Showing posts with label Shelly Laurenston. Show all posts
Showing posts with label Shelly Laurenston. Show all posts

Saturday, February 7, 2009

เราไม่ได้อ่านช้าลงนะ

หลังจากออกบลอกตอบคำถามไปแล้ว ก็มีเสียงลือหึ่ง ๆ มาเข้าหูว่า "ไหนบอกว่าอ่านหนังสือได้วันละเล่มไง แต่ทำไมรีวิวไม่มีออกมาเลย"

วันนี้ก็เลยขอแก้ข่าวว่า แม็กซ์ไม่ได้รีวิวหนังสือทุกเล่มที่อ่านหรอกนะคะ มันอยู่ที่อารมรณ์ค่ะว่าบิวท์ได้รึเปล่า ยกตัวอย่างแล้วกัน หนังสือต่อไปนี้เป็นเล่มที่แม็กซ์อ่านในเดือนธันวาคม

1. Deal with this ของลูซี่ มอนโรว์ หนังสือสนุกใช้ได้ ดีกว่าหลายเล่มที่ผ่านมาของลูซี่ พระเอกที่เป็นสายลับปลอมตัวเป็นนักข่าวไปเช่าบ้านดาราสาวเพื่อสืบความลับใน กองถ่ายของเธอ อลัน ไฮแอตเป็นพระเอกตามสูตรหนังสายลับ ทั้งหล่อ ทั้งเก่งสารพัด และเซ็กซี่อย่างไม่น่าเชื่อ เล่มนี้เป็นเรื่องที่เชื่อมหนังสือชุด The Goddard Project (เรื่อง Satisfaction Guaranteed) ด้วยพระเอก กับเรื่อง The Real Deal (ซึ่งเป็นหนังสือของลูซี่ที่แม็กซ์ชอบมากที่สุด) ทางนางเอก พล็อตเรื่องไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นเท่าไหร ผู้ร้ายก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก แต่แม็กซ์ชอบตัวละครในเรื่อง แม็กซ์เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบจิลเลี่ยนเท่าไหร กับความเปิดเผยและยอมรับทางเพศของเธอ แต่นั่นทำให้เธอเป็นคนที่แม็กซ์เชื่อว่าจะปราบอลันได้อยู่

คะแนนที่ 73

2. The Mane Event ของเชลลี่ย์ ลอว์เรสตัน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นสองเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์สิงโต (นั่นคือคนที่แปลงร่างเป็นสิงโตได้ ไม่ใช่คนที่เกิดมาหน้ามีขนเหมือนสิงโตนะ) เล่มแรก Christmas Pride เป็นเรื่องรักเก่าที่บ้านเกิด อันเป็นเรื่องยอดฮิตในดวงใจของใครบางคนที่แม็กซ์รู้จัก เมซและเดซ (ตั้งชื่อได้ไงเนี่ย) เป็นเพื่อนนักเรียน และเมซ (พระเอก) ก็หลงรักเดซ (นางเอก) อย่างสุดหัวใจ ก็อกหักดักโป๊ะเมื่อเดซซึ่งย้ายโรงเรียนไปแล้วก็ไม่ยอมติดต่อกับเมซอีก ในตอนเด็กเมซซึ่งเป็นพันธุ์สิงโตมีพัฒนาการอย่างสิงโตเด็กคือ ตัวเล็ก ทำให้เขาไม่เป็นที่น่าประทับใจของสาว ๆ เท่าไหรนัก เวลาผ่านไปเมซไปเข้าคอร์สพระเอก (นั่นคือเข้าหน่วยซีล) เมื่อปลดประจำการเขาก็กลับมาเพื่อตามหาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจอีกครั้ง และก็เจอเธอในบ้านของพี่สาวเขาเอง เมื่อเดซเข้าไปสืบคดีการตายของเผ่าสิงโตคนนึง แม็กซ์ชอบเล่มมากกว่าอีกเรื่องในเล่มเดียวกันนะ เพราะแม้จะมีพล็อตแบบลินน์ประเภทพี่สาวขาวีนของพระเอก แต่ก็ไม่เป็นผลต่อความรักของทั้งคู่

โดยรวมเล่มนี้อ่านฆ่าเวลาสนุก ๆ เป็นพารานอมอลแบบไม่ซีเรียส ไม่ตลกเห็นแก่ตัวอย่างแมรี่ จานิส ดาวิดสัน ไม่ถึงกับตลกลามกอย่างซานดร้า ฮิลล์ เป็นอะไรที่อยู่กลาง ๆ

