Monday, October 13, 2014

Review: Avenge Me


Avenge Me
Avenge Me by Maisey Yates

My rating: 1 of 5 stars



เราชอบแบ็คกราวด์ของเรื่องชุดนี้นะคะ การฆ่าตัวตายของหญิงสาวคนนึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของชายสามคนที่เกี่ยวข้องกับเธอ และเมื่อความจริงปรากฎว่า เธอฆ่าตัวตายเพราะการกระทำของคนคนนึง ชายทั้งสามร่วมมือกันเพื่อแก้แค้น

ปัญหาก็คือ เรื่องนี้ไม่ได้ตอบโจทย์นั้น เราไม่รู้ว่า เป็นเพราะเรื่องถูกเขียนโดยนักเขียนสามคน ทำให้ประเด็นเรื่องการแก้แค้นดูไม่มีน้ำหนัก แล้วไม่น่าสนใจ ชนิดที่เราไม่รู้สึกว่า พระเอกเรื่องนี้มีความจริงใจในการแก้แค้น คือเรื่องเหมือนพยายามบอกว่า เขากำลังทำบางอย่างเพื่อเปิดเผยความจริง แต่เรากลับไม่เห็นว่า มันคืออะไร หรือจะช่วยสถานการณ์ได้ยังไงบ้าง

และอาจจะเป็นเพราะความคาดหวังที่มากกว่า แต่สิ่งที่เราได้ก็คือ หนังสือแนวฮาร์ลิควิน เพรสเซ่นส์อีกเล่มนึงก็ได้ที่ทำให้เราเซ็ง ทั้งที่จริง ๆ ไม่ได้ถึงกับแย่มาก แต่ความผิดหวังจากเล่มนี้ทำให้เราถอยหลังจากสองเล่มที่เหลือในชุดไปเลยนะคะ ต้องตั้งหลักทำใจสักระยะก่อนจะกลับไปอ่านได้

เมื่อออสตินรู้ว่า บิดาที่เขานับถือคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนสมัยเรียนฮาร์วาร์ดของเขาต้องฆ่าตัวตาย (เพราะ หลอกล่อและบีบบังคับให้เธอเข้าสู่อาชีพขายตัว) เขาและเพื่อนสนิทอีกสองคนวางแผนที่จะเปิดโปงการกระทำอันชั่วร้ายนี้ แม้ว่ามันจะทำให้ชีวิตของมารดาและน้องสาวของเขาเองต้องพังทลายลงก็ตาม และเมื่อเขาได้เจอกับเคตี้ น้องสาวของเหยื่อคนนั้น ทั้งคู่จึงร่วมมือกันในการสืบหาความจริง

หรืออย่างน้อยก็คือสิ่งที่พวกเขาบอกตัวเอง สำหรับเรามันเป็นความพยายามที่ไม่ได้เรื่อง แล้วไม่น่าเชื่อว่า ทั้งออสตินและเคตี้จะได้ข้อมูลอะไรจากการสืบของพวกเขา (ซึ่งดูไร้สาระเอามากๆ) นอกจากนี้เรื่องก็ยังผสมผสานพล็อตแนวเพรสเซ่นส์ ที่พระเอกรวยล้นฟ้าเจอนางเอกที่กำลังตกอับ (เคตี้ถูกไล่ออกจากงานเพราะพ่อของออสตินกลั่นแกล้ง) มาเธอมาที่เพนท์เฮ้าส์สุดหรู และเลี้ยงเธอเป็นเมียเก็บ (เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้พ่อสงสัยว่า เขาและเธอกำลังสืบเรื่องบางอย่างอยู่) แถมเอา BDSM มาประกอบเพื่อขายแฟนหนังสือแนวฟิฟตี้เชดอีก

