Showing posts with label Author. Show all posts
Showing posts with label Author. Show all posts

Tuesday, February 10, 2009

ชื่อใหม่ใสกว่าเดิม?

วันนี้จะพูดถึงเรื่องชื่อนั้นสำคัญไฉนของเหล่านักเขียนที่เปลี่ยนชื่อนาม ปากกากันอย่างสนุกสนาน จนบรรดาแฟนหนังสือตามหาซื้อไม่ค่อยจะถูกกัน

เหตุผลที่เปลี่ยนมาจากหลายเหตุ เพื่อนกูรูผู้รู้ของแม็กซ์เคยอธิบายให้ฟังว่า มาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นนามปากเดิมใช้แล้วไม่รุ่ง ก็เลยเจอหมอดูฮวงจุ้ยทักให้เปลี่ยนใหม่เสียเผื่อจะดังกว่าเดิม (ความจริงคือ สำนักพิมพ์สั่งให้เปลี่ยน เพราะขืนดื้อใช้ต่อไปก็คงไม่ดังแน่ เปลี่ยนเผื่อจะดังได้) อย่างซาบริน่า เจฟฟรี่ย์ หรือบางคนเขียนเรื่องหลายแนวมากจนกลัวคนอ่านสับสน ก็เลยแยกนามปากกาเป็นแนวแนวไปเลย แม้จะฟังดูดูถูกคนอ่านไปหน่อย ก็มีหลายคนใช้มุขนี้ อย่างเจนย์ แอนด์ เครนซ์ หรือบางคนที่เขียนเร็วมากจนถ้าใช้นามปากกาเดิมกลัวจะไม่มีชั้นไว้วางหนังสือ ก็เลยเปลี่ยนนามปากกาสักหน่อยจะได้ที่วางหนังสือเพิ่มขึ้นในชั้นหนังสือ อย่างนอร่า โรเบิร์ต

ต่อไปเป็นชื่อนักเขียนคนเดียวกัน แต่หลายนามปากกาที่แม็กซ์พอจะรวบรวมมาได้

Nora Roberts, J.D. Robb

Jayne Ann Krentz, Jayne Castle, Amanda Quick, แล้วก็อื่น ๆ อีกหลายชื่อที่ไม่ได้ใช้แล้ว

Michele Jerott, Michele Albert

Sabrina Jeffries, Deborah Martin

Kim Bennett, Karen Hawkins

Judy Cuevas, Judith Ivory

Marilyn Pappano, Rachel Butler

Shelley Bradley, Shayla Black

Sara MacKenzie, Sara Bennett, Deborah Miles

Jesica Hall, Lynn Viehl, Gena Hale

Tara Janzen, Glenna McReynolds

J.R. Ward, Jessica Bird

Sherrilyn Kenyon, Kinley MacGregor

Jennifer Ashley, Allyson James, Ashley Gardner

Nina Bruhns, NikitaBlack

Lucy Blue, Jayel Wylie

Eve Byron, Connie Rinehold

Susan Lynn Crose, Lisa Jackson

Jeanie Cesarini, Jeanie London

Gayle Callen, Julia Latham

Suzanne Simmons, Elizabeth Guest

Alexis Morgan, Pat Pritchard

C.J. Barry, Samantha Graves

Shannon Drake, Heather Graham, Heather Graham Possessere

Lisa Gregory, Candace Camp

Wendy Corsi Staub, Wendy Markham,

Shannon McKenna, Shannon Anderson

Gynnis Campbell, Sarah McKerrigan

Madeline Baker,Amanda Ashley

Victoria Barrett, Vickie

Rebecca Flander, Donna Boyd,Donna Ball

Sandra Brown,Erin St. Claire, Laura Jordan,Rachel Ryan

Eve Byron,Connie Rinehold

Patricia Cabot,Meg Cabot,Jenny Carroll

Taylor Chase,Gayle Feyrer

May McGlodrick, Jan Coffey, Nicole Cody

Justine Davis,Justine Dare

Claire Delacroix,Claire Cross

Elizabeth English,Elizabeth Minogue

Jean Ross Ewing,Julia Ross

Jane Feather,Claudia Bishop

Jocelyn Kelley, JoAnn Ferguson

Alicia Scott, Lisa Gardner

Juliana Garnett,Virginia Brown, Virginia Lynn

Diane Gaston,Diane Perkins

Nancy Gideon,Dana Ransom, Rosalyn West

Elizabeth Grayson,Elizabeth Kary

Katherine Greyle,Jade Lee

Teresa Hill,Sally Tyler Hayes

Sandy Hingston,Mallory Burgess

Alesia Holliday,Alyssa Day

Hannah Howell,Anna Jennett

Kathleen Kane,Maureen Child, Sarah Hart

Alison Kent,Michaila Callan

Susan King,Sarah Gabriel

Kathleen Korbel,Eileen Dreyer

Rachel Lee,Sue Civil-Brown

Laura Leone,Laura Resnick

Josie Litton,Maura Seger

Elizabeth Lowell,Ann Maxwell, A.E. Maxwell, Annalise Sun

Dinah McCall,Sharon Sala

Linda Lael Miller,Lael St. James

Maggie Osborne,Margaret St. George

Carly Phillips,Karen Drogin

Andrea Pickens,Andrea DaRif

Patricia Ryan,P.B. Ryan, Louisa Burton

Pam Rosenthal,Molly Weatherfield

Donna Simpson,Donna Lea Simpson

Mary Spencer,Susan Spencer Paul,Susan Paul

Melody Thomas,Laura Renken,Lori Morgan

Theresa Weir,Anne Frasier

Sue-Ellen Welfonder,Allie Mackay

Ruth Wind,Barbara Samuel

Lisa Marie Rice, Elizabeth Jennings

ตอนนี้นึกออกแค่นี้นะคะ อาศัยจดตามเว็บโน้นบ้างเว็บนี้บ้าง ไม่ได้เก่งขนาดรวบรวมไว้เองคนเดียวหรอกค่ะ ใครมีเพิ่มก็บอกมาได้นะคะ

เอาไว้มีเวลาแล้วจะเขียนถึงว่า ใครเปลี่ยนแล้วเป็นไงกันบ้าง

Sunday, February 8, 2009

สิบนักเขียนหน้าใหม่มาแรง

สิบนักเขียนหน้าใหม่ที่ถูกจัดว่าจะมาแรงนี่ไม่ใช่ความคิดของแม็กซ์หรอกนะ แต่เป็นความเห็นของคอลัมนิสต์แห่งนิตยสารพับลิชชิ่ง วีคลี่ ดังนั้นแม็กซ์ไม่ขอรับประกันความสนุกหรืออะไรหรอกนะ เพียงแต่เห็นว่าน่าสนใจก็เลยเอามาเล่าให้ฟังกัน

นักเขียนทั้งสิบคนนี้มีผลงานเล่มแรกวางขายในปี 2007 (ยกเว้นบางคน) แต่ละชื่อไม่ได้เรียงลำดับอะไรทั้งสิ้นค่ะ

1. แจ๊คเกอลิน แฟรงค์ กับเรื่อง Jacob สำนักพิมพ์เคนซิงตัน

เขียนแนว พารานอมอล พระเอกเป็นเดม่อนอายุ 700 ปี ที่พบว่าตัวเองดึงดูดเข้าหาผู้หญิงที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งต้องห้ามในสังคมของพวกเดม่อน

ยอดพิมพ์ครั้งแรก 250,000 เล่ม ปกอ่อน

คนแต่งเคยทำอาชีพเป็นล่ามภาษามือให้กับคนหูหนวก

ถูกนำไปเปรียบเทียบกับไดอาน่า กาบอลดอน

2. แชนน่อน แม็คเคลเดน เรื่อง Venus envy สำนักพิมพ์ทอร์

เขียนแนว พารานอมอล เมื่อเทพีวีนัสรับบทเป็นคิวปิดในหนังสือที่อยู่ระหว่างตำนานเทพกรีกโบราณ กับนิยายแนวชิคลิกสมัยใหม่

ยอดพิมพ์ 20,000 ไซด์เทรด

ถูกเปรียบเทียบกับ เมลิสซ่า ซีเนท

คนแต่งอาชีพเดิม เป็นผู้ถอดความข้อมูลทางการแพทย์

3. เมลจีน บรู๊ค เรื่อง Demon Angel สำนักพิมพ์เบิร์คเลย์

เขียนแนวพารานอมอล เมื่อปีศาจลิลิธ และนักรบจากสวรรค์เซอร์ ฮิวจ์ คาสเซิลฟอร์ดจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อปราบความชั่วร้ายในซานฟรานซิสโกยุค ปัจจุบัน

ยอดพิมพ์ 40,000 เล่ม ปกอ่อน (น้อยมาก ใครที่อยากซื้อ ควรรีบวิ่งไปซื้อโดยด่วน ไม่อย่างนั้นอาจต้องเสียใจตลอดชีวิตก็ได้)

ถูกเปรียบเทียบกับ มาร์เจอรี่ เอ็ม หลิว

อาชีพเดิมคนแต่ง เป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านวรรณคดีภาษาอังกฤษ และทำบัญชีให้กับบริษัทก่อสร้าง

4. คอลีน กลียสัน เรื่อง The Rest Falls Away สำนักพิมพ์ซิกเน็ต

แนวพารานอมอล นักล่าแวมไพร์ที่ชื่อวิคทอเรียน การ์เดลล่า แกรนท์เวิร์ธกำลังสับสนที่จะเลือกระหว่างมาร์ควิส แห่ง ร็อคเลย์ ผู้เป็นหนุ่มโสดสุดฮ็อตในสังคมลอนดอน และพันธมัตรคนสำคัญของเธออย่าง เซบาสเตียน ไวโอเก็ต (คำเตือน ทำใจดีดีก่อนจะอ่าน อาจจะช็อคกับตอนจบได้ง่าย ๆ)

ยอดพิมพ์ 100,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ ลอเรล เค. แฮมิลตัน

อาชีพเดิม เคยทำงานอยู่ในวงการมาร์เก็ตติ้ง หรือด้านการตลาด

5. เจอรี่ รัสเซล เรื่อง The Warrior Trainer สำนักพิมพ์ดอร์เชสเตอร์

แนว ย้อนยุค สกอเทียซึ่งเป็นนักรบสาวถูกฝึกมาเพื่อปกป้อง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องปกป้องหัวใจของเธอจากเพื่อนร่วมรบที่ถูกส่งมา เรียนวิชาการต่อสู้จากเธอ (มีคนคอมเม้นท์เรื่องนางเอกไม่อาบน้ำทั้งเรื่องมาให้แม็กซ์ฟัง ทำให้จนบัดนี้แม็กซ์ยังทำใจอ่านเรื่องนี้ไม่ได้เลย)

ยอดพิมพ์ ไม่รู้ (ข้อมูลไม่บอกคร้าบ) ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ จูลี่ การ์วู้ด

อาชีพเดิม เคยเป็นนักข่าวในวงการโทรทัศน์ นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

6. ลินดา คาร์ดิโล เรื่อง Dancing on Sunday Afternoons สำนักพิมพ์ฮาร์ลิควิน (หัว Everlasting)

แนว ปัจจุบัน เป็นการเล่าเรื่องราวของจูเลียซึ่งเป็นคนอพยพชาวอิตาเลียน ได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้กับคาราหลานสาวของเธอฟังผ่านทางจดหมาย และบันทึกส่วนตัว

ยอดพิมพ์ 44,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ ลอร่า เอสคิวเวล

อาชีพเดิม จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ

7. แชนน่อน เค. บุชเช่อร์ เรื่อง No Regret สำนักพิมพ์วอร์เนอร์

แนว โรแมนติกสืบสวน นักถอดรหัสโนเอล แบลชตกหลุมเสน่ห์ของคนแปลกหน้าที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องเธอในภารกิจอันแสนอันตราย

ยอดพิมพ์ 55,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ มารายห์ สจ๊วต

อาชีพเดิม วิศวกรอุตสาหกรรม (และภรรยาของนักเขียนดังมากอย่างจิม บุชเชอร์)