คะแนนที่ 57

3. The Desert bride of Al Zayed ของเทสซ่า เรดลีย์ หนังสือเล่มนี้ออกกะหัวดีไซร์ แต่อ่านไปแล้วให้ความรู้สึกเป็นเพรสเซ่นมาก ชักจะสงสัยแล้วนะคะว่า เดี๋ยวนี้ดีไซร์ออกงานมาคล้ายกับเพรสเซ่นมากเหลือเกิน แต่แม็กซ์กลับรู้สึกชอบงานของดีไซร์มากกว่านะ เพราะนางเอกไม่ค่อยจะโง่ ซื่อ แล้วก็ไร้เดียงสาเท่า แม้ว่าพล็อตจะก๊อปกันมาเต็มที่ก็ตาม ในเล่มนี้นางเอกซึ่งเป็นเมียลูกชายเจ้าผู้ครองนครที่ทะเลาะและแยกกันไปห้าปี ต้องการขอหย่า ซึ่งพระเอกของเราก็ไม่ยอมง่าย ๆ ต่อรองให้นางเอกกลับมาที่ประเทศของตัว แล้วเล่นละครเป็นภรรยาผู้รักใคร่กันไปสักเดือนสองเดือนแล้วจะยอมหย่าให้ เรื่องไม่มีอะไรนักหรอก (มันมีอะไรก็ยากนะ หนังสือหนายังไม่ถึงสองร้อยหน้าเลย) แค่เรื่องของความเข้าใจผิด (ที่แม้จะงี่เง่า แต่เราให้อภัยพระเอกในความงี่เง่าอันนี้นะ เพราะคนที่ใส่ร้ายนางเอกเป็นคนที่พระเอกควรจะเชื่อ) แล้วก็ตอนจบที่คิดจะให้หักมุม แต่อ่านแล้วรู้สึกขัด ๆ

คะแนนที่ 50

4. The Down Home Zombie Blues ของลินเนีย ซินแคลร์ แม็กซ์อ่านเล่มนี้แล้วก็เห็นด้วยกับคนที่แนะนำให้อ่านอย่างเต็มหัวใจว่า เล่มนี้น่าจะเอาไปสร้างเป็นหนังแอ๊คชั่นไซไฟ เพราะเรื่องราวอ่านแล้วราวกับดูหนัง มันไม่ใช่โรแมนซ์หวานฉ่ำ เป็นเรื่องราวของนางเอกซึ่งเป็นทีมปราบซอมบี้จากนอกโลกตามรอยซอมบี้ที่หนีมา ยังโลก แล้วได้เจอกับพระเอกที่เป็นนายตำรวจที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เล่มนี้บทนางเอกเด่นและเก่งมาก แต่ก็ไม่ทำลายพระเอกสักเล็กน้อย อ่านแล้วสนุกเหมือนดูหนังค่ะ

คะแนนที่ 50 (ถ้าคิดว่าเป็นโรแมนซ์) และ 73 (ถ้าคิดว่าเป็นแนวอื่น)

5. Dark Lies ของวีวี แอนนา แม็กซ์ผิดหวังกับเล่มแรกในชุดนี้มาก เรื่อง Blood Secrets มีพระเอกและนางเอกที่ไม่น่าสนใจ พล็อตที่ไม่น่าสนใจ และตัวเอกที่ไม่มีความเก่งอะไรเลย ผู้ร้ายก็หนีไปได้ จนออกมาอาลวาดต่อในเล่มสอง แต่สำหรับเล่มนี้ แม้จะยังจับผู้ร้ายตัวจริงไม่ได้ แม็กซ์กลับชอบตัวละครมากกว่าเพราะมีความลึกที่เล่มหนึ่งขาดไป เจซ เป็นมนุษย์หมาป่าที่โดนทำร้ายอย่างหนักด้วยน้ำมือของมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงกระอักกระอ่วนอย่างยิ่งที่พบว่าตัวเองหลงใหลทาล่าที่เป็น มนุษย์ แต่ทั้งคู่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนคดีฆาตกรรม แล้วเขาก็พบว่าทาล่าเป็นยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดา แม็กซ์ชอบตัวละครนะคะ แต่ก็ยังคิดว่าพล็อตเรื่องยังไม่ลงตัว แล้วยังไม่ชอบองค์ประกอบในอีกหลาย ๆ อย่าง ความจริงเกี่ยวกับทาล่าทำให้แม็กซ์คิดว่า มันไม่น่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เจซเลิกเกลียดมนุษย์ แม้ว่าหนังสือจะจบลงอย่างที่ว่าเขาทำใจยอมรับมนุษย์ได้มากขึ้น แล้วยังฆาตกรที่หนีไปได้อีกล่ะ ให้ตายเถอะ เขียนผู้ร้ายใหม่มันก็ไม่ได้ยากอะไรนะ ทำไมถึงต้องรีไซเคิลผู้ร้ายกัน มันทำให้ตัวเอกดูไม่ได้เรื่องเลยที่จับผู้ร้ายไม่ได้

คะแนนที่ 70

Saturday, January 31, 2009

The Mane Event // Shelly Laurenston

แต่วันนี้จะไม่ได้พูดถึงเล่มนี้หรอกนะคะ เพราะว่ายังอ่านไม่จบ เพิ่งไปได้แค่ครึ่งเล่มเอง ดังนั้นจึงขออนุญาตพูดถึงเล่มก่อนหน้าเรื่องนี้ที่น่ารักไม่เท่า สนุกไม่ถึง แต่ก็พออ่านได้ค่ะ

ในเล่มนี้ซึ่งเป็นเล่มแรกในชุดมนุษย์สัตว์ต่าง ๆ ที่แชลลี่ เขียนให้กับบราว่า เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นสองเล่ม เรื่องราวของมนุษย์สิงโต