เราว่ามันมากไป และพยายามมากเกินไป คือถ้าเล่มนี้วางขายเป็นแค่แนวเพรสเซ่นส์ เราอาจจะให้อภัยได้มากกว่านี้ (เพาะคาดหวังไม่เยอะ) แต่เมื่อเทียบกับพล็อตของชุด เราอยากเห็นอะไรที่เป็นน้ำเป็นเนื้อมากกว่านี้ การแก้แค้นที่จริงจัง ไม่ใช่ว่า แก้แค้นไประหว่างเวลารอเจอนางเอกแบบนี้น่ะค่ะ



View all my reviews

Review: Take Me


Take Me
Take Me by Maisey Yates

My rating: 1 of 5 stars



ถ้าให้คะแนนต่ำกว่านี้ได้ก็จะให้ต่ำกว่านะคะ

เขียนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแย่นะคะ เพียงแต่เรารู้สึกว่า หลายอย่างผิดที่ผิดทาง และเราก็ไม่ชอบเรื่องสั้นเป็นทุนเดิม

เรื่องนี้ตั้งใจให้เป็นเรื่องเปิดชุด Fifth Avenue ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เขียนร่วมกันของนักเขียนสามคนเกี่ยวกับการตายของหญิงสาวคนนึงที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของชายสามคนที่เกี่ยวข้องกับเธอ

พล็อตเรื่องน่าสนใจ และเป็นเหตุผลให้เราหยิบเล่มนี้มาอ่าน และต้องขอบอกว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดที่ออกเล่มนี้ออกมาเปิดชุด เรื่องนี้แจกฟรีให้อ่านเป็นอีบุ๊คเพื่อเชิญชวนให้คนอ่านสนใจมาอ่านเรื่องชุดนี้ แต่พออ่านแล้วอาจจะไม่อยากอ่านไปเลยก็ได้

ทราวิสและซิดนีย์เติบโตมาด้วยกัน เขาเป็นลุกชายเจ้าของบ้านผู้ร่ำรวย ส่วนเธอเป็นลูกสาวของแม่บ้านที่ได้รับการส่งเสริมจากครอบครัวของทราวิสจนเรียนจบฮาร์วาร์ด เราชอบภูมิหลังของทั้งสองนะคะ และคิดว่า ถ้าคนแต่งมีหน้ากระดาษมากกว่านี้ เรื่องนี้อาจจะดีกว่านี้ได้ แต่ไม่มีคำว่าถ้าค่ะ ปัญหาคือ เรื่องสั้นเกินไป ด้วยหน้ากระดาษที่จำกัด หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ควรเกิดก็เกิด

นั่นก็คือ เพื่อสรุปความสัมพันธ์ของทราวิสและซิดนีย์ภายในหนึ่งร้อยหน้า ทั้งคู่มีเซ็กส์กันเป็นครั้งแรกในคืนวันที่เพื่อนสนิทของซิดนีย์ฆ่าตัวตาย เราพอเข้าใจนะคะว่า ความเศร้ามีส่วนทำให้คนหันไปพึ่งพาเซ็กส์ แต่การเขียนอย่างเร่งรีบและลวก ๆ ทำให้เราไม่ได้อารมณ์นั้น มันเหมือน เพื่อนฉันตาย ไปสนุกกับการมีเซ็กส์ดีกว่า ความเศร้าที่ทราวิสและซิดนีย์รู้สึกมันตื้นเขิน และหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะเรื่องต้องรีบสรุปให้จบ จนทำให้เรารู้สึกว่า คนทั้งคู่ช่างไม่ยี่หระต่อการตายของคนที่พวกเขาบอกว่า เป็นเพื่อนเอาเสียเลย

เราเสียดายเล็ก ๆ นะคะ เพราะเราชอบภูมิหลังของคาแร็คเตอร์ทั้งคู่มาก



View all my reviews

Review: Wanted


Wanted
Wanted by J. Kenner

My rating: 1 of 5 stars



เราอ่านงานของนักเขียนคนนี้มาหลายเล่มแล้วนะคะ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเฉย ๆ คืออ่านไปเรื่อย ๆ แล้วก็ลืมไป แต่นี่เป็นงานแนวอีโรติกโรแมนซ์เล่มแรกของเธอที่หยิบมาอ่านค่ะ

