Showing posts with label Eileen Wilks. Show all posts
Showing posts with label Eileen Wilks. Show all posts

Friday, February 13, 2009

Bloodline // Eileen Wilks

หนังสือที่ชื่อเหมือนหนังสือสุดฮิตของชิดนีย์ เชลด้อนเมื่อหลายสิบปีก่อน (ทีช่องสามเอามาดัดแปลงทำละครเรื่องทายาทเมื่อหลายสิบปีก่อนอีกเช่นกัน ---- ไม่น่าอ้างถึงเหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนเลย ทำให้รู้อายุกันหมดเลยสินี่) แต่เราไม่ได้อ่านเรื่องนี้หรอกนะ (แล้วพูดทำไมตั้งนาน)

บลัดไลน์เป็นตัวอย่างของความจนปัญญาของฝรั่งในการตั้งชื่อเรื่อง เพราะนอกจากจะซ้ำกับหนังสือเก่าในอดีตแล้ว ยังไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเลย

นี่เป็นหนังสือเล่มที่สามในชุด "ไม่ใช่มนุษย์" ของอีลีน วิกส์ หนังสือชุดที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องสั้นที่ชื่อ Only Human (ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่ดีที่สุดที่แม็กซ์โชคดีได้อ่านมา) จากเรื่องสั้นถูกนำมาเขียนขยาย (และดัดแปลง) จนกลายเป็นเรื่องยาวที่ชื่อ Tempting Danger (เรื่องยาวที่เสน่ห์เทียบเท่าเรื่องสั้นไม่ได้เลย) แต่ก็ยังมีคุณภาพมากพอในเราติดตามอ่านตอนต่อไปได้

เรื่องราวการผจญภัยของคู่ต่างอย่างลิลลี่ หยู สาวอเมริกันเชื้อสายอดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นเอฟบีไอ กับรูล เทอร์เนอร์ทายาทของตระกูลหมาป่าชื่อดังที่โชคชะตาผูกทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน ทั้งสองเจอกันและเกือบจะตกหลุมรักกันใน Tempting Danger และยอมรับความรักที่มีให้กันใน Mortal Danger กลับมาแล้วกับเรื่อง Bloodline คราวนี้การผจญภัยขยายขอบเขตไปไกลขึ้น ประเด็นความรักไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปแล้ว (ก็รักกันไปแล้วในเล่มก่อน)

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องชุดนี้มาก่อน แม็กซ์เล่าเรื่องคร่าว ๆ แล้วกันนะคะ ใน "ยั่วอันตราย" มีการตายอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์หมาป่าเกิดขึ้น ลิลลี่ หยูตำรวจเจ้าของคดีตามร่องรอยไปจนนำไปถึงรูล เทอร์เนอร์ ผู้ซึ่งเป็นลูนันซิโอหรือทายาทแห่งเผ่าหมาป่าที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เขาเป็นภาพลักษณ์ของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ คนที่เป็นฉากหน้าแสดงให้โลกเห็นว่ามนุษย์หมาป่าไม่ได้มีอันตรายใดใดเลยกะ มนุษย์ เมื่อจบเล่มหลังจากการแก้ปริศนาฆาตกรรม ลิลลี่ก็พบว่าตัวเองเป็นคู่ชีวิตของรูลด้วยการลิขิตของโชคชะตา เล่มนี้ถ้าแม็กซ์ไม่เคยอ่าน "แค่เพียงมนุษย์" มาก่อน ก็คงจะบอกว่าสนุกมาก แต่เพราะมีตัวอย่างเปรียบเทียบแล้ว เรื่องนี้จึงกลายเป็นเพียงเรื่องที่อ่านได้เท่านั้น เพราะการหาหนังสือมาเทียบเคียง Only Human นี่คงไม่ใช่เรื่องง่าย

ใน "อันตรายร้ายแรง" การผจญภัยนำลิลลี่และรูลไปยังโลกแห่งปีศาจ เล่มนี้มั่วค่ะ บอกได้คำเดียว อ่านแล้วทั้งงงทั้งมึน เรื่องไม่สนุก ไม่น่าอ่าน แต่ก้ออ่านเพราะติดตามมาแล้วนี่คะ แม็กซ์ไม่ชอบพล็อตเรื่องที่นางเอกถูกแยกออกเป็นสองร่าง ที่สำคัญไม่ชอบที่รูลต้องอยู่ในร่างของหมาตลอดทั้งเล่ม คนแต่งไม่รู้หรือไงว่าแฟนหนังสือเกินครึ่งอ่านชุดนี้เพราะความเท่ห์ของรูล หมามันน่ารัก แต่มันไม่มีเสน่ห์หรอกนะ

แล้วก็มาถึงเล่มนี้ ด้วยความผิดหวังจากเล่มสอง แม็กซ์จึงไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ดังนั้นโอกาสสมหวังจึงเพิ่มมากขึ้น และก็เป็นจริงค่ะ เล่มนี้สนุก(เพราะรูลไม่ได้เป็นหมาทั้งเรื่อง) ความโรแมนซ์อาจจะไม่ได้เต็มที่นัก เพราะผจญภัยกันทั้งเรื่อง แต่ก็น่าติดตาม เรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยการตามล่าสังหารบรรดาทายาทของตระกูลมนุษย์หมาป่า ซึ่งรูลก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกลอบทำร้าย เขาโชคดีกว่าคนอื่นที่รอดตาย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บ ที่แปลก็คือ แผลนั้นไม่ยอมหาย ทั้งที่เขาเป็นมนุษย์หมาป่าที่มีอัตราก็เยียวยาตัวเองเร็วกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่แผลที่ได้รับจากปีศาจที่ตามฆ่าเขา กลับไม่หาย

ในเล่มนี้ตัวเอกยังคงเป็นลิลลี่ และรูลอยู่ ที่ดูจากธีมเรื่องแล้ว คาดว่าอีกไม่นานเรื่องราวคงจะเปลี่ยนตัวเอกไปเป็นตัวละครอีกคู่หนึ่ง มนุษย์หมาป่าที่เต้นรำเปลื้องผ้าเป็นอาชีพ กับแม่มดเอฟบีไอสาว นั่นก็คงเป็นเพราะเรื่องราวของลิลลี่ และรูลดูจะลงตัวและใกล้จบลงเต็มที่ ตัวละครใหม่ ๆ ถูกแนะนำเข้ามาในเรื่อง

แม็กซ์คงไม่แนะนำเรื่องนี้ให้กับคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องชุดนี้มาก่อน เพราะคาดว่าคงงงกันเป็นแถวแน่ แต่สำหรับคนที่อยากลองอ่านพารานอมอลดีดีที่ไม่เน้นเซ็กส์ เรื่องชุดนี้ของอีลีนถือเป็นชุดที่น่าติดตาม หรือถ้าไม่อยากอ่านหนังสือชุด อย่างน้อยก็ควรจะหาเรื่อง Only Human มาอ่านนะคะ นี่เป็นเรื่องสั้นที่สนุกมากเล่มหนึ่งที่แม็กซ์ได้อ่านมาในชีวิต

Friday, February 6, 2009

World of the Lupi // Eileen Wilks

ก่อนหน้าที่อีลีน วิคส์จะหันมาเขียนชุด World of the Lupi เธอเป็นเพียงนักเขียนเล็ก ๆ เขียนหนังสือให้กับสนพ.ฮาร์ลิควินที่ไม่ค่อยมีใครสนใจนัก แม็กซ์เองก็ไม่เคยอ่านงานของเธอมาก่อนเลย แล้วก็ไม่คิดจะอ่านด้วย

จนกระทั่งแม็กซ์ซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ชื่อว่า "Lover Beware" หนังสือที่แม็กซ์พูดตามตรงว่าซื้อเพราะติดตามอ่านงานของนักเขียนอีกคนที่ ชื่อว่าฟีโอน่า แบรนด์ (ที่ปัจจุบันเลิกอ่านไปแล้วแหละ) ส่วนงานของอีลีนถือเป็นของแถมที่ติดมาด้วยในเรื่อง

แต่แล้วเรื่อง Only Human ที่เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นใน LB ก็กลับกลายเป็นเรื่องสั้นที่ดีที่สุดในชีวิตที่แม็กซ์ได้มีโอกาสอ่าน แม็กซ์กล้าใช้คำนี้เลยล่ะ เพราะไม่ใช่คนที่ชอบอ่านเรื่องสั้นนัก มันสั้น และจบเร็วเกินกว่าที่ตัวละครจะมีพัฒนาการอะไรได้ แต่ใน Only Human มันสมบูรณ์แบบ (และคนที่รู้จักแม็กซ์ดีจะรู้ว่า แม็กซ์ไม่ชอบใช้คำว่าสมบูรณ์แบบนัก แต่เรื่องนี้เป็นข้อยกเว้น)

ใน Only Human เรื่องสั้นที่หนาไม่ถึงร้อยหน้า อีลีนแนะนำให้เรารู้จักโลกอันซับซ้อนของเหล่าหมาป่า โลกที่น่าสนใจ และไม่น่าเชื่อว่าด้วยจำนวนหน้าที่เล็กน้อย จะทำให้เราตกหลุมรักอย่างจังไปกับรูล เทอร์เนอร์ เจ้าชายแห่งเผ่านิโคไล ซึ่งเป็นเผ่าหมาป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และความรักที่ไม่สมูลนักของเขากับนักสืบแห่งกรมตำรวจซานดิเอโก้อย่างลิลลี่ หยู

ความน่าสนใจของ Only Human มีมากขนาดที่แฟนหนังสือเรียกร้องให้อีลีนกลับไปที่โลกแห่งนั้นอีกครั้ง มันน่าสนใจ น่าค้นหา รูล และลิลลี่อยู่ในความทรงจำของแฟนหนังสืออย่างไม่จางหาย และในที่สุดอีลีนก็ได้เริ่มต้นอาชีพในฐานะนักเขียนอย่างจริงจังเสียที (หมายถึงเธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากกว่านักเขียนเล็ก ๆ ให้กับฮาร์ลิควิน)

คะแนนที่ 97 (เฉพาะเรื่องสั้นเรื่อง Only Human)

เธอนำ Only Human กลับมาเขียนใหม่เป็นเล่มเดี่ยวชื่อว่า Tempting Danger ด้วยพล็อตเรื่องที่คล้ายคลึงกับของเดิม แต่ไม่เหมือนทั้งหมด รวมทั้งการผจญภัยของรูลและลิลลี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จบลงในตอนอีกต่อไป นั่นสนองเสียงเรียกร้องของแฟนหนังสือที่ยังรัก และอยากเห็นรูลและลิลลี่ แต่ในอีกด้านนึงก็ทำให้ความสมบูรณ์แบบที่เคยมีใน Only Human สูญเสียไป Tempting Danger กลายเป็นหนังสือที่ต้องรอบทต่อไป (คือไปซื้อเล่มสองมาอ่านซะเพื่อจะได้ความสนุกที่ครบถ้วน)

ในเล่มนี้รูลยังคงเป็นเจ้าชายแห่งเผ่านิโคไล ลิลลี่ยังคงเป็นนักสืบคดีฆาตกรรมที่ตามสืบคดีจนได้ตัวผู้ต้องสงสัยคือ รูล เธอเข้าไปพัวพันกับโลกเหนือความจริงที่ไม่สัมผัส และพบว่าตัวเองเป็นคู่แท้ของรูล การเป็นคู่แท้ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นพรหมลิขิต โดยทั่วไปหมาป่าจะไม่แต่งงาน ไม่ซื่อสัตย์ต่อหญิงคนใดคนหนึ่ง นั่นเพราะการมีลูกยากของเหล่าหมาป่า พวกเขาต้องเพิ่มประชากรให้มากที่สุด การมีคู่เพียงคนเดียวเป็นจำกัด แต่การเป็นคู่แท้หมายความว่ารูล และลิลลี่ไม่อาจห่างกันได้นาน ระยะถูกจำกัด ถ้าพวกเขาห่างไกลกันเกินระยะที่กำหนด ทั้งสองจะอยู่ในอันตราย นั่นเป็นพรหมลิขิตที่ลิลลี่ไม่เคยคาดไว้ เธอเป็นลูกสาวของครอบครัวเชื้อสายจีนที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดติด แม่เธอต้องการลูกเขยที่เป็นชาวจีน ไม่ใช่หมาป่าที่ได้ชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิง ไม่สำคัญว่าครอบครัวของรูลจะยิ่งใหญ่หรือร่ำรวยเพียงใด

คะแนนที่ 80

เล่มสองในชุด Mortal Danger ติดตามความสัมพันธ์ "คู่แท้" ระหว่างรูลและลิลลี่ต่อ ภัยร้ายที่ทั้งคู่เผชิญในเล่มหนึ่งยังคงตามติด คราวนี้หนักหนาสาหัสและท้าทายความสัมพันธ์ของทั้งคู่อย่างยิ่ง เมื่อเหตุการณ์พลิกผันทำให้รูลและส่วนหนึ่งของลิลลี่หลุดไปอยู่ในโลกแห่ง ปีศาจ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งของลิลลี่ติดอยู่ที่โลกมนุษย์และต้องพยายามหาทางนำรู ลกลับมาให้ได้ พล็อตเรื่องเล่มนี้ซับซ้อนและเข้าใจยาก ที่สำคัญแม็กซ์ไม่ชอบคอนเซ็ปต์ของเรื่องนัก การมีลิลลี่สองคนทำให้เข้าใจยาก และดูเหมือนรูลจะไม่ซื่อสัตย์ที่รักกับลิลลี่อีกคนนึง ในขณะที่มีใจให้กับลิลลี่อีกคน

หากจะบอกว่าเล่มนี้ (นับถึงตอนนี้) เป็นเล่มที่อ่อนที่สุดในชุดก็ว่าได้ การทำให้รูลเป็นหมาป่าเกือบทั้งเรื่องเป็นความผิดพลาด เสน่ห์ของหนังสือชุดนี้อยู่ที่รูลมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ การไม่ได้เห็นเขาในตัวตนที่เคยชินเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย จึงไม่แน่แปลกที่คะแนนรูดลงต่ำไปเหลือแค่ 70

ส่วนเล่มสามในชุด Blood Lines นั้น แม็กซ์เคยเขียนถึงไปแล้วในบลอกเก่า หาอ่านกันได้ค่ะ

เล่มนี้คะแนนที่ 80 ค่ะ

วันนี้เขียนถึงชุดนี้เพื่อเตรียมการสำหรับบลอกหน้าค่ะ เพราะตอนนี้กำลังอ่านเล่มสี่ในชุดเรื่อง Night Season อยู่ค่ะ ถ้าอ่านจบก็จะเขียนถึงวันพรุ่งนี้นะคะ แต่ถ้าไม่จบก็อาจจะขุดเอาเล่มเก่าที่อ่านจบไปนานแล้วมารีวิวให้ฟังกัน

Night Season // Eileen Wilks

ก่อนจะเริ่มพูดถึงเล่มนี้ก็คงต้องแนะนำก่อนเลยว่า อย่าหยิบเล่มนี้มาอ่านเป็นเล่มแรกในชุด เพราะคุณจะอ่านไม่รู้เรื่อง กล้ารับประกันความไม่รู้เรื่องเลยนะ

ถ้าเป็นไปได้ ก็แนะนำให้ไปตามอ่านเล่มหนึ่งถึงสามในชุดเสียก่อน จะได้รู้ว่าตัวละครเป็นใครมาจากไหนกันบ้าง แต่ถ้าไม่มีเวลา หรือความอดทนขนาดนั้น ก็คงต้องบอกว่า อย่างน้อยก็ต้องอ่านเรื่องสั้นสองเรื่องนี้ค่ะ

