Tuesday, January 20, 2009

One Last Breath // Laura Griffin

วันนี้อาจทำให้หลายคนผิดหวังนะคะ เพราะไม่ใช่รีวิวเรื่อง Kiss of a Demon King ที่หลายคนรอหรอกนะคะ (เนื่องจากยังอ่านไม่จบ แต่ขอบอกว่า เราชอบมากเลย) แม็กซ์เลยขออนุญาตเอาเรื่องที่อ่านจบไปหลายวันก่อนมาพูดถึงขัดตาทัพแล้วกัน นะ

และก็เหมือนหนังสือฆ่าเวลาที่ทั่วไป ที่ฆ่าเวลาจริง ๆ ไม่ได้มีความสนุก หรือน่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งแม็กซ์ผิดหวังพอควรค่ะ เพราะมีหลายเสียงส่งมาบอกว่าลอร่า กริฟฟินเป็นนักเขียนแนวโรแมนติคสืบสวนที่น่าอ่านมาก แต่บอกตามตรงนะคะ (อย่าโกรธกันนะสำหรับคนที่แนะนำมา) แม็กซ์รู้สึกว่าเธอเขียนเรื่องยืดยาด แถมไม่มีจุดที่น่าตื่นเต้นเลย แต่เมื่อคิดว่านี่เป็นเล่มแรกที่เธอเขียน เรายังให้อภัยค่ะ

One Last Breath ของลอร่า กริฟฟิน

เรื่องนี้เปิดเรื่องเมื่อสองปีก่อน เมื่อพาโลม่า ฮัวเรซถูกฆาตกรรมโดยมือมืด เพราะเธอดันไปล่วงรู้ถึงความลับขององค์กรอาชญากรรมใหญ่ ในเวลาใกล้เคียงกัน ฟีนี่ย์ มาโลนภรรยาสาวของทนายความหนุ่มผู้มีชาติตระกูลสูง ร่ำรวย และมีอนาคตไกล ก็ค้นพบว่าสามีผู้สมบูรณ์แบบของเธอไม่ได้ดีพร้อมอย่างที่คิด เธออาลวาดจนตำรวจถูกเรียกไปที่บ้าน (เพราะฟีนี่ย์เอาถ้วยกอล์ฟของสามีมาเป็นเป้ายิงปืน) ตำรวจผู้มาห้ามเหตุก็คือมาร์โค ฮัวเรซ พี่ชายของพาโลม่า

เวลาเดินตัดมายุคปัจจุบัน ที่ตอนนี้ฟีนี่ย์ซึ่งหย่าขาดจากจอร์ชสามี และกำลังทำข่าวให้กับหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ได้บังเอิญพบกับสามีเก่า ซึ่งดันเอาเรือที่เขาเคยซื้อให้เธอในวันครบรอบการแต่งงานปีแรกมาเล่น เรือที่จอร์ชอ้างว่าได้เสียไปในการพนัน เรือที่ฟีนี่ย์รู้สึกว่า มันเป็นทรัพย์สินของเธอ

ดังนั้นในคืนวันพุธซึ่งเธอรู้นิสัยจอร์ชดีว่า ต้องออกไปเล่นไพ่ที่บ้านเพื่อน ฟีนี่ย์แอบเข้าไปในบ้านของจอร์ช เพื่อถ่ายรูปยืนยันการมีอยู่ของเรือลำนั้น สิ่งที่เธอไม่คาดก็คือ จอร์ชอยู่ที่นั่นกับชายแปลกหน้า และชายอีกคนเข้ามาพบตัวเธอได้

การเผชิญหน้าทำเอาฟีนี่ย์ตกใจไม่น้อย และเริ่มรู้สึกว่า มีบางอย่างไม่ชอบกล และมันมากกว่าการโกงเรือไปจากเธอ รูปภาพที่ฟีนี่ย์ถ่ายจอร์ชและชายแปลกหน้ากลายเป็นหลักฐานที่ทำให้เธอค้นพบ ว่า จอร์ชกำลังทำผิดกฎหมายบางอย่าง เพราะคนที่เขาแอบพบเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมในเม็กซิโก

ในฐานะของผู้สื่อข่าว ฟีนี่ย์เห็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียง ดังนั้นเธอจึงเริ่มสืบหาความจริง และมันนำให้เธอไปพบกับมาร์โค ฮัวเรซ ซึ่งบัดนี้ออกจากการเป็นตำรวจไปแล้ว แต่เขากลับปกปิดความจริงนั้น และแสร้งทำเป็นช่วยเหลือฟีนี่ย์ในการสืบคดี เพราะหลังจากหลายปีที่น้องสาวหายตัวไป มาร์โคก็แน่ใจว่า จอร์ชคือคนที่มีส่วนรู้เห็น เขาไม่แน่ใจว่าฟีนี่ย์ซึ่งเป็นภรรยาเก่าจะบริสุทธิ์จริงอย่างที่เธอแสดงออก ดังนั้นเขาจึงไม่บอกความจริงแก่เธอทั้งหมด

แต่การสืบหาความจริงก็นำอันตรายมาสู่พวกเขา

พล็อตในส่วนของการสืบสวนไม่น่าสนใจเลยค่ะ ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่หนังสือสืบสวนที่ดี ในทางกลับกัน ในส่วนของโรแมนซ์ก็ไม่ใช่ว่าเขียนดี สุดท้ายมันก็เลยกลายเป็นว่า ไม่มีอะไรดีสักอย่าง

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องอ่านแล้วน่านอนหลับมากที่สุดเล่มนึง แม็กซ์ไม่มีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครแม้แต่น้อย อาจจะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทำให้แม็กซ์คิดว่าฟีนี่ย์มีลักษณะเหมือนแบลร์ มัลโลรี่ ซึ่งเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก ๆ ของลินดา โฮเวิร์ด (จากเรื่อง To die for และ Drop Dead gorgeous) แต่ยิ่งอ่านความคิดนั้นก็ยิ่งลางเลือน ฟีนี่ย์ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ไม่น่าสนใจ (และบางครั้งแม็กซ์ก็คิดว่า ความไม่น่าสนใจมันแย่ยิ่งกว่าความเลวร้ายอีกนะ)

หนังสือเล่มนี้หนาสี่ร้อยกว่าหน้า แต่เป็นสี่ร้อยที่น่าเปิดข้าม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยาวเกินความจำเป็น (คือพล็อตมันไม่น่าจะทำให้ยาวขนาดนี้) รึเปล่า ก็เลยทำให้เราเกิดอาการเบื่อโว้ย มาก

คะแนนที่ 40

พรุ่งนี้ค่ะ รีวิวเรื่อง Kiss of a Demon King มาแน่ เท่าที่อ่านไปได้สองร้อยกว่าหน้า ขอบอกว่า ทำให้เราชอบหนังสือชุด Immortals After Dark เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะเลย (และเมื่อคิดว่า เราชอบชุดนี้มาอยู่แล้วขนาดไดน มันก็กลายเป็นมากโคตร ๆ เลยล่ะ)

No comments: