Showing posts with label Elizabeth Hoyt. Show all posts
Showing posts with label Elizabeth Hoyt. Show all posts

Friday, February 13, 2009

The Raven Prince // Elizabeth Hoyt

ตอนตั้งชื่อบลอกไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร คิดอยู่นานว่าเจ้าคำว่า "raven" นี่มันหมายความถึงนกชนิดใดกันแน่ ด้วยความขี้เกียจเปิดดิกก็เลยสรุปเอาเองว่าเป็นนกกาเหว่า คนที่รู้ดีช่วยบอกด้วยแล้วกันว่าแปลผิดอ่ะเปล่า

หนังสือที่ชื่อเรื่องไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องเลย The Raven Prince มีส่วนในเนื้อเรื่องตรงที่เป็นหนังสือที่น้องสาวผู้ล่วงลับไปของพระเอกอ่าน และมีการเล่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้ในบทเกริ่นนำก่อนที่จะเข้าเนื้อเรื่อง

หนังสือเล่มแรกของ Elizabeth Hoyt ที่เราชอบ และตั้งใจว่าจะติดตามงานเล่มต่อไปของเธอ

สำหรับคนที่ชอบพระเอกสุดหล่อ โคตรเข้ม อย่าอ่านเรื่องนี้ ฉากเปิดตัวพระเอกในเรื่องทำเอาแม็กซ์งงต้องเปิดพลิกกลับไปอ่านอีกรอบ ว่าไอ้หมอนี่ล่ะนะคือพระเอก

ผู้ชายที่ตัวใหญ่ ดูหยาบ ผิวหน้าเป็นแผลเป็นจากโรคไข้ทรพิษ นี่คือพระเอกของเรา เอ็ดเวิร์ดเป็นสิ่งตรงข้ามในจินตนาการพระเอกในหนังสือโรแมนซ์ แต่ในขณะเดียวกันนางเอกของเราก็ไม่ใช่นางเอกผู้เป็นสาวน้อยไร้เดียงสา เธอเป็นแม่ม่ายสามีตาย คนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้เป็นมารดาของสามี (มีหนังสือไม่กี่เรื่องนักหรอกที่นางเอกของเราจะญาติกะแม่ของอดีตสามีได้)

นางเอกของเรากำลังถึงตาจน เธอต้องหางานทำ และเมื่อโอกาสเปิดเธอเข้าไปทำงานที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าทำ เธอสมัครเป็นเลขานุการส่วนตัวให้กับเอ็ดเวิร์ด ท่านเอิร์ลออฟซัมธิ่ง (เราจำไม่ได้น่ะ)

ความสัมพันธ์ของผู้ชายอารมณ์ร้ายกับผู้หญิงที่ไม่กลัวกับการต่อปากต่อคำกับ เขาก็เกิดขึ้น เราชอบความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกค่ะ แม้ว่าจะมีหลายฉากที่ดูไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะในเรื่องความบังเอิญที่นางเอกได้มารู้จักกับนางบำเรอที่มีเส้นสายทำ ให้เธอสามารถปลอมตัวเป็นนางโลมแล้วเข้าไปเจอกับพระเอกในซ่องชื่อดังได้

เราชอบภาษาที่คนแต่งใช้ ชอบเนื้อเรื่องที่ตัวละครซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ที่สำคัญเราชอบที่นางเอกรู้สึกตัวทันเวลาว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ คืออะไร และการที่เธอย้อนกลับมาพระเอกเองโดยไม่ต้องให้ใครมาบอก รู้ได้ด้วยตัวเอง

จบท้ายบลอคด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกันเลยก็คือ มีใครรู้จักโรงแรมดีดีราคาถูกถูกที่ฮ่องกงบ้างคะ อยากขอคำแนะนำค่ะ

Tuesday, February 10, 2009

The Leopard Prince // Elizabeth Hoyt

แม็กซ์ตัดสินใจยอมจ่ายเงินแพงขึ้นอีกสี่สิบบาทเพื่อให้ได้หนังสือเรื่อง The Leopard Prince ของอลิซาเบ็ท โฮลต์มาอ่านในสุดสัปดาห์นี้ (ถ้าแม็กซ์รอสักหน่อยหนังสือล็อตใหม่ในราคาที่ถูกกว่านี้ก็จะเข้ามา แต่กว่าจะได้ก็คงจะเป็นอาทิตย์หน้า) และก็พบว่าไม่ผิดหวังเลยจริง