Originally Human เป็นเรื่องสั้นที่อยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้นเรื่อง Craving ตัวละครในเล่มนี้ไม่ได้มีบทบาทโดยตรงกับ Night Season หรอกนะ เพียงแต่มันบอกที่มาที่ไปของเหตุการณ์ที่พลังเวทมนตร์กระจายฟุ้งไปทั่วโลกจน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหายหนัก และสุดท้ายทำให้รัฐบาลต้องทำข้อตกลงกับมังกรให้เข้ามาอาศัยอยู่ในโลกของเรา กันได้ และเล่มนี้ก็กล่าวถึงเหตุการณ์ที่คัลเลนพระเอกใน Night Season มีโล่ห์ทางจิตที่เข้มแข็งขนาดที่ไม่มีใครเจาะความลับในสมองได้

ตัวเอกในเรื่องนี้แท้จริงแล้วคือไมเคิลและมอลลี่ ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ปรากฎตัวในเรื่องชุดนี้ชนิดที่เป็นเล่มยาวค่ะ แต่เชื่อได้ว่าเขาจะมีความสำคัญอย่างยิ่งกับชุดนี้แน่นอน

ส่วนเรื่อง Inhuman เป็นเรื่องสั้นเช่นกัน อยู่ในหนังสือเรื่อง On the Prowl เล่มนี้เล่าเรื่องของเนธานและไค ซึ่งเป็นตัวละครลึกลับที่ปรากฎตัวในบทนำของ Night Season ถ้าคุณไม่ได้อ่านเล่มนี้ล่ะก้อจะเกิดอาการงงไปพักใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าสองคนนี้มันเป็นใคร หรืออะไรกันแน่

แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้ายขนาดทำให้อ่านไม่รู้เรื่องหรอกนะ เพราะแม็กซ์เองก็ยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้ ก็ยังพอกล่ำกลืนอ่านจนรู้เรื่องจนได้

แล้วก็มาถึงเล่มที่ตั้งใจพูดถึงกันเสียที กับ Night Season

คงต้องบอกว่าเสียใจด้วยสำหรับคนที่คาดว่าจะได้อ่านพารานอมอลโรแมนซ์ เน้นตรงคำว่าโรแมนซ์นะคะ เพราะว่าแม็กซ์ดูทิศทางของหนังสือชุดนี้แล้ว มันมุ่งหน้าไปอย่างแนวพารานอมอลมากกว่าโรแมนซ์ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโรแมนซ์ มันมี แล้วก็ดีเสียด้วยนะ เพียงแต่มันไม่ใช่จุดโฟกัสของเรื่อง ไม่ในจุดมุ่งหมายของตัวละคร ความซับซ้อนของโลกแห่งเวทมนตร์ ประตูระหว่างโลกหลายมิติต่างหากที่เป็นประเด็นหลัก

ส่วนหนึ่งคงเพราะอีลีนเขียนโรแมนซ์ระหว่างตัวเอกที่ดำเนินเรื่องอย่างรู ลและลิลลี่ (รวมทั้งคัลเลนและชินน่า) ได้ดีมากในเล่มต้น ๆ ทำให้เล่มต่อมาไม่จำเป็นต้องไปเน้นที่จุดนั้นอีก มันลงตัวมากไปกว่าครึ่งแล้ว การย้อนกลับมาเล่นประเด็นความรักความสัมพันธ์ของตัวเอกอีกย่อมเป็นการเสีย เวลาและน่าเบื่อ สู้ก้าวไปข้างหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดีกว่า

ตัวเอกในเล่มนี้เปลี่ยนไปจากรูลและลิลลี่ (ที่เป็นตัวหลักในสามเล่มแรก) มาเป็นคัลเลนและชินน่า ซึ่งเป็นตัวละครรองที่มีบทสำคัญมาตลอด คราวนี้ถึงเวลาที่ชินน่าต้องเผชิญกับความสัมพันธ์ชนิดที่เธอปฏิเสธตัวเองมา ตลอดว่ามีกับคัลเลน แต่ในเล่มนี้เธอปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะเธอพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่

นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เธอต้องเผชิญ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า "The Turning" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในเล่มสาม เหตุการณ์ที่เวทมนตร์กลับมาครอบคลุมพื้นผิวโลกมนุษย์อีกครั้ง แต่เทคโนโลยีของโลกมนุษย์ไม่อาจไปกันได้กับเวทมนตร์ มนุษย์โลกเผชิญหน้ากับความล้มเหลวทางเครื่องคอมพิวเตอร์ พบกับสัตว์ประหลาดที่เคยคิดว่ามีอยู่แต่ในตำนาน

ผู้มาเยือนที่เจาะจงขอพบชินน่าและลิลลี่มาจากโลกที่เรียกกันว่า "Edge" พวกเขาต้องการให้ชินน่า (ซึ่งมีความสามารถในการหาของที่หายไป) หาของบางสิ่งให้พวกเขา โดยนำพ่อที่ชินน่าคิดว่าตายไปนานแล้วมาล่อ พวกนั้นบอกชินน่าว่าพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ในเอ็ดจ์ และกำลังรอคอยการกลับมาของเธอ

คัลเลนถูกเรียกตัวมาเพื่อร่ายมนตร์ เขาเป็นองค์ประกอบที่ไม่น่าเป็นไปได้ การที่เป็นทั้งหมาป่าและพ่อมดเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น นั่นทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากเผ่า ทอดทิ้งโดยบิดา เขาเพิ่งได้รับการยอมรับเข้าเผ่านิโคไลโดยรูล (ในเล่มหนึ่ง) บางอย่างผิดพลาดและทำให้ทั้งคัลเลน ชินน่า และอีกหลายคนถูกส่งไปยังเอ็ดจ์ ที่ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับโลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก

อย่างที่บอกค่ะ เรื่องชุดนี้กลายเป็นแนวแฟนตาซีเต็มสตรีมไปแล้ว สนุกนะคะ แม็กซ์คิดว่าอีลีนเขียนพล็อตเรื่องได้น่าติดตาม อาจจะสอบตกเรื่องโรแมนซ์ แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะอย่างที่บอกแม็กซ์คิดว่า เธอเขียนเรื่องความรักระหว่างตัวเอกได้ชัดเจนพอควรมาแล้วในเล่มก่อน ในเล่มนี้ก็แค่เน้นย้ำในสิ่งที่ตัวละครลังเล

สนุกค่ะ คะแนนคงสูงกว่านี้ถ้าเป็นเรื่องของรูลและลิลลี่ (เพราะแม็กซ์ชอบรูลมาก) แต่ก็โอเคน่ะ (สำหรับคนที่เคยอ่านเรื่องชุดนี้มาก่อน แต่ถ้าไม่เคยอ่าน ก็ขอว่าอย่ามาเริ่มที่เล่มนี้กันเลย)

คะแนนที่ 67

Saturday, January 31, 2009

Mortal Sins // Eileen Wilks

หนังสือเรื่องนี้เป็นเล่มที่แม็กซ์ใช้เวลาในการอ่านนานมาก เบ็ดเสร็จก็สี่วันพอดีค่ะ กว่าจะจบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องมันอ่านยากจนต้องใช้เวลาขนาดนั้น โอเคนะมันก็มีส่วนบ้างที่หนังสือของเอลลีน วิคส์เป็นหนังสือต้องใช้เวลาในการซึมซาบ เรื่องราวของเธอน่าสนใจมากขนาดที่ทำให้คุณไม่อาจเปิดผ่าน ๆ เพื่อให้อ่านเร็ว ๆ ได้ ผลงานของเธอเรียกร้องความสนใจของคุณทั้งหมดในการอ่านหนังสือที่เธอเขียน

ปัจจัยที่ทำให้แม็กซ์ช้าเข้าไปใหญ่อีกอย่างก็คงเป็นการเตรียมตัวเข้าไปขอ อนุญาตเจ้านายเพื่อลาไปงาน RWA ในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย นี่ยังไม่นับความพยายามบวกลบคูณหารค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ออกมาให้ลงตัว และอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้

เวลาที่ทุ่มเทให้กับหนังสือเล่มนี้ก็เลยยิ่งน้อยไปใหญ่ แต่ในที่สุดก็อ่านจบแล้วค่ะ และก็เหมือนเดิมที่เอลลีน วิคส์ไม่ทำให้แม็กซ์ผิดหวัง

