Showing posts with label Jo Goodman. Show all posts
Showing posts with label Jo Goodman. Show all posts

Sunday, February 8, 2009

TSTL: โง่สมควรตาย

หลายคนอาจเคยได้เห็นตัวย่ออันนี้ตามเว็บ หรือบลอก หรือเว็บบอร์ดภาษาอังกฤษ และคนรู้จักความหมายกันเป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ก็ขออนุญาตอธิบายหน่อยแล้วกัน เพราะมันจะเป็นหัวข้อที่แม็กซ์จะพูดในวันนี้

TSTL ย่อมาจาก Too Stupid to Live หรือโง่เกินกว่าที่ควรจะมีชีวิตอยู่

เป็นคำย่อที่มักใช้อธิบายนางเอกโรแมนซ์กลุ่มหนึ่งที่วัยรุ่นอาจบัญญัติ ศัพท์ภาษาไทยว่า "สวย ใส ไร้สมอง" นางเอกกลุ่มนี้มักมีพฤติกรรมที่ขัดต่อสามัญสำนึกของคนที่พึงจะมีชีวิตอยู่ รอดได้

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเกลียดนางเอกประเภทนี้หรอกนะ บางคนช้อบชอบบบบบบบ เพราะนางเอกเหล่านี้จะซ่อนความโง่ไว้เบื้องหลังหน้าตาที่สวยสดงดงาม (แต่ไม่ใช่ว่าจะสวยทุกคนหรอกค่ะ บางคนไม่สวยเท่าไหรแถมยังโง่ก็มี) หลายครั้งคนแต่งจะพยายามหลอกคนอ่านว่านางเอกแสนจะฉลาด เพียงแต่พฤติกรรมที่แสดงออกมันโง่โคตร หลายครั้งที่พระเอกผู้น่าสงสาร ต้องเหนื่อยทั้งกายและใจ เพราะต้องใช้เวลาเกือบทั้งเรื่อง ช่วยชีวิตนางเอกผู้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่เหล่านี้ แต่แน่ล่ะพระเอกก็ย่อมเต็มใจ แถมบางครั้งก็อดชื่นชมในความโง่ของนางเอกไม่ได้ นั่นเพราะพระเอกเหล่านี้โชคร้าย (หรือคิดผิด) ที่ไปจับคู่กับสาวแนว TSTL ก็เลยจำต้องรับเอาไว้

นางเอกแนวนี้เป็นที่พูดถึงกันอยู่ทั่วไปในโลกไซเบอร์ วันนี้แม็กซ์ก็เลยขอพูดถึงบ้างแล้วกัน และเพื่อเป็นการให้เกียรตินางเอกแนวนี้ แม็กซ์ก็เลยขอขึ้นทำเนียบ3 นางเอกโง่ตลอดกาลแล้วกัน

คำชี้แจง : นางเอกที่เลือกมานั้นอาจจะไม่ได้โง่ที่สุด แต่ถือว่าโง่ผิดปกติไปจากงานเล่มอื่นของนักเขียนที่ปกติแล้วไม่ได้เขียนนาง เอกโง่เป็นอาชีพ แต่แม้กระทั่งนักเขียนที่ดีที่สุด บางครั้งก็อาจพลาดกันได้

เรียงตามอันดับความโง่จากน้อยที่สุด (ตามความรู้สึกของแม็กซ์แต่เพียงผู้เดียว)

อันดับสาม จูลี่ มาธิสัน จาก Perfect โดยจูดิธ แม็คน็อค

นางเอกที่หลายคนยกให้เป็นนางเอกในดวงใจ แม็กซ์ก็เกือบไปแล้วล่ะ เธอสมบูรณ์แบบเหมือนกับชื่อเรื่องยกเว้นความผิดพลาดเพียงอย่างเดียว แต่ความร้ายแรงของความผิดพลาดนั้นทำลายหนังสือให้แตกเป็นเสี่ยง (แม็กซ์พูดถึงหนังสือเล่มนี้ของแม็กซ์เองที่แตกเป็นชิ้น เพราะเขวี้ยงจนกระแทกกับผนัง หนังสือก็เลยหลุดออกเป็นส่วน) จูลี่เป็นนางเอกโรแมนซ์ที่ไม่เรียนรู้กฏข้อสำคัญที่นางเอกโรแมนซ์ทุกคนต้อง รับรู้

"เธอจงเชื่อใจพระเอก"

แต่ไม่เลย จูลี่ถูกกล่อมโดยตำรวจ เอฟบีไอ และที่หนักที่สุดย่าของพระเอกที่ตัดพระเอกออกจากตระกูลตั้งแต่อายุแค่ สิบกว่าปี เธอเชื่อทุกคนในเรื่อง ยกเว้นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ คนที่เธอควรจะเชื่อใจ แต่เธอก็ไม่ นั่นเป็นบาปที่หนักที่สุดของเธอ บาปที่แม็กซ์ไม่มีวันให้อภัย

จูลี่ไม่ใช่นางเอกคนแรกที่หลงเชื่อคนอื่น แต่ไม่เชื่อพระเอก แต่การกระทำของเธอร้ายแรงจนต้องติดอันดับความโง่ ก็เพราะการกระทำของเธอทำลายหนังสือที่ควรจะเป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ให้พังพินาศ บาปนั้นมันร้ายแรงเกินกว่าจะลืมเลือน แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปีแล้วนับจากที่แม็กซ์ได้อ่านเล่มนี้ และแม้ว่าแม็กซ์จะไม่เคยกลับไปอ่านเรื่องนี้อีกรอบเลยก็ตาม การกระทำอันเลวร้ายของเธอที่เกิดจากความโง่ชั่วขณะ (เพราะจูลี่ไม่เคยแสดงความโง่ออกมาอีกหลังจากฉากนั้น) ก็ยังฝังใจแม็กซ์ เป็นความฝันร้าย และทำให้อารมณ์เดือดทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้

อันดับสอง เดลานี่ย์ อีสต์แมน จาก Hide and Seek ของเชอรี่ อแดร์

เชอรี่ อแดร์เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเขียนตัวละครที่ไร้ปัญญามากที่สุดคนหนึ่ง แถมบ่อยครั้งที่พล็อตเรื่องของเธอก็เหลือเชื่อ (คิดเอาแล้วกัน เขียนได้ยังไงให้มีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำของโลกในอียิปต์ ประเทศที่รู้กันอยู่ว่านับถือศาสนาอิสลาม ท่ามกลางกระแสของ 9/11 ที่กำลังแรง นี่ยังไม่นับว่า แขกที่เป็นสุดยอดผู้นำของโลกมีประธานาธิบดีของสหรัฐ และราชินีอลิซาเบ็ธ -- ไม่รู้ว่ากษัตริย์อังกฤษกลับมามีอำนาจในการปกครองประเทศตั้งแต่เมื่อไหรกัน) แต่ข้อดีของเชอรี่ก็คือ แม้ตัวละครจะสมองเบาไปนิด พล็อตจะอ่อนไปหน่อย เธอก็ยังสามารถทำให้เรื่องน่าอ่านได้จนบางครั้งก็พอจะให้อภัยกันได้

แต่ไม่ใช่สำหรับเรื่องนี้ เพราะเดลานี่ย์เป็นนางเอกที่ปฏิบัติตนตามสูตรของนางเอกที่โง่เกินกว่าจะมี ชีวิตอยู่ทุกอย่าง ถ้ามีบัญญัติสิบประการของการปฏิบัติตัวเป็นนางเอกที่โง่ เดลานี่ย์เธอทำทุกข้อ

เริ่มตั้งแต่สาวน้อยผู้กล้าหาญ (ช่างน่านับถือเหลือเกิน -- สำหรับคนที่ชอบเธอ) ที่ปลอมตัวมาเป็นแฟนสาวของผู้ก่อการร้าย เพื่อตามหาน้องสาว (ที่โง่พอกัน จนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนี้ได้) โดยที่ไม่มีแผนการอะไรเลย ไม่มีกองหนุน แผนสำรอง อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่บังเอิญมาเจอกับพระเอก เธอจะช่วยน้องสาวออกมาได้ยังไง เพราะก็อยู่ในต่างประเทศ ไม่มีพาหนะในการเดินทางเอง ถูกจับตามองทุกฝีก้าว

จากนั้นสาวน้อยวผู้นี้ ก็ได้พบกับฮีโร่ของเธอ ชายหนุ่มที่เคยมีความสัมพันธ์กันในอดีต (โลกแม่งโคตรกลม) ซึ่งปลอมตัวมาสืบความเป็นไปของผู้ร้ายเหมือนกัน พระเอกใช้เวลาหลายปีกว่าที่จะแทรกซึมเข้าไปในกองกำลังของผู้ร้ายได้ และนางเอกใช้ความโง่ของเธอ แค่เพียงไม่กี่วันทำให้งานทั้งหมดของพระเอกพังทลายลง

เธอทำตัวจนเป็นที่น่าสงสัย จนพระเอกต้องเล่นละครแกล้งทำเป็นฆ่าหล่อนทิ้ง เพื่อถ่วงเวลารอกำลังหนุนเข้ามาช่วย สิ่งเดียวที่พระเอกของร้องจากหล่อนก็คือ ขอให้อยู่ในกระท่อม อย่าให้ใครเห็น (เพราะทุกคนเข้าใจว่าหล่อนตายแล้ว ถ้าเห็นก็จะรู้ว่าพระเอกเล่นละคร) แต่แน่ละ นางเอกคนเก่งของเราย่อมทำไม่ได้ จะให้หล่อนอยู่ในกระท่อมได้ยังไง เสียชื่อความโง่ของตัวเองหมดสิ หล่อนต้องออกมาเดินในป่า ล่อให้ผู้ร้ายมาเห็น เพื่อแสดงว่าฉันเป็นนางเอกนักบู๊สู้กับผู้ร้ายได้ แต่สุดท้ายก็ต้องให้พระเอกมาช่วย และทำให้แผนแตก

หลังจากที่นางเอกรอดตายจากผู้ร้าย สิ่งเดียวที่แม็กซ์อยากจะทำก็คือ ฆ่าหล่อนทิ้งเสียเอง เพราะความตายของหล่อนอาจทำให้ชีวิตของพระเอกดีขึ้น

แต่คิดอีกที ผู้ชายที่รักผู้หญิงที่โง่บัดซบขนาดนี้ลง ก็สมควรจะต้องทนอยู่กับหล่อนแล้วล่ะ

อันดับหนึ่ง อลิซาเบ็ธ เพนโรส จาก Let me be the one ของโจ กู้ดแมน

เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นของจุดสิ้นสุด (สำหรับคนที่อ่านภาษาไทยไม่เข้าใจ แม็กซ์แปลมาจากภาษาอังกฤษคำว่า "Begining of an end") ของความสัมพันธ์ที่สวยงานระหว่างแม็กซ์กับคนแต่งที่ชื่อโจ กู้ดแมน เพราะก่อนหน้านั้นแม็กซ์ชอบงานของเธอมาก อาจจะไม่ใช่งานระดับติดโบว์โอท็อปห้าดาว แต่ก็ไม่เคยผิดหวัง จนกระทั่งเล่มนี้

หนังสือเล่มแรกของชุดหนังสือสี่เล่มของเพื่อนร่วมโรงเรียนที่มีชื่อตาม ทิศทาง เล่มแรกเป็นเรื่องราวของเหนือ (หรือนอร์ธในภาษาอังกฤษ) ที่พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาเจอในสวน มันควรจะเป็นความรักธรรมดาทั่วไป เขาเป็นท่านเอิร์ลที่มีเงิน เธอเป็นหญิงสาวที่มีชาติตระกูล มันควรเป็นความรักที่ไม่น่าจะเป็นพล็อตเรื่องของนิยายโรแมนซ์ด้วยซ้ำ แต่เพราะพฤติกรรม (โง่ ๆ) บางอย่างของอลิซาเบ็ธก็เลยทำให้มันเป็นเรื่อง

อย่างที่บอก หนังสือเล่มนี้ไม่มีพล็อตอะไรเลย ไม่มีอะไรน่าสนใจในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่ความผิดร้ายแรงที่สุดหรอกนะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น มันก็เป็นแค่หนังสืออีกเล่มที่แม็กซ์อ่านแล้วลืมแต่เพราะความโง่ของนางเอก และความดื้อ

เมื่อความโง่ผสมกับความดื้อ ผลลัพธ์ก็ออกเป็นความหายนะที่แม้กระทั่งปัจจุบัน แม็กซ์ก็ยังสยองไม่หายขาด

เรื่องที่จะเล่ามันเป็นสปอยล์นะคะ ใครที่อยากเจอความทุกข์ที่แม็กซ์ได้รับขณะอ่านเรื่องนี้ ก็ไม่ต้องอ่านนะคะ ไปหาหนังสือมาอ่านก่อน แต่แม็กซ์เตือนคุณแล้วนะ

อลิซาเบ็ธในวัยสาวรุ่นเธอเผยตัวเผยใจให้กับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็ท้อง จากนั้นก็คลอดลูก นั่นไม่ใช่ความโง่ที่แม็กซ์ตำหนิหรอก คนเราผิดพลาดกันได้ ความโง่มันออกก็เมื่อเธอนำเรื่องน่าอาย (ในยุคนั้น) ไปเล่าให้คนอื่นฟัง จนทำให้ตัวเองถูกแบล็กเมลล์มาจนถึงปัจจุบัน เธอต้องจ่ายเงินมหาศาล ตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ที่ข่มขู่เธอ คนเหล่านั้นสั่งให้เธอนอนกับพระเอก เธอก็ทำ โชคดีชะมัดที่ดันเป็นพระเอก ลองคิดดูว่าถ้าเป็นคนอื่น เราจะเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าอะไร สั่งให้เธอแต่งงานกับพระเอก เธอก็ทำ สั่งให้สืบความลับจากพระเอก เธอก็ทำ

ในระหว่างนั้น เธอไม่คิดแม้สักครั้งจะเล่าให้พระเอก (ที่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่ารักเธอ) ฟังถึงความจริงทั้งหมด

หนังสือที่หนาเกินพิกัด (กว่าสี่ร้อยหน้า) กลายเป็นความทุกข์ถนัดที่แม็กซ์ต้องทนอ่าน พระเอกที่แม้ไม่ดีเลิศ ต้องมาเสียเวลาทั้งชีวิตเพราะผู้หญิงที่หุบปากตัวเองไม่เป็น เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากความพูดมากของเธอ

นับจากนั้นโจ กู้ดแมนและแม็กซ์ก็ไม่อาจต่อเชื่อมกันได้อีก หนังสือของเธอที่ออกหลังจากเล่มนี้ไม่เคยโดนใจแม็กซ์อีกเลย

Saturday, February 7, 2009

If his kiss is wicked // Jo Goodman

อ่านเล่มนี้มาพักใหญ่แล้วค่ะ แต่ด้วยความที่ชีวิตยุ่งบัดซบ ก็เลยไม่ได้เขียนถึงสักที เล่มนี้เป็นหนังสืออีกเล่มที่เสียงลือเสียงเล่าอ้างดังกระฉ่อนไปทั่วโลกไซ เบอร์

ซึ่งพอแม็กซ์อ่านแล้วก็คงบอกว่า "มันหนุกนะ แต่ก็ไม่น่าจะถึงขนาดที่ลืออ้างกันขนาดนั้น"

โอเค เรสเทลพระเอกน่ารักมาก ส่วนเอ็มม่าก็เป็นนางเอกแบบหายากในโลกโรแมนซ์ คือไม่โง่เกินเหตุ แต่อาจเพราะความหนาของเรื่องที่แม็กซ์รู้สึกว่ามันเกินไปหน่อย ก็เลยทำให้มีช่วงเวลาที่เบื่อและอืดไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้ายอะไร

Shy by nature, Emma Hathaway usually leaves the drama to her rebellious cousin, Marisol. But when Emma agrees to meet with her cousin's secret lover to end the affair, she is pulled into a dangerous game. Now Emma is convinced her involvementin the scandal has put her life in jeopardy. The trouble is none of Emma's confidantes believe anyone is trying to harm her. As whispers of madness begin, Emma turns to the only person who might be able to help...

The very handsome, barely respectable Restell Gardner has gained a reputation for helping people out of compromising positions. Never one to turn away a lady in need, Restell agrees to help solve the intrigue. Sensing there is more to the green-eyed beauty than meets the eye, Restell feels himself falling for Emma. But he resists succumbing to his passion... at least until he learns the truth about the danger that is haunting her. For if he gives in to temptation to soon, he could lose Emma forever...

เล่มนี้เป็นเล่มสามในชุดที่อาจจะไม่ได้ต่อเนื่องกันนัก มีแค่ตัวละครที่เคยเป็นพระเอกนางเอกในเล่มก่อนหน้ามาเดินผ่านฉากให้เห็นเล็ก น้อย เรสเทลเองก็เป็นน้องชายของพระเอกเล่มสองที่ในเล่มนั้นอายุแค่ 21 ปี และมีความพยายามจะเป็นหนุ่มเสเพล

แต่เรสเทลก็ไม่ใช่หนุ่มเสเพล เขาเติบโตขึ้นเป็น "สุภาพบุรุษผู้มีความสามารถพิเศษ" แม็กซ์ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้เป็นแนวพารานอมอลหรอกนะ เพียงแต่เรสเทลเป็นอย่างลูกชายขุนนางในศตวรรษที่ 19 ที่ไม่ต้องทำงาน มีเวลาว่างมาก ก็เลยเอาเวลาไปคอยช่วยเหลือผู้คนเพื่อแลกกับ "การช่วยเหลือตอบแทน"

เรสเทลเป็นเสมือนนักสืบเอกชนในยุคปัจจุบัน เพียงแต่เขาไม่ต้องการเงิน เขาต้องการการตอบแทนในยามที่เขาอาจต้องการความช่วยเหลือบ้าง และหนึ่งใน "ลูกค้า" ของเขาก็คือ เอ็มมาลีน หญิงสาวที่ถูกลอบทำร้ายอย่างรุนแรงขนาดที่เธอจำเหตุการณ์อันรุนแรงนั้นไม่ ได้เลย

และเพื่อความสบายของชมรมผู้นิยมเยื่อบางในช่องคลอด นางเอกของเราถูกทำร้ายร่างกายภายนอกเท่านั้น ภายในยังอยู่ครบไม่บุบสลาย แค่โดนซ้อมจนหน้าบวมเท่านั้นเอง

เอ็มม่าซึ่งจำอะไรไม่ได้มาก ต้องทนอยู่กับความหวาดกลัว และนั่นทำให้เธอดิ้นรนมาพบกับเรสเทลเพื่อขอให้เขาสืบหาความจริง และคุ้มครองเธอ

และเหมือนอย่างที่นักวิจารณ์ในอินเตอร์เน็ตหลายคนพูด แม็กซ์ก็ต้องพูดซ้ำอีกรอบ ความสัมพันธ์ระหว่างเอ็มม่าและเรสเทลเป็นสิ่งที่น่าอ่านที่สุดในเรื่อง

มีหนังสือไม่กี่เรื่องหรอกนะคะ ที่พระเอกและนางเอกจะเหมาะสมกันมากขนาดนี้ คำพูดไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับคนทั้งสอง และแม็กซ์หมายความอย่างนั้นจริง ๆ เรสเทลเป็นคนฉลาดพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้คนรู้กันทั้งเมือง

ดังนั้นปัญหาก็ย่อมเกิดขึ้นกับคนที่เดาเรื่องไม่ออก เพราะคุณอาจตกอยู่ในความมืด ตัวละครเหล่านี้จะไม่บอกคุณด้วยคำพูด แต่เป็นการกระทำ ดังนั้นแม็กซ์คงต้องบอกว่า อ่านให้ละเอียดค่ะ เพราะคุณอาจจะพลาดรายละเอียดบางอย่างที่สำคัญไปได้

เล่มนี้ถือเป็นเล่มที่ดีเล่มหนึ่งของโจ กู้ดแมน อาจจะไม่ดีเท่ากับ My Reckless Heart แต่เล่มนั้นแม็กซ์ก็ยอมรับว่าเป็นเพราะแม็กซ์ตกหลุมรักเด็กเกอร์เป็นหลัก ถ้าว่ากันตามเนื้อเรื่องแล้ว ก็ถือว่าสนุกพอกันนะคะ แม็กซ์ชอบบทสนทนา ความใส่ใจเล็กน้อยที่ตัวละครมีให้กัน

นี่เป็นหนังสือที่แม็กซ์อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนมนุษย์ที่เราเห็นกันในชีวิตประจำพูดคุยกันเลย

ชอบค่ะ แต่หนาไปหน่อย คะแนนที่ 80