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ถูกลืม หรือชาวไซที่ปฏิเสธการบำบัดเพื่อควบคุมอารมณ์ ชาวไซเหล่านี้ปะปนอยู่กะมนุษย์ จนกลายเป็นคนธรรมดาสามัญที่อาจจะมีความสามารถพิเศษนิดหน่อย และพวกเขากำลังถูกล่าเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทดลอง

ชอบเรื่องนี้นะคะ โดยเฉพาะที่พล็อตที่น่าติดตามอ่านมาก คะแนนที่ 73

Thursday, January 22, 2009

Hostage to Pleasure // Nalini Singh

มาตามคำเรียกร้องของเพื่อนหลายคนนะคะ ในที่สุดเราก็หยิบเล่มนี้มาอ่านแล้ว ดังนั้นไฟเขียวคุยกะเราเรื่องนี้ได้แล้วค่ะ (แปลว่า โทรศัพท์มาคุยได้แล้ว)

บอกเลยนะคะว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งกรี๊ดสลบกะงานของนรินี ซิงค์

เธอช่างเป็นนักเขียนที่มีพรสวรรค์อะไรอย่างนี้ (สนพ.ในเมืองไทยที่ถือลิขสิทธิ์ของเธออยู่ก็รีบเอาออกขายได้แล้วนะคะ คนไทยที่ไม่นิยมภาษาอังกฤษจะได้ชื่นชมงานมาสเตอร์พีชชุดนี้กันซะที)

Hostage to Pleasure ของนรินี ซิงค์

หนังสือเล่มที่ห้าในชุด Psy & Changeling ที่ยิ่งเขียนก็ยิ่งน่าติดตาม พรสวรรค์ของนรินี ซิงค์ก็คือการเขียนโดยไม่ปล่อยข้อมูลออกมามากหรือน้อยเกินไป มันพอเหมาะพอเจาะกับความต้องการของเนื้อเรื่อง ไม่ทำให้เกิดอาการงุนงง (อย่างงานชุด Warriors of Poseidon ของอลิสา เดย์) หงุดหงิด (อย่างชุดดาร์คฮันเตอร์ของเชอริลีน เคนย่อน) หรือลงแดงด้วยอาการอยากรู้ (อย่างชุด BDB ของเจอาร์ วาร์ด)

โลกที่นรินีสร้างในชุดนี้กว้างใหญ่ หาติดตาม และสร้างสรรที่สุดในบรรดาหนังสือชุดแนวพารานอมอลที่แม็กซ์เคยได้อ่านมา เรื่องราวของโลกมนุษย์ที่ถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม พวกไซ กลุ่มมนุษย์ที่มีความสามารถทางพลังจิต พวกชาร์เลนจิ้ง หรือคนที่มีวิญญาณร่วมกับสัตว์ และแปลงร่างเป็นสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้ และสุดท้ายก็คือ มนุษย์ธรรมดาสามัญ

ในปี 2080 ชนทั้งสามกลุ่มใช้ชีวิตแยกจากกัน ชาวไซลุ่มหลงใน "ความเงียบ" พวกเขาเข้าร่วมลัทธิความเงียบอันนี้นับตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เพราะต้องการกำจัดคนที่เลวร้ายที่สุดในกลุ่มพวกเขา เพราะมันถูกพิสูจน์มาแล้วว่า เหล่าฆาตกรอำมหิตโรคจิตส่วนใหญ่ก็คือชาวไซ ผู้ซึ่งไม่สามารถควบคุมความสามารถพิเศษที่ตัวเองมีได้ ผู้บุกเบิกได้นำลัทธิ "ความเงียบ" เข้ามาแนะนำ และมันกลายเป็นทางออกสำหรับสังคมชาวไซที่ยุ่งเหยิง แต่การได้มาซึ่ง "ความเงียบ" ชาวไซสูญเสียความรู้สึก และอารมณ์ทุกชนิดไป พวกเขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่แตกต่างสิ่งของ ไม่มีอีกแล้วซึ่งงานศิลปะ เสียงเพลง ทุกอย่างเป็นไปตามธุรกิจ เงินตราเป็นสิ่งที่ชาวไซเข้าใจ

แต่ภายใต้ "ความเงียบ" ที่ครอบงำชาวไซทุกคน การปฏิวัติอย่างเงียบ ๆ ได้เกิดขึ้น ระบบที่ดำรงพวกเขาอยู่ในความเงียบ กำลังพังทลายลงอย่างช้า ๆ ชาวไซเริ่มรับรู้ถึงผลเสียของความเงียบที่ปิดกั้นความรู้สึกของพวกเขา ในขณะเดียวกันสภาผู้ปกครองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจของพวกเขา และจำกัดชาวไซให้คงอยู่ใน "ความเงียบ" ต่อไป