เจ. เคนเนอร์เขียนหนังสือในหลายนามปากกา เราอ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกในนามปากกานี้ของเธอ และอาจเพราะว่า เธอค่อนข้างประสบความสำเร็จในนามปากกานี้ เราจึงคิดว่า มันน่าจะมีอะไรมากกว่า ดีกว่า แต่ความจริงก็คือ มันไม่มีอะไรเลย

เรื่องราวตามสูตรฟิฟตี้เชด พระเอกที่ร่ำรวยมหาศาล ชายผู้มีความลับดำมืดในอดีต กับนางเอกที่เป็นสาวน้อยไร้เดียงสา เล่มนี้ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน เรียกว่าโตมาด้วยกันก็ได้ เมื่อลุงของนางเอก แองเจลินาเป็นเสมือน mentor ของเอแวน แบล็ค พระเอกของเรื่อง เมื่อลุงของเธอเสียชีวิตลง ความโศกเศร้า ความสับสนเกี่ยวกับทางเลือกในชีวิต ก็มาผสมกับความปรารถนาที่ฝังลึกในจิตใจ ชักนำแองจี้เข้าไปในชีวิตของเอแวน แม้เธอจะรู้ว่า มีบางอย่างที่ไม่ปกติกับประวัติภูมิหลังของเขา แต่มันไม่สำคัญ เธอไม่อาจห้ามใจตัวเองได้

เรื่องนี้โคตรน่าเบื่อ ขนาดที่ว่าฉากเซ็กส์อ่านไปก็ยังเบื่อ เราไม่ถึงกับไม่ชอบพระนางนะคะ เพียงแค่ต่อไม่ติดกับพวกเขา เราไม่รู้สึกว่า อยากจะค้นหาว่า ภูมิหลังอันแสนดำมืดของเอแวนคืออะไร ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่เห็นมีอะไรนะคะ แค่เป็นโจร หรือเราอาจจะอ่านเรื่องที่พระเอกทำอะไรเลวร้ายกว่านี้มาเยอะเกินไปก็ได้ เลยมองว่า แค่นี้เองนะ แล้วเราก็ยังรู้สึกว่า นางเอกคร่ำครวญ (ในแง่ที่ว่า ไม่ได้ว่าเศร้านะคะ แต่เป็นสไตล์การเล่าเรื่องของเธอ) ได้น่าเบื่อมาก อ่านไปหาวไป

ส่วนเดียวที่เรารู้สึกว่า น่าสนใจก็คือ อดีตเกี่ยวกับพี่สาวของแองจี้ แต่สุดท้ายเรื่องก็ทำลายมันไปอีกด้วยการ ไม่มีปริศนาใด ๆ ทั้งสิ้น คนร้ายถูกฆ่าล้างแค้นไปตั้งนานหลายปีแล้วโดยลุงของนางเอก



View all my reviews

Review: How the Scoundrel Seduces


How the Scoundrel Seduces
How the Scoundrel Seduces by Sabrina Jeffries

My rating: 3 of 5 stars



จากเหตุการณ์ในเล่มก่อนหน้า (When the Rogue Returns) ทำให้สำนักงานนักสืบแมนตันเป็นหนี้บุญคุณของโซอี้ คีน มาถึงเล่มนี้ได้เวลาที่เธอจะขอให้พวกเขาใช้หนี้ ด้วยการสืบหาว่า ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเธอ

ในสังคมเธอคือเลดี้โซอี้ คีน ทายาทสาวผู้มีสิทธิในมรดกจำนวนมหาศาลของท่านเอิร์ลผู้เป็นบิดา แต่โซอี้สงสัยว่า นั่นจะไม่ใช่ความจริง เธออาจจะถูกรับมาเลี้ยง มีรายละเอียดหลายอย่างไม่ลงตัว และเธอต้องการรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต แต่เนื่องจากนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าหากความจริงถูกเผยแพร่ออกไป โซอี้จะก็หมดสิทธิ์ในมรดกทั้งหมด รวมทั้งจะยังทำลายชื่อเสียงของบิดาผู้เป็นที่รักอีกด้วย

และนักสืบที่ถูกมอบหมายให้ทำคดีของเธอก็คือ ทริสแทน บรอนชาร์ด ลูกชายนอกสมรสของไวส์เคาท์ผู้ซึ่งมีทัศนคติที่ไม่ดีนักกับเหล่าขุนนางทั้งหลาย จึงทำให้เมื่อเริ่มต้นทำงานร่วมกับโซอี้ ทั้งคู่จึงเป็นเหมือนน้ำกับน้ำมันที่เข้ากันไม่ได้ แต่คนอ่านโรแมนซ์ก็ย่อมรู้ดีว่า ใช้เวลาเพียงแค่ไม่นาน ความขัดแย้งแม้จะไม่หายไปไหน แต่โซอี้และทริสแทนก็ถูกดึงดูดเข้าหากันอย่างรวมเร็ว

ช่วงครึ่งเล่มแรกน่าเบื่อมาก ๆ เพราะเราไม่อินไปกับพล็อตเรื่อง เรารู้สึกว่า สิ่งที่โซอี้ทำไม่ฉลาด เธอเริ่มสืบหาความจริงเกี่ยวกับภูมิหลังของตัวเองเพียงเพราะคำพูดของคนไม่กี่คน แม้เรื่องจะบอกว่า เธอจ้างให้สำนักงานของทริสแทนสืบเพราะเชื่อมั่นในการทำงานแบบลับ ๆ ของพวกเขา แต่มันก็มีความเสี่ยงมาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อโซอี้เองก็ไม่ใช่ว่า จะรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี (คือเหมือนโชคดีว่า มาจ้างพวกพระเอกให้ทำงานให้) เราคิดว่า คนที่อยู่ในสถานะอย่างโซอี้ (ที่จะต้องสูญเสียทุกอย่าง หากความจริงเป็นอย่างที่เธอคิด) ไม่ควรทำอะไรเช่นนั้น แล้วยังการที่เธอตื้อขอตามทริสแทนไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยเขาสืบสวน ยิ่งทำให้เรื่องดูไม่สมจริง

แต่ครึ่งเล่มหลังกลับมาสนุกได้ค่ะ เพราะเมื่อความจริงเปิดเผยว่าโซอี้เป็นใครกันแน่ โฟกัสของเรื่องก็เปลี่ยนมาที่อดีตของทริสแทนบ้าง และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองในจุดนี้น่าอ่านมากขึ้น เราชอบเรื่องส่วนนี้ค่ะ และทำให้การอ่านสนุกมากขึ้น

ว่าไปแล้วอาจจะเป็นเพราะ เราค่อนข้างสบายใจกับการอ่านงานของซาบรินา เจฟฟรีย์ก็ได้ค่ะ คืออ่านได้เรื่อย ๆ อาจจะไม่ถึงกับยกนิ้วให้ว่ายอดเยี่ยม แต่อ่านแล้วคุ้นเคย สบายใจ สนุก ผลลัพธ์จึงอาจจะไม่ใช่หนังสือที่ดีมาก ๆ แต่เป็นหนังสือที่เราอ่านได้ไม่ผิดหวัง



View all my reviews

Review: Unrestrained


Unrestrained
Unrestrained by Joey W. Hill

My rating: 1 of 5 stars



บอกได้คำเดียวว่าผิดหวังค่ะ จริง ๆ เราไม่ได้คาดหวังอะไรที่มากมายเท่าไหรนักเวลาที่อ่านเรื่องแนวอีโรติกโรแมนซ์นะคะ แต่เพราะนี่เป็นงานเขียนของโจอี้ ฮิลล์ ซึ่งเป็นนักเขียนที่เราชอบมาก เราก็เลยนึกอยากให้เรื่องน่าสนใจมากกว่านี้