Mortal Sins ของเอลลีน วิคส์

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องขนาดยาวเล่มที่ห้าแล้วในชุด The World of Lupi และเป็นเล่มที่สี่ที่โฟกัสเรื่องราวที่รูล เทิร์นเนอร์และลิลลี่ หยู (เล่มที่สี่ในชุด Night Season เล่าเรื่องของตัวละครอีกคู่นึงที่เคยเป็นคู่รอง แต่จับมาเป็นคู่หลัก)

และเพราะเป็นเล่มที่ห้าแล้ว แม็กซ์ไม่อยากแนะนำให้ใครมาเริ่มต้นอ่านที่เล่มนี้หรอกนะคะ มันไม่น่าเวิร์คน่ะค่ะ ถ้าสนใจเรื่องในชุดนี้ ก็ลองอ่านรีวิวที่แม็กซ์เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งชุดได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ ซึ่งแม็กซ์เขียนรีวิวหนังสือในชุดนี้ทั้งหมดจนถึงเล่มสาม ส่วนเล่มสี่เรื่อง Night Season รีวิวอยู่ที่นี่ค่ะ

อย่างที่แม็กซ์เคยเขียนไปในบลอกก่อน เรารู้สึกว่าทิศทางของเรื่องในชุดนี้เริ่มเบนออกห่างจากโรแมนซ์ แล้วหันเข้าไปเป็นพารานอมอลเต็มสตรีมมากขึ้น แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่า ไม่ได้หมายความว่า หนังสือชุดนี้ไม่หวาน ไม่โรแมนติก เพราะมันมีทุกอย่างครบถ้วน เพียงแต่เรื่องราวความรักไม่ใช่เรื่องหลักอีกต่อไป เพราะคุณจะเล่นกับประเด็นในเรื่องความรักต่อเนื่องกันหลายเล่มโดยใช้ตัวละคร คู่เดิมได้อย่างไร ในเมื่อตัวเอกทั้งสองได้ผูกพันกันมาผ่านหนังสือหลายเล่มแล้วล่ะ

ในเล่มนี้โฟกัสของเรื่องย้อนกลับไปที่รูล เทิร์นเนอร์ ผู้ซึ่งเป็นทายาทของเผ่าหมาป่านิโคไล และลิลลี่ หยู ผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอหน่วยปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ทั้งรูลและลิลลี่ถูกผูกพันกันไว้ด้วยโชคชะตา เพียงแค่สบตากันครั้งในแรกใน Temptind Danger (เล่มแรกในชุด) โดยที่ไม่ได้เลือก โดยที่ไม่ได้รัก ทั้งสองเป็นคู่ครองของกันและกัน ความผูกพันที่อาจจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวในรอบพันปี ความผูกพันที่เหล่ามนุษย์หมาป่าคิดว่าเป็นเพียงตำนาน แต่เทพเจ้าของพวกเขาก็เลือกลิลลี่ให้รูล เลือกโดยที่ทั้งรูลและลิลลี่ไม่มีสิทธิตอบปฏิเสธ

เพราะความผูกพันนั้นมาพร้อมราคา มันทำให้รูลและลิลลี่ไม่อาจอยู่ห่างกันได้ด้วยระยะทางที่จำกัด ทำให้เมื่อรูลต้องเดินทางมานอร์ธ คาโรไลน่า เพื่อจัดการเรื่องสิทธิการเลี้ยงดูบุตรชายคนเดียวของเขา รูลมีลูกติดมาจากความสัมพันธ์ก่อนหน้าซึ่งเป็นประเพณีของพวกหมาป่าที่ไม่ ค่อยเจริญพันธุ์เท่าไหรนัก ดังนั้นหมาป่าจึงไม่แต่งงาน และไม่ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว จะพยายามผลิตลูกให้มากที่สุด ยกเว้นรูลที่การที่ลิลลี่เป็นพรหมลิขิตของเขา ทำให้เขาไม่อาจมีความสัมพันธ์กับหญิงคนใดได้อีกแล้ว