8. เชอริล นอร์แมน เรื่อง Restore my heart สำนักพิมพ์แมเดลเลียน

แนว โรแมนติกสอบสวน ที่โจ เดอซัลโวร่วมมือกับนักบูรณะรถเก่าอย่าง "มัสแตง" แซลลี่ เคย์ในความพยายามที่จะสืบสวนเหตุการตายของบิดาของเขา และประสบกับการตกหลุมรัก

ยอดพิมพ์ ไม่บอก ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ เจเน็ต อีวาโนวิช (ที่แม็กซ์ไม่อ่าน ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าแม็กซ์ก็คงไม่อ่านเจ๊เชอริลนี่เหมือนกัน)

อาชีพเดิม เป็นผู้ชำนาญงานกว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

9. แอนนา แคมเบล เรื่อง Claiming the courtesan สำนักพิมพ์ เอว่อน

แนว ย้อนยุค เมื่อดยุคแห่งไคล์มอร์ลลักพาตัววาไรตี้ แอชตันเมียเก็บของเขาเอง และจับตัวเธอไว้ จนกว่าทั้งสองจะเข้าใจกันได้อีกครั้ง (คนชอบ Rape Romance คงถูกใจกับเรื่องนี้นะคะ พระเอกโหดได้ใจแฟนหนังสือมาก)

ยอดพิมพ์ 150,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ สเตฟานี ลอร์เรนส์ (ยังไงวะ)

อาชีพเดิม ขายของในห้าง ประชาสัมพันธ์ การตลาด และทำงานในร้านของศิลปะ

10. โมนิก้า แม็คคาร์ทีย์ เรื่อง Highlander Untamed สำนักพิมพ์ บัลเลนไทน์

แนว ย้อนยุค อิซาเบล แม็คโดนัลแต่งงานเป็นการชั่วคราวกับศัตรูคนสำคัญของเผ่าของเธอ แต่เธอไม่อาจปฏิเสธแรงดึงดูดที่มีต่อกับกับผู้ชายที่เธอสาบานว่าจะทรยศได้

ยอดพิมพ์ 250,000 เล่ม ปกอ่อน

ถูกเปรียบเทียบกับ คิลลีย์ แม็คเกรเกอร์

อาชีพเดิม ทนายความ

อันนี้เป็นข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบสำหรับคนที่อยากรู้ "ปกติการพิมพ์หนังสือสักครั้งนึงของสำนักพิมพ์จะพิจารณาจากชื่อเสียง และยอดขายในอดีตของนักเขียนผู้นั้น ถ้าเป็นนักเขียนที่อยู่ในระดับ Mid list คือระดับกลาง ยอดพิมพ์จะอยู่ที่ประมาณครั้งละ 100,000 - 250,000 เล่ม ถ้าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ยอดพิมพ์มักจะไม่เกิน 100,000 เล่ม แต่ถ้าโด่งดังระดับ Nora Roberts ยอดพิมพ์อาจมากกว่า 1,000,000 เล่ม" ข้อมูลข้างต้นได้มาจากเพื่อนผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือค่ะ (แต่เขาไม่ประสงค์ออกนามก็เลยบอกไม่ได้ว่า ได้มาจากใคร หรือบอกไปก็อาจไม่มีใครรู้ก็ได้ แต่ขอให้บอกว่าไม่ได้มาจากแม็กซ์เองแล้วกันนะ)

ในสิบคนนี่ แม็กซ์อ่านจบไปแล้วแค่คนเดียวค่ะ และชอบมาก นั่นคือเมลจีน ส่วนแจ็คเกอลินนี่ อ่านไปร้อยหน้า แล้วก็วางอยู่ คาดว่าแฟนหนังสือที่ชอบชุดคาร์พาเธียนคงจะกรี๊ดกับเรื่องชุดนี้สลบไปหลายวัน แน่

จากอีบุ๊คสู่นิวยอร์ค

เมื่อสักประมาณ 7 ปีก่อนตอนที่แม็กซ์ซื้อหนังสืออีบุ๊คเล่มแรกเรื่องเคจัน ฮ็อตก็ตัดสินใจอยู่นานมาก เพราะไม่ไว้ใจอินเตอร์เน็ตกลัวว่าให้เบอร์บัตรเครดิตไป แล้วจะโดนโกงไหมเนี่ย แต่ด้วยเสียงร่ำลือถึงความฮ็อตของเรื่องนี้ แม็กซ์ซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กใจแตก ก็ตัดสินใจซื้อจนได้ (และสำหรับคนที่อยากรู้ มันก็ฮ็อตจริงค่ะ) และจากนั้นการซื้ออีบุ๊คก็กลายเป็นอดีตไป

แม็กซ์เป็นลูกค้าประจำที่ติดตามอ่านอีบุ๊คตั้งแต่สมัยเริ่มต้น เป็นคนแรกที่มีซื้อ The Empress's new cloth ของเจด แบล็กมาไว้ในครอบครอง (สำหรับคนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้ ก็คงต้องบอกว่า คุณช้ามากค่ะ สำหรับวงการอีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์) แต่ก็ไม่ใช่ว่าแม็กซ์เก่งกาจอะไรหรอกนะคะ เพราะก็อ่านในวงจำกัดแค่นักเขียนไม่กี่คน

แล้วเวลาก็ผ่านไป สำนักพิมพ์อีลอร่าส เคฟ ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดหนังสืออีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์รายแรก ๆ กลายมาเป็นสำนักพิมพ์มูลค่าหลายล้านเหรียญ ทั้งที่เริ่มต้นทำขายกันในครัวเรือน นักเขียนอีบุ๊คหลายคนโดนหลอกล่อ (แต่ด้วยความเต็มใจ) ให้ไปเขียนหนังสือให้กับสำนักพิมพ์แบบดั้งเดิม (ซึ่งก็คือตัวหนังสือที่เป็นรูปเล่มที่ขายกันนั่นแหละ) ที่เรียกกันว่า New York Publisher กัน (ก็เลยเป็นที่มาของชื่อบลอกนั่นเอง)

วันนี้แม็กซ์ (เพราะยังอ่านหนังสือไม่จบ) ก็เลยอยากจะพูดถึงบรรดานักเขียนที่เกิดมาจากอีบุ๊ค แต่ได้ดี (หรือกำลังจะได้ดี) จากการเป็นนักเขียนให้กับสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คกัน