ในเรื่องแรก CHRISTMAS PRIDE

พฤติกรรมของเหล่าสิงโตครึ่งมนุษย์เนี่ยก็เหมือนสิงโตในป่า นั่นคือสิงโตตัวนึงอยู่กะตัวเมียเป็นฝูง ไม่มีคำว่าซื่อสัตย์ในหมู่สิงโต แต่สำหรับเมซ เขามีหญิงเพียงคนเดียวในดวงใจเท่านั้น นั่นคือเดซ (และนี่คือปัญหาแรกของแม็กซ์ พระเอกกะนางเอกชื่อคล้ายกันมาไปหน่อย อ่านไปบางทีก็งงว่ากำลังกล่าวถึงใครอยู่)

ในอดีตสมัยที่เดซเป็นนักเรียนทุนในโรงเรียนมัธยมระดับผู้ดี เด็กสาวชาวบรู๊คลิน (สำหรับคนที่ไม่รู้ ย่านบรู๊คลินเป็นย่านชนชั้นกลางถึงใช้แรงงานอยู่ในนิวยอร์ค แปลว่าไม่น่ามีเงินส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนเอกชนได้) เธอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเมซ ซึ่งเป็นเด็กชายตัวเล็ก น้องชายคนเดียวของเหล่าพี่สาวจอมโหดกึ่งอันธพาลประจำโรงเรียน

มิตรภาพในวัยเด็กสำหรับเดซ และความรักแรกพบ (และรักตลอดไป) ของเมซสิ้นสุดลงเมื่อเดซย้ายโรงเรียน และถูกกีดกันจากการได้พบกับเมซอีกโดยเหล่าพี่สาวของเขา

เวลาผ่านไป เมซโตขึ้น แตกต่างจากเด็กชายหน้าประหลาด ตัวเล็กแกนด์ เขาเป็นทหารที่เพิ่งปลดประจำการ รูปงามตัวใหญ่สมกับความเป็นสิงโตในสายเลือด แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนสำหรับเขาคือเดซ

เพียงวันแรกเขาก็ได้พบกับเธอ เมื่อเดซซึ่งกลายเป็นตำรวจ มาที่บ้านของพี่สาวเขาเพื่อสืบเหตุการณ์ฆาตกรรม และนำเธอกลับสู่ชีวิตของเขาอีกครั้ง ชนิดที่เดซไม่มีโอกาสที่จะหนีได้อีกเลย

แม็กซ์ชอบเรื่องนี้มากกว่าอีกเรื่องในเล่มเดียวกันค่ะ เมซกะเดซเป็นตัวละครที่น่ารัก การจีบกันของทั้งคู่น่ารัก (แต่ขอบอกว่าสู้เล่มที่แม็กซ์กำลังอ่านอยู่ไม่ได้เลย) แต่หลายครั้งแม็กซ์รู้สึกว่าเป็นการฝืนมากไปหน่อย ทำให้อ่านแล้วไม่ลื่นไหลนัก แต่ดีกว่าอีกเรื่องในเล่มนี้ค่ะ

เรื่องที่สอง SHAW'S TAIL

เล่มนี้เป็นเรื่องของแบรนดอน ชอว์ ตัวละครรองที่ออกมามีบทนิดหน่อยใน Christmas Pride เล่มนี้บอกตามตรงว่าสู้เรื่องแรกไม่ได้เลย และถือเป็นตัวถ่วงของชุดด้วยซ้ำ

เรื่องราวของแบรนดอนมนุษย์สิงโตเจ้าของโรงแรมผู้ร่ำรวย กับรอนนี่ ลี หมาป่าสาวผู้อยากจะเลิกนิสัย "มั่ว" ของตัวเอง พล็อตเรื่องไม่มีอะไรเลย (อันที่จริงการไม่มีพล็อตก็ไม่ใช่เลวร้ายหรอกนะ เพราะเล่มที่กำลังอ่านอยู่นี่มันก็ไม่มีพล็อตเป็นหลักแหล่งอะไร แต่มันน่ารักกกกกกก)

ไม่ชอบก็เลยไม่อยากพูดถึงมาก

สรุป เรื่องนี้อ่านได้ ตรงเรื่อง Christmas Pride และควรอ่านสำหรับคนที่คิดว่าจะอ่านงานของเชลลี่ ซึ่งแม็กซ์บอกได้ว่าสอบผ่านสำหรับเล่มแรกที่เธอออกกะสนพ.นิวยอร์ค

คะแนนที่ 53 (หลังจากถ่วงเอา Shaw's tail เข้ามาแล้ว แต่ถ้าเฉพาะ CP เรื่องเดียว ก็ได้ 67 ค่ะ)

The Beast In Him // Shelly Laurenston

หลังจากโฆษณาให้คนอยากอ่านไปเมื่อวาน วันนี้ก็ถึงคิวเล่มนี้แล้วค่ะ ขอบอกว่าเป็นหนังสือที่น่ารักที่สุดเล่มนึงที่เคยได้อ่านมาเลย

บ๊อบบี้ เรย์ สมิท หรือที่บอกให้เพื่อนเรียกว่า "สมิตตี้" ดิ้นรนออกจากเมืองสมิททาวน์อันเป็นบ้านเกิด เพราะเขาไม่อยากเป็นสมิทอีกคนที่อยู่ในเมืองนั้น ภายใต้อุ้งตีนของพ่อ (ที่ใช้อุ้งตีนไม่ใช่คำหยาบหรอกนะ แต่เพราะตระกูลสมิทนี่เป็นมนุษย์หมาป่า) เขาสมัครเป็นทหาร และพร้อมจะจากไปอย่างเต็มใจ ไม่ใช่เพราะไม่รักครอบครัว แต่สัญชาตญาณของหมาป่าที่เป็นอัลฟ่า การอยู่รวมกันไม่ใช่เรื่องดีนัก สิ่งเดียวที่เขาอาจจะเสียใจอยู่บ้างก็คือการจากเจสซี่ แอน วาร์ดไป