ปัญหาของเราที่มีต่อเรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะ เราไม่ผูกพันกับตัวละคร เราไม่แคร์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา เราไม่สนใจอยากรู้เรื่องราวในชีวิตของพวกเขา มันเหมือนดูหนังที่เรารู้สึกเฉยมาก ๆ กับตัวเอก

หลังจากสามีผู้เป็นที่รักเสียชีวิต อธีนาก็ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว กระทั่งความสนใจทางเพศด้าน BDSM ก็ไม่อาจทำให้เธอกลับมาสู่โลกแห่งการมีชีวิตได้อีก จนกระทั่งเธอได้เจอกับเดล ทหารผ่านศึกผู้ที่ทำให้เธอต้องทบทวนรสนิยมทางเพศของตัวเองอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าคิดถูกรึเปล่านะคะ แต่เรารู้สึกเหมือนคนแต่งเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อตอบกระแสของเรื่องฟิฟตี้เชด ไม่ใช่ว่าเหมือนกันในแง่ของพล็อตเรื่องนะคะ แต่เหมือนเป็นการสอนคนอ่านว่า นี่คือ BDSM ที่ถูกต้อง ซึ่งเราเชื่อว่าโจอี้ ฮิลล์เขียนได้ถูกต้องมากกว่าอีแอล เจมส์นะคะ แต่มันไม่ใช่ประเด็น เราแค่อยากอ่านเรื่องที่ดึงความสนใจของเราเอาไว้ ทำให้เราอยากพลิกหน้าต่อไปอ่าน แต่เรื่องนี้แม้จะมีฉากเซ็กส์ที่ร้อนแรง แต่ก็แค่นั้น เราอ่านแล้ววาง แล้ววาง แล้ววาง ใช้เวลานานมากกว่าจะจบเรื่อง เพราะเราไม่มีความผูกพันกับคาแร็คเตอร์เลย เราไม่สนใจว่า พวกเขาจะคิดอะไร เลือกยังไง

นอกจากนี้เราไม่ชอบพล็อตที่นางเอกใช้ชีวิตแบบเป็น Dom เพียงเพื่อจะตอบสนองความต้องการของสามี (ที่ตายไปแล้ว) เพราะเขาเป็น sub จนกระทั่งได้เจอกับพระเอกที่แสดงให้นางเอกเห็นว่า แท้จริงแล้วเธอเองก็เป็น sub และต้องการอะไรทางเพศ เราคิดว่า มันดูถูกผู้หญิง (ไม่แน่ใจว่า ใช้คำนี้ถูกไหมนะคะ แต่เหมือนกับ ทำไมนางเอกต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ต้องเสแสร้งเพื่อผู้ชายคนนึง เขาอาจจะเป็นคนดี และเธอรักเขา แต่การใช้ชีวิตที่เป็นอีกด้านนึงของความต้องการของตัวเอง เหมือนนางเอกเป็นแม่พระ และช่างเสียสละ ซึ่งสำหรับเรา ไม่ชอบนางเอกแบบนี้ค่ะ)

ไม่รู้จะเขียนอะไรมากกว่าไปกว่านี้เลยค่ะ เรื่องไม่มีอะไร อารมณ์เรื่องก็ต่อไม่ติดกับเรา คาแร็คเตอร์ไม่ผูกพัน ผิดหวังคำเดียว