กลุ่มนักบุกเบิก

พวกนี้เป็นเปรียบเสมือนนีล อาร์มสตองค์ที่ก้าวลงจากยานอวกาศแล้วเหยียบลงบนดวงจันทร์ก่อนคนอื่น เป็นพวกเสี่ยงตายที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่ก็ในเวลาเดียวกันก็เป็นคนที่ได้รับชื่อเสียงในกรณีสำเร็จก่อนคนอื่น คนที่แม็กซ์คิดออกคนแรกเลยก็คงเป็น

แมรี่เจนิช เดวิดสัน ที่อาจไม่ใช่นักเขียนอีบุ๊คแต่ดั้งเดิม เพราะเธอเคยออกหนังสือที่เป็นรูปเล่มมาก่อน แต่เรื่องที่ทำให้เธอได้รับความสนใจจากนิวยอร์คอย่างมากก็คือหนังสือที่เธอ เขียนให้กับอีลอร่าส เคฟ เรื่อง Undead and unwed นั่นเอง บรรณาธิการคนหนึ่งแห่งสำนักพิมพ์เบิร์คเลย์อ่านเล่มนี้เข้า แล้วตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ และจากนั้นชื่อเบ็ตซี่นางเอกก็กลายเป็นที่ติดหูของคนอ่าน แต่น่าเสียดายก็คือ ความสะเพร่า ทำงานอย่างขอไปที ไม่มีความรับผิดชอบในงานของตนเอง ทำให้จากที่เคยเป็นนักเขียนที่แม็กซ์พลาดไม่ได้ กลายเป็นนักเขียนที่พลาดก็ดีนะไปแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยกให้แมรี่จานิชว่าเป็นหนึ่งในนักบุกเบิกที่ทำให้ นิวยอร์คและอีบุ๊คมาบรรจบกันได้ (เรื่องเด่น Undercover 87)

แองเจล่า ไนท์เป็นนักเขียนอีกคนที่ไม่ได้เริ่มต้นจากอีบุ๊คอย่างแท้จริงหรอกนะ แต่เธอสร้างชื่อมาจากสังคมอินเตอร์เน็ต เรื่องสั้นแนวเซ็กส์เอ็กซ์หลายของเธอเป็นที่แพร่หลาย และถูกอ่านมากที่สุด และเมื่อเธอเคยมีผลงานออกขายกับทั้งอีลอร่า และเอ็กซ์ตาซี่มาแล้ว แม็กซ์ก็เลยนับเหมารวมเธอเป็นหนึ่งในนักเขียนอีบุ๊คยุคบุกเบิกไปอีกคน ปัจจุบันงานของเธออาจจะไม่ทันสมัยหรือล้ำหน้าเมื่อเทียบกับนักเขียนแนว พารานอมอลที่ดาษดื่น แต่งานของเธอก็ยังคงความมีเสน่ห์ส่วนตัวอยู่ เธอยังเป็นนักเขียนอีกคนที่แม็กซ์ชอบค่ะ (เรื่องเด่น Jane's warlord 87)

เจด แบล็ค ผู้บุกเบิกตลาดอีบุ๊คตัวจริง และเจ้าของสำนักพิมพ์อีลอร่าส เคฟ ที่ออกผลงานกับเบิร์กเลย์เล่มแรกในปี 2004 ก่อนที่จะสติแตกออกงานไม่สม่ำเสมอ จนอันดับในใจแม็กซ์ตกต่ำไปเรื่อย ๆ และยิ่งได้มีโอกาสอ่านเธอเขียนบลอกแล้ว คะแนนนิยมก็ยิ่งลดถอยห่าง เพราะรู้สึกว่าเธอเข้าขั้นเพี้ยนไปทุกที แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าในสมัยนั้น (นานแล้วล่ะ) หนังสือเรื่อง The Empress's new cloth ของเธอถือเป็นนวัตกรรมชนิดใหม่มากในวงการโรแมนซ์ การก่อตั้งสำนักพิมพ์อีลอร่าของเธอก็ถือเป็นคุณประโยชน์อย่างสูงต่อวงการอี โรติกโรแมนซ์อย่างยิ่ง ตอนนี้ก็เลยเหมือนซื้อหนังสือเธอตอบแทนบุญคุณค่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก (เพราะกะว่าเธอคงเพี้ยนไปแล้ว) แต่ก็ซื้อ (เรื่องเด่น One dark night 73)

ไดแอนท์ ไวท์ไซด์ เป็นนักเขียนที่มีผลงานในระยะสั้น ๆ กับอีลอร่า จากนั้นก็โบยบินเข้าซบอกเคนซิงตันแล้วมีผลงานในกับบราว่า ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์เรื่องที่ฮ็อตที่สุดในตลาดในยุคนั้น (ซึ่งบัดนี้ถูกแซงไปแล้วล่ะนะ) เธอเป็นนักเขียนแนวอีโรติคโรแมนซ์คนแรก ๆ ที่เขียนเรื่องในแนวย้อนยุค ในยามที่นักเขียนเกือบทั้งหมดมุ่งไปที่แนวพารานอมอล และนั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอโดดเด่น สำหรับแม็กซ์แล้ว ไดแอนท์เป็นนักเขียนที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดในกลุ่มสามคนนี้ (ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณเตือนพวกคุณได้ว่า คุณอาจจะไม่ชอบนักเขียนคนนี้ก็ได้นะ) เรื่องของเธอที่แม็กซ์ชอบมากที่สุดเป็นงานที่เคยออกขายกับอีลอร่ามาแล้ว และถูกเอามาพิมพ์ใหม่อีกรอบเมื่อปีกลายนั่นก็คือ The Switch หนังสือที่เล่าเรื่องของนางเอกสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นสก๊อต กับพระเอกอดีตทหารเรือที่ชอบถูกตกเป็นเบี้ยล่างในความสัมพันธ์ที่ได้คะแนนไป ถึง 87