แต่ในขณะที่รูลในร่างหมาป่ากำลังออกวิ่งในป่า เขาก็ได้พบกับหลุมฝังศพที่มีศพเด็กสองคน และหญิงอีกหนึ่งคน ซึ่งนั่นทำให้ลิลลี่ต้องออกมารับบทเอฟบีไอ ทั้งที่เธอกำลังอยู่ระหว่างลาพัก สิ่งที่ทำให้ศพทั้งสามนี้ผิดปกติจากคดีฆาตกรรมอื่นก็คือ ลิลลี่ซึ่งมีพลังจิตในการสัมผัสเวทมนตร์ได้ทุกชนิด รับรู้ถึงเวทมนตร์แห่งความตายที่ใช้กับทั้งสามคนนี้

คดีนี้กลายเป็นข่าวดัง และมันก็นำเรื่องปวดหัวมาให้กับชีวิตของทั้งสองคู่รัก เพราะลิลลี่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของชู้รักคนล่าสุดของเจ้าชายแห่งเผ่า หมาป่านิโคไล (เรื่องการที่เธอเป็นคู่แท้ของรูลไม่อาจเปิดเผยออกไปได้) และนั่นเองทำให้นักข่าวรู้เรื่องของโทบี้ ลูกชายของรูล

เพื่อรับมือกับนักข่าว รูลจัดงานแถลงข่าวขึ้น แต่ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกับนักข่าวอยู่ การโจมตีก็เกิดขึ้น และเช่นเดิมมันเกิดจากเวทมนตร์แห่งความตาย มีอะไรบางอย่างสิงสู่ผู้คน และกระตุ้นให้คนเหล่านั้นฆ่าคน

อย่างที่บอกนะคะ เรื่องนี้เน้นไปที่ความเป็นพารานอมอลมากขึ้น นั่นเพราะเรื่องโรแมนซ์ระหว่างรูลและลิลลี่ค่อนข้างลงตัวแล้ว แต่กระนั้นก็มีช่วงเวลาซึ้งให้ได้อ่านกัน (สปอยล์) โดย เฉพาะในฉาำกหลังจากที่ทั้งสองพบว่า ความเป็นคู่แท้ของทั้งคู่จบลงแล้ว จากการกระทำของปีศาจ ลิลลี่เองประกาศเสียงดังกึ่งน้อยใจว่า เธอจะไม่ยอมให้รูลกลับไปใช้ชีวิตเพลย์บอยแบบเดิม ในขณะเดียวกันรูลก็ทนไม่ได้ที่ลิลลี่จะแยกไปจากเขา เพราะไม่มีความผูกพันที่บังคับให้ทั้งสองต้องตัวติดกันอีกต่อไป แม็กซ์ ชอบที่คนแต่งเขียนประเด็นนี้นะคะ เพราะมันก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่คาใจเราเหมือนกัน เพราะเรารู้สึกว่า ความรักของรูลและลิลลี่เริ่มต้นด้วยพรหมลิขิต ถ้าเทพเจ้าของรูลไม่เลือกลิลลี่ล่ะ เขาจะรักเธอไหม หญิงสาวที่มีภูมิหลังแตกต่างจากเขาอย่างชัดเจนอย่างนี้

ในบางมุมรูลและลิลลี่ก็ทำให้แม็กซ์คิดถึงตัวละครคู่ขวัญใจตลอดกาลของเรา อย่างอีฟและโร้คค่ะ ไม่ใช่ว่าเรื่องราวเหมือนกันหรอกนะคะ แต่ความผูกพัน ความเชื่อมั่นที่ตัวละครมีให้กันมันใกล้เคียงกับสิ่งที่อีฟและโร้คมีมาก (แต่อย่าคิดว่าเรื่องชุดนี้จะเทียบกับชุด In Death ได้หรอกนะคะ) และนี่คือสิ่งที่ทำให้เราเลือกที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านเกือบจะในทันที ที่ซื้อมา เพราะเรามั่นใจในความแข็งแกร่งในความสัมพันธ์ของรูลและอีฟ

คะแนนที่ 73