หนังสือเรื่องนี้เตือนให้แม็กซ์นึกถึงหนังสือที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดสอง เรื่อง ไม่ใช่ว่าเนื้อเรื่องจะเหมือนกันหรอกนะคะ แต่องค์ประกอบบางอย่างในเรื่องย้ำเตือนให้แม็กซ์คิดถึง และเป็นการเปรียบเทียบในทางบวกเสียด้วย

แฮร์รี่พระเอกของเรื่องเป็นเพียงผู้จัดการดูแลที่ดินให้กับนางเอกซึ่ง เป็นสตรีสูงศักดิ์ เป็นเศรษฐีนีผู้ร่ำรวย นี่เป็นเรื่องความรักระหว่างชนชั้นที่ถ้าเพียงสลับเพศกันโดยที่นางเอกมีฐานะ ต่ำกว่าพระเอก เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อแฮร์รี่ถูกกล่าวหาโดยเจ้าของที่ดินข้างเคียงและ ศัตรูที่เคยมีความหลังต่อกันว่าเป็นผู้วางยาพิษแกะเพื่อแก้แค้นการกระทำใน อดีต และมันไม่สำคัญเลยว่าแฮร์รี่จะทำจริงหรือไม่ นั่นเพราะคนกล่าวหาเป็นขุนนางสูงศักดิ์ เขาก็แทบจะผิดจริงโดยไม่ต้องมีการขึ้นศาลตัดสินด้วยซ้ำ

นั่นเป็นประเด็นรอง เรื่องสำคัญและส่วนที่ดีที่สุดของหนังสือเรื่องนี้ก็คือความสัมพันธ์ของแฮร์ รี่และจอร์จ (แม็กซ์ไม่ชอบนางเอกที่ชื่อเหมือนผู้ชายนักหรอก แต่เพราะความสนุกของเรื่องนี้ทำให้มันไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรเลยสักนิด) ที่ถ้าเพียงแต่เขามีฐานะทางสังคมเทียบเท่ากับเธอ มันคงเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบ

แต่นั่นไม่ใช่ความจริง จอร์จจึงเป็นคุณหญิงแห่งแมเนอร์ที่ติดตาต้องใจคนรับใช้ของเธอ ความสัมพันธ์ทางกายจึงเกิดขึ้น ท่ามกลางการคัดค้านของทุกคน สิ่งที่ไม่น่าเชื่อในเรื่องก็คงเป็นบรรดาน้องชายของนางเอกที่ไม่แสดงความ เกรี้ยวกราดอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อทราบว่าพี่สาวของตัวเองไปมีความสัมพันธ์ กับคนรับใช้ แต่กลับยอมรับได้โดยง่าย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอีกเช่นกัน

ทุกอย่างในเรื่องนี้เกือบจะสมบูรณ์แบบ ภาษาถ้อยคำ การบรรยายเรื่อง ซาบซึ้ง อ่อนโยน จนไม่สำคัญเลยสักนิดที่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วความรักระหว่างแฮร์รี่และ จอร์จไม่มีวันเป็นจริงได้

และถ้าจะมีคำถามว่าหนังสือสองเล่มที่แม็กซ์คิดถึงตอนที่อ่าน The Leopard Prince คืออะไร คำตอบก็คือเรื่อง My Reckless Heart ของโจ กู้ดแมน ที่แฮร์รี่ทำให้แม็กซ์นึกถึงเด็กเกอร์ผู้ชายที่ไม่จำเป็นต้องบอกก็ทำให้คน อ่านรู้ได้ว่ารักนางเอกสุดหัวใจ แม้ว่าเขาจะไม่มีวันยอมรับมันออกมา เพราะรู้ดีว่าฐานะทางสังคมที่ต่ำกว่าของตนจะดึงให้นางเอกลดตัวลงมาต่ำ แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับเธอได้ และที่เหนือไปกว่าเรื่องนั้นก็คือจอร์จเข้าท่ากว่าโจแอนน่านางเอกของเรื่อง นั้นเยอะ แม้ว่าตอนท้ายจะดูไร้สาระไปสักหน่อย แต่นั่นก็เพื่อจะนำไปสู่ตอนจบที่น่าอ่านนั่นเอง

ส่วนอีกเรื่องที่แม็กซ์คิดถึงก็คือ To Have and to hold ของแพททริเซีย กาฟนีย์ ที่แม้ว่าจอร์จจะไม่ร้ายเข้าขั้นเซบาสเตียนที่ถึงกับบังคับนางเอกที่เป็นคน รับใช้ให้มีความสัมพันธ์กับตน แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าจอร์จตื้อแฮร์รี่ไม่น้อย (อ่อยเลยก็ว่าได้) สำหรับคนที่กลัวความมืดในเนื้อเรื่องก็ไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ แม็กซ์ไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้เหมือน THATH ซึ่งเป็นสุดยอดเรื่องมืด เพียงแต่ทำให้คิดถึงเท่านั้นเอง

สุดท้ายอลิซาเบ็ท โฮลต์กำลังจะกลายเป็นนักเขียนแนวย้อนยุคอีกคนที่แม็กซ์พลาดไม่ได้ซะแล้วค่ะ

Saturday, February 7, 2009

The Serpent Prince // Elizabeth Hoyt

คำเล่าลือเกี่ยวกับหนังสือเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วสังคมอินเตอร์เน็ต แม็กซ์ยังไม่เจอนักวิจารณ์รายไหนที่อ่านเล่มนี้แล้วไม่ชอบสักราย แม้กระทั่งคนที่ได้ชื่อว่ามีมาตรฐานสูงสุดสุด และนั่นทำให้แม็กซ์ลังเลนิดหน่อยก่อนจะหยิบเล่มนี้มาอ่าน

ถ้าเกิดแม็กซ์คิดว่าเล่มนี้ไม่สนุกล่ะ และด้วยนิสัยที่เป็นคนขวางโลกเล็กน้อย แม็กซ์ก็เชื่อว่าตัวเองอาจจะพาลไม่ชอบไปก่อนที่จะอ่านด้วยซ้ำ

แล้วยังพล็อตเรื่องอีกล่ะ ถึงแม็กซ์จะพยายามหลีกเลี่ยงสปอยล์อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังอดได้ยินไม่ได้ว่าเล่มนี้ เต็มไปด้วยความรุนแรง ฉากน่ากลัวหลายฉาก และมีประเด็นหนัก ๆ ให้อ่านกันอีก

แต่หลังจากอ่านเล่มนี้จบลง แม็กซ์พูดได้คำเดียวว่า

แม็กซ์เสียใจที่หยิบเล่มนี้มาอ่านช้าไปแม้แต่เพียงวันเดียว

The Serpent Prince เป็นประสบการณ์ที่นักอ่านโรแมนซ์ไม่ควรพลาด เป็นโรแมนซ์ในรูปแบบที่ดีที่สุด ถ้าไม่เวอร์เกินไปนัก แม็กซ์อย่างใช้คำว่า "สมบูรณ์แบบ"

ไซม่อนไม่มีอะไรเหมือนอย่างที่แม็กซ์คาดคิด จากเสียงเล่าลือที่บอกว่าเล่มนี้ค่อนข้างมืดและรุนแรง แม็กซ์คาดหวังจะได้เจอกับพระเอกที่ทนทุกข์ แต่ก็ไม่ ไม่ใช่เพราะว่าไซม่อนไม่ทนทุกข์ เขามีความเจ็บปวด และเลือกกระทำหลายอย่างที่กัดกินจิตวิญญาณเขา แต่ไซม่อนไม่เคยปล่อยให้ความมืดนั้นมาบดบังความเป็นตัวเขา