ยุคมากันใหญ่

หลังจากหนทางถูกเปิด และประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู เหล่านักเขียนอีบุ๊คหลายคนก็ต่างทยอยตามกันเข้ามาหาสำนักพิมพ์ในนิวยอร์ค นักเขียนที่มาในช่วงนี้มักเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงพอสมควรในวงการอีบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็น

ลอร่า ลีย์ ที่โด่งดังจากแนวเราสามคนตระกูลออกัส (ที่แม็กซ์อ่านแล้วเกิดอาการอาหารไม่ย่อย) แต่งานในชุดบรีดของเธอถือว่าสนุกค่ะ เอ็กซ์แต่ก็ยังสนุกดี (Harmony's way 73)

เชเยน แม็คเคลย์ที่แม็กซ์อ่านอีบุ๊คของเธอแล้วก็โอเคนะ แต่กับเล่มที่ตีพิมพ์กับไม่เวิร์คค่ะ เรื่องยืดยาว น่าเบื่อ พล็อตเรื่องไม่เอาไหน น่าผิดหวัง แต่ตอนนี้ยังดื้ออยู่ค่ะ กะว่าจะให้โอกาสอีกสักสองสามเล่ม ถ้ายังไม่ดี ก็คงบอกศาลา (Forbidden magic 43)

คริสทีน วอร์เรน คนที่แม็กซ์เพิ่งเขียนรีวิวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ออกงานกับเซ็นต์มาร์ตินมาสามเล่ม ผิดหวังไปสอง แต่แฮ็ปปี้ไปเล่มหนึ่ง ซึ่งตามแม็กซ์ส รูล ถือว่ายังสอบผ่านค่ะ ก็คงทู่ซี้อ่านกันต่อไปอีกหลายเล่ม (She's no faerie princess 87)

เบลล่า อังเดร ที่เป็นนักเขียนชื่อเงียบจากอีลอร่า แต่กลับเป็นคนแรก ๆ ที่ได้รับสัญญาจากนิวยอร์ค แต่ก็เช่นเดียวกับความเงียบของเธอจากอีลอร่า มันก็ยังตามมาหลอกหลอนเธอเมื่อเธอออกงานกับพ็อตเก็ตบุ๊คด้วย แม็กซ์คงต้องบอกว่า งานของเธออ่านได้ แต่ไม่มีอะไรน่าประทับใจหรอกนะ (Take me 47)

พรุ่งนี้จะมาต่อยุคยกพลขึ้นบกค่ะ คราวนี้นักเขียนอีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์จะยกพวกมาถล่มสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คกัน

จากอีบุ๊คสู่นิวยอร์ค (ต่อ)

ขออนุญาตต่อเลยแล้ว คนที่อ่านไม่รู้เรื่องก็ตามลงไปอ่านที่บลอกข้างล่างก่อนแล้วกันนะคะ

ยุคศึกวันดีเดย์

เวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก (แล้วคนจะไม่แก่ได้ยังไง) หนังสือแนวอีโรติกโรแมนซ์ที่เคยถูกปฏิเสธจากนิวยอร์คแล้วกลับสภาพไปเป็นอี บุ๊ค ก็มาถึงเมืองใหญ่ริมฝั่งมหาสมุทราแอตแลนติกแห่งนี้จนได้ เพราะเม็ดเงินที่คนอ่านเทลงไปในอุตสาหกรรมนี้ บรรดาสำนักพิมพ์ใหญ่ก็อดรนทนไม่ได้ ขอเข้ามาตัดเค้กแบ่งกันบ้าง แต่ที่เร็วที่สุดก็คงจะเป็นเคนซิงตันที่เปิดตัวก่อนหน้าสุดด้วยหัวบราว่า ที่ว่ากันว่าร้อนแรงสุดสุดกันแล้วนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ไม่ร้อนเท่าที่ควร เคนซิงตันจึงเปิดตัวน้องใหม่ล่าสุดอย่างอโฟไดท์เซียออกมาอีก ซึ่งสำหรับแม็กซ์แล้วหัวนี้ ร้อนที่สุดแล้วล่ะสำหรับพรินต์บุ๊ค

เคนซิงตันนำขบวนยกพลขึ้นบกด้วยหัวอโฟไดท์เซียที่ฮ็อตมาก จริงสำหรับพรินต์บุ๊ค แม้ว่าคุณภาพของนักเขียนจะขึ้นลงตามแต่ละคนแต่โดยรวมแม็กซ์ก็ถือว่าโอเคกับ สำนักพิมพ์นี้นะคะ นักเขียนแนะนำก็อย่างเคท ดักลาสกับชุดวูลฟ์เทลของเธอ ที่ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับสาวน้อยไร้เดียงสา ขวัญอ่อน นักเขียนคนนี้เป็นอีกคนที่เป็นผลิตผลจากอีลอร่าในยุคแรก แม้เธอจะไม่ได้เริ่มเขียนหนังสือครั้งแรกกับอีลอร่าก็ตาม งานอีบุ๊คของเธอแตกต่างจากชุดหมาป่ายั่วสวาทที่โด่งดังกับอโฟไดท์เซียนัก แต่ก็ถือว่าอ่านได้ (แต่ไม่ดัง) Wolf Tales III ได้ 73

นอกจากเคทแล้ว แม็กซ์ก็ยังอยากแนะนำมอร์แกน ฮอร์ค ซึ่งโตมาจากเอ็กซ์ตาซี่ แต่โด่งดังกับชุดเราสามคนโหดจนเลือดสาดที่ออกกับสำนักพิมพ์ลูส ไอดี งานที่เธอเขียนให้กับอโฟไดท์เซียยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่แม็กซ์เรียกว่าดีหรอก นะ แต่ด้วยความซาดิสต์ก็คงจะตามงานของเธอต่อไปอีกสักเล่มสองเล่ม แล้วค่อยดูกันอีกที Victorious Star 73

เบิร์คเลย์ก็เป็นอีกสำนักพิมพ์นึงที่ไหวตัวเร็ว และรีบออก "เบิร์คเลย์ ฮีท" มาในตลาดหนังสือร้อนแรง และได้รับการต้อนรับค่อนข้างดี อันที่จริงแม็กซ์ชอบงานของฮีทมากกว่าของสำนักพิมพ์อื่นนะคะ เพราะหลายเรื่องที่ประทับใจก็มาจากสำนักพิมพ์นี้ ประกอบกับนักเขียนอีบุ๊คที่แม็กซ์ชอบหลายคนก็อยู่กับสำนักพิมพ์นี้เช่นกัน