เจสซี่เป็นหมาป่า (ที่ไม่ใช่ Wolf แต่เป็น Wild dog ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของหมาบ้านที่เราเลี้ยงกันทุกวันนี้) เธอเป็นเด็กสาวที่สมิตตี้รู้ว่า ถ้าเขาไม่ตัดใจเดินจากมา เขาคงต้องแต่งงานและอยู่กับเธอที่สมิททาวน์ไปจนตาย และนั่นไม่ใช่ชะตากรรมที่เขาต้องการ

สิบหกปีผ่านไปไวเหมือนโกหก สมิตตี้ซึ่งตอนนี้ย้ายมาตั้งเผ่าหมาป่าของตัวเองในนิวยอร์ค และเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัย เขารับงานดูแลความสงบให้กับงานเลี้ยงของบริษัทระดับยักษ์ แต่ในคืนวันงานเขาก็ได้พบกับเจสซี่ แอนอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ใช่เด็กสาวผอมบาง อ่อนแออีกต่อไป

เธอคือ เจสสิก้า วาร์ด ซีอีโอของบริษัทด้านเทคโนโลยีชื่อดัง ร่ำรวย และทุกคนบอกกับสมิตตี้ว่า อยู่เกินเอื้อมเหมือนหมามองเครื่องบิน

แต่หมาอย่างสมิตตี้ก็กระโดดสูงเสียด้วยสิ

หนังสือเล่มนี้มีพล็อตอยู่แค่นี้แหละค่ะ แต่นี่อาจเป็นครั้งแรกสำหรับแม็กซ์นะที่พล็อตไม่มีผลอะไรเลย เพราะความสนุกสนานของตัวละคร คำพูดคำจาของตัวเอกที่อ่านไปก็ฮาไป

เริ่มจากคำทักทายคำแรกที่เจสสิก้าทักสมิตตี้ "I see your body finally grew into that head" ซึ่งทำเอาสมิตตี้หน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บ เพราะไปโม้เอาไว้มากว่าเจสซี่ แอน แอบปิ๊งเขาแค่ไหนสมัยเด็ก

หนังสือเล่มนี้ทำให้แม็กซ์รู้ว่า โรแมนซ์ไม่จำเป็นต้องมีสาระก็สนุกได้

ดังนั้นสำหรับคนที่คาดหวังจะเจอพล็อตเรื่องแน่น ๆ เนื้อเรื่องเข้มข้นก็คงผิดหวังค่ะ เล่มนี้อ่านแล้วรีแล็คซ์ พฤติกรรมตัวละครก็เป็นเอกลักษณ์ที่วัดค่าด้วยรสนิยมของคนทั่วไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามีอะไรที่ผิดศีลธรรมหรอกนะคะ (ไม่ต้องตาโต) แต่คงมีหนังสือไม่กี่เล่ม นางเอกไล่กัดน้องสาวพระเอก และเมื่อพระเอกเข้าไปช่วยก็โดนกัดไปด้วย แถมพระเอกก็ยังไปสมน้ำหน้าน้องสาว

อ่านอย่างนี้อาจคิดว่า ทำไมพระเอกใจร้าย บรรยายไม่ถูกค่ะ ต้องไปอ่านกันเองทั้งเรื่อง

ขอบอกว่าเล่มนี้ น่ารักมากกกกกกกกกกกก

อยากจะเขียนให้ยาวกว่านี้นะคะ แต่พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าค่ะ

แล้วก็ถือโอกาสบอกลาแฟนบลอกไปยาวเลยนะคะ ถ้าหาเน็ตเจอก็จะมาบลอกให้อ่านกัน แต่คงต้องเป็นภาษาปะกิต เพราะไม่ได้พกโน้ตบุ๊คไปกะตัวด้วย แต่ถ้าไม่มีโอกาส ก็เจอกันในอีกราวสองสัปดาห์ค่ะ

When he was bad // An Anthology

คำพูดที่ควรใช้พูดต่อชื่อเรื่องนี้ก็คือ When he was bad, the book is really really good.

และนี่เป็นคำชมที่สูงมากนะที่แม็กซ์ให้กับหนังสือรวมเรื่องสั้น เพราะปกติไม่ค่อยชอบหรอกนะคะ เท่าที่นึกออก อ่านโรแมนซ์มาเป็นสิบปี ชอบเรื่องสั้นจริง ๆ มาก ๆ แค่สามเรื่อง แต่สองเรื่องในเล่มนี้ถือว่าอยู่ในระดับดี และดีมาก อาจเพราะเรื่องสั้นในเล่มนี้เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว (ปกติเรื่องสั้นจะหนาประมาณร้อยหน้า แต่ในเล่มนี้แต่ละเรื่องยาวประมาณร้อยห้าสิบหน้า)ก็ได้ แม็กซ์ไม่รู้เหมือนกัน