แม็กซ์อ่านหนังสือชุดนี้เรียงกันตั้งแต่เล่มหนึ่งนะคะ ก็เลยไม่แน่ใจว่า ถ้ามาเริ่มอ่านที่เล่มนี้เลยจะรู้เรื่องกันไหม แต่ก็บอกตามตรงนะคะ หนังสือชุดนี้ควรจะอ่านตั้งแต่เล่มแรก เพราะคุณจะชื่นชมกับความสามารถของนรินี ซิงค์ได้อย่างเต็มที่ วิธีการเล่าเรื่องของเธอเหนือกว่านักเขียนหลายคนที่แม็กซ์ยกย่องว่าเก่งด้วย ซ้ำ

เรื่องราวในเล่มนี้ต่อเชื่อมกับเล่มก่อนหน้าอย่าง Mine to Possess พอสมควร โดยเฉพาะมันสปอยล์ตอนจบของเล่มนั้นด้วยนะ ดังนั้นคนที่ยังไม่เคยอ่าน MTP ก็ถือว่าแม็กซ์เตือนแล้วนะคะ

อชายา เอลีนเป็นนักวิทยาศาตร์ผู้ปราดเปลื่องชาวไซ เธอเป็นความหวังเดียวของสภาผู้ปกครองชาวไซในการรักษาฐานอำนาจของพวกเขาให้คง อยู่ ด้วยแผนการสร้างชิปที่จะครอบงำจิตใจชาวไซทุกคนให้คิดเหมือนกัน และถูกปกครองโดยสภาซึ่งเป็นองค์กรสูงสุด แต่อชายาไม่เคยสนับสนุนความคิดนี้ ทว่าเธอไม่มีทางเลือก เพราะ คีแนน ลูกชายของเธอโดนจับเป็นตัวประกัน

ความหวังของอชายามาพร้อมกับสัญญาที่พวกชาร์เลนจิ้งสัญญาไว้ในตอนจบของ MTP และก็เป็นหน้าที่ของดอเรียนในการช่วยเหลือคีแนนออกมาจากเงื้อมือของสภา ภารกิจที่เขาทำสำเร็จโดยไม่ยาก สิ่งที่เขาไม่คิดก็คือ เขาไม่อาจสลัดภาพของอชายาไปจากใจได้

เมื่อหลายเดือนก่อน (เหตุการณ์ในเรื่อง MTP) ดอเรียนเล็งปืนไปที่อชายา พร้อมจะปลิดชีวิตของเธอ ถ้าเธอทำผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับชาร์เลนจิ้ง และเขาไม่เคยลืมใบหน้าของเธอนับจากนั้น ดังนั้นเมื่ออชายาสามารถหนีรอดออกมาจากห้องทดลองที่เปรียบเสมือนห้องขังของ เธอ ดอเรียนก็กลายเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองเธอในทันที

และสำหรับชายที่สูญเสียน้องสาวผู้เป็นที่รักให้กับฆาตกรโรคจิตชาวไซ (เหตุการณ์ในเล่มแรก Slave to sensation) การมอบใจให้กับชนกลุ่มเดียวกับคนที่ฆ่าน้องสาวเป็นสิ่งที่เขาแทบไม่อาจทำใจ ยอมรับได้ แต่ความเป็นเสือดาวในกายเขายอมรับอชายา แม้ความเป็นมนุษย์จะสับสนในความรู้สึกของตัวเองอยู่

อชายาเองก็เต็มไปด้วยความลับ ความลับที่มากยิ่งกว่าการทดลองลับที่เธอถูกสภาบังคับให้ทำ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างเธอและดอเรียนยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อเธอบอกเขาว่า หนึ่ง ในความผิดที่เธอทำก็คือการปกป้องคนที่เลวร้ายในหมู่ชาวไซ (และฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวของดอเรียนก็เป็นคนกลุ่มนั้น) แม้ว่าคนคนนั้นก็คือคู่แฝดของเธอเอง

พล็อตในเล่มนี้เป็นการหักเหลี่ยมกันระหว่างอชายา และสภาที่ตามล่าเธอ เพื่อปกป้องชีวิตของทุกคนที่เธอรับ อชายาเอาตัวเองเป็นเป้า เธอเปิดเผยต่อสังคมโดยรวมถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากสภา ความเลวร้ายของโครงการนั้น แต่นั่นกลับเป็นการทำให้เธอตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มสมาคมลับที่เพิ่งเปิดตัวในเล่มนี้

ในแง่ของการสร้างโลกในเรื่อง แม็กซ์คิดว่า เล่มนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมากนัก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ MTP) แต่เป็นการเล่นในแง่ความรู้สึกของตัวละครมากกว่า ความสับสนของดอเรียน ทางเลือกของอชายาที่ต้องเลือกระหว่างดอเรียน, ลูกชายของเธอ, และคู่แฝดของเธอเอง

เล่มนี้ดีกว่าที่คิดมากค่ะ คะแนนที่ 80

ขอส่งท้ายด้วยการรำพันนิดนึงแล้วกันนะคะ เรายังกรี๊ดสลบกับคาเล็บอยู่เช่นเดิม ยิ่งอ่านยิ่งได้ใจ ตัวละครอีกตัวที่มาแรงในใจแม็กซ์ตอนนี้ก็คงเป็นอมาร่าค่ะ อยากรู้ว่านรินีมีแผนอะไรในใจให้กับเธออยู่บ้างนี่