นอกจากฮีทแล้ว เบิร์คเลย์ยังพิมพ์หนังสือปกอ่อนที่เขียนโดยเหล่านักเขียนอีบุ๊คอีกหลายคน ซึ่งแต่ละเล่มก็สนุกน่าอ่านดี อย่างงานของอันย่า แบสที่แม็กซ์กำลังอ่าน (และคิดว่าคงมารีวิวพรุ่งนี้) ก็สนุกใช้ได้ หรืองานของไซโล วอร์กเกอร์ก็น่าติดตามดี

เอว่อนซึ่งถือว่าเป็นสำนักพิมพ์โรแมนซ์ชั้นแนวหน้าก็เริ่ม ขยับตัวบ้าง แต่รู้สึกจะช้ามาก โดยออกหัวเอว่อน เรดออกมา และเช่นเดียวกับสำนักพิมพ์อื่นที่เอว่อนหานักเขียนในหัวนี้โดยการเก็บตก บรรดานักเขียนอีบุ๊คจากโลกไซเบอร์ จนบัดนี้แม็กซ์ยังไม่ถึงกับประทับใจในคุณภาพของนักเขียนเอว่อน เรดเลยนะคะ แต่กำลังตั้งหน้าตั้งตารองานของนักเขียนอีบุ๊คคนที่แม็กซ์คิดว่าเขียนดีที่ สุด ซึ่งกำลังจะออกงานพรินต์บุ๊คเล่มแรกกับเอว่อน นั่นก็คือ ลิซ่า มาเรีย ไรซ์

ฮาร์ลิควิน หลังจากที่ขยับตัว และเก็บเกี่ยวยอดขายไปกับฮาร์ลิควินเบลซ (ที่สำนักพิมพ์หนึ่งในเมืองไทยเอามาหากินกับบรรดานักอ่านคนไทย อย่างเมามัน) ก็ได้ฤกษ์เพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้กับไลท์ของตัวเองกับ สไปซ ที่ลือกันว่าร้อนแรงมากกว่าเบลซ และมีความเป็นอีโรติกมากกว่าอีก (เอ้า ได้ยินรึยัง รีบไปหามาแปลเถอะค่ะ เบื่อท่าเดิม ๆ ลีลาเดิม ๆ ของพระเอกที่ทำทีไรก็เหมือนเดิมแล้วล่ะ) แม็กซ์ยังไม่ได้อ่านสไปซสักเล่มค่ะ เพราะนักเขียนยังไม่ถูกใจ อีกอย่างกลัวคำว่าอีโรติกเฉย ๆ ค่ะ ต้องเป็นอีโรติกโรแมนซ์สักหน่อยถึงจะอ่านได้ แต่คาดว่าอีกไม่นาน เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ก็คงได้ฤกษ์ซื้อสไปซมาอ่านแล้วล่ะ เพราะนักเขียนคนโปรดสุดสุดอีกคนก็จะออกงานกับสำนักพิมพ์นี้แล้ว นั่นก็คือ ซาร่าห์ แม็คคาร์ที่ย์

แบนตั้ม ไก่แจ้ยิ่งช้าไปกว่าเจ้าอื่น ๆ ที่เพิ่งจะเริ่มออกงานของนักเขียนอีบุ๊คแนวอีโรติกโรแมนซ์ กับเล่มแรกที่เป็นงานของนักเขียนของแอมเบอร์ ควิลที่ชื่ออีเดน แบรดลีย์ ยังไม่ได้อ่านหรอกค่ะ เพราะหนังสือยังไม่ออก

ที่เหลือก็มีออกกันบ้างประปราย ไม่ถึงกับออกหัวใหม่เป็นเรื่องเป็นราวที่โฆษณาความฮ็อต อย่างเซ็นต์มาร์ตินก็เก็บนักเขียนอีบุ๊คไปไว้ในคลังแสงได้หลายคน และงานที่ออกก็ถือว่าใช้ได้นะคะ หรืออย่างนิวอเมริกันไลบรารี่ก็เดินตามรอยเดียวกับเบิร์คเลย์ จนดูหนังสือแล้วก็นึกว่าเป็นสำนักพิมพ์เดียวกันไปซะงั้น

สรุป และหวังว่าจะตอบคำถามเพื่อนบางคนที่ถามได้ อีโรติกโรแมนซ์มาแรงค่ะ และคงจะเป็นเทรนด์ที่อยู่ไปอีกสักพัก และนักเขียนอีบุ๊คก็จะถือทาบทามมาเขียนเรื่องให้กับสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คมาก ขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาที่ตามมาก็คงเป็นคุณภาพของงานที่ลดลงเรื่อย ทั้งในงานอีบุ๊ค และพรินต์บุ๊ค (เพราะคนเก่งเข้ามากันหมดแล้ว พวกหน้าใหม่บางคนอาจจะไม่แน่พอจะมา แต่ก็ได้มา เพราะไม่มีใครแล้ว)

คำถามคือ (อันนี้แม็กซ์ถามเอง) ยังมีเพชรเหลืออีกไหมในวงการอีบุ๊ค นักเขียนคนไหนที่ยังไม่ได้ออกงานพรินต์บุ๊คเสียที ทั้งที่แม็กซ์คิดว่า เจ๊คนนี้เจ๋งสุดสุดเชียวนะ คำตอบก็คือ มีค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อนแล้ว กลัวสำนักพิมพ์ในนิวยอร์คจะมาล้วงความลับค่ะ

Friday, February 6, 2009

Kelley Armstrong

อ่านหนังสือจบไปหลายเรื่องแล้วล่ะในช่วงที่ผ่านมา แต่วันนี้ขออนุญาตไม่รีวิวเรื่องใหม่ ๆ นะคะ เพราะอยากระลึกอดีต (เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเล่มล่าสุดในชุดที่กำลังจะออกขาย) กับหนังสือชุดที่แม็กซ์รักที่สุดชุดหนึ่ง