แต่สิ่งที่ทำให้แม็กซ์ทึ่งก็คือ เรื่องสั้นสองเรื่องที่อยู่ในเล่มนี้ ถึงจะเป็นแนวพารานอมอลทั้งคู่ แต่ก็มีสไตล์การเขียนและการดำเนินเรื่องที่แตกต่างกันสุดขั้ว

เรามาว่ากันทีละเรื่องค่ะ

Miss Congeniality ของแชลลี่ ลอว์เรนตัน

ขอบอกไว้เลยนะคะว่า ตอนนี้แชลลี่ ลอว์เรนตันกลายเป็นนักเขียนโปรดของแม็กซ์ไปแล้ว หลังที่เขียน The Beast in him ได้น่ารักโคตร ๆ เล่มนี้ก็ตามรอยเดิม ไม่ใช่ว่าพล็อตเหมือนเดิมนะคะ แต่เป็นที่ความน่ารักของการดำเนินเรื่องยังมีอย่างครบถ้วน

มีหนังสือไม่กี่เล่มหรอกนะคะที่ทำให้แม็กซ์อ่านไปยิ้มไปได้ตลอดเวลา

ไอรีน คอนริดจ์ และ นีล แวน โฮลซ์รู้จักกันมากว่าเจ็ดปี นับตั้งแต่ตอนที่เขาอายุยี่สิบปี และเป็นซีเนียร์ในรั้วมหาวิทยาลัยและได้เจอสาวสวยที่ถูกใจอย่างจังเข้า แวน (ชื่อที่พระเอกเราบอกให้คนอื่นใช้) ก็ตามประกบตามจีบไอรีนที่เขาคิดว่าเป็นน้องใหม่เฟรชชี่วัยสิบแปดทันที ก่อนที่จะได้รู้ความจริงว่า สาวไอรีนของเราไม่ใช่นักศึกษา หากแต่เป็นศาตราจารย์ที่ได้รับเชิญให้มาสอนในมหาวิทยาลัยของเขา

ใช่แล้ว ไอรีนเป็นเด็กอัจฉริยะ เธอจบปริญญาเอกสามใบ ไม่ต้องนับปริญญาโท เธอเก่งกาจเหนือคน และรู้ดีถึงความชาญฉลาดของตัวเอง และเหนือกว่านั้น เธอรู้จักข้อด้อยตัวเองด้วย เธอรู้ว่า ไม่ใช่คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีนักหรอก อันที่จริงเธอมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว เธอเป็นอาจารย์ที่ร้ายกาจ และคงเป็นคู่รักที่ไม่ดีนัก เธอไม่เห็นว่าการแลกเปลี่ยนของเหลวระหว่างชายหญิงมันน่าจะพิศมัยตรงไหน (ดังนั้นไอรีนจึงไม่คิดที่จะมีคู่รัก)

และเพราะเธอรู้จักตัวเองดี เธอจึงไม่เคยเชื่อเลยว่าแวนจะจีบเธอจริงจัง

ส่วนแวนก็ไม่ได้คิดที่จะจริงจังกับไอรีน เขาเป็นเสือผู้หญิง (ควรจะเรียกว่าหมาผู้หญิง เพราะแวนเป็นมนุษย์หมาป่า) เป็นลูกชายของอัลฟ่า และกำลังจะเป็นอัลฟ่า ผู้หญิงควรจะวิ่งไล่จับเขาสิ แต่ไอรีนกลับไม่สน จนกระทั่งคืนวันนึง เมื่อไอรีนข้ามเขตพรมแดนเข้าไปในเขตของสิงโตและไฮยีน่า (พวกกลายร่าง) และแวนเข้าไปช่วยชีวิตเธอ (ความจริงคือ ไอรีนช่วยตัวเองเกือบเสร็จแล้วล่ะ แวนถึงโผล่ไปถึง) ทางเดียวที่เขาจะหยุดยั้งคำสั่งฆ่าไอรีน เนื่องจากเธอรู้ความจริงเกี่ยวกับพวกกลายร่าง ก็คือรับเธอเข้ามาเป็นคู่ชีวิต

ซึ่งแวนก็บอกตัวเองว่า โอเค ไม่เห็นจะเป็นเรื่องยากเลย เพราะเขาไม่เคยเชื่อในเรื่องคู่ชีวิตอยู่แล้วนี่ เขาเพียงแต่ต้องการปกป้องไอรีนเท่านั้นเอง

แต่ในหนังสือโรแมนซ์ คนอ่านก็คงรู้ว่า ไม่มีอะไรง่ายหรอกนะ

ก่อนอื่นคงต้องพูดว่า พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นและถูกใจแม็กซ์ก็คือ การเขียน การวางตัวละคร การใช้คำพูด (หรือพูดให้ถูก ก็คือองค์ประกอบทุกอย่างในเรื่อง) มันสุดยอด ทั้งลงตัว ไม่ขาด ไม่เกิน และน่ารักมาก ๆๆๆๆ

ไอรีนไม่ใช่นางเอกที่น่ารัก แต่เธอเหมาะกับแวนที่สุด นิสัยประหลาด ๆ ความเพี้ยนของไอรีนพอเหมาะพอดีกับแวน มันทำให้แม็กซ์เชื่อในความรักของทั้งคู่

