แม็กซ์หายหน้าไปวันนึง เพราะหนังสือเล่มนี้แหละ นี่เป็นหนึ่งในหนังสือที่แม็กซ์รอคอยมานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่แม็กซ์อ่านเจอตัวละครที่ชื่อมาร์ควิสแห่งอีสเตอร์บรูคในเรื่อง The Rules of Seduction เขาเป็นตัวละครที่ลึกลับ (พระเอกในนิยายโรแมนซ์ก็เ็ป็นเช่นนี้เสมอไม่ใช่หรือ) ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์จนทำให้เราอยากอ่านเหลือเกิน
และในที่สุดแม็กซ์ก็ได้หนังสือเล่มนี้มาอยู่ในมือเมื่อวานนี้ และนี่เป็นเหตุผลที่เราไม่ได้บลอกเมื่อวานแหละ
The Sins of Lord Easterbrook ของแมดเดลีน ฮันเตอร์
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มทีสี่ในชุดที่เล่าเรื่องราวของสามพี่น้องตระกูลโรธ เวลล์ (ถ้าสงสัยว่ามีพี่น้องสามคน ไหงกลายเป็นมีสี่เล่ม ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะคะ เพราะว่าเล่มสามในชุดเล่าเรื่องราวของตัวละครที่ไม่ใช่ญาติของสามพี่น้องนี้ แต่เป็นญาติของนางเอกเล่มแรก) สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องในชุดนี้มาก่อนเลย เราคิดว่าไม่น่ามีปัญหาในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง เพียงแค่คุณอาจจะไม่ได้เกิดอาการกรี๊ดสลบไปกับอีิสเตอร์บรูคเหมือนแม็กซ์ เท่านั้นเอง
คริสเตียน ผู้ดำรงบรรดาศักดิ์มาร์ควิสแห่งอีสเตอร์บรูค เป็นผู้ชายที่แปลก เขาชอบเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่สุงสิงกับผู้คน แม้จะดูเหมือนเขารู้อะไรหลายอย่างเกินกว่าที่ควรจะเป็น ในฐานะของมาร์ควิส เขามีอำนาจที่จะทำทุกอย่างตามใจชอบ และนั่นหมายถึงเมื่อเขามองเห็นสตรีที่คุ้นเคย เขาก็ส่งคนรับใช้ออกไปลักพาตัวของเธอมาทันที
โปรดอย่าคิดว่า นี่มันเป็นเรื่องของพระเอกหื่นลากนางเอกมาทำชำเราหรอกนะ แมดเดลีน ฮันเตอร์เป็นนักเขียนที่สุขุมนุ่มลึกกว่านั้น คริสเตียนทำเช่นนั้นเพราะเธอคือ ลีโอน่า มอนต์โกเมอรี่ หญิงสาวที่เขาเคยมอบหัวใจให้เมื่อเจ็ดปีก่อน พวกเขาพบกันในมาเก๊า คริสเตียนที่ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวเองใช้ชื่อปลอมว่าเอ็ดมันด์ พบกับลีโอน่า เด็กสาววัยสิบเก้าปี ลูกสาวของพ่อค้าเดินเรือทะเลที่เขาไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย
ลีโอน่าไม่เคยลืมเอ็ดมันด์ แต่ไม่เคยคิดว่าเลยว่า ภารกิจที่พาตัวเธอออกจากมาเก๊ามาจนถึงอังกฤษจะทำให้เธอได้พบกับเขาอีกครั้ง เอ็ดมันด์เป็นความทรงจำที่เธอถวิลหา เป็นโอกาสในชีวิตที่ลีโอน่าคิดเสมอว่า เธอพลาดที่ปล่อยให้เขาหลุดมือไป แต่กระนั้นเธอก็ไม่เคยคิดว่า เขาคืออีสเตอร์บรูค
นั่นทำให้ทุกอย่างวุ่นวายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภารกิจของเธอไม่ใช่มีแค่ก็ติดต่อของหุ้นส่วนทางธุรกิจเดินเรือ ให้กับน้องชายที่บัดนี้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจเดินเรือเต็มตัวหลังจากที่บิดา ของพวกเขาตายลง แต่ยังมีการตามล้างแค้นกับกลุ่มคนที่กดดันพ่อของเธอจนตรอมใจตายอีก และหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องอาจจะเป็นอีสเตอร์บรูค
เป็นเวลาเจ็ดปีแล้วที่คริสเตียนเดินทางออกจากมาเก๊า แต่ลีโอน่าไม่เคยจางหายไปจากใจของเขา และแม้จะรู้ว่าอนาคตของทั้งสองไม่อาจเดินไปทางเดียวกันได้ เขาคืออีสเตอร์บรูคและต้องอยู่ในอังกฤษเพราะหน้าที่และความรับผิดชอบ ส่วนลีโอน่าก็มีภาระต้องดูแลกิจการเดินเรือของน้องชาย แต่เขาก็รู้ว่า เขาไม่อาจปล่อยให้ลีโอน่าหลุดมือไปได้อีก มันอาจะเป็นการเห็นแก่ตัว แต่คริสเตียนก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
ตั้งแต่การเผชิญหน้าครั้งแรก แม็กซ์ก็ได้รับรู้ถึงความลึกในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แม้เรื่องราวในมาเก๊าไม่เคยถูกเล่าออกมาตรง ๆ แต่ก็ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เลยสำหรับเราที่จะซึบซาบความโหยหาที่ทั้งคู่มีต่อกัน