ไซม่อนเป็นความแปลกใจอันดับแรก เขามีอารมณ์ขัน โรแมนติก และมีเสน่ห์อย่างที่พระเอกโรแมนซ์หลายคนไม่มีกัน ไซม่อนเป็นเหตุผลที่ทำให้แม็กซ์ติดตามอ่านเล่มนี้อย่างไม่ลดละ และแม็กซ์ก็ยินดีที่จะบอกว่าลูซี่ ตัวนางเอกก็สมบูรณ์แบบไม่แพ้กัน

คำว่าสมบูรณ์แบบไม่ได้หมายความถึงคุณสมบัติ ความดี หากแต่เป็นความลงตัวของการวางตัวละคร แม็กซ์ไม่ได้อ่านหนังสือที่วางตัวละคร และโครงเรื่องได้ยอดเยี่ยมอย่างนี้มานานมากแล้ว ทุกอย่างที่ประกอบเป็น TSP คือความสมบูรณ์แบบ คือความงดงามที่โรแมนซ์เล่มหนึ่งจะมีกันได้

การพบกันระหว่างไซม่อนและลูซี่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิด เหมือนอย่างที่จดหมาย (ที่คาดว่าจะเป็น) ฉบับสุดท้ายที่ไซม่อนเขียนถึงลูซี่ " ถ้าผมรู้ว่าจะนำความเจ็บปวดมาสู่ชีวิตคุณ ผมสาบานว่าจะพยายามทำทุกอย่างที่จะไม่ถูกทิ้งไว้ให้ตายที่หน้าบ้านคุณในบ่าย วันนั้น เมื่อนานมาแล้ว แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็คงไม่มีโอกาสพบคุณ และนั่นก็เป็นเหตุผลพอแล้วที่จะทำให้ทรยศคำสาบานของตนเอง เพราะแม้รู้ว่าจะนำความเจ็บปวดมาให้คุณผมก็ไม่เสียใจสักน้อยเลยที่ได้รักคุณ ผมเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนไร้ความรู้สึก แต่ก็นั่นแหละนางฟ้าของผม ผมไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้ การได้พบกับคุณเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผม คุณเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงสวรรค์ที่สุดที่ผมอาจจะได้พบ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในโลกนี้ หรือหลังความตาย และผมไม่เสียใจที่ได้พบกับคุณ แม้มันจะต้องแลกมาด้วยน้ำตาของคุณก็ตาม"

ไซม่อนถูกลอบทำร้ายจากศัตรูและทิ้งไว้ให้ตาย เพียงแต่เขาเจอกับลูซี่ สาวบ้านนอกที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เวลาเพียงไม่กี่วันที่ใช้ร่วมกัน ช่วงเวลาที่ทั้งคู่รู้จักทำให้ทั้งคู่ผูกพันกัน และเมื่อการปองร้ายลามมาถึงลูซี่ ไซม่อนรู้ว่าเขาต้องปกป้องเธอด้วยการเดินไปจากชีวิตของเธอ และเขาก็ทำ

สิ่งที่ทำให้เล่มนี้แตกต่างไปจากโรแมนซ์ที่วางขายเต็มร้านหนังสือเล่ม อื่นก็คือ ทางเลือกและการกระทำของตัวละคร ไซม่อนไม่จำเป็นต้องให้ลูซี่ถูกทำร้ายจนเกือบตายถึงจะสำนึกได้ว่าเขารักเธอ เขารู้จากหัวใจว่าเขารักเธอ และนั่นทำให้แม็กซ์เชื่ออย่างหมดหัวใจด้วยว่าเขารักเธอ อย่างไม่มีข้อสงสัย ข้อกังขาใดใดทั้งสิ้น

ส่วนลูซี่ เธอเป็นนางเอกที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่เพราะความสวย หรือความดี แต่เพราะเธอเป็นคนเพียงคนเดียวที่แม็กซ์จินตนาการได้ว่า จะเป็นคนที่เข้าใจความซับซ้อนของไซม่อน คนที่มองผ่านลักษณะภายนอกที่ดูเป็นขุนนางไร้ความรับผิดชอบ มองเห็นความมืดภายใน และยังยอมรับความเป็นเขาได้

แม็กซ์ชอบที่ทั้งคู่ไม่ละทิ้งความรัก ไม่ได้เดินไปจากความรักด้วยเหตุผลที่หลอกตัวเอง ไม่มีการเดินจากไปเพื่อปกป้องกันและกัน แน่ละมันมีช่วงเวลาที่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น แต่ไซม่อนและลูซี่ก็ไม่ทำให้แม็กซ์ผิดหวังด้วยการคิดได้

แล้วยังภาษาที่ละเมียดละไมที่ทำให้แม็กซ์ถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ความโรแมนติกของเรื่อง นี่คือโรแมนซ์ที่สมบูรณ์แบบ

คุณจะไม่รักหนังสือเล่มที่บรรยายพระเอกขณะดวลกับคู่ต่อสู้คนสำคัญว่า "Simon wiped the gore from his eye and smiled. He would die today; he knowe it. What point in living without Lucy?"

ในขณะที่นางเอกซึ่งกำลังรอคอยการกลับมาจากการดวลของพระเอก "He must have lost hope. All hope.

She'd left him, even though she'd promised not to on her mother's memory. He loved her and she'd left him. A sob tore at ther throat. Without hope, how could he survive the duel? Would he even try to win?"

คุณจะไม่รักหนังสือเล่มที่เมื่อพระเอกพบว่านางเอกรู้ความลับของตัวเอง รู้ถึงการกระทำที่เธออาจจะยอมรับไม่ได้ที่เขาทำลงไป เขาตอบสนองด้วยการจับมือเธอไว้ แล้วพูดแค่ว่า "อย่าจากไป"

ที่ยิ่งไปกว่านั้นหนังสือเรื่องนี้ก็ทำให้ในที่สุดแม็กซ์ก็เข้าใจความหลงใหล ของหลายคนที่มีต่อเรื่องแฮมเล็ต แม็กซ์อ่านบทละครของเช็คสเปียร์หลายเรื่อง แต่ไม่เคยอ่านแฮมเล็ต แม็กซ์มองไม่เห็นเสน่ห์ของเจ้าชายเดนมาร์คที่หมกหมุ่นกับการแก้แค้น ไม่จนกระทั่งแม็กซ์ได้เจอกับไซม่อน เขาไม่ใช่แฮมเล็ต และลูซี่ไม่ใช่โอฟีเลีย แต่ไซม่อนทำให้แม็กซ์เข้าใจถึงปีศาจที่กัดกินจิตวิญญาณของแฮมเล็ตเป็นครั้ง แรก

หนังสือเรื่องนี้ทำให้แม็กซ์นึกถึงหนังสือที่แม็กซ์ชอบมากสองเรื่อง Angel Rogue ตรงที่ไซม่อนเหมือนกับโรบินมาก เขาไม่จำเป็นต้องแสดงออกเป็นพระเอกชนิดทนทุกข์ทรมาน แม้ว่าจะทุกข์ทรมาน ทั้งคู่ยังรักษาเสน่ห์ อารมณ์ขัน แม้ในเวลาที่เลวร้ายที่สุดไว้ได้ และเรื่อง Silk and Shadows ที่ธีมเรื่องเป็นการแก้แค้นเหมือนกัน แต่แม็กซ์คงต้องบอกว่า แม้จะเทียบกับสองเล่มนั้น เรื่องนี้ยังเหนือกว่า

และนั่นเป็นคำชมที่มากที่สุดที่หนังสือเล่มหนึ่งจะได้รับแล้วล่ะ

สำหรับคะแนน มันไม่ใช่การตัดสินใจง่าย ๆ เพราะเป็นเวลาเกือบสิบปีแล้วนับจากครั้งสุดท้ายที่แม็กซ์ให้คะแนนเต็มกับ หนังสือสักเรื่องหนึ่ง แต่หลังจากคิดดูแล้ว ชมมาขนาดนี้ สำหรับความสมบูรณ์แบบเช่นนี้ แถมยังใช้คำว่าสมบูรณ์แบบก็หลายครั้ง แม็กซ์มีทางเลือกอื่นอีกหรือนอกจากจะให้คะแนนเต็มร้อยกับเล่มนี้

และสำหรับคนที่อยากรู้ แม็กซ์อ่านหนังสือเฉพาะโรแมนซ์มามากกว่าสามพันเล่ม มีหนังสือ 18 เล่มที่แม็กซ์ให้คะแนนเต็ม The Serpent Prince เป็นเล่มที่ 19 และเป็นเล่มเดียวหลังจากผ่านมิลเลนเนียมมาที่ได้คะแนนเต็ม

Wednesday, January 21, 2009

To Seduce a Sinner // Elizabeth Hoyt

หลังจากอ่าน The Serpent Prince ซึ่งเราคิดว่าเป็นหนังสือที่ดีมากที่สุดเล่มนึงที่เรามีโอกาสได้อ่าน เราก็หยุดอ่านงานของอลิซาเบ็ธ ฮอยท์ไปพักใหญ่ เพราะเรามักคิดเสมอว่า หากนักเขียนได้เขียนเรื่องที่ดีมาก ๆ ออกมาสักเล่ม โอกาสที่หนังสือเล่มต่อ ๆ มาของเธอจะดีเทียบเท่าเล่นนั้นย่อมยาก และเราก็ชอบเอาไปเปรียบเทียบกันเสียด้วยสิ

แต่พอได้เห็นพล็อตเรื่องของหนังสือเล่มนี้ ก็ตบะแตกค่ะ รีบหยิบขึ้นมาอ่านทันควัน (ไม่ได้เอามาดองเก็บไว้เหมือนที่ทำกับหนังสือของลิซ่า เคลย์แพส) ผลก็คือ แม้จะไม่อาจเทียบเท่า The Serpent Prince ได้ แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเท่าไหรนักหรอกค่ะ

To Seduce a Sinner ของอลิซาเบ็ธ ฮอยท์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุด The Legend of Four Soilders ซึ่งตัวแม็กซ์เองที่ไม่ได้อ่านเล่มหนึ่งในชุด ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการอ่านเล่มนี้ ดังนั้นเราจึงกล้าบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกหรอกนะคะ

เรื่องราวเปิดขึ้นในงานแต่งงานของ แจสเปอร์ เรนชอว์ ไวส์เคาท์แห่งเฝล ซึ่งเขาถูกปฏิเสธโดยคู่หมั้นที่ปันใจไปรักคนอื่น แต่สำหรับแจสเปอร์แล้ว เขาไม่ได้เสียใจที่ถูกทิ้ง หากแต่รู้สึกเสียดายเวลาที่ใช้ในการสรรหาคู่หมั้นคนนี้มากกว่า เพราะเขารู้ดีว่า การแต่งงานระหว่างคนในสังคมชั้นสูงนั้น ความเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เขาไม่ได้ค้นหาความรัก เพียงแต่ต้องการทายาทสืบสกุล ก็แค่นั้น

ดังนั้นเมื่อเมลิแซนด์ เฟรมมิ่งเสนอตัวเป็นเจ้าสาวแทน เขาจึงตกปากรับข้อเสนอนั้นอย่างง่ายดาย

หลังจากแอบรักแจสเปอร์มานานกว่าหกปี เห็นเขาผละจากหญิงคนนึงไปหาอีกคนอย่างง่ายดาย ตลอดเวลาที่เขาไม่รู้จักกระทั่งชื่อของเธอ เมลิแซนด์ฉวยโอกาสที่เปิดกว้างนี้ และลองเสี่ยงที่จะไขว่คว้าผู้ชายที่เธอหลงใหล

คนสองคนที่แทบไม่รู้จักกันเลย กลายเป็นสามีภรรยาเพียงชั่วข้ามคืน (อันที่จริงก็สามอาทิตย์ค่ะ) จากนั้นก็ถึงเวลาที่ทั้งสองจะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน

หลังจากอ่านเล่มนี้จบเราคิดว่าแก่นของหนังสือเล่มนี้ก็คือคำว่า "เปลือก" เพราะตัวละครทุกคนในเรื่่องนี้ล้วนซ่อนตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอยู่ภายใต้ เปลือก

แม็กซ์เห็นว่า แก่นของหนังสือเรื่องนี้คือ คำว่า "เปลือก" เพราะตัวละครทุกตัวในเรื่องต่างซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ด้านหลังเปลือกนอกที่ หลอกตา

สำหรับแจสเปอร์ เขาเป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่รักงานปาร์ตี้ และชีวิตกลางคืน เป็นคนที่รู้จักทุกคน แต่ไม่เคยเป็นเพื่อนกับใคร เบื้องหลังเขาซ่อนความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ได้รับจากสงคราม บาดแผลที่ไม่ปรากฎร่องรอยให้เห็นจากภายนอก ร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบ ในขณะที่จิตใจเจ็บช้ำ แจสเปอร์เป็นตัวละครชนิดที่แม็กซ์ชอบมาก เพราะความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นคนทนทุกข์ หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความรัก เขายังคงยิ้มได้ แม้รอยยิ้มจะไม่เต็มที่ ไม่กว้างเหมือนที่เคยเป็น และแม้จะรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเมลิแซนด์ แต่ก็เห็นแก่ตัวพอที่จะรั้งตัวเธอไว้

สำหรับเมลิแซนด์ เธอซ่อนตัวภายใต้เสื้อผ้าเชย ๆ และท่าทีคงแก่เรียน เธอดูเหมือนหญิงสาวที่ขึ้นคาน และเห็นแจสเปอร์เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แต่งงาน แต่ภายใต้เปลือกที่ทุกคนเห็น เธอซ่อนหญิงสาวที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการมีชีวิต และเธอรู้จักตัวเองดีพอที่จะรู้ว่า ตนเองรักแจสเปอร์แค่ไหน แต่ก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ไม่อาจให้เขาล่วงรู้ความรู้สึกนี้ของเธอได้ เพราะเมลิแซนด์เคยเจ็บมาในอดีต และไม่อยากพบกับความรู้สึกนั้นอีกแล้ว

อยากจะบอกว่าเล่มนี้มีเซอร์ไพสต์หลายอย่างนะคะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเมลิแซนด์ เพราะเธอไม่ใช่สาวแก่ขึ้นคานที่รอคอยความรัก เธอไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาที่ไม่ประสาเรื่องเพศ เธอรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ไม่เกรงกลัวที่จะคว้ามาครอบครอง

แม้ว่าในเรื่องจะมีพล็อตการค้นหาตัวคนทรยศที่นำข่าวการเดินทางของหน่วย ทหารของแจสเปอร์ และนำไปสู่ความตายของคนเกือบทั้งหน่วย และแจสเปอร์โทษเป็นความผิดของตัวเอง อยู่ในเรื่องด้วย แต่มันไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญอะไรเลย ทุกอย่างอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างแจสเปอร์ และเมลิแซนด์มากกว่า และนั่นคือสิ่งที่แม็กซ์ชอบมากทีสุดของเรื่อง

ประเด็นเดียวที่แม็กซ์ขัดใจนิดหน่อย คงอยู่ที่ประเด็นว่า เมลิแซนด์แอบหลงรักแจสเปอร์มานาน ในเรื่องมีการเล่าย้อนฉากที่เธอตกหลุมรักเขา งานเขียนของอลิซาเบ็ธมีเอกลักษณ์ที่การสื่อความหมาย ซึ่งมันใช้ได้ดีตลอดทั้งเรื่องค่ะ เธอไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดยืดยาว และการพร่ำพูดคร่ำครวญถึงความรัก เพราะการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่งบอกได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด แต่ตรงจุดนี้ แม็กซ์รู้สึกว่า เรายังไม่เห็นชัดเจนนักถึงเหตุผลที่เธอตกหลุมรักแจสเปอร์ เราเข้าใจนะคะว่าคนแต่งต้องการสื่อความอะไร แต่การโยงจากจุดนั้น ไปยังความรักที่เกิดขึ้น เรายังรู้สึกว่าเหตุผลดูห่างไำกลไปนิดนึง โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าเมลิแซนด์รักแจสเปอร์มากแค่ไหน

และประเด็นนี้แหละที่ทำให้เล่มนี้ยังเทียบกับ The Serpent Prince ไม่ได้ แต่ส่วนอื่นดีมากค่ะ

คะแนนที่ 83