คะแนน (เฉพาะเรื่องนี้) ที่ 83

Wicked Ways ของซินเธีย เอเดน

ในขณะที่เรื่องของแชลลี่เบาโหยง (ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ดีนะคะ) เน้นที่เสียงหัวเราะ บทสนทนา และตัวละคร ในเรื่องนี้ของซินเธีย เอเดนเป็นแนวพารานอมอลที่เราคุ้นเคยกันดี พระเอกที่เป็นอดีตเอฟบีไอ และเป็นเพื่อนบ้านของนางเอก ได้ช่วยชีวิตนางเอกไว้จากคู่เดทที่บังเอิญเป็นแวมไพร์ และพยายามฆ่านางเอก และแม็กซ์บอกรึยังว่าพระเอกของเราเป็นมนุษย์หมาป่า

เช่นกัน พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่ให้ค้นหา แต่ก็เช่นเดียวกันกับเรื่องแรก การเขียนของซินเธียทำให้พล็อตเรื่องที่ดูเก่าเก็บอันนี้น่าสนใจขึ้นมาได้

ในแง่นึง แม็กซ์คิดว่าเล่มนี้ดีกว่า Hotter after Midnight ซึ่งเป็นนิยายเล่มแรกของซินเธียเสียอีก (ซึ่งเล่มนั้นพล็อตเรื่องก็คล้าย ๆ กับเรื่องสั้นเรื่องนี้แหละ) และมันเป็นการแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของเธอ (หรืออาจจะหมายความว่า เธอเขียนเรื่องสั้นได้ดีกว่าเรื่องยาวก็ได้)

อย่างที่บอกค่ะเรื่องนี้บรรยากาศในเรื่องแตกต่างไปจาก Miss congeniality โดยสิ้นเชิง ผู้ร้ายในเรื่องทั้งโหด และเป็นภัยต่อนางเอก ในขณะที่พระเอกก็อัลฟ่าสุดสุด ประเภทรู้ว่านางเอกเป็นคู่ ก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเลย

โดยรวมถือว่าดีนะคะ เพราะเมื่อคิดว่า แม็กซ์ชอบ Miss Congeniality มากขนาดนี้ แต่ยังไม่คิดว่าเรื่องนี้ด้อยกว่ามากนัก

คะแนน (ของเรื่องนี้) ที่ 80

Wednesday, January 21, 2009

The Mane Attraction // Shelly Laurenston

แชลลี่ ลอว์เรนสตันกำลังจะกลายเป็นนักเขียนที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดแล้วล่ะค่ะ เพราะยิ่งได้อ่านหนังสือของเขา เราก็ยิ่งช้อบชอบบบบบบบบบบบ

หนังสือของเธอมีตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งน่ารัก เรานึกถึงสมัยที่เราค้นพบงานของซูซาน อลิซาเบ็ธ ฟิลลิปป์ใหม่ ๆ เลยนะคะ เพราะเช่นเดียวกับแชลลี่ ซูซานก็เขียนหนังสือที่พล็อตไม่ค่อยสร้างสรรนัก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันสุดยอด

และงานของแชลลี่ก็ใกล้ถึงจุดนั้นมากแล้ว

The Mane Attraction ของแชลลี่ ลอว์เรนสตัน

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สามในชุดของมนุษย์สัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ค แต่ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องก่อนหน้าหรอกนะคะ เพราะอย่างที่เราพูดไปแล้ว พล็อตเรื่องไม่สำคัญสักนิดเดียวสำหรับการอ่านหนังสือของแชลลี่

ฟังดูอาจจะแปลกนะคะ โดยเฉพาะสำหรับแม็กซ์ซึ่งไม่ค่อยอ่านหนังสือแนวนี้เท่าไหร (เรื่องราวที่ตัวละครเป็นผู้ดำเนินเรื่อง ไม่ใช่พล็อต) แต่ทุกอย่างก็มีข้อยกเว้น และแม็กซ์ยกเว้นทุกอย่างให้แชลลี่ เพราะตัวละครของเธอมีสีสัน น่าสนใจ และคาดการณ์ไม่ได้ ที่สำคัญน่ารักมาก

ไม่รู้ว่าจะหาำคำไหนมาอธิบายความรู้สึกของเราค่ะ มันดี้ด้าดีใจ อ่านไปยิ้มไป น่ารักโคตร ๆ

ซิสซี่ เมย์ สมิท และมิชเชล ชอว์เป็นเพื่อนสนิทกันมาก และในช่วงเวลาที่มิชต้องหลบซ่อนจากแก๊งค์เจ้าพ่อที่ออกตามล่าชีวิต เขาก็มาทำงานให้กับสนง.รักษาความปลอดภัยที่พี่ชายของซิสซี่ เมย์เป็นเจ้าของ ทั้งคู่เห็นตรงกันว่า ทั้งคู่เป็นเืพื่อนที่ดีต่อกันเกินกว่าจะให้เซ็กส์เข้ามาวุ่นวายด้วย

ทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้น จนกระทั่งมิชถูกลอบทำร้ายจนอาการสาหัส และซิสซี่ตัดสินใจพาเขาไปหลบซ่อนตัวที่บ้านเกิดในเทนเนสซี่ บ้านเกิดที่เธอละทิ้งมา เพราะความเป็นอัลฟ่า (เป็นบุคลิกของมนุษย์หมาป่า) ของเธอมีมากเกินกว่าที่จะอยู่ร่วมบ้านกับแม่ของเธอเองได้