View all my reviews

Review: Avenging Angel


Avenging Angel
Avenging Angel by Cynthia Eden

My rating: 3 of 5 stars



เราต้องพยายามพอควรในการอ่านให้พ้นห้าสิบหน้าแรก พล็อตเรื่องดูไม่น่าสนใจ นางเอกที่น่ารำคาญหน่อย ๆ แต่หลังจากนั้นทุกอย่างดีขึ้นค่ะ อาจจะเป็นเพราะเราชอบงานของนักเขียนคนนี้อยู่เป็นทุนเดิม (คือคุ้นกับสไตล์การเขียนของเธอ) เรื่องอาจจะยังคงเป็นสูตรอยู่ แต่ก็เป็นสูตรที่เราชอบ โดยรวมจึงถือเป็นงานที่อ่านได้สนุกอีกเล่ม แต่ไม่แนะนำให้กับคนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องในชุดนี้มาก่อนนะคะ เพราะมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ต่อเนื่องกับเล่มก่อนหน้า

เรื่องนี้เป็นเล่มที่สี่ (และคิดว่าน่าจะเป็นเล่มสุดท้าย) ของชุด The Fallen เรื่องราวของเทวทูตตกสวรรค์ เพียงแต่ในกรณีของมาร์นา นางเอกของเรา การตกสวรรค์ของเธอแตกต่างออกไป เธอไม่ได้พ่ายแพ้ต่อกิเลสและเลือกที่จะลงมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ แต่ปีกของเธอถูกทำลายจากมนุษย์กลายร่าง (เป็นเสือดำ) จนเธอไม่อาจบินกลับสู่สวรรค์ได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ ถ้านั่นยังลำบากไม่พอ มาร์นายังถูกใส่ความว่าเป็นฆาตกรฆ่าคนตายอีกต่างหาก

แทนเนอร์ แชนซ์รู้สึกรับผิดชอบต่อชีวิตของมาร์นา เพราะไม่เพียงแต่พี่ชายของเขาเป็นคนที่ทำลายปีกของเธอ เขายังรู้สึกอะไรบางอย่างต่อเธอตั้งแต่แรกเห็น เขาหักห้ามใจให้ปล่อยเธอตามลำพังเพื่อปรับตัวกับชีวิตใหม่บนโลกมนุษย์ แต่เมื่อคดีฆาตกรรมมาถึงมือของเขา แทนเนอร์ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องจับตัวมาร์นาไปสืบสวน กระนั้นเขาก็ยังวางแผนทำให้เธอรอดออกมา แต่ความยุ่งยากยังไม่จบสิ้น

ปกติเทวฑูตตกสวรรค์จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว แต่มาร์นาเป็นความพิเศษ (ที่เธอไม่ต้องการ) เพราะแทนที่เธอจะได้พลังสมัยที่ยังเป็นเทวฑูตกลับมา เธอกลับไม่อาจป้องกันตัวเองได้เลย และเลือดของเทวฑูตก็เป็นสิ่งมีค่า เป็นความเสพติดที่ทุกคนต้องการ นั่นทำให้เธอตกเป็นเหยื่อและโดนตามล่า ซึ่งแน่นอนว่า แทนเนอร์ต้องรับบทบาทเป็นผู้พิทักษ์คุ้มครอง

เรื่องมาตามแนวของหนังสือทั่วไป พระเอกที่ต้องปกป้องนางเอก ไม่ได้มีอะไรใหม่นะคะ แต่อาจเพราะนี่เป็นพล็อตแบบที่เราชอบอ่าน ก็เลยอ่านได้ ประกอบกับปริศนาหลายอย่างที่ทิ้งเอาไว้ให้ต้องคิด ไม่ว่าทำไมพลังของมาร์นาจึงไม่กลับมา และใครเป็นคนร้ายตัวจริงกันแน่ เราจึงอ่านไปแบบตามติดทุกหน้า

ประเด็นเกี่ยวกับคนร้าย คงต้องบอกว่า เราผิดหวังมาก ๆ นะคะ ไม่ใช่ตรงที่ใครเป็นคนร้าย แต่เป็นที่คนแต่งไม่ได้ให้รายละเอียดมากพอ เราอยากรู้ประวัติความเป็นมาของคนร้ายให้มากกว่า เช่นเขาเป็นลูกของเทวฑูตคนไหน ทำไมจึงถูกทิ้ง เราอยากรู้ว่า ส่วนผสมของเทวฑูตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ จะเป็นยังไงกันบ้าง

โดยรวมในฐานะที่เราเป็นแฟนงานเขียนของซินเธีย เอเดน เราไม่ผิดหวังกับเล่มนี้ แต่นี่ไม่ใช่งานของเธอที่เราจะแนะนำให้เริ่มต้นอ่านกันเป็นเล่มแรกหรอกค่ะ



View all my reviews

Review: Hemy


Hemy
Hemy by Victoria Ashley

My rating: 2 of 5 stars



เล่มนี้ดีกว่าเล่มแรกนะคะ อาจจะเพราะทำใจกันไว้ล่วงหน้ากับสไตล์การเขียนและการเล่าเรื่องของคนแต่งคนนี้แล้ว เรารู้สึกว่า วิคทอเรีย แอชลีย์เขียนเรื่องแบบให้คนอ่านรู้สึกช็อคไปกับพฤติกรรมของตัวเอง เรื่องที่ค่อนข้างอีโรติกมาก ๆ และการที่ตัวละครฝ่ายชายไม่มีฟิลเตอร์ (ทั้งคำพูดและความคิด) เอาเลย

เราชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มแรก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกและนางเอกดูน่าเชื่อมากกว่า (เล่มแรก Slade อ่านยังไงก็ไม่รู้สึกว่า พระเอกจะรักนางเอกจริง ๆ) อาจจะเป็นเพราะวางพล็อตไว้แต่แรกแล้วว่า ทั้งสองรู้จัก และรักกันมาก่อน แต่เพราะนางเอกไม่อาจทนพฤติกรรมของพระเอกได้ ก็เลยเดินจากไป จุดนี้ทำให้เราชอนนางเอกในตอนต้น ๆ มากพอควร

ปัญหาก็คือ เมื่อนางเอกกลับมา เธอไม่ได้กลับมาอย่างผู้ชนะ เรื่องไม่ได้เน้นอะไรนะคะ แต่ลงเอยนางเอกก็มีอาชีพเต้นระบำเปลื้องผ้าเหมือนกับพระเอก เราชอบนะคะที่ทัศนคติของเรื่องไม่ได้ดูถูกอาชีพนี้ (เราเองต่างหากอาจจะรับไม่ได้มากกว่า) แต่เรานึกอยากให้นางเอกกลับมาแบบ ไม่มีเธอในชีวิต ฉันก็อยู่ได้ และมีความสุข

เรื่องเป็นแนวรักเก่าหวนคืน เมื่อพระเอกรู้ว่า นางเอกกลับมา ก็ไม่มีอะไรหยุดเขาจากการเอาชนะใจของเธออีกครั้งให้ได้ ส่วนนี้เราชอบค่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะการปูคาแร็คเตอร์ของเขามาจากเล่มแรก เราคิดว่า เรื่องมันจะโลดโผนกว่านี้ โดยเฉพาะฉากเซ็กส์ที่เรายังรู้สึกเหมือนคนแต่งหลอกคนอ่านให้คาดหวัง (อะไรที่มันจะพิศดารมากกว่าที่เป็น) แล้วยังเรื่อง ความเป็น Bisexual ของพระเอกอีก มาเรื่องนี้แล้ว เหมือนมันไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน น่าผิดหวังมาก ๆ ค่ะ

ไม่แน่ใจว่า จะซื้อเล่มสามในชุดนี้อ่านต่อไหมนะคะ เพราะโดยรวมแล้ว แม้เล่มนี้จะดีกว่าเล่มแรก แต่มันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากฉากเซ็กส์ฮ็อต ๆ เท่านั้นเอง



View all my reviews