คนที่ตามอ่านบลอกของแม็กซ์คงพอรู้ว่าแม็กซ์พูดถึงหนังสือชุด Women of the otherworld (ที่กำลังจะเปลี่ยนชื่อชุดเป็น Otherworld เพราะจะเริ่มให้ผู้ชายเป็นคนเล่าเรื่องบ้างแล้ว) มาหลายรอบ

แต่ทำไงได้คะ มันบ้าไปแล้ว พยายามจะกู่ตัวเองให้กลับมาหลายปี แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

นับตั้งแต่วันทีกลับจากเชงเม้งปี 2002 ที่แม็กซ์รบเร้าแม่ให้แวะที่ร้านหนังสือระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อไปรับหนังสือเรื่อง Bitten จากร้านเจ้าประจำ อันที่จริงไม่ได้ตั้งใจจะไปเอาเล่มนี้หรอกนะ แต่เพียงแว่บแรกที่อ่านบทแรก แม็กซ์ก็ถลำตัวลงไป

อีกห้าชั่วโมงถัดมา เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นฟ้ามืด แม็กซ์ก็ติดบ่วงหลงน้ำมนต์จากปลายน้ำหมึกของเคลลี่ย อาร์มสตรองค์ โลกที่สร้างขึ้นในหน้าหนังสือช่างน่าทึ่ง ตัวละครโดดเด่นโลดแล่นราวกับมีชีวิต ไม่ใช่เพราะตัวพระเอกนางเอกเท่านั้น แม็กซ์พบว่าตัวเองสนใจกระทั่งตัวละครที่โผล่มาครั้งแรกพร้อมกับความตายของ ตัวเอง (อย่างโลแกน)

เคลลี่ย์เป็นคนที่เขียนตัวละครได้น่าสนใจ โลกที่เธอสร้างขึ้นน่าอ่าน เหนืออื่นใด เธอไม่ได้เขียนโรแมนซ์ แต่เรื่องโรแมนซ์ในหนังสือของเธอดียิ่งกว่าหนังสือโรแมนซ์ส่วนใหญ่ที่ขายกัน ดาษดื่น แต่ถ้าคุณรู้จักนิสัยการอ่านของแม็กซ์ดี ก็คงเข้าใจว่า โรแมนซ์ที่แม็กซ์ชอบ จะไม่ใช่เรื่อง "พระเอกรักนางเอกม๊ากมาก" ธรรมดา

เคลย์รักอีเลน่า เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารัก (ความจริงคือ เคลย์ไม่เคยมีความสัมพันธ์ หรือกระทั่งอยากมีความสัมพันธ์กะผู้หญิงคนไหนเลย จนกระทั่งเขาได้เจอกับอีเลน่า) แต่เพราะความรักเขาทำร้ายเธอยิ่งกว่าที่ผู้ชายคนไหนจะกระทำต่อเธอ รักของเคลย์คือความเป็นเจ้าของ เขาเป็นสัตว์ป่า (เพราะเคลย์เป็นมนุษย์หมาป่า) มากพอจะทำทุกวิถีทางเพื่อไขว่คว้าหญิงที่เขารักมาครอบครอง โดยไม่สนใจว่ามันจะส่งผลเช่นไร

มันเป็นความรักที่น่าทึ่ง ชนิดที่แม็กซ์อยากเห็นให้หน้าหนังสือ (แต่ไม่มีวันคิดจะเฉียดใกล้ในชีวิตจริง) รักของเคลย์ซับซ้อน แต่เคลลี่ย์ก็คลี่คลาย และทำให้แม็กซ์เชื่อว่า ความรักนั้นจะไปรอด (แบบที่อีเลน่าไม่ต้องกล้ำกลืนทน และเคลย์ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมากนัก)

แต่ที่แสดงว่าเคลลี่ย์เก่งในฐานะนักเขียนเพราะเธอเขียนตัวละครได้หลาก หลาย สำหรับคนที่สร้างตัวละครอย่างเคลย์ เธอก็สร้างลูคัส คอร์เตช ทนายความหนุ่มผู้มีอุดมการณ์ ชายหนุ่มที่อ่อนโยน เขาเป็นคู่ที่เหมาะสมกับเพจ

ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงถึงจะแสดงความรู้สึกว่าเรารักชุดนี้ได้ครบถ้วนค่ะ เชื่อไหมว่า ที่กลับมาบ้าชุดนี้อย่างหนักอีกรอบเป็นเพราะบังเอิญเปิดเว็บไซดของเคลลี่ย์ เพื่อเช็คข่าวหนังสือเล่มถัดไปในชุดเท่านั้นเอง

แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้น (อีกครั้ง) ของความบ้าคลั่งชุดนี้ ตอนนี้กำลังนั่งอ่าน Bitten อีกรอบอยู่ค่ะ

บลอกที่เคยเขียนเกี่ยวกับชุดนี้

แนะนำตัวละคร ทั้งเรื่อง เฉพาะเจรามี่ เดนเวอร์

รีวิว No Human Involved

เอาไว้ตั้งสติได้มากพอ จะกลับมานั่งเล่า Bitten ให้ฟัง (สำหรับคนที่ฟังเป็นรอบที่ร้อยแล้ว ก็ทนเอาหน่อยแล้วกันค่ะ)

อยากจะบอกว่า ไปหาอ่านกันเถอะนะคะ สำหรับคนที่กล้าก้าวออกนอกกรอบโรแมนซ์สักหน่อย หนังสือชุดนี้ไม่น่าพลาดเลยค่ะ

Thursday, January 22, 2009

Miss Author

ปล่อยความเครียดมาฝากคนอ่านบลอกไปสองบลอกเต็ม ๆ แม็กซ์เลยขอแก้ตัวด้วยเรื่องไร้สาระอย่างสิ้นเชิงด้วยบลอกนี้แล้วกันค่ะ

แม็กซ์ว่าทุกคนคงจะรู้แก่ใจแล้วล่ะนะ ว่าฝีมือการเขียนเรื่องไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหน้าตาหรือเชื้อชาติของคนแต่ง แต่วันนี้ขอเอาเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของนักเขียนมาเป็นหัวข้อบลอกแล้วกันค่ะ

ด้วยเวลาอันสั้น แม็กซ์คิดถึงนักเขียนที่ "สวย" ในความคิดของตัวเองค่ะ

เคธลิ น คิทเทรจด์ สาวน้อยวัยยี่สิบสี่ปี (หรือน้อยกว่านั้น ข้อมูลแม็กซ์ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร) เป็นนักเขียนแนว Urban Fantasy กับผลงานเล่มแรกชื่อเรื่องว่า Night Life (ซึ่งแม็กซ์ยังไม่ได้อ่าน) ข่าวว่าเธอได้สัญญาเขียนงานกะสนพ. เซ็นต์มาร์ตินพร้อมกันทีเดียวห้าเล่ม

แม็กซ์เคยเจอตัวจริงของเธอที่งาน RT ขอบอกว่าตัวจริงสวยกว่าในรูปมากนัก

และเราก็ต้องไม่ลืมคนนี้ค่ะ อดีตนางงามแห่งรัฐแม็ทซาชูเส็ตอย่างลิซ่า เคลย์แพสที่หลายปีผ่านไป ความสวยก็ยังไม่สร่าง

ลิซ่าตอนนี้กลายเป็นนักเขียนขาใหญ่มาก (ไม่ได้หมายถึงขาของเธอจริง ๆ หรอกนะ) แต่ถือว่าเป็นนักเขียนในระดับแนวหน้าของวงการโรแมนซ์ไปแล้ว

เธอเริ่มเขียนนิยายเล่มแรกเมื่ออายุได้เพียงยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น และดูเหมือนว่ายิ่งเขียน ฝีมือของเธอก็ยิ่งพัฒนา

และ นักเขียนหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้ชื่อว่า เป็นเจ้าของรางวัลเอ็มมี่ (ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับคนบันเทิงในวงการโทรทัศน์ของอเมริกา) เนื่องจากอีกตัวตนนึงของเธอที่นอกจากจะเป็นนักเขียนแล้ว เธอยังเป็นโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์

แมริแอนน์ แมนคูซี่เป็นนักเขียนให้กับสามสนพ. นั่นก็คือดอร์เชสเตอร์ (ที่ซึ่งเธอมีผลงานมากที่สุด), เบิร์คเลย์, และดัตตัน (ซึ่งเป็นงานแนว YA ไม่ใช่โรแมนซ์)

เธอเป็นอีกครึ่งหนึ่งของคู่หูดูโอที่เรียกกันว่า M&M (อีกคนคือ ลิซ มาเวอร์ริค) เพราะสองสามทำรายการของตัวเองที่เรียกว่า Rebel of Romance ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับวงการหนังสือโรแมนซ์ในมุมมองของพวกเธอเอง รายการนี้ออกอากาศทางอินเตอร์เน็ตค่ะ

หลายคนคงจะเคยอ่านงานของเธอในฉบับแปลและแปลงโดยสนพ.หนึ่งในเมืองไทย

สาวผมแดงที่เติบโตขึ้นมาจากการเขียนนิยายแนวแฟนฟิคอย่างเมลจีน บรู๊คถือเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งวงการโรแมนซ์ และนักเขียนอย่างเธอนี่แหละที่แม็กซ์คิดว่า ทำให้วงการโรแมนซ์สามารถเดินไปข้างหน้าโดยไม่ถอยหลังย่ำอยู่กับนางเอกที่ เป็นสาวน้อยไร้เดียงสา โง่เป็นวัวเป็นควายเพราะเรียนไม่จบมหาลัย สอดส่ายสายตาหาพระเอกที่เป็นเศรษฐีพันล้านอย่างเดียว

สำหรับรูปนี้แม็กซ์ว่าเทียบกะตัวจริงของเมลจีนไม่ได้เลย แต่เนื่องจากรูปอื่นที่สวยกว่ามันอยู่ในเว็บไซด์อื่น ก็เลยคิดว่าเอารูปที่เธอลงในเว็บไซด์ของเธอเองมาก็อปลงในนี้จะดูเหมาะกว่า

สำหรับคนที่สนใจงานของเธอ แม็กซ์เคยรีวิวไว้ในบลอกแล้วล่ะค่ะ

สาวผมแดงอีกคนที่รูปไม่ได้สะท้อนตัวจริงเท่าไหรนัก เพราะขอบอกว่าตัวจริงมีเสน่ห์มาก ขนาดที่แม็กซ์ซึ่งบ้าผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ยังอดชอบในความสวยของเธอไม่ได้

ริเซล มีดเป็นนักเขียนอีกคนในกลุ่ม Urban Fantasy อายุน้อยที่มาแรง เรื่องเขียนเรื่องราวของจอร์จิน่า คินเคด ซึ่งเป็นปีศาจกามอารมณ์ (Succubus) เรื่องไม่ได้เอ็กซ์และเซ็กซ์หรอกนะคะ แม็กซ์คิดว่ามันเป็นกึ่งพารานอมอลชิคลิคมากกว่า

และสุดท้ายสาวสวยที่งามอย่างเอเชียที่แม็กซ์ขอบอกว่า สวยจริง ๆ กับมาร์เจอรี่ เอ็ม หลิว

แม้จะหน้าตาออกแนวเอเชีย แต่หุ่นฝรั่งนะคะ เพราะพอยืนเทียบกันแม็กซ์ซึ่งทรนงตัวเองว่าเป็นหญิงไทยไซด์ใหญ่แล้ว ยังอยู่ไม่ถึงไหล่ของเธอเลย

มาร์เจอรี่เขียนหนังสือในแนวพารานอมอลโรแมนซ์ให้ดอร์เชสเตอร์ นอกจากนี้ยังเขียนการ์ตูนเรื่องเอ็กซ์เมนกับมาร์เวลล์ และ Urban Fantasy กับเบิร์คเลย์ ถือเป็นนักเขียนที่มาแรงที่สุดคนนึงในยุคนี้เลย

นี่เป็นหกสาวที่แม็กซ์ส่งเข้าประกวด คนอื่นมีชื่อนักเขียนอื่นอยู่ในใจบ้างไหมคะ