พล็อตเรื่องมีแค่นี้ล่ะค่ะ และอย่าคิดว่าการตามล่าตัวมิชของเหล่ามือสังหารที่หวังลอบฆ่าเขาจะเป็น ประเด็นสำคัญน่าสนใจอะไรนะ มันเป็นเรื่องราวของซิสซี่ และมิช

หนังสือของแชลลี่เขียนรีวิวยากอ่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงถึงจะสมความเป็นอัจฉริยะของเธอ เพราะมันไม่ใช่พล็อตเรื่อง ไม่ใช่ความมีเหตุผลสอดคล้องกัน แต่เป็นที่บุคลิกของตัวละครที่โดดเด่น และรายละเอียดปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้คุณเผลอหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง

อารมณ์ขันในเรื่องบางครั้งก็ห่ามเกินเหตุ ซึ่งคุณต้องทำให้ใจยอมรับว่า ตัวละครที่เรากำลังอ่านอยู่นั้น ไม่ใช่มนุษย์ปกติที่เราเห็นกันหรอกนะ พวกเขาแตกต่าง แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบพวกเขาเอง

มิชเชลซึ่งเป็นมนุษย์สิงโตได้บุคลิกบางส่วนของสิงโตตัวผู้มาด้วย และนั่นเป็นคำอธิบายว่าทำไมเขาถึงชอบอยู่เฉย ๆ แล้วก็กินจุมาก แต่ไม่ยอมทำอาหารกินเอง และกวาดตู้เย็นในบ้านของซิสซี่จนเกลี้ยง ปกติแม็กซ์ไม่ชอบตัวละครแบบนี้หรอกนะ มันไม่สมเป็นพระเอก แต่แชลลี่มีวิธีเล่าเรื่องที่ทำให้ดูพฤติกรรมเหล่านี้ของมิชน่ารักขึ้นมา ได้

แล้วยังฉากที่บรรดาแม่สิงโตตัวเมีย (ซึ่งในเล่มนี้มีประเพณีกันว่าสิงโตตัวเมียจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และดูแลสิงโตตัวผู้) มาต่อรองกับซิสซี่เพื่อเอาตัวมิชไปเลี้ยงที่บ้าน โดยอ้างเหตุผลร้อยแปด สุดท้ายก็ลงเอยที่ว่า ซิสซี่มีเงินพอเลี้ยงดูจอมตะกละอย่างมิชงั้นเหรอ อ่านแล้วฮาน่ะ

แม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่อง เช่น มนุษย์หมา (ไม่ใช่หมาป่าหรอกนะ) ชอบหอนพอได้ยินเพลงดิสโก้ หรือชอบทำอะไรที่น่าอายไม่ว่าจะเป็นการไล่งับหางตัวเองเป็นวงกลม ทำให้เรายิ้มไปได้ตลอดเรื่อง

ไม่รู้ว่าจะเล่ายังไงให้สมกับความชอบที่มีให้กับเล่มนี้ค่ะ เพราะหลายอย่างฟังแล้วมันดูงี่เง่านะ แต่เวลาอ่านก็ได้ใจไปเต็ม ๆ เลย อยากให้ไปลองอ่านกันดูสักเล่มค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเล่มนี้หรือ The Beast in Him ก็ได้ ถ้าคุณชอบเล่มใดเล่มนึง ก็แสดงว่าคุณถูกใจกับสไตล์การเขียนเรื่องของแชลลี่อย่างที่เราเป็นไปแล้ว ล่ะ

คะแนนที่ 87

Tuesday, January 20, 2009

About a Dragon // G.A. Aiken

อย่างไม่รู้ตัวเท่าไหร จีเอ ไอเก้น หรือในอีกนามปากกานึงก็คือ เชลลี่ ลอว์เรนสตันได้กลายเป็นนักเขียนที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดคนนึงแล้วนะคะ เราชอบอารมณ์ขันของเธอ และตัวละครที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมาก ๆ งานของเธอไม่ใช่แนวโรแมนติค คอมเมเดี้หรอกนะคะ เพราะว่ามันไม่ได้มีพล็อตที่เบาบางอ่านง่าย ประเด็นในเรื่องของเธอบางครั้งก็หนักไม่น้อย แต่เธอมีวิธีการเขียนให้ตลกได้

เรายกให้เป็นความสามารถพิเศษส่วนตัวล้วน ๆ ค่ะ

About a Dragon ของจีเอ ไอเก้น

เล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุด Dragon Kin ที่เล่มแรกเราเขียนรีวิวไปแล้วตามลิงค์นี้ค่ะ และเช่นเดียวกับเล่มแรก เล่มนี้เป็นหนังสือที่เคยพิมพ์ขายในฉบับอีบุ๊คมาก่อน ในชื่อเรื่องว่า The Distressing Damsel ปัจจุบันนี้ฉบับอีบุ๊คที่ถูกกฎหมายในชื่อนั้นไม่มีขายอีกต่อไปแล้วนะคะ ถ้าคิดจะได้มาซึ่งหนังสือเล่มนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ซื้อหากันได้ที่ เว็บไซด์ของสนพ.ซอว์อิน แต่เค้าเปลี่ยนมาใช้ชื่อเรื่องว่า About a dragon ตามฉบับพรินต์บุ๊คแล้วล่ะค่ะ

เท่าที่รู้ (เพราะแม็กซ์ไม่ได้อ่านอีบุ๊ค) คิดว่าฉบับที่เป็นอี และพรินต์เหมือนกันนะคะ ไม่น่ามีความแตกต่างในสาระสำคัญ

ไบร์คเป็นมังกรที่ทรนงตัว สมกับฉายาไบร์คผู้ยิ่งใหญ่ที่เขาได้รับ อันเนื่องมาจากฝีมือในการรบที่เก่งกล้า เขายอมลดตัวมาสืบข่าวในดินแดนของศัตรูเพื่อช่วยภรรยาของพี่ชาย แต่ระหว่างทางก็ได้พบกับทาเลธ หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นสาวบ้านนอกธรรมดากำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะถูกผู้คนในหมู่บ้านกำัลังจะจับเผา โดยผู้นำกลุ่มฝูงชนก็คือสามีของเธอเอง

ด้วยความที่เป็นวีรบุรุษขวัญใจประชาชน ไบร์คช่วยชีวิตเธอไว้ และก็เหมือนกับมังกรที่หลงตัวเองทั้งหลาย เขาคาดหวังว่าจะได้รับการตอบแทนบุญคุณเป็นเนื้อตัวของทาเลธ

และเขาก็ต้องผิดหวัง เพราะเธอไม่ได้ซาบซึ้งไปกับการช่วยเหลือ และรู้สึกเหม็นขี้หน้าเจ้ามังกรขี้เก็กตัวนี้ยิ่งนัก ทั้งคู่เดินทางร่วมกันไปยังถ้ำที่ไบร์คอาศัยอยู่ แต่แล้วพายุผิดฤดูที่แรงเกิดคาดก็ทำให้พวกเขาต้องแวะพักระหว่างทางที่รังของ น้องชายของไบร์ค

โลกในหนังสือชุดนี้เป็นโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์ของเราหรอกนะคะ เหมือนอย่างที่ตั้งข้อสังเกตไปในเล่มก่อน ดวงอาทิตย์ในดาวแห่งนี้มีสองดวง ดังนั้นไม่ได้อยู่ในระบบสุริยะของเราแน่ ในโลกแห่งนี้ประชากรที่อาศัยแบ่งออกเป็นมนุษย์ (ซึ่งแบ่งออกอีกเป็นแม่มด และอื่น ๆ) และมังกร พระเจ้าของพวกเขาก็แยกออกจากกัน ปัญหาก็คือ แม้ในสังคมของพระเจ้า การแย่งชิงอำนาจก็ยังเกิดขึ้น

ทาเลธเป็นคนที่พระเจ้าเลือกให้ทำภารกิจสำคัญ ภารกิจที่เธอไม่อยากทำนักหรอก แต่ก็ต้องทำ เพราะพระเจ้า (ที่ไม่ใช่เป็นคนดีเลย) เอาตัวคนที่มีความหมายที่สุดต่อเธอเป็นตัวประกัน เธออาจจะชักใจอ่อนไปกับมังกรขี้เก็กอย่างไบร์ท แต่เธอก็รู้ดีว่า ไม่มีความสมหวังในอนาคตของตัวเอง เธอจะมีจุดจบที่ไม่ดีนัก แต่เธอก็ยินดี (แม้น้ำตาจะตกในไปบ้างก็ตาม)

ไบร์คเป็นพระเอกชนิดที่เหมือนพระเอกของเจ้าแม่ลินน์ ผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก และไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่าทำไมทาเลธไม่เห็นความเฟอร์เฟ็คของเขา แม็กซ์คิดว่าถ้าเล่มนี้ไม่ได้เขียนโดยจีเอ ไอเก้น (หรือเชลลี่ ลอว์เรนสตัน) เราคงเกลียดพระเอกเลยแหละ แต่กับพล็อตเรื่องอย่างนี้ มุขตลกอย่างนี้ ไบร์คเหมาะสมดีค่ะ

จุดเด่นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวพระนางหรอกนะคะ แต่เป็นบรรดาตัวละครรองทั้งหลายที่โผล่กันมาขโมยซีนเป็นว่าเล่น น่าแปลกที่ว่า มันไม่ทำให้แม็กซ์หงุดหงิด หรือรู้สึกว่าเรื่องไม่เน้นที่ตัวเอก ส่วนหนึ่งคงเพราะพล็อตเรื่องไม่ได้มีโฟกัสที่ตัวไบร์คหรือทาเลธ พวกเขาเพียงแต่เป็นเบี้ยในเกมส์ที่ใหญ่เกินตัวพวกเขา

แม็กซ์ชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มแรกค่ะ ส่วนหนึ่งเพราะวิธีการเล่าเรื่องมีพัฒนาการขึ้นมาเยอะมาก และที่สำคัญก็คือ พล็อตเรื่องมีความซับซ้อนน่าติดตามมากขึ้น โดยเฉพาะการทิ้งท้ายเปิดประเด็นให้ติดตามอ่านกันต่อไปในเล่มหน้าทำได้ดีมาก (ในขณะที่เล่มแรกดูเหมือนจะเป็นเล่มเดี่ยว ๆ ไม่มีพล็อตที่ลิงค์ระหว่างกันของแต่ละเล่ม)

คะแนนที่ 75