คริสเตียนมีความลับที่เก็บซ่อน (ซึ่งถ้าอ่านบทแรกคนอ่านก็น่าจะพอรู้ว่ามันคืออะไร แต่แม็กซ์ไม่พูดถึงนะคะ แม้จะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในตัวตนของคริสเตียน แต่เราอยากให้ไปหาอ่านกันเองว่า มันคืออะไร) อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เขาคิดว่า เขาไม่เหมาะสมที่จะเป็นสามีหรือพ่อของใคร เขาไม่ได้บ้า เขารู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับมันอย่างไร
และก็มีแต่ลีโอน่าเท่านั้น ที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่เขาเป็น ไม่ใช่ตัวตนที่เขาแสดงออกให้โลกรับรู้ แต่เป็นตัวเขาที่แท้จริง ตัวตนที่เขาไม่อาจเป็นได้ หากไม่มีลีโอน่า
สำหรับความคาดหวังที่เรามีอย่างท่วมท้นกับเล่มนี้ แม็กซ์ให้มันสอบผ่าน แม้จะไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบทุกอย่าง เรามีคำถามกับตัวละคร เราอยากรู้ว่า ถ้าคริสเตียนผูกพันกับลีโอน่ามากขนาดนี้ ทำไมเขาถึงรอตั้งเจ็ดปีถึงได้ตามตื้อเธอ ทำไมเขาไม่กลับไปมาเก๊าเพื่อหาเธอ ทำไมถึงต้องรอให้เธอมาอังกฤษ (ทั้งที่ไม่มีเหตุอะไรสนับสนุนเลยว่าเธอจะมาอังกฤษ) จากความรู้สึกที่แม็กซ์อ่านในเล่มนี้ มันเอ่อล้นจนทำให้เราสงสัยว่าทำไมคริสเตียนถึงรอถึงเจ็ดปี มันเป็นคำถามที่ผุดในใจเราตั้งแต่แรกที่เริ่มอ่าน และจบเรื่อง
คริสเตียนไม่เคยแคร์กับใคร หรืออะไรมากพอ คนที่อ่านเรื่องในชุดนี้มาตลอดจะรู้ว่า คริสเตียนเป็นอย่างไร การที่เขาลุกขึ้นมาตัดผม แต่งตัวเพื่อที่จะได้ไปปรากฎตัวต่อหน้าหญิงที่เขาเพิ่งเจอหลังจากเจ็ดปี บอกว่าเขารู้สึกกับเธออย่างไร โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูดอะไรให้สิ้นเปลือง และเพื่อลีโอน่าเขายอมออกงานสังคมทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะเขาต้องการให้คนยอมรับเธอ
ทั้งหมดนั้่นยิ่งทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเขาถึงได้รอตั้งเจ็ดปีโดยไม่ติดต่อกับลีโอน่าก่อนหน้านี้เลย
คำอธิบายนิสัยประหลาดของคริสเตียนที่เขาเป็นมาตลอดทั้งชุดนี้เป็นสิ่งที่ แม็กซ์ไม่คาดคิดมาก่อน เราบอกไม่ถูกนะคะว่า มันทำให้เรารู้สึกยังไง ทางนึงมันก็แปลกอย่างที่แมดเดลีนไม่เคยเขียนมาก่อน แต่อีกทางเราไม่ชอบที่ (สปอยล์) คน แต่งอธิบายนิสัยต่อต้านสังคมของคริสเตียนด้วยการบอกว่าเขารับรู้อารมณ์ของคน อื่นได้ เราอยากให้มันเป็นเหตุเป็นผลที่จับต้องได้มากกว่านี้ (หรืออะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับพารานอมอลน่ะ)
แต่ที่พูดทั้งหมดไป ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบเล่มนี้หรอกนะ เราชอบมาก เพราะตัวละครอย่างคริสเตียนได้ใจเราไปตั้งแต่ยังไม่เปิดเรื่องด้วยซ้ำ และในเรื่องเขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวในเรื่องที่เราไม่รู้สึกถึงความรัก ความหวัง และความต้องการที่เขามีต่อลีโอน่า เธอเป็นทุกสิ่งสำหรับเขา และเขาก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอ ในตอนท้ายเรื่อง แม็กซ์ผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่เห็นฉากดวล เพราะคริสเตียนน่าจะมีโอกาสได้โชว์ความเป็นพระเอกเต็มที่ (ทุกคนคิดว่าเขาจะแพ้ แต่มันไม่ใช่เลย)
เราชอบความสัมพันธ์ของสามพี่น้อง พี่น้องตระกูลโรธเวลล์รักกันในแบบที่ผู้ชายเป็นกัน ไม่เมโลดราม่าเรียกน้ำตา แต่ได้สัดส่วนพอดีกับความเป็นผู้ชาย (ที่ไม่ละเอียดอ่อนเหมือนผู้หญิง)
ข้อเสียที่เราเห็นก็คือ เราอยากให้หนังสือเล่มนี้หนาสักอย่างน้อยสี่ร้อยหน้า เพื่อที่จะได้เล่าเรื่องราวได้มากกว่านี้
แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเล่มจบเรื่องที่ประทับใจมาก สมกับที่เป็นชุดที่สนุกมาก ๆ ชุดนึงที่เราได้อ่าน คะแนนที่ 80
No comments:
